<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ดนุภพ กมล” จากใจรักนำไปสู่โลกธุรกิจที่มีศูนย์กลางเป็นดนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์ อาทิตย์เอกเขนก
&amp;ldquo;ดนุภพ กมล&amp;rdquo; จากใจรักนำไปสู่โลกธุรกิจที่มีศูนย์กลางเป็นดนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอุตสาหกรรมเพลงก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่ต้องปรับตัวตามโลกดิจิทัลไม่แตกต่างกับวงการอื่น และศิลปินก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าอดีต เนื่องจากมีโซเชียลมีเดียมาเป็นอีกหนึ่งช่องทาง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดนุภพ กมล&amp;rdquo; ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด หนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ ที่อยู่ในวงการเพลงมาหลายปี หรือจะเรียกว่าอยู่ในสายเลือดมาตั้งแต่เยาว์วัยก็ไม่ผิดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมัยเรียนผมเองก็มีโอกาสได้เล่นดนตรีกับทางมหาวิทยาลัย พอทำงานก็เริ่มจากซาวด์เอ็นจิเนียร์ (Sound Engineer)ที่แกรมมี่เป็นลำดับแรก มีโอกาสได้ร่วมงานและอัดเสียงให้กับหลายวงดนตรีชื่อดังของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวงซีล แบล็ดเฮด ฟาร์เรนไฮ หรืออีกหลายๆ &amp;nbsp;วง &amp;nbsp;จากนั้นก็ขยับมาสตูดิโอกลางเลยได้มีโอกาสขยายขอบเขตการทำงานของตนเองกับศิลปินอีกหลายคนมากขึ้น พอเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี ผมก็รู้สึกว่าเริ่มอิ่มตัว อยากหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ รวมถึงอยากเห็นมุมอื่นของอุตสาหกรรมดนตรี จึงตัดสินใจไปเรียนต่อในสาขามิวสิค แมนเนจเม้นท์ ประเทศอังกฤษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ &amp;ldquo;ดนุภพ&amp;rdquo; ได้กลายมาเป็นผู้อยู่เบื้องหน้าในอุตสาหรรมเพลงและดนตรี เมื่อก่อนเป็นคนเบื้องหลังทำงานในห้องอัด การไปศึกษาต่อต่างประเทศเปรียบเสมือนได้เปิดโลกทัศน์ทางดนตรี มีการแปลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนชาวต่างชาติ ก่อให้เกิดมุมมองใหม่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรันธุรกิจ หรือแม้แต่กระแสของดนตรี โดยในช่วงเวลานั้นเป็นยุคที่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิทัล กระแสของผู้บริโภคเริ่มใช้จ่ายเพลงในดิจิทัลเริ่มมีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดนุภพ เล่าต่อว่า ช่วงที่เราไปฝึกเรียนภาษาอังกฤษ ผมต้องบอกว่าค่อนข้างเป็นจุดที่วิกฤติเหมือนกัน การที่ทำงานแต่ในสตูดิโอ ไม่ค่อยพูด แต่เราต้องมาฝึกภาษาและพูดค่อนข้างมาก ขณะที่ครูมาจากหลายประเทศมาก สำเนียงการฟังอาจจะยาก เป็นช่วงปรับตัว รู้สึกว่าท้อเหมือนกัน แต่พอตั้งสติก็คิดว่าเรามีความตั้งใจ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด สิ่งสำคัญต้องกล้าพูดไม่กลัวที่จะผิด เพื่อนก็ไม่ได้มานั่งจับผิดกัน ใช้เวลาปีกว่าที่พัฒนาภาษาของตนเอง เป็นจุดเปลี่ยนตัวเอง พอกลับมาก็กล้าที่จะทำอะไรหลายอย่างมากขึ้น เหมือนพาตัวเองออกจากคอมฟอร์ทโซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากกลับมาในเมืองไทย เขายังบอกต่ออีกว่า อยากพัฒนาวงการ โดยเริ่มทำงานในค่ายเพลงสหภาพดนตรี ดูในส่วนการตลาด &amp;nbsp;กระทั่งรีแบรนด์มาเป็น &amp;ldquo;มิวสิคมูฟ&amp;rdquo;(Muzik Move) เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ค่ายเพลงในการตอบโจทย์คนฟังที่หลากหลาย ได้แก่ 1.