<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วงเสวนาชี้พิรุธสัญญา 5 บริษัท ประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ - อีสาน 1.28 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09ก.ค.64- องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) หรือ&amp;nbsp; ACT เปิดเวทีเสวนาออนไลน์ประเด็นร้อน การประมูลรถไฟทางคู่ความโปร่งใสที่ไม่จริงใจ เมื่อช่วงค่ำวันพฤหสบดีที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี ดร.สุเมธ องกิตติคุณ ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ , ดร.ประจักษ์ ทรัพย์มณี ผู้สังเกตการณ์โครงการรถไฟรางคู่ และ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กร์ต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.สุเมธ กล่าวว่า ถ้าดูจากข้อมูลที่เผยแพร่โครงการรถไฟรางคู่สายเหนือ - อีสาน นี้ต้องตอบคำถามสังคมหลายประเด็นทั้งเรื่องการประมูลและรายละเอียดของการประมูล เรื่องไม่โปร่งใสนั้นต้องมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีความไม่โปร่งใส แต่ผลที่ออกมาเป็นอย่างไร น่าจะมีข้อข้องใจที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องออกมาชี้แจงเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบกันคือราคาประมูลที่ต่ำกว่าราคากลางเพียงแค่เล็กน้อยทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นมา หลายคนพูดถึงข้อมูลว่าการแข่งขันด้านราคาการก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความโปร่งใส การแข่งขันด้านราคาเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของการรถไฟในอดีตการประมูลรางคู่สายใต้ มีการแข่งขันที่สูงกว่านี้แล้วราคาที่ได้คือถูกลงพอสมควร แต่พอมาเจอรางคู่สายเหนือกับสายอีสานซึ่งราคาถูกลงเพียงเล็กน้อยหลายคนก็เลยตั้งคำถาม&amp;quot;ผู้อำนวยการวิจัย TDRI กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รศ.ดร.ต่อตระกูล กล่าวว่า กฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนดให้โครงการของรัฐทุกโครงการต้องเปิดเผยข้อมูล ต้องรวมถึงข้อมูลที่ประชาชนต้องการทราบไม่ใช่ข้อมูลที่รัฐอยากให้รู้หรือตอบก็ตอบไม่ตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความสำคัญของการประมูลคือให้ความเป็นธรรม การที่มีสัญญา 5 โครงการและมีบริษัทเข้าประมูล 5 รายพอดี คำตอบคือให้เข้ามาแล้วแต่ไม่มีใครเข้า เขาไม่มายื่นเองจะทำอย่างไร มี 5 งานยื่น 5 รายแล้วไม่มีใครได้ซ้ำ มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้ที่จะชนะ 5 รายไม่เหมือนกัน การประมูลต้องให้มีการแข่งขัน ที่ประเทศไทยไม่ให้ต่างชาติเข้ามาก็เพราะผู้รับเหมาเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นักประมูลชอบมากที่สุดคือการล็อคผู้เข้าแข่งขัน ล็อคกันจนเหลือ 2 รายก็มี สมัยก่อน 2 รายนั้นเป็นญาติพี่น้องกัน ที่อยู่เดียวกันเบอร์โทรศัพท์เดียวกัน แต่ปัจจุบันที่เรียกว่าฮั้วประมูลไม่มีใครเขาทำแล้ว การให้มีคนเข้าแข่งขันเยอะๆเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ในฐานะที่ผมเป็นวิศวกรบริหารโครงการเราก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้เข้ามาเสรีเป็นร้อยๆรายไม่ได้ ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์พอ ถ้าเรายังปล่อยให้มีแค่ 5-6 บริษัท อีกกี่ปีก็ไม่เกิดความเจริญในบริษัทรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย การประมูลที่ไม่ยุติธรรมทำให้คนรุ่นใหม่ ตั้งใจดีมีวิชาความรู้ มีเทคนิค มีสมองไม่ได้เกิด&amp;quot; รศ.ดร.ต่อตระกูล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ดร.ประจักษ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้สังเกตการณ์ต้องตอบว่าโปร่งใสภายใต้กรอบนโยบายที่ทางกระทรวงจัดทำมาให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำ แต่การกำหนดกรอบมีปัญหาทำให้เกิดการตัดไม่ให้มีผู้เข้าร่วมประมูลรายย่อยเข้ามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะผู้สังเกตการณ์ได้แจ้งว่าไม่เห็นพ้องด้วยกับเหตุผลที่ รฟท.