<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ ตั้ง 20 ศาสตราจารย์ใหม่จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ต.ค.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว. ) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ศาสตราจารย์ (ศ.) จำนวน 20 ราย โดยผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ดังต่อไปนี้ 1.รศ.ศาสตรา วงศ์ธนวสุ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 2.รศ.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล สาขาสาธารณสุขศาสตร์ 3.รศ.ชุติมา คูหากาญจน์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล สาขาเคมีอินทรีย์ 4.รศ.ศุภโชค มั่งมูล คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สาขาเภสัชวิทยา 5.รศ.ชลทิพย์ วิรัตกพันธ์ คณะแพทยศาสตร์​โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขารังสีวินิจฉัย 6.รศ.เกวลิน เลขานนท์ คณะแพทยศาสตร์​โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาจักษุวิทยา 7.รศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาทัศนศิลป์ 8.รศ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขากุมารเวชศาสตร์ 9.รศ.สมจิตร์ เอี่ยมอ่อง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สาขาสรีรวิทยา 10.รศ.สมหญิง ธัมวาสร คณะแพทยศาสตร์​ จุฬาฯ สาขาจุลชีววิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า 11.รศ.สุริยะ สะวานนท์ คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ สาขาสัตวบาล 12.รศ.สุภาวดี พุ่มพวง คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 13.รศ.สุนิตย์ สุขสำราญ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ สาขาเคมีอินทรีย์ 14.รศ.ระเบียน วังคีรี คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร สาขาคณิตศาสตร์ 15.รศ.อภิชาติ วรรณวิจิตร คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ สาขาการปรับปรุงพันธ์ุพืช 16.รศ.สาโรจน์ ศิริศันสนียกุล คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ 17.รศ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ สาขากุมารเวชศาสตร์ 18.รศ.สุภมัย สุนทรพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ สาขาอายุรศาสตร์ 19.รศ.สงวนศักดิ์ ฤกษ์ศุภผล คณะแพทยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ สาขากุมารเวชศาสตร์ 20.รศ.เสมอ ถาน้อย คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร สาขากายวิภาคศาสตร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ตำแหน่งศาสตราจารย์, โปรดเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61441be4493b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.อว.&#039;ระบุกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎเป็น&#039;มหา&#039;ลัย ในกำกับ&#039;ได้ แต่ต้องใช้คำหน้า&#039;มรภ.&#039;เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ก.ย.64-มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.)ในฐานะเจ้าภาพ นำโดย