<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. ประกาศให้มหา’ลัยเปิดเทอม 14 มิ.ย. เป็นต้นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ค.64-นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (เลขาฯ รมว.อว.) ในฐานะและโฆษก อว. กล่าวว่า อว. มีนโยบายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เริ่มเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ตามความพร้อมของแต่มหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 โดยให้ใช้การสอนแบบผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยหากสามารถเปิดการสอนในสถานที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด และขณะนี้ทาง อว. โดยคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) กำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานการศึกษาออนไลน์ เพื่อช่วยสนับสนุนให้การเรียนออนไลน์ ให้มีมาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ ไม่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่สิ่งที่จะทำให้ทุกมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มดำเนินการเรียนการสอนได้เร็วขึ้น ก็คือ การที่บุคลากรต่างๆ ได้รับวัคซีน ซึ่งอธิการบดีทุกมหาวิทยาลัยได้ลงความเห็นว่า หากอาจารย์ บุคลากร และนิสิตนักศึกษา ได้รับวัคซีนก่อนการเปิดเทอมจะสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น และจะทำให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ เกิดความมั่นใจในการใช้วัคซีนด้วย ซึ่งในส่วนของนิสิต นักศึกษานั้น ถึงแม้ว่าอายุยังไม่มากนักและมีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงได้น้อยกว่าผู้สูงอายุ แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมมาก และมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อและแพร่เชื้อต่อไปในสังคมได้สูง ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละคน&amp;quot;โฆษก อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102813</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, #อว., #เปิดเทอม, ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cfa874c763.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นไอเอ&quot; ร่วมเอกชน ผลิตหน้ากากอนามัยซักได้ ใช้ซ้ำ  ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ส่งต่อ &amp;ldquo;P-Mask&amp;rdquo; หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ และชุดหน้ากาก PAPR ให้กับสถานพยาบาลในย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ที่มีผู้เข้ารับการรักษามากที่สุดในประเทศไทย &amp;nbsp;เพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มาใช้บริการสถานพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล กรมการแพทย์ และกรมการแพทย์ทหารบก ทดแทนการใช้หน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียว ซึ่งนอกจากคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยในการกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 แล้วยังสามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ได้ดี และถูกออกแบบให้หายใจได้สะดวกขณะสวมใส่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวง อว. กล่าวว่า &amp;nbsp;อว. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 และปัญหาฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยองค์ความรู้ เครือข่าย และความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งหน่วยงานภายในการกำกับของกระทรวงฯ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการแก้ไข ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโอกาสการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์กระแสสังคมในช่วงนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการปรับตัวของภาคเอกชน ซึ่งผลงานนวัตกรรม &amp;ldquo;หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้&amp;rdquo; ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากวิกฤตที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย ลดปริมาณขยะมหาศาลจากการทิ้งหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียว อีกทั้งยังสามารถนำมาต่อยอดเป็น &amp;ldquo;นวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ หรือ ชุดหน้ากาก PAPR&amp;rdquo; สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล แสดงถึงศักยภาพความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมของคนไทยว่าไม่ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก ซึ่งจะส่งผลต่อการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น &amp;ldquo;ประเทศแห่งนวัตกรรม&amp;rdquo; ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ NIA มีการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ทั้งภาครัฐและเอกชน เกือบ 20 แห่ง ที่มีขีดความสามารถในการให้บริการสุขภาพ และการวิจัยพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ระดับสูง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และสังคม เสมือนของขวัญที่จะส่งมอบให้กับคนไทยในช่วงปีใหม่นี้ โดยเฉพาะนวัตกรรมการแพทย์วิถีใหม่ นวัตกรรมการแพทย์ทางไกล กลไกการส่งเสริมสุขภาพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย รวมถึงนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม และรองรับความเป็นสังคมเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ที่ผ่านมา NIA ได้สนับสนุนเงินทุนให้กับบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ในวงเงิน 2.895 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรม &amp;ldquo;หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้&amp;rdquo; ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศรีษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ หรือ ชุดหน้ากาก PAPR สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย โดยปัจจุบันดำเนินโครงการเสร็จสิ้นเรียบร้อย พร้อมส่งต่อสู่การใช้จริงในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน จึงส่งมอบ &amp;ldquo;หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้&amp;rdquo; จำนวน 6,000 ชิ้น &amp;nbsp;และ &amp;ldquo;ชุด PAPR&amp;rdquo; จำนวน 250 ชุด ให้กับสถานพยาบาลภายในย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ที่มีผู้เข้ารับการรักษามากที่สุดในประเทศไทย โดยจัดสรรให้กับกรมการแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปหรือผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการในสถานพยาบาลต่าง ๆ&amp;rdquo; ดร. พันธุ์อาจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.เจริญ ตั้งตรงเบญจศีล กรรมการบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้คือ ต้องการลดขยะพลาสติกที่มาจากการใช้หน้ากากอนามัย เพราะที่ผ่านมามีขยะพลาสติกที่เกิดจากการใช้แล้วทิ้งเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโควิด-19 และการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่เป็นไปอย่างลำบาก โดยบริษัทได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก NIA เพื่อดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำ 2 รูปแบบ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;middot; P-Mask นวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ ประกอบด้วยฟิลเตอร์ที่ผลิตจากเทฟลอน (PTFE) ซึ่งมีรูพรุนขนาดเล็กสามารถกรองไวรัสและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนาน สามารถทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ ผ้าด้านในยังใช้เส้นใยที่เคลือบซิลเวอร์นาโน ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังและละอองน้ำลาย จึงไม่เกิดกลิ่นเหม็นจากการใช้งาน สำหรับการทดลองที่ผ่านมาพบว่าหน้ากากผ้าสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กตั้งแต่ 0.1 -0.3 ไมครอนได้มากถึง 95% และสามารถป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.5 ไมครอนได้ถึง 99% โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ นอกจากนี้ เมื่อสวมใส่แล้วช่วยให้หายใจสะดวก ไม่ทำให้ใบหน้าระคายเคือง สามารถถอดแยกเพื่อทำการซักล้างได้ มีอายุการใช้งานที่นานกว่าหน้ากากผ้าทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; นวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ (Powered Air Purifying respirator : PAPR) มีลักษณะเป็นหมวกคลุมศีรษะและปั๊มลมช่วยดันลม ใช้ฟิลเตอร์เป็นเทฟลอนเช่นเดียวกัน โดยอุปกรณ์ดังกล่าวป้องกันเฉพาะส่วนคอถึงศีรษะเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ร่วมกับชุด PPE-Personal Protective Equipment โดยปั๊มลมด้านหลังนอกจากจะช่วยในเรื่องการหายใจแล้วยังสามารถกรองเชื้อไวรัสได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เจริญ กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการช่วยเหลือสังคมนั้นเป็นสิ่งที่บริษัทได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตทั้งสองนวัตกรรมนี้จะยังคงพัฒนาและส่งต่อไปสู่สังคม ทั้งในภาคประชาชนและกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขและสุขภาพของคนไทยเป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ บริษัทจะมีการปรับราคาจำหน่ายให้เหมาะสม และกระจายสู่ช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยยังจะมุ่งพัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ และวิถีชีวิตแบบ New Normal ให้กับคนไทยในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87573</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, #อว., P-Mask, ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, บริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด, หน้ากากอนามัยใช้ซ้ำ, เอ็นไอเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe05a42bbac0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ตั้งคกก.สอบการเสียชีวิต&quot;น้องมิ้นต์&quot; นศ.มรภ.ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ส.ค.63-อว.สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;น้องมินต์&amp;rdquo; หลัง มรภ.ภูเก็ต แจงไม่ได้เกิดจากกิจกรรมรับน้อง เยียวยาครอบครัวแล้ว 1 แสนบาท กำชับ ทุกมหา&amp;rsquo;ลัย ดูแลกิจกรรมรับน้องใกล้ชิด ชี้ มหา&amp;rsquo;ลัย คือ บ้านหลังที่ 2 ของ นศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (เลขาฯ รมว.