<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&quot;ป้องคสช.สองมาตรฐานไฟเขียวแค่&#039;สามมิตร&#039;เดินสาย โทษสื่อหาว่าดูดนักการเมืองทำให้กระเทือนใจคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ส.ค.61- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของกลุ่มสามมิตร ว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยที่ผ่านมานายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรได้ตอบคำถามสื่อมวลชนไปหมดแล้วว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนและอย่างไร ตนเป็นผู้ปฏิบัติคนหนึ่งก็เชื่อในแนวทางของนักกฎหมาย&amp;nbsp; ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มสามมิตรต่างๆเดินสายลงพื้นที่นั้น เรามีเจตนาที่บริสุทธิ์ เพื่อไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน เพราะปกติทุกพรรคการเมืองก็ปฏิบัติแบบนี้กันอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว&amp;nbsp; แต่กลุ่มสามมิตรอาจจะเป็นข่าวบ่อย อาจจะทำให้เป็นที่รำคาญของคนที่ยังทำอะไรไม่ถูกและไม่ได้ออกมา หากไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์อะไรต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่บอกว่าลงพื้นที่แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปดูดนักการเมือง นายสมศักดิ์&amp;nbsp; กล่าวว่า สื่อมวลชนเขียนให้ว่ากลุ่มสามมิตรทำงานมีผลงานในลักษณะแบบนั้น แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าเราไปดูดเขา อาจทำให้กระทบกระเทือนใจการเมืองอื่นๆได้ ส่วนที่พรรคการเมืองต่างๆมองว่าทหารไฟเขียวให้กลุ่มสามมิตรมากเกินไปในการทำกิจกรรมนั้น เขาอาจจะมองแบบนั้น แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะทุกพรรคการเมืองทำงานเหมือนกันหมด แต่อาจจะไม่เป็นข่าวเหมือนกับกลุ่มสามมิตรเวลาเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ผ่านมาเราพยายามดูกฎเกณฑ์ระเบียบทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เรายังไม่มีพรรคการเมือง ส่วนอนาคตทางการเมืองนั้น ผมเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยบอกว่าจะหยุดเล่นการเมือง เพราะเป็นนักการเมืองตั้งแต่อายุ 25 ปีจนตอนนี้อายุ 60 กว่าปีแล้ว&amp;nbsp; และไม่เคยบอกว่าจะหยุดเล่นการเมือง แต่จะไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีประโยชน์ก็เลิกตอนนั้น ส่วนกลุ่มสามมิตรจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ผมไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในกลุ่มสามมิตร&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแผนการดำเนินงานปลายทางของกลุ่มสามมิตร แกนนำกลุ่มสามมิตร&amp;nbsp; กล่าวว่า จุดยืนของเราอยากสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชาวบ้าน โดยเฉพาะราคาสินค้าทางการเกษตร ส่วนที่มีคนมองว่าการที่กลุ่มสามมิตรยังไม่มีการประกาศจุดยืนชัดเจนเพราะต้องการเรียกเรตติ้งให้ตัวเองมีราคานั้น กลุ่มสามมิตรมีคนทำหน้าที่แตกต่างกัน ตนมีหน้าที่พูดคุยรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน เราไม่ได้เรียกเรตติ้ง สิ่งใดที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้เราทำได้เราก็จะทำไปเรื่อยๆ ส่วนความเป็นไปได้ระหว่างกลุ่มสามมิตรกับพรรคพลังประชารัฐเรายังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเลย และไม่ได้ปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น เรื่องพรรคการเมืองเรายังไม่อยากพูดถึง เพราะพูดถึงเขาจะเดือดร้อนกันไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคนในกลุ่มสามมิตรเองก็เคยอยู่พรรคไทยรักไทยมาก่อนและวันนี้มาตั้งกลุ่มสามมิตร จะเกิดรอยร้าวกับพรรคเพื่อไทยหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเราเป็นนักคิด และเป็นเรื่องนโยบายที่จะทำให้เกิดประโยชน์สังคม เราก็ทำตามแนวทางที่วางไว้ และมีแนวทางบางอย่างในอดีตที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้ทำ เราก็อยากนำเสนอให้รัฐบาลรับไปทำ และบางอย่างที่เราคิดไว้รัฐบาลชุดนี้ก็นำไปทำแล้ว เราก็ไปถามดูว่าเป็นไปตามแนวทางที่เราคิดไว้หรือไม่ หรือมีอะไรที่ต้องต่อยอดให้ได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่ เราก็อยากทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมทีเราเคยอยู่พรรคไทยรักไทย ทุกคนมีความเก่งและมีนโยบายหลายอย่าง&amp;nbsp; แต่วันนี้คนที่คิดนโยบายไม่ได้อยู่ร่วมกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย เมื่อผมมาอยู่ตรงนี้ก็คิดว่ายังทำประโยชน์ให้กับสังคมชนบทได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่ตอนนี้เป็นหนี้กันสามกองทุนส่วนที่บางคนคิดว่ากลุ่มสามมิตรจะกรุยทางให้พรรคพลังประชารัฐ เพราะมีความสนิทสนมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นั้น ผมก็ไม่รู้ว่าสนิทแบบไหน เพราะเจอนายสมคิดเมื่อเดือนธ.