เปลี่ยนกติกาการประมูล คือยกเลิกกติกาที่ทางซูเปอร์บอร์ดของการจัดซื้อจัดจ้างทำไว้ตั้งแต่ปี 2560 ว่าให้แยกงานออกเป็นงานย่อยๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กขนาดกลางเข้าร่วมได้ แต่ TORนี้ไปรวบงานโยธา ระบบราง และระบบอาณัติสัญญาณเข้าด้วยกันทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางหรือแม้แต่รายใหญ่ก็เข้าร่วมไม่ได้ต้องเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งก็มีอยู่เพียง 5 รายเท่านั้น ทำให้ประเทศไทยถูกผูกขาดอยู่เพียง 5-6 บริษัทใหญ่ๆเท่านั้นเอง อย่างที่ 2 คือที่กระทรวงกำหนดเลยว่า Thai First เพราะเป็นโครงการที่ใช้เงินกู้ภายในประเทศต้องให้บริษัทไทยเท่านั้นเข้าประมูล เราไม่เห็นด้วย กับการกีดกันบริษัทต่างชาติเข้ามาทำให้ไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยน TOR รวบระบบราง ทำให้มีผู้ประมูลเพียง 5 สัญญา&amp;quot; ดร.ประจักษ์ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดราคากลางส่วนใหญ่ในโครงการรัฐจะสำรวจเส้นทางและโหวตราคาเพิ่มกำหนดงบประมาณให้สูง โดยไม่มีใครไปดูว่าตรงตามสัญญาที่ระบุหรือไม่ เช่น ระบุว่าบริเวณนี้มีสะพานแต่ถ้าไปดู กลับไม่มีแม่น้ำ เมื่อปฏิบัติจริงๆแล้วเงินจะเหลือ โดยหลักก็คือจะต้องคืนรัฐบาล แต่วิธีการคือมีการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้าง เช่น บอกว่าประชาชนร้องขอให้ทำสะพาน ทำถนนลอด บางโครงการใช้เงิน 400 ล้านบาทก็มี แค่ทำแบบมาขออนุมัติจากรถไฟ สามารถก่อสร้างได้เลย ปัญหาคือมันคุ้มค่าหรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.มานะ กล่าวว่า โครงการนี้ดูเหมือนจะโปร่งใสแต่อยู่ภายใต้กรอบของนักการเมือง กรอบกระทรวงคมนาคม แล้วหน่วยงานต้องปฏิบัติ เมื่อการรถไฟทำก็บอกว่าเป็นไปตามกรอบกระทรวง โปร่งใส ถูกต้อง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาโครงการนี้เป็นโครงการที่อื้อฉาวและถูกตั้งคำถามมากที่สุดของการรถไฟ ทำไมสังคมจึงตั้งคำถามมาก กติกาในการประมูล ข้อมูลที่ให้สังคมรับรู้เกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่รัฐบาล &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะทำให้ประเทศไทยปลอดคอร์รัปชัน ทำให้การปลอดคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็น การจัดซื้อจัดจ้าง ให้สิทธิสัมปทาน ต้องใช้ข้อตกลงคุณธรรม เดือนที่แล้วยังเห็นรัฐบาลถอดร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร หลังจากที่ภาคประชาชนชี้ว่าไม่ถูกต้องหลายๆอย่างและขัดต่อการปฏิรูปประเทศที่วางแผนไว้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรรมนูญมาตรา 144 และ 185 นี่เป็นการหยุดการคอร์รัปชันที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นหากยังเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมคลางแคลงใจ คนข้องใจว่ายังไม่เปิดเผย ไม่ทำอะไรตรงไปมา อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่มีการโกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่แค่คนไทยเห็น ต่างชาติก็เห็น ถ้าคอร์รัปชันขนาดใหญ่ เสียงประชาชนทักท้วงกันมากมาย สื่อมวลชนทักท้วง นักวิชาการทักท้วงใครๆก็พูดแล้วยังปล่อยเลยตามเลยให้ออกไปได้ มันจะทำให้ต่างชาติหรือนักลงทุนใหญ่เขาตั้งข้อสงสัยว่ามีประเทศไทยมีมาตรฐานการลงทุนอย่างไร ถ้าเข้ามาจะเชื่อมั่นเรื่องความโปร่งใสตรงไปตรงมาได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ตามมาคือเสียภาพลักษณ์ของประเทศ เมื่อจัดอันดับประเทศที่คอร์รัปชันระดับโลกแล้วอันดับตกก็อย่าไปร้องแรกแหกกระเชอเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐกระทำ เราไม่อยากให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาล เพราะประชาชนคาดหวังตลอดว่ารัฐบาลที่เข้ามาจะปราบปรามคอร์รัปชัน อยากให้รัฐบาลทั้งคณะได้ฟังแล้วใช้อำนาจในการควบคุมทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคม&amp;quot; &amp;nbsp;เลขาธิการองค์กร์ต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ดร.