มิวสิคมูฟเรคคอร์ดส เน้นแนวเพลงป๊อป 2. มีเรคคอร์ดส เน้นไปทางร็อคเสียส่วนใหญ่ อาจจะมีป๊อปผสมบ้าง 3. บ็อกซ์มิวสิค ค่ายเพลงที่มีความเป็นอินดี้ผสมเออร์เบิร์นป๊อปอย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่กลับมานอกจาทำงานธุรกิจแล้วยังอยากทำงานมิกซ์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากบริษัทรีแบรนด์ก็ขยับมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ในส่วนของเรื่องของการขาย ดิจิทัล ฟิซเคิล &amp;nbsp;บริหารศิลปิน การขายศิลปิน &amp;nbsp;โชว์บิซ และแอคทิเวชั่น อยู่มาแล้ว 6 ปี รีแบรนด์เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรีแบรนด์ได้เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว ผลลัพธ์ก็พบว่าการดำเนินธุรกิจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด &amp;ldquo;ค่ายต้องปรับกับผู้บริโภคทีเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสื่อและดิทิจัล แนวเพลงอาจจะต้องโฟกัสมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีสื่อในการรับค่อนข้างกว้าง เขาจะโฟกัสสิ่งที่ต้องการได้ ค่ายเพลงก็ต้องมีความชัดเจนเพื่อให้คนติดตาม จากเดิมมีค่ายเดียวก็ต้องแยกย่อยออกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหมายของ Muzik Move คือการทำงานบนพื้นฐานที่มีใจกลางเป็นดนตรี หรือจะเปรียบว่าทุกอย่างเคลื่อนที่ผ่านดนตรี แนวทางของการดำเนินธุรกิจ จะเส้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดนตรี เพื่อชูความสำคัญของดนตรี เช่นเดียวกับการขยายบริษัทออกมาดังกล่าว ก็ทำให้เกิดวงกว้างมากขึ้น และแต่ละส่วนจะโตได้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลยุทธ์ที่จะใช้ในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นในส่วนของความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมบันเทิง เนื่องจากบริษัทมีจุดเด่นทางดนตรีดีแล้ว จึงเลือกมือกับค่ายหลังค่ายละคร ในส่วนของหลังบ้าน ทางค่ายเองก็ยังมีการจ่ายรอยัลตี้กับคนแต่งเพลงให้มีระบบมากขึ้น ขระที่การบริหารศิลปิน เริ่มขยายงานการขายศิลปิน เพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น ในยุคนี้ศิลปินตัวจริงก็สำคัญ หากถามว่าค่ายเพลงยังสำคัญไหม ขณะที่หลาย ๆคน ทำเพลงของตนเองได้เอง เป็นศิลปินได้เองผ่านโซเชียลมีเดีย ค่ายเพลงมีหน้าที่คัดเลือกศิลปินจากทุกช่องทาง นำเสนอต่อสาธารณะว่าเขาเป็นศิลปินตัวจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำงานของผมต้องบอกว่าทุกอย่างอยู่บนแพชชั่นของมิวสิค คือความสุขที่ได้อยู่กับอะไรที่เป็นพื้นฐานที่เราชอบ เช้ามาก็เปิดเพลงฟังว่ายุคนี้เขาชอบเพลงอะไรกัน ก็จะเห็นว่าสังคมตอบรับกับเพลงแบบไหน หรือดนตรีแบบไหนที่ตอบโจทย์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับผู้ร่วมงานในบริษัท หากความสุขในการทำงานคืออยู่บนสิ่งที่เราชอบ เวลาท้ออุปสรรคจะได้มีแรงต่อสู้ แต่สุดท้ายก็ยังจะอยู่ในสิ่งที่เรารักเหมือนเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;ดนุภพ กล่าวปิดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดนุภพ กมล, มิวซิกมูฟ เรคคอร์ดส, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e1c9be2bb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