ค.ปี 61 และล่าสุดผ่านมา 6 เดือนเพิ่งมาเจอกันอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าคิดอย่างไรกับนักการเมืองคนรุ่นใหม่ เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าเป็นคนหนุ่มนายธนาธร ก็มาแรง แต่ถ้าจะเป็นถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้สนับสนุนนายธนาธร ส่วนเด็กปั้นหน้าใหม่ของกลุ่มสามมิตรยอมรับว่าตอนนี้มีหลายคน ที่เป็นคนใหม่ เปรียบเสมือนเป็นดาวฤกษ์ ที่มีแสงในตัวเอง เราจะเน้นดาวฤกษ์แม้เป็นดวงเล็ก มีอายุมากหรือน้อยก็พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่วงเวลาที่จะตัดสินใจเดินหน้าทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรมนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ความพร้อมอยู่ที่ว่าเรากำหนดวันเลือกตั้งเมื่อใด เพราะตอนนี้ทางรัฐบาลและคสช. ยังไม่ได้ปล่อยให้พรรคการเมืองเดินหน้าไป เราต้องดูกฎหมาย และตอนนี้พรรคการเมืองยังทำกิจกรรมไม่ได้ กลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจเดินหน้าเมื่อถึงเวลาสมบูรณ์แล้ว เราจะไม่ผลีผลามเพราะตอนนี้ถือว่าเรามีความคล่องตัวมากกว่า เพื่อไปรับฟังปัญหา แต่เราไม่ได้สัญญาว่าจะให้ และช่วยรัฐบาลบ้าง แต่จะช่วยนำเสนอนโยบายที่ดีๆเพื่อต่อยอดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร นายสมศัก ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ะบุแค่ว่า จะไปวิพากย์วิจารณ์ ผู้ใหญ่ได้อย่างไร&amp;quot; เมื่อถามต่อว่าอ่านใจนายทักษิณ ชินวัตรออกหรือไม่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ท่านรักประชาชน ดังนั้นท่านต้องปล่อยให้ตนทำงาน เพราะประชาชนยังมีหนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, ดร งามธุระ, ดูดนักการเมือง, ทักษิณ ชินวัตร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8d0419aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม้วหวังมาเป่าคดีโกง มาร์คหวั่นประกาศสงคราม ความรุนแรงจะซ้ำรอยเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไก่อู&amp;rdquo; ยันรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรที่ &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ประกาศสงคราม ส่วน &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; แฉเหตุต้องปลุกขวัญสาวก เพราะหวังกลับมาครองอำนาจเพื่อเป่าคดีและทวงเงินคืน เตือนรัฐระวังยุคมิคสัญญีหวนกลับมา &amp;ldquo;เต้น&amp;rdquo; แถเรื่องนายใหญ่ อ้างฝ่ายตรงข้ามยังก้าวข้ามไม่พ้น แสดงถึงนายเหลี่ยมยังมีพลัง &amp;ldquo;สุริยะใส&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชี้การเมืองเริ่มย่ำกับที่เอา-ไม่เอา &amp;rdquo;แม้ว&amp;rdquo; ปฏิรูปถูกหลงลืม สามมิตรแอ่นอกทำตามกรอบกฎหมาย ปชป.แนะปลดล็อกลดเหลื่อมล้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาประกาศไม่ยอมแพ้พร้อมระบุสงครามประชาธิปไตยยังไม่จบว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่กว่า เอาเป็นว่าเรื่องนี้สังคมคงจะพิจารณาได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.และอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณที่ประกาศทำสงครามว่า เป็นปฏิกิริยาที่ขณะนี้พรรคของนายทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการดูด และมีคนตั้งข้อสงสัยว่ายังสู้อยู่หรือไม่ จึงพยายามปลุกขวัญกำลังใจ แสดงตนว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะพื้นฐานพรรคเพื่อไทยยังมีความได้เปรียบอยู่ แต่หากประชาชนที่สนับสนุนเกิดความรู้สึกว่ายังสู้อยู่หรือไม่ อดีต ส.ส.แปรพักตร์เปลี่ยนไปก็อาจเกิดความไม่มั่นใจได้ และคงประเมินยากว่าคะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร เพราะหากมีอดีต ส.ส.หรือผู้อุปถัมภ์ออกไปก็ต้องกระทบคะแนนเสียงไม่น้อย การปลุกขวัญกำลังใจจึงไม่ใช่เรื่องแปลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นไปได้ยากที่นายทักษิณจะยอม เพราะยังมีผลประโยชน์อยู่มากกับการที่ฝ่ายของตัวเองจะอยู่ในอำนาจ รวมทั้งเรื่องคดีความ การนิรโทษกรรม และเอาทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนมา ซึ่งผมเป็นห่วง 2 &amp;nbsp;ประเด็น คือ 1.ความเชื่อที่ว่าที่ทำมาทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย แต่วิธีการที่ดำเนินการเมืองที่ผ่านมา มีความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างน้อยและทุจริต 2.