สุเมธ องกิตติกุล, ต่อตระกูล ยมนาค, ประมูลรถไฟทางคู่, องค์กรต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7d398708aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ACT&#039;เตรียมโชว์เครื่องมือ‘จับโกงงบCOVIDด้วย ACT Ai’15ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63-ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;ACT กำหนดให้วันที่ 6 ก.ย.ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน รวมพลังผู้คนจากทุกภาคส่วนในการจับตาปัญหาคอร์รัปชัน โดยจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 &amp;nbsp;สำหรับปีนี้ได้กำหนดจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2563 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;จับโกงโคตรง่ายแค่ปลายนิ้ว - Power of Data&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในวันอังคารที่ 15 ก.ย.2563 &amp;nbsp;เวลา 14.00 -15.30 น. ณ ห้องอีเวนท์ ฮอลล์ &amp;nbsp;ชั้น 3 ทรู ดิจิทัล พาร์ค สุขุมวิท &amp;nbsp; การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการร่วมพลังสู้โกงแบบออนไลน์ที่เข้าร่วมได้จากทุกส่วนของโลก สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการใช้ฐานข้อมูลที่เปิดเผยจากหน่วยงานภาครัฐ เป็นพลังสำคัญในการต่อสู้และป้องกันการทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายมานะกล่าวว่า ภายในงานจะมีการเปิดตัว เครื่องมือ &amp;lsquo;จับโกงงบ COVID ด้วย ACT Ai&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่ช่วยตรวจสอบการใช้งบประมาณตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 กว่า 4 แสนล้าน, การถาม-ตอบหัวข้อ &amp;#39;สืบ-จาก-ข้อมูล&amp;#39; เพจ CSI LA และปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน, วิดีโอสัมภาษณ์หัวข้อ&amp;lsquo;Disrupting Corruption&amp;rsquo; โดย ออเดรย์ ถัง รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวัน, ทอล์กหัวข้อ &amp;#39;Big Data as a Solution&amp;#39; กับ ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ &amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และทอล์กหัวข้อ &amp;#39;Organize Data, Organized Society&amp;#39; โดย คุณธนิสรา เรืองเดช ผู้ร่วมก่อตั้งหลักจาก PunchUp&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงานปีนี้ทางองค์กรฯ จัดในรูปแบบออนไลน์ อีเวนท์ &amp;nbsp;จำกัดผู้เข้าร่วมงาน &amp;nbsp;ให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมร่วมรับชมการถ่ายทอดสดตลอดงานและแสดงพลังสู้โกงผ่านทางเฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77290</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2563, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5dbed4d47ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนผิดต้องลงโทษ!องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯจี้ต้องฟันจนท.รัฐ-เอกชนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสนามมวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63- ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ตั้งคำถามว่าทำไมผู้บริหารสนามมวยและผู้จัดรายการมวย จึงกล้าฝืนมติ ครม. ปล่อยให้มีการจัดชกมวย แล้วใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบจากการกระทำที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์แพร่ระบาด โควิด-19 ปะทุขึ้นจนยากต่อการควบคุมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะหนังสือแจ้งเตือนให้ทราบถึงมติ ครม. ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมืออย่างเคร่งครัด แต่สนามมวยหลายแห่งทั้งของรัฐและเอกชนกลับปล่อยให้จัดชกมวยได้ โดยไม่ปรากฏว่ามีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่จากการกีฬาฯ เข้าห้ามปรามแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเวทีเหล่านั้นกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคครั้งใหญ่ ทำให้มีคนติดเชื้อจำนวนมาก ขณะที่อีกนับพันคนยังใช้ชีวิตและเดินทางไปยังที่ต่างๆ จนสร้างความหวาดกลัวให้คนทั่วประเทศและเป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์โรคระบาดให้รุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ผู้เกี่ยวข้องจะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ..ไม่ใช่แน่ แต่ประมาทนั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การจัดงานเลี้ยง - งานบุญ - งานแต่งของชาวบ้าน การแสดงดนตรีในร้านอาหารต่างจังหวัดล้วนถูกห้ามด้วย มติ ครม. นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เป็นเพราะมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่เป็นเดิมพันหรืออย่างไร นักธุรกิจหมัดมวยกลุ่มนี้และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจึงมองข้ามความถูกต้องทุกอย่างไป เข้าทำนอง &amp;ldquo;คนอื่นห้าม พวกเราได้&amp;rdquo; หรือบางทีอาจเคยชินว่าเรื่องแค่นี้ &amp;ldquo;น่าจะเคลียร์กันได้ ผ่อนปรนกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นี้ต้องมีการสอบสวนเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่เกี่ยวข้องมาลงโทษทั้งวินัยและอาญา ถ้าหากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องมีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. ด้วย ส่วนเอกชนคนบงการก็ต้องหาช่องทางลงโทษตามกฎหมายให้ได้ แต่อย่างน้อยสังคมต้องช่วยกันประณามเป็นเยี่ยงอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เราจะหยุดวิกฤตได้ นอกจากเชื่อฟังคุณหมอที่ออกมากราบขอร้องทุกวันให้เราหยุด ไม่เอาตัวเองและครอบครัวออกไปเสี่ยงนอกบ้าน ยังต้อง &amp;quot;พร้อมใจกันสนับสนุนมาตรการของรัฐอย่างสุดกำลัง&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61000</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนผิดต้องลงโทษ, ดร. มานะ นิมิตรมงคล, สนามมวย, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1bd57761dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯองค์กรต้านโกงชี้ประชาธิปไตยไร้น้ำยาส.ส.ขายตัว ผู้แทนโกง แนะยุบสภาให้ประชาชนเลือกใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol หัวข้อ ประชาธิปไตย ไร้น้ำยา..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยเชื่อว่า เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นความเป็นธรรมจะกลับคืนสู่สังคม เพราะเสรีภาพและความรับผิดชอบจะทำให้การเอารัดเอาเปรียบและคอร์รัปชันลดน้อยลง แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งเปลี่ยนรัฐบาลเปลี่ยนขั้วการเมืองไปบ้างแล้ว กลุ่มผลประโยชน์หน้าเดิมๆ ยังคงประสานมือกับนักการเมืองที่กุมอำนาจรัฐ คอยสร้างโอกาส ฉกฉวย ตักตวงอย่างไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ตามมาคือ การจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลยังแบ่งโควต้าตามเส้นสายที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของพวกตนเป็นหลัก ข่าวนักการเมืองแย่งกันจัดวางคนของตนไปควบคุมหน่วยราชการ &amp;ndash; รัฐวิสาหกิจและกองทุนขนาดใหญ่ของรัฐเกิดขึ้นตลอดเวลา รวมถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในวงราชการที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าคนไทยอยากเห็น ตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งช่วยกันทำให้ธรรมาภิบาลและการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐกลับมาเข้มแข็ง แต่หลายพฤติกรรมยังสะท้อนการเมืองแบบเลือกข้าง เลือกปฏิบัติ เกิดการโต้แย้งและหักล้างทำให้จริงเป็นเท็จ เท็จเป็นจริง ทำให้ประชาชนสับสน ขาดความเชื่อมั่นจนไม่เห็นทางออกของประเทศ เหมือนไก่ในเล้าที่คอยแต่จิกตีกันโดยไม่รู้ตัวว่าจะถูกเอาไปเชือดเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมที่เกินจะรับได้อย่าง ส.ส. ย้ายพรรคแบบมีค่าตัว การหาทุนเข้าพรรคการเมืองที่มีเลศนัย เหตุ &amp;lsquo;โกงเวลา&amp;rsquo; การอภิปราย ความวุ่นวายของกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสภาผู้แทนฯ ฟาร์มไก่ของ ส.ส. บนที่ดิน สปก. ส.