อว.) กล่าวกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ หรือ น้องมินต์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ภูเก็ต จากการร่วมกิจกรรมรับน้อง โดยถูกรุ่นพี่สั่งลงโทษให้วิ่งจนช็อคหมดสติ และได้เสียชีวิต ว่า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของผู้เสียชีวิต และยังเร่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในการประสานกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดวงฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทาง มรภ.ภูเก็ตได้ชี้แจงมาว่า การเสียชีวิตของนักศึกษาคนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกิจกรรมการรับน้องใหม่ตามที่เป็นข่าว กิจกรรมที่นักศึกษาทำนั้น เป็นเพียงกิจกรรมกีฬาสีของคณะ โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเตรียมกิจกรรมกีฬาสีวันที่ 19 สิงหาคม 2563 และเบื้องต้นมหาวิทยาลัยก็ได้ให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท โดยได้ติดต่อประสานไปยังครอบครัวของนักศึกษาแล้ว และหลังจากนี้ก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ถ้ามีข้อยุติอย่างไรจะได้แถลงให้ทราบถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รมว.อว.ยังกำชับให้ผมขอความร่วมมือไปยังทุกมหาวิทยาลัยให้ช่วยดูแลและตรวจสอบการจัดกิจกรรมรับน้องอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือบาดเจ็บกับนักศึกษาคนใดอีก เพราะมหาวิทยาลัยควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย เป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 จึงไม่ควรมีกิจกรรมใดที่ทำให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้อีก &amp;ldquo;เลขาฯ รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75152</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, น้องมิ้นต์, มรภ.ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fac1587571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ประกันสังคม&quot;เปิดแล้ว ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18พ.ค.63- ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าการจ่ายประโยชน์ทดนทนกรณีว่างงานอันเนื่องมาจากหตุสุดวิสัย สถานการเณ์โควิด 19 ให้แก่ผู้ประกันตนมียอดวินิฉัยจ่ายเงินสะสม ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 จำนวน 984,005 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น &amp;nbsp;5,316.066 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์แล้วยังไม่ได้เงิน หรือได้รับหนังสือแจ้งปฏิเสธการจ่ายสิทธิประโยชน์ดังกลาว สามารถยื่นเรื่องต่อ &amp;quot;ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (โควิด-19)&amp;quot; สำนักงานประกันสังคมกระทรวงแรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ทุกขื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดทุกจังหวัดและในส่วนกลาง ตั้งอยู่ที่สำนักงานประกันสังคมสำนักงานใหญ่ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี ซึ่งทุกศูนย์ฯ เปิดให้บริการในวันราชการ เวลาทำการ 08.00 น. ถึง 18.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับผู้ประกันตนที่กำลังจะยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ขอให้ปฏิบัติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเองว่าบัญชีนั้นยังสามารถใช้งานได้
2. ตรวจทานข้อมูลลขที่บัญชีธนาคารให้ถูกต้องในการยื่นของรับสิทธิ
3.หากนายจ้างสามารถเป็นฝ่ายรวบรวมแบบขอรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง พร้อมหนังสือรับรองการหยุดงานของนายจ้างเพื่อยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมจะเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, สำนักงานประกันสังคม, โตวิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec23e55ac143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม แจ้งยอดจ่ายเงินว่างงานเหตุสุดวิสัย กว่า 3 พันล้านบาทแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโรควิด-19 สำนักงานประกันสังคมได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบทำให้ว่างงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้มีการจ่ายเงินกรณีว่างงาน จากเหตุสุดวิสัยเนื่องจากนายจ้างหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินว่างงานร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยให้แก่ผู้ประกันตนไปแล้ว จำนวน 706,633 ราย เป็นเงิน 3,997.550 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน &amp;ndash; 11 พฤษภาคม 2563) และคาดว่าจะมีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิกรณีว่างงาน อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินว่างงานให้แก่ผู้ประกันตนอย่างเร็วที่สุด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้นายจ้างกรอกแบบฟอร์มรับรองการหยุดงานของลูกจ้างผ่าน e-form ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ด้วย เพื่อระบบจะประมวลผลจับคู่ความถูกต้องของข้อมูลแล้วส่งให้หน่วยปฏิบัติวินิจฉัยจ่ายเงินว่างงานและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน ภายใน 3 วันทำการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือผ่านโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, ประกันสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5ebaa2eadbc5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