ที่พูดถึงเรื่องศึกสงคราม ทำคนกังวลว่าความรุนแรงจะกลับมาอีกหรือไม่ ถ้ามองในกรอบของศึกสงครามน่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้มีอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งต้องระวัง ที่จะไม่ทำลายการวางรากฐานของประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า อีกด้านของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อไทยได้เรียนรู้หรือยังที่ประเทศมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ค.57 มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่เกิดเหตุชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็พยายามทำไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการนำกองกำลังติดอาวุธมาต่อสู้กับรัฐ เราไม่ได้ประเมินสถานการณ์ต่ำ แต่เป็นสถานการณ์ที่ประเมินยากมากเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ถ้าประชาชนลองย้อนกลับไปกว่า 10 ปี ตัดสินใจว่าไม่เอาประเทศกลับไปอยู่ในภาวะแบบนั้นอีกแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องให้ได้รัฐบาลที่มาจากวิถีทางประชาธิปไตย และ ส.ว.ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และรัฐบาลต้องไม่เอาบ้านเมืองไปอยู่ในภาวะเหมือนก่อนปี 2549 และปี 2557 ถ้าเรียนรู้แบบนี้ก็คงดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีให้สัมภาษณ์ประชาไทระบุไม่จำเป็นที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะต้องก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้มีคุณูปการมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ว่าสำนักข่าวอย่างไทยโพสต์เอาไปขยายความบอกว่าสารภาพ ว่าพรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการสารภาพอะไรหรอก เพราะไม่ใช่คดีความ เป็นเรื่องความคิดเห็น&amp;nbsp;
เต้นแถเรื่องนายใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็พูดตรงๆ ครับว่าเรื่องอะไรจะไปก้าวข้ามทักษิณ ก็ขนาดฝ่ายตรงข้ามยังก้าวไม่ข้ามเลย ยังวนเวียนกับนายกฯ ทักษิณมาตลอด แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็มองว่าทักษิณยังมีพลัง นี่จึงเป็นความจำเป็นของพรรคเพื่อไทยซึ่งต้องมีทักษิณ เพียงแต่จะบริหารจัดการพลังตรงนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้พวกคุณขาดทักษิณไม่ได้นั้น จริงๆ ก็ไม่ได้สนใจจะไปต่อปากต่อคำ &amp;nbsp;เพราะชกกับใครก็เลือกชก แต่อยากตอบว่าทักษิณมีอะไรที่ขาดไม่ได้ คือ 1.แนวคิด 2.นโยบาย และ 3.วิสัยทัศน์ระดับโลก คือมีทุกอย่างที่ ปชป.เอาชนะไม่ได้ เปลี่ยนมา 3 หัวหน้าพรรคแล้วเรียบร้อยทุกราย &amp;nbsp; คนในแวดวงการเมืองมองกันออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศของการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า นอกเหนือจากการชิงไหวชิงพริบของพรรคเก่าและใหม่ การดูด ส.ส. การจัดขั้วจัดข้างแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือการช่วงชิงการกำหนดวาระในการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นจุดชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีการตีคู่ขนานกันของ 2 กระแส &amp;nbsp;โดยกระแสหนึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องมาคือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นกระแสใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ทำให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหลายพรรคเริ่มส่งสัญญาณชู และพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพรรคที่ก่อตัวขึ้นใหม่ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งคือ ความพยายามชูวาระเอาทักษิณหรือเอาทหารขึ้นมาตีคู่ขนาน ซึ่งมีหลายพรรคที่พยายามจะผลักดันให้เป็นวาระชี้ขาดในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเราทบทวนและกลับไปดูการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 และในปี 2554 หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จะพบว่าอยู่ในวาระเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ พูดง่ายๆ ประเด็นทักษิณกลายเป็นประเด็นชี้ขาดในการเลือกตั้ง แต่หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.57 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายฝ่ายคิดว่าวาระนี้น่าจะหายไปจากการเลือกตั้ง แต่ขณะนี้กลับพบว่าวาระทักษิณเริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตาอีกครั้งหนึ่งหลังนายทักษิณประกาศทำสงครามประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีสภาพที่อาจไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งทั่วไป 