ส. โดนหมายจับแต่เข้าไปนั่งโหวตเสียงในสภาได้ แม้แต่เรื่องรุนแรงจนคนตกใจว่าตกต่ำถึงขั้นนี้แล้วจริงหรือ คือการที่ผู้แทนราษฎรหลายรายเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำว่า เพื่อ &amp;ldquo;ผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;rdquo; บรรดาพรรคการเมืองจะไม่แคร์ความรู้สึกของใครและไม่รับผิดชอบอะไรต่อบ้านเมือง เห็นได้จากการยอมให้คนมีประวัติด่างพร้อย ขาดวุฒิภาวะ จริยธรรมบกพร่องมาเป็นรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่รัฐธรรมนูญที่ควรเป็นหัวใจของประชาธิปไตย แต่ในความจริงกลับพบว่า หลายเรื่องที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ไม่บังเกิดผล เพราะถูกเพิกเฉยหรือถูกบิดเบือนผ่านกฎหมายลูกและการตีความของนักการเมืองและข้าราชการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน เช่น ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล การคุ้มครองเสรีภาพประชาชนที่เปิดโปง การตรวจสอบพฤติกรรมคดโกงชาติที่คาราคาซังค้างคาใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อสร้างชาติและเอาชนะปีศาจคอร์รัปชัน จำเป็นที่ประชาชนต้องร่วมกันแสดงพลังกดดันนักการเมืองทั้งที่เป็นเครือข่ายอำนาจเก่าและผู้ที่เพิ่งถูกเลือกเข้าสภาครั้งนี้รวมถึงข้าราชการ ให้เดินหน้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามคอร์รัปชันดังที่กล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณี ส.ส. หากพวกเขาไม่ใส่ใจ ก็สมควรที่จะยุบสภาฯ ให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ เพื่อจะเปิดให้นักการเมืองดีๆ ได้เข้ามาทำหน้าที่เต็มสภาต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อตัวส.ส., ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ประชาธิปไตยไร้น้ำยา, ยุบสภาฯ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab233fb2b1b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้การตรวจสอบ ผลประโยชน์กองทัพ ต้องใช้กติกาเดียวกับหน่วยราชการอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18 ก.พ.63 - ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ผลประโยชน์กองทัพ ต้องใช้กติกาเดียวกับหน่วยราชการอื่น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารให้สัมภาษณ์ เรื่องทหารที่เกษียณราชการแต่ยังอยู่บ้านพักทหารได้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะเคยสร้างคุณประโยชน์ให้กับกองทัพและเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปรกติ &amp;ldquo;ตามที่เคยทำกันมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านเจ้ากรมฯ ไม่ได้อธิบายว่า คนเหล่านั้นขณะรับราชการทหารได้ทำอะไรที่มีค่ามากกว่าตำรวจและข้าราชการอื่นที่รับใช้บ้านเมืองมาตลอดชีวิต หรือต่างจากชาวบ้านที่ทำมาค้าขายสุจริตเสียภาษีถูกต้อง แถมบางคนยังได้รับการยกย่องเป็นพ่อดีเด่น แม่ดีเด่นแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำว่า &amp;ldquo;ตามที่เคยทำกันมา&amp;rdquo; คงแปลว่า ใครๆ ก็ทำอย่างนี้ ทำมานานแล้วและถูกต้องตามกฎระเบียบด้วย ชวนให้สงสัยว่า กติกาแบบนี้เป็นธรรมกับประเทศ เป็นธรรมกับข้าราชการและคนไทยทั้งประเทศอย่างไร หรือเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเอาของหลวงไปเอื้อประโยชน์กันเท่านั้น และวันนี้ยังไม่รู้ว่ามีนายทหารเกษียณจำนวนเท่าไรที่ยังคงพักในค่ายทหารทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลประโยชน์และธุรกิจทหารกำลังถูกเรียกร้องให้แก้ไข และการที่กองทัพจะปฏิรูปตัวเองนั้น &amp;ldquo;เป็นไปได้&amp;rdquo; ถ้าผู้นำจริงใจ เอาจริง แต่การทวงคืนผลประโยชน์ที่คนจำนวนมากเคยได้มานานนั้นเป็นเรื่องยาก อาจเพราะความเกรงใจหรือวัฒนธรรมพวกพ้องและการตอบแทนบุญคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุนี้ข้อเรียกร้องให้กองทัพโปร่งใสมากขึ้น เปิดเผยข้อมูลบุคคลและงบประมาณที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้เต็มที่ จึงเป็นเรื่องถูกต้องและสง่างาม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขน่าจะไปได้ดี ตามที่ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประกาศเดินหน้าทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อศักดิ์ศรีของกองทัพบก แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าจะให้ยั่งยืนเราควรฝากอนาคตไว้กับระบบที่ดี มิใช่ตัวบุคคลที่กำลังจะลงจากตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และไม่มีหลักประกันเลยว่า ผบ.