<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯเปิดวิชา&quot;เสรีภาพในการชุมนุมกับกฎหมาย&quot; สอดคล้องยุคสมัย เรียนรู้กฎกติกาสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
3ก.ย.63-+ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี ด้านวิชาการและการเชื่อมโยงกับสังคม จุฬาฯ เปิดเผยว่ารายวิชาศึกษาทั่วไป หรือ GenEd มุ่งสร้างโอกาสให้นิสิตได้เรียนวิชาต่างๆ นอกเหนือไปจากศาสตร์ที่เรียนอยู่ในคณะ สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แบ่งกลุ่มวิชาออกเป็น 7 ทักษะ ประกอบด้วย ทักษะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สุขภาพกายและสุขภาพจิต นันทนาการและการท่องเที่ยว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเตรียมพร้อมสู่การทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวัน ความเป็นไทย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;รวมไปถึงกลุ่มวิชาสำหรับศตวรรษที่ 21 และกลุ่มวิชา Next GenEd วิชาศึกษาทั่วไปจึงเป็นสหวิทยาการทั้งรายวิชาและผู้เรียนที่มาจากหลากหลายคณะ ตอบโจทย์ &amp;ldquo;เรียนให้รู้ ดูให้เป็น เน้นการพัฒนา&amp;rdquo; ทำให้นิสิตมีความรู้เท่าทัน เกิดทักษะชีวิต และการเข้าใจโลกในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น CUVIP สำหรับนิสิตจุฬาฯ นิสิตเก่า คณาจารย์และบุคลากรจุฬาฯ ใช้เวลาเรียนเพียง 2-3 ชั่วโมง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแบบฝึกหัดทดสอบและเมื่อเรียนจบจะได้รับใบประกาศนียบัตร ในอนาคตมีโครงการที่จะเปิดให้ผู้ที่สนใจทั่วไปได้เข้าเรียนได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ปาริชาตกล่าวต่อไปว่า ในภาคการศึกษานี้จุฬาฯ ได้เปิดสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปวิชาใหม่จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ชื่อวิชา &amp;ldquo;เสรีภาพในการชุมนุมกับกฎหมาย&amp;rdquo; เพื่อให้ความรู้ในประเด็นที่นิสิตนักศึกษากำลังตื่นตัว นั่นคือความสนใจในมิติของสังคมและการเมือง นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่ละเมิดเสรีภาพของคนอื่น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ผู้เรียนจะเข้าใจในหน้าที่และคุณค่าของเสรีภาพในการชุมนุมในสังคมประชาธิปไตย มาตรฐานสากลในการจัดการชุมนุมในที่สาธารณะ การดูแลฝูงชน ฯลฯ ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มรายวิชานี้ในหลักสูตร CUVIP เพื่อเพิ่มพื้นที่ในเชิงวิชาการให้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั้งในวัยผู้ใหญ่และเด็กได้เรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ดร.พัชร์ นิยมศิลป คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ผู้สอนรายวิชา&amp;ldquo;เสรีภาพในการชุมนุม &amp;nbsp; &amp;nbsp;กับกฎหมาย&amp;rdquo; เปิดเผยว่า วิชานี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณค่าของเสรีภาพในการชุมนุม มาตรฐานสากลในการดูแลการชุมนุมสาธารณะ โครงสร้างกฎหมายการชุมนุมสาธารณะที่ใช้ในประเทศไทย สอดแทรกในเรื่องหลักกฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญที่วางกรอบในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของคนไทย เปรียบเทียบให้เห็นภาพในหลักสากลของการชุมนุมสาธารณะที่ใช้ในประเทศเสรีประชาธิปไตยกับประเทศที่ไม่ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เสรีภาพในการชุมนุมกับกลไกทางการเมือง ซึ่งในระบอบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นผ่านการชุมนุมสาธารณะเป็นกลไกอย่างหนึ่งซึ่งไม่ใช่ความรุนแรงเสมอไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิชานี้ถือเป็นวิชาใหม่ที่จุฬาฯ เปิดสอนเป็นที่แรก มีจุดประสงค์เพื่อให้นิสิตที่จะไปเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคตรู้ถึงกติกาสากล &amp;nbsp;และใช้เสรีภาพได้ตรงกับมาตรฐานสากล วิชานี้ได้รับความสนใจจากนิสิตลงทะเบียนเรียนจนครบจำนวนอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนมาจากหลากหลายคณะทั้งสายสังคมศาสตร์และสายวิทยาศาสตร์ โดยเรียนผ่านระบบออนไลน์ มีการบรรยายและมีตัวอย่างให้นิสิตคิดวิเคราะห์ และอภิปราย นอกจากวิชา &amp;ldquo;เสรีภาพในการชุมนุมกับกฎหมาย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นวิชาศึกษาทั่วไปแล้ว ยังมีวิชา&amp;ldquo;กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นวิชาเรียนของคณะนิติศาสตร์ที่ผมเป็นผู้สอนอีกด้วย&amp;rdquo; อ.ดร.พัชร์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76372</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์, พัชร์ นิยมศิลป, เสรีภาพในการชุมนุมกับกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f5090232e776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลจุฬาฯเผยสภาพคล่องคนไทยช่วงโควิดต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบโรงรับจำนำร้านทองยืมเพื่อนญาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63- ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ดำเนินการศึกษาความคิดเห็นประชาชนในตัวเลือกหรือทางออกของสภาพคล่องทางการเงิน ในช่วงที่สังคมไทยเผชิญสถานการณ์ไม่ปกติ จากกรณีโควิด-19 จำนวน 1,200 ตัวอย่างจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสำรวจเน้นประเด็นการรับรู้ พฤติกรรมการเลือกใช้บริการ ตลอดจนทัศนคติต่อตัวเลือกหรือสภาพคล่องทางการเงิน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจโดยการพัฒนาแบบสอบถามซึ่งอิงหลักคิดทางวิชาการด้านการประชาสัมพันธ์ และเน้นในมิติการวัดการรับรู้ผลการสื่อสารองค์กรและแบรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าห่วงคือ ผลจากการสำรวจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 ต้องพึ่งพาหาสภาพคล่องจากเงินกู้ในระบบ รองลงมาคือ ร้อยละ 21.2 ต้องพึ่งพาหาสภาพคล่องจาก ทั้งเงินกู้ในระบบ และ นอกระบบ ในขณะที่ ร้อยละ 4.1 พึ่งพาเงินกู้นอกระบบอย่างเดียว และร้อยละ 9.2 ระบุอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อให้ระบุแหล่งในการเลือกใช้บริการตัวเลือกหรือทางออกของสภาพคล่องทางการเงิน พบว่าอันดับที่ 1 เลือกใช้บริการโรงรับจำนำอีซี่ มันนี่ ร้อยละ 53.2 อันดับที่ 2 ยืมเพื่อนหรือญาติร้อยละ 46.1&amp;nbsp; อันดับที่ 3 ร้านทอง ร้อยละ 42.9 อันดับที่ 4 บัตรกดเงินสด ร้อยละ 28.4 อันดับที่ 5 โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 24.8 อันดับที่ 6 บัตรเครดิตร้อยละ 22.2 อันดับที่ 7 สินเชื่อธนาคาร ร้อยละ 14.5 อันดับที่ 8 สินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 12.2 อันดับที่ 9 เล่นแชร์ ร้อยละ 9.9 อันดับที่ 10 โรงรับจำนำสยาม ร้อยละ 8.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มที่ระบุว่า ตนยังไม่เคยมีประสบการณ์กับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน มองว่าหากต้องใช้บริการตัวเลือกหรือทางออกหรือสภาพคล่องทางการเงินจะเลือกใช้บริการอันดับแรก คือ อันดับที่ 1 ใช้บริการจากร้านทอง ร้อยละ 15.7 อันดับที่ 2&amp;nbsp; ยืมเพื่อน /ญาติ ร้อยละ 15.3 อันดับที่ 3 โรงรับจำนำ อีซี่มันนี่ ร้อยละ 15.2 อันดับที่ 4 โรงรับจำนำ Cash Express ร้อยละ 10.8 อันดับที่ 5 บัตรกดเงินสด ร้อยละ 10.3 อันดับที่ 6 บัตรเครดิต ร้อยละ 8.5 อันดับที่ 7 โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 5.9 อันดับที่ 8 โรงรับจำนำ สถานธนานุบาล ร้อยละ 4.0&amp;nbsp; อันดับที่ 9 สินเชื่อธนาคาร ร้อยละ 3.6 และอันดับที่ 10 สินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 