2-3 ครั้งที่ผ่านมา นั่นคือทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเดิมพันระหว่างเอาหรือไม่เอาทักษิณอีกครั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงยังเป็นวาระนี้อยู่ ก็อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์การเมืองที่ล้มเหลว และไม่สามารถก้าวออกไปจากหลุมดำของความขัดแย้งแตกแยก จึงเป็นหน้าที่และโจทย์ของบรรดาพรรคการเมือง รวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้การเลือกตั้งฝ่าข้ามกระแสทักษิณไปสู่กระแสการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งก็อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการกอบกู้วิกฤตการณ์บ้านเมืองอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เดินสายรับฟังความเห็นประชาชน และล่าสุดนายศุภชัย &amp;nbsp; สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;(กกต.) ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าจะเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่นั้น พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายได้เลย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ได้ติดตามว่ากลุ่มสามมิตรไปทำอะไร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เคยย้ำเสมอว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีกฎกติการะบุว่าห้ามทำอะไร โดยพรรคการเมืองหรือโดยกลุ่มการเมืองก็ต้องห้ามทำ ซึ่งจะถูกหรือไม่ถูกก็ต้องไปดูหลักเกณฑ์ในข้อกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ หาก กกต.เห็นว่าไม่เหมาะก็ต้องไปดำเนินคดี
สามมิตรลั่นไม่ผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรยืนยันว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มนั้นสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ได้มีสภาพเป็นพรรคการเมืองตาม &amp;nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 การลงพื้นที่เป็นเพียงแต่ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แล้วเรามาหาทางช่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งการที่เราได้มาลงพื้นที่รับฟังปัญหาของผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ได้รับข้อมูลปัญหาที่แท้จริง และจะได้สะท้อนปัญหาไปถึงรัฐบาลให้แก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ กลุ่มสามมิตรไม่เคยไปเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นเพียงการไปพบปะพี่น้องประชาชน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ ทำให้คนไทยรักกัน ไม่แบ่งฝักฝ่าย จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายดรย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดรระบุด้วยว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะ พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 (กกล.รส.ทภ.2) เคยระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องพบปะกันทุกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน มีความรักความสามัคคี อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ การไปพบปะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะไปกี่กลุ่มกี่คนก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะไม่ได้ไปทำผิดกฎหมาย ไปเสริมสร้างให้คนรักกันชอบกัน สนับสนุนแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงกับแนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ในการไปลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายแก่บ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากนายศุภชัยหรือ คสช.มีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใดแล้ว กลุ่มสามมิตรพร้อมไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรได้ตลอดเวลา&amp;rdquo; นายดรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กลุ่มสามมิตรยังไม่ใช่พรรคการเมืองก็อ้างได้ การไปฝ่าฝืนละเมิดข้อห้ามพรรคการเมืองจึงใช้กับเขาไม่ได้ แต่ทำไม กกต.ออกมาพูดเรื่องนี้ ทั้งที่จริงๆ เป็นเรื่องของ คสช. ซึ่งอาจมองได้ว่าทำไม คสช.ไม่ทำอะไร จะส่งผลต่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง และการเคลื่อนไหวกลุ่มสามมิตรใครก็มั่นใจว่าไปจบที่พรรคการเมืองอยู่แล้ว กกต.