ทบ.คนใหม่จะสานต่อแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางที่ดีควรวางกติกากันใหม่ให้ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกับข้าราชการทั้งประเทศ ทางหนึ่งคือประกาศใช้ &amp;ldquo;กฎหมายว่าด้วยความผิดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและส่วนรวม&amp;rdquo; เพื่อเป็นการบัญญัติข้อห้ามและข้อปฏิบัติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจและประพฤติไปในทางเดียวกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากช่วยคิดด้วยครับว่า หาก &amp;quot;ผู้ใหญ่เป็นที่มาของปัญหาทางจริยธรรม&amp;quot; แล้วทหารชั้นผู้น้อยจะยึดถืออะไรเป็นแบบอย่าง นอกจากหาทางรอดตัวใครตัวมัน อย่างนี้ใครต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมืองครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ปฏิรูปกองทัพ, ผลประโยชน์กองทัพ, เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f1c3a0be89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถานการณ์คอร์รัปชันไทยมีแนวโน้มดีขึ้นเพราะภาคประชาชน-ธุรกิจตื่นตัว แต่โดยรวมยังเป็นปัญหาวิกฤติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.63- ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เผยแพร่บทความเรื่องสถานการณ์คอร์รัปชันไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายละเอียดระบุว่า ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันและกระแสความตื่นตัวของคนไทย ทำให้มั่นใจมากว่า &amp;ldquo;สถานการณ์การต่อต้านคอร์รัปชัน&amp;rdquo; กำลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น คือ โกงยากขึ้น ถูกตรวจจับง่ายขึ้นและถ้าจับได้ก็เอาตัวคนผิดมาลงโทษได้เร็วและมีโทษหนักขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำถามว่า &amp;ldquo;คอร์รัปชันมากขึ้นหรือน้อยลงในปีที่ผ่านมา?&amp;rdquo; เท่าที่รับฟังจากผู้คนหลายวงการทำให้เชื่อว่า การโกงกิน การเรียกรับส่วย &amp;ndash; สินบนในบ้านเราไม่ได้ลดน้อยลงเลย คือไอ้พวกที่โกงมันก็ยังโกงกันอยู่ โกงสารพัดรูปแบบมีทั้งรายเล็กรายใหญ่ ส่วนอะไรมากขึ้นหรือน้อยลงแค่ไหนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครบอกได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะไรทำให้สถานการณ์การ &amp;ldquo;ต่อต้านคอร์รัปชัน&amp;rdquo; มีแนวโน้มดีขึ้น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีมานี้ประเทศไทยมีการประกาศใช้มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมจับต้องได้ มากที่สุดนับแต่มีรัฐธรรมนูญ ปี 2540 เป็นต้นมา ประกอบกับหลายปีมานี้คนไทยตื่นตัว และร่วมลงมือต่อต้านคนโกงจริงจังมากขึ้นจนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่และภาคธุรกิจหลากหลายวงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นประชาชนกล้าที่จะเปิดเผยพฤติกรรมฉ้อฉลที่ตนพบเห็นผ่านโซเชี่ยลมีเดีย จนนำไปสู่การสอบสวนดำเนินคดีจำนวนมาก เช่น คดีโกงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โกงเงินช่วยเหลือคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่การพิจารณาตัดสินคดีในขั้นตอน ป.ป.ช. และ ศาลคอร์รัปชันก็รวดเร็วมากในหลายปีมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการออกกฎหมายใหม่อย่าง พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ ทำให้มีกติกาที่รัดกุมและตรวจสอบง่ายสำหรับทุกหน่วยราชการ การเปิดเว็บไซต์ &amp;ldquo;ภาษีไปไหน&amp;rdquo; ทำให้ผู้สื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณง่ายขึ้น ขณะที่ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ทำให้มีการเรียกรับสินบนลดน้อยลง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบริการประชาชนและคนทำมาค้าขาย พร้อมกันนี้หลายหน่วยราชการได้พัฒนาระบบงานและใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ให้รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้นเช่น กรมศุลกากร กรมขนส่งทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กล่าวมาล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดีและเป็นความหวังในการต่อต้านคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมคอร์รัปชันยังไม่ลดลง..