3.4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่คนไทยจำนวนมากยังพึ่งพิงโรงรับจำนำเป็นหลัก สะท้อนมาในทัศนคติของของผู้บริโภคที่มีต่อโรงรับจำนำหรือทางออกของสภาพคล่องว่า อันดับ&amp;nbsp; 1 ดอกเบี้ยถูกร้อยละ 68.5 อันดับ 2 ได้เงินเร็ว ร้อยละ 60.3 อันดับ 3 ทรัพย์สินไม่หาย ถ่ายของคืนได้ร้อยละ 40.5 อันดับ 4 เหมาะสำหรับต้องการเงินด่วนร้อยละ 38.5 อันดับ 5 ไม่ต้องมีคนค้ำประกันร้อยละ 35.9 อันดับ 6 ขั้นตอนง่ายใช้บัตรประชาชนใบเดียว ได้เงินเร็ว ร้อยละ 32.8 อันดับ 7 ไม่เสียเครดิตถ้าปล่อยของหลุด ร้อยละ 18.5 อันดับที่ 8 สามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆ ได้ ร้อยละ 16 อันดับที่ 9 ระยะเวลาในการฝากนานร้อยละ 15.9 แม้จะยังมีความกังวลอยูบ้างว่า กลัวทรัพย์ถูกเปลี่ยน ร้อยละ 8.8 ที่อยู่ในอันดับที่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจ ยังพบว่า เมื่อพูดถึงโรงรับจำนำแบรนด์ที่นึกถึงเป็นอันดับที่ 1 คือโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ ร้อยละ 49.8 อันดับที่ 2&amp;nbsp; โรงรับจำนำของรัฐ (สถานธนานุเคราะห์) ร้อยละ 22.4 อันดับที่3 คือร้านทองและโรงรับจำนำ Cash Express ร้อยละ 8.2&amp;nbsp; อันดับที่ 4 สถานธนานุบาล ร้อยละ 5.5 อันดับที่ 5 โรงรับจำนำสยามร้อยละ 3.7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้แบรนด์โรงรับจำนำ อันดับที่ 1 ดอกเบี้ยถูก ร้อยละ 63.8 อันดับที่ 2 ราคาเป็นธรรม มีมาตรฐาน ร้อยละ 60.8 อันดับที่ 3 ความน่าเชื่อถือโดยรวม ร้อยละ 41.1 อันดับที่ 4 เชื่อมั่นในการเก็บทรัพย์จำนำของลูกค้าร้อยละ 32.4 อันดับที่ 5 สถานที่สะอาดและทันสมัย ร้อยละ 29.3 อันดับที่ 6 วัน เวลาเปิดทำการสอดคล้องกับลูกค้าร้อยละ 26.9 อันดับที่ 7 มีจำนวนสาขาครอบคลุม ร้อยละ 19.3 อันดับที่ 8 สามารถรับจำนำทรัพย์ได้หลากหลาย ร้อยละ 15.4 อันดับที่ 10 มีทางเลือกในการขยายเวลาในการจำนำ ร้อยละ 13.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ เปิดเผยว่า หากพิจารณาในมิติการสื่อสาร ประเด็นด้านการรับรู้ นับเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อน &amp;ldquo;ภาพจำฝังหัวผู้คน&amp;rdquo; โดยภาพของโรงรับจำนำ ร้านทอง หรือการหยิบยิมจากคนใกล้ชิด มักเป็น &amp;ldquo;ภาพจำ&amp;rdquo; ในคอนเทนต์ที่คนไทยพูดคุยหรือแนะนำกัน ในฐานะ &amp;ldquo;แหล่งพึ่งพิง&amp;rdquo; ยามที่ชีวิตต้องการทางออกแบบด่วนๆ คล่องตัว และเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในยามที่บุคคลเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ ยังมองว่า &amp;ldquo;ภาพจำ&amp;rdquo; ดังกล่าว ยังได้รับ &amp;ldquo;การผลิตซ้ำ&amp;rdquo; จากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อตอกย้ำฐานความเชื่อเกี่ยวกับแหล่งพึ่งพึงของผู้คน และกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่สื่อมวลชนใช้เป็นดัชนีชี้วัดระดับสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญกับความจำเป็นของชีวิตที่ต้องการทางออกแบบง่าย สะดวก และคล่องตัว ผนวกกับ การที่ธุรกิจโรงรับจำนำเอกชน และธุรกิจร้านทองยุคใหม่ได้ทำงานเชิงรุกในด้านการสร้างแบรนด์และการสร้างการรับรู้ (visibility) และการเข้าถึง (accessibility) ให้ผู้คนอย่างโดดเด่น อาทิ การจัดตั้งอยู่ในแหล่งที่เป็นแลนมาร์คของชุมชน การออกแบบหน้าร้านให้ดูโปร่งใส น่ามอง การใช้โทนสีที่โดดเด่นสะดุดตา หรือแม้แต่การตั้งชื่อให้เรียกขานได้ง่ายๆ ดูทันสมัย และตอบโจทย์ที่อยู่ในใจผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69788</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์, ดร.นพดล กรรณิกา, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, สภาพคล่องทางการเงิน, โรงจำนำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5993a1146f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
