<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจผืนป่าห้วยขาแข้งที่งานออกแบบกรุงเทพฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชวนชมสำรวจนิทรรศการ&amp;ldquo;Tiger City&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน&amp;ldquo;เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ2563 (Bangkok Design Week 2020)&amp;rdquo; จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน) หรือ(CEA) ที่ยกทัพดีไซน์เนอร์กว่า 1,000 รายมาเนรมิตกรุงเทพฯให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์และนำแนวทางการออกแบบมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาจากเมืองไปถึงผืนป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนิทรรศการ&amp;rdquo; Tiger City: A Story from Huai Kha Khaeng &amp;ldquo; โดยการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย(UNDP Thailand) นำเสนอเรื่องราวของการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและการอาศัยอยู่ร่วมกันของคนและสัตว์ป่าในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งผ่านการออกแบบข้อมูล(Information Design) และวิธีการเชิงVisualisation รวมถึงสารคดีสั้น&amp;ldquo;Tiger Eyes&amp;rdquo; จากมุมมองและประสบการณ์ของสตูดิโอออกแบบกราฟิกStudio 150 และcollaborators ที่ได้สัมผัสกับแนวคิดวิถีชีวิตและกระบวนการทำงานของผู้คนในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยเฉพาะผลงานบุกเบิกของสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นิทรรศการเปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ถึง9 ก.พ. เวลา11.00 - 19.00 น. ณ O.P. Place ห้อง2ND-33 ซอยเจริญกรุง36&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากโชว์ข้อมูลป่ามรดกโลกด้วยงานดีไซน์ ยังมีกิจกรรมเสวนาบอกเล่าเรื่องราวของผืนป่ามรดกโลก&amp;ldquo;ห้วยขาแข้ง&amp;rdquo; ถกประเด็น&amp;ldquo;เสือโคร่งสายพันธุ์อินโดจีน&amp;rdquo; ดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่าและแรงบันดาลใจในการนำผืนป่าห้วยขาแข้งเข้ามาสู่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกผืนป่าห้วยขาแข้งเข้ามาสู่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ ผู้เปิดโลกงานวิจัยเสือโคร่งที่ได้รับการยอมรับระดับสากลมากว่า 25 ปี ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเสือๆรอบด้าน กล่าวว่า ผืนป่าห้วยขาแข้งมีพื้นที่ 2,700 กว่าตารางกิโลเมตร ป่าแห่งนี้มีระบบนิเวศที่หลากหลาย เสือโคร่งเป็นสมาชิกป่าห้วยขาแข้ง &amp;nbsp;เป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนห่วงโซ่อาหาร การศึกษาวิจัยจะศึกษานิเวศเชิงลึก เรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว การกินอาหาร เราทำความเข้าใจเสือโคร่งเพื่อวางแผนดูแลคุ้มครอง อีกงานวิจัยเป็นการติดตามประชากร เสือโคร่งเป็นสัตว์อ่อนไหวง่าย การเพิ่มประชากรไม่ง่าย เสือที่เกิดและเติบโตระดับ 1-2 ปี ต้องออกจากบ้านแม่ เพื่อหาบ้านของตัวเอง เป็นช่วงวิกฤตสุด ต้องเป็นพื้นที่ว่าง มีเหยื่อ จากการวิจัย มีข้อมูลเสือห้วยขาแข้งเดินทางไปถึงรัฐฉาน พม่า หรือลำปาง บางตัวไปอยู่ป่าแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ บางตัวไปอยู่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี หากมีพื้นที่ป่ารองรับก็สามารถสืบพันธ์ุ เพิ่มประชากรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ ผู้เปิดโลกงานวิจัยเสือโคร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; อดีตไทยไม่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยี &amp;nbsp;เราเริ่มจากรอยตีน แต่ยังไม่สามารถแยกเสือโคร่งกับเสือดาวได้ เพราะรอยตีนเหมือนกัน นำมาสู่การตั้งกล้องดักถ่ายภาพ ทำให้ทั้งจำนวนประชากรและรู้ว่าลวดลายบนตัวเสือแต่ละตัว ไม่ซ้ำกัน รวมถึงเสือโคร่งจะมีรอยตีนใหญ่กว่า แล้วไปเชื่อมโยงกับอาหารจาก กองมูลเสือจะล้างให้เหลือเฉพาะขนนำมาจำแนกเหยื่อ ที่กิน พบว่า เสือโคร่งกินสัตว์ใหญ่ วัวแดง เก้ง กวาง พื้นที่อนุรักษ์ไทยมีสัตว์ใหญ่น้อยมาก เหลือพื้นที่ป่าใหญ่ที่สุดเป็นผืนป่าตะวันตก ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ส่วนภาคใต้ ป่าฮาราบาลาไม่มีเลย โอกาสที่เราจะรักษาเสือโคร่งไม่ง่าย ตน รวมถึงเจ้าหน้าที่และทีมงานต้องทำงานเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp; เพราะแหล่งที่อยู่อาศัยถูกคุกคามตลอดเวลา ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยอนุรักษ์เสือ &amp;ldquo; ดร.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การอยู่รอดของเสือโคร่งเป็นความท้าทาย การรักษาเสือ คือ การรักษาทรัพยากรผืนป่าขนาดใหญ่ ถือเป็นธนาคารพันธุกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถนำมาใช้ได้ในอนาคต หากทำลายไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ อยากพูดถึงผูกพันกับเสือโคร่งชื่อ&amp;rdquo;บุปผา&amp;rdquo; เสือตัวแรกที่รู้จักมีลูกชื่อ&amp;rdquo;เอื้อง&amp;rdquo;เป็นรุ่นที่4 อีกตัวเสือโคร่งชื่อ&amp;ldquo;พิไล&amp;rdquo; ตั้งชื่อเป็นเกียรติประวัติให้ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ ซึ่งมาตั้งแคมป์ศึกษาวิจัยนกเงือกที่ห้วยขาแข้ง อีกตัว&amp;rdquo;รตยา&amp;rdquo;มาจากรตยา จันทรเทียร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร &amp;nbsp;เป็นบุคคลที่เรารักเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สนใจมาสำรวจโมเดลการอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแวะมาชมนิทรรศการ&amp;ldquo;Tiger City&amp;rdquo; ได้งานนี้ชวนร่วมแสดงการสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และทีมงานที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ห้วยขาแข้งโดยเขียนข้อความในไปรษณียบัตรของทางการนิทรรศการเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดแสดงจะรวบรวมไปรษณียบัตรทั้งหมดจากคนเมืองส่งไปยังห้วยขาแข้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56560</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เสืิอโคร่ง, Tiger City: A Story from Huai Kha Khaeng, ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ, เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ2563 (Bangkok Design Week 2020)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d338da773b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