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คอร์รัปชันจะลดลงเมื่อข้าราชการทำตามกติกาและไม่ยอมให้ใครทำผิด ขณะที่ภาคประชาชนต้องสามารถติดตาม ตรวจสอบ แสดงความเห็นได้โดยไม่ต้องกลัวใคร เพราะได้รับการปกป้องตามรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ามีหลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เช่น บ่อยครั้งที่กลไกภาครัฐไม่โปร่งใสตรงไปตรงมา มีการใช้อำนาจและกฎหมายแบบสองมาตรฐาน มีการแทรกแซงการบริหารราชการและองค์กรอิสระแบบทีใครทีมัน การตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระยังไม่ปรากฏ อภิสิทธิ์ชนและพวกพ้องตกเป็นข่าวมัวหมองครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนมีอำนาจชอบพูดคำว่าโปร่งใส แต่ไม่ชอบเปิดเผยข้อมูล อ้างแต่ว่าเป็นเรื่องความลับของทางราชการหรือสิทธิส่วนบุคคล แม้แต่เอกชนที่มาประมูลงานหรือขอสัมปทานยังไปช่วยปกปิดให้เขาโดยอ้างว่าเป็นความลับทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีนโยบายมีมาตรการ แต่กลไกรัฐไม่เดิน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำไม่รู้ไม่ชี้หรือเฉไฉไป คนมีอำนาจสั่งการก็ไม่กำกับดูแลให้งานเดิน เมื่อไม่มีการปฏิบัติจริงจังก็ไม่มีอะไรสกัดกันคนโกงหรือทำให้ลดลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้คะแนนอันดับคอร์รัปชันโลก (CPI) ของไทยไม่กระเตื้องขึ้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างแรก เรื่องการป้องกันคอร์รัปชันในหน่วยราชการ ตามมติ ครม. เมื่อ 27 มีนาคม 2561 ที่หัวหน้าหน่วยงานต้องรับผิดด้วยหากเกิดคอร์รัปชันในหน่วยงานของตน ดังนั้นเขาต้องหาทางป้องกันให้รัดกุม และเมื่อมีคนทำผิดหรือถูกร้องเรียนก็ต้องเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผ่านมาเกือบสองปียังไม่เห็นมีใครทำอะไรทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับคนตำแหน่งใหญ่โตหรือคนตำแหน่งเล็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่สอง การปฏิรูปการให้บริการประชาชนตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ประกาศตั้งแต่ต้นปี 2558 จากนั้น กพร. ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมหลายประการที่ทันสมัย เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและคนทำมาค้าขายอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผ่านมาสี่ปี การปฏิบัติในหน่วยงานต่างๆ ยังมีน้อยมาก โดยยกข้ออ้างและข้อขัดแย้งของกฎหมายสารพัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่สาม รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของทางราชการให้มากที่สุดเพื่อความโปร่งใส แต่ผู้มีอำนาจและหน่วยงานของรัฐจำนวนมากกลับทำให้ผิดเพี้ยน คือเปิดเผยน้อยลงหรือมีข้อจำกัดมากขึ้น เช่นกรณีของ ป.ป.ช. สตง. และ กกต. ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจตนาหรือขาดความเข้าใจกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะชนะคอร์รัปชัน ต้องร่วมมือกัน..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คอร์รัปชันไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้นเพราะความตื่นตัวของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงการที่เรามีมาตรการดีๆ ออกมาหลายอย่าง แต่โดยรวมแล้วคอร์รัปชันยังเป็นปัญหาวิกฤติ ดังนั้นทุกอย่างจะให้ดีขึ้นได้จริงในอนาคตต้องอาศัยความตั้งใจและเร่งลงมือทำร่วมกันให้มากกว่านี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55222</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ดัชนีคอร์รัปชั่นไทย, สถานการณ์คอร์รัปชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27df46acae8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯองค์กรต้านโกงตั้งคำถามจะเกิดอะไรกับประเทศไทยหลังกลุ่มซีพี ได้สิทธิ์ประมูลอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ม.