จึงต้องออกมาเตือน คงต้องดูว่าการกระทำของกลุ่มสามมิตรจะถูกครอบงำจากคนนอกเหมือนนายทักษิณหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ปลดล็อกให้ความเท่าเทียมกันของการทำกิจกรรม ซึ่งเคยเสนอว่าทำไมไม่กำหนดกิจกรรมที่ทำได้ จึงเกิดปัญหาว่าพรรคการเมืองที่ยังไม่ตั้งพรรคก็ไปทำกิจกรรมได้ โดยอ้างว่ายังไม่ใช่พรรคการเมือง แต่พรรคที่เป็นพรรคการเมืองแล้วกลายเป็นทำอะไรไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า กกต.ตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ โดยต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็น 2 อย่าง สำหรับกฎหมายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหา นั่นคือขัดคำสั่ง คสช.ที่ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เกิน 5 คน ในขณะที่นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า การไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึงกลายเป็นว่า กกต.เป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ น่าเห็นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้า กกต.ไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่ คสช. ผมมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้นอีกไม่กี่วันจะได้คลายล็อกกันแล้วเพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้นคิดว่าน่าจะเบาๆ ลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆ คน รอให้เขาคลายล็อกแล้วทุกๆ คนดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เตรียมเดินสาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวว่าอยู่ระหว่างหารือแกนนำ นปช. เตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในคดีชุมนุมทางการเมือง ตามเรือนจำในหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อต้องการไปให้กำลังใจ เพราะติดคุกมาเข้าใจ เหมือนไปต่อลมหายใจให้เขา เป็นห่วงสภาพจิตใจ คนที่อยู่ข้างในกับข้างนอกมันคนละเรื่องกันเลย สำหรับช่วงเวลาที่จะเดินทางไปนั้นยังไม่กำหนดแน่ชัด แต่ก่อนไปจะแจ้งให้ คสช.ทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่การเคลื่อนไหว ไม่มีนัยทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีจาการ์ตาโพสต์ลงบทความวิจารณ์ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานอาเซียนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธได้ แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มีแนวคิด ไม่มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ออกมาต่อต้านไม่ให้ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งรัฐบาลควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยแสดงวิสัยทัศน์ของไทยอย่างชัดเจนว่าบทบาทของอาเซียนในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลที่มาหลังการเลือกตั้งก็ควรจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเช่นกัน เพราะจะต้องรับตำแหน่งประธานอาเซียนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ถามถึงความคืบหน้าคดีการล้มประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งที่แล้วที่ จ.ชลบุรี ว่าคดีอืดยิ่งกว่าเรือเกลือ ยังพายวนอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนเลย ทั้งที่ผ่านมาเกือบจะครบทศวรรษแล้ว ปีหน้าหากผู้นำอาเซียนถามถึงเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์หรือผู้เป็นนายกฯ จะตอบว่าอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิก พท.กล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็นประธานอาเซียนได้โดยไร้ปัญหาว่า ระวังลูกศิษย์จะขาดความเชื่อถือและหมดศรัทธาที่ไปให้คำปรึกษาที่ผิดๆ เพราะถ้าการรัฐประหารไม่ใช่ประเด็น ทำไมโลกถึงล้อมประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่วิธีการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ระวังจะพากันลงเหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิก พท.กล่าวว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปทำหน้าที่ประธานอาเซียน ควรต้องลดเงื่อนไขที่จะทำให้โดนโลกประณามเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นการเบี้ยวเลือกตั้งหลายครั้งหลายหน ตลอดจนพฤติกรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเป็นเผด็จการ ซึ่งวิธีเคลียร์ตัวเองที่ง่ายที่สุดคือ เลิกยื้อเลือกตั้งแล้วรีบปลดล็อกทางการเมืองทันที และต้องเปิดพื้นที่ให้สังคมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ดร งามธุระ, นิกร จำนง, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มหาวิทยาลัยรังสิต, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, วัชระ เพชรทอง, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b71941ed93ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