ค.63- ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อะไรจะเกิดหลังจากนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเกิดอะไรกับประเทศไทยภายหลังกลุ่มบริษัท ซีพี กลายเป็นเอกชนรายแรกที่สามารถยื่นเอกสารการประมูลได้แม้จะเลยเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งๆ ที่ธรรมเนียมปฏิบัติของราชการนั้นยึดถือมาตลอดว่า กำหนดเวลาเป็นเรื่องของความยุติธรรมที่ชัดเจน ใครมายื่นทันก็มีสิทธิ์ ไม่ทันก็หมดสิทธิ์ คือชัดเจนว่าเป็นขาวหรือดำ โดยไม่ต้องมาเถียงกันว่าที่มาสายเป็นเพราะรถติด ไปผิดที่ หรือมีเอกสารเยอะ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงทำให้ผมเกรงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จากนี้ไปการมายื่นประมูลเลยกำหนด (ซึ่งแปลว่าคนอื่นเขายื่นกันหมดแล้ว) อาจเป็นเรื่อง สีขาว สีเทาหรือสีดำก็ได้ เพราะคนที่ทำผิดกติกาย่อมสามารถอ้างแนวคำตัดสินจากคดีนี้ ไปร้องต่อศาลปกครอง หรือเอาที่ง่ายกว่านั้นคือ ขอให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างฯ ของโครงการนั้นๆ &amp;ldquo;ใช้ดุลยพินิจ&amp;rdquo; เองเลยว่า พฤติกรรมแบบใดที่ตนทำไปหรือเอกสารใดที่ตนยังไม่ได้ยื่น แต่ให้ถือว่ายอมรับได้หรือให้รับไว้เป็นส่วนหนึ่งของการประมูล เหตุนี้ย่อมทำให้หน่วยงานของรัฐเสียหายจากการหยุดชะงักล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ข้าราชการจะมีอำนาจในการ &amp;ldquo;ใช้ดุลพินิจโดยไร้กรอบกติกาที่ชัดเจน&amp;rdquo; ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดการเลือกปฏิบัติและคอร์รัปชันได้ เพราะหลักเกณฑ์หรือแนวทางในเรื่องแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลยในกฎหมาย ข้อกำหนดหรือระเบียบใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจโดยไร้กรอบกติกาเช่นนี้ ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ที่ต้องการให้ใช้กติกาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ มีการแข่งอย่างเท่าเทียม เปิดเผย และโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผลของการมีอำนาจใช้ดุลยพินิจแบบนี้
ข้าราชการที่ดีและตั้งใจให้งานสำเร็จ จะเป็นทุกข์เพราะเสี่ยงติดคุก หากถูกร้องเรียนจากผู้เสียประโยชน์และถูกตรวจสอบจากต้นสังกัด หรือ ป.ป.ช. และ สตง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าราชการที่ฉ้อฉลและพ่อค้าผู้มีอิทธิพล เส้นสาย จะชอบใจเพราะเปิดช่องให้ช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันได้ โดยเฉพาะเมื่อแอบล่วงรู้ข้อมูลของผู้ยื่นประมูลคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาดูกันว่าหลังจากนี้ หน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างกรมบัญชีกลางและ สคร. จะทำให้ถูกต้องและชัดเจนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ผมอยากรู้มากกว่าคือ ทำไม? ประธานตุลาการศาลปกครองสูงสุดจึงไม่สั่งการให้นำคดีอู่ตะเภานี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ทั้งๆ ที่กองทัพเรือได้ร้องขอแล้ว[1] เพราะเล็งเห็นว่า อาจจะเกิดความเสียหายต่อรัฐได้ ขณะที่ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดฯ ก็เปิดช่องให้ทำได้[2] และเคยทำมามากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง:
1 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/854134
2 https://www.isranews.org/isranews/84415-openn-84415.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี., ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ผอ.องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น, ศาลปกครองสูงสุด, อู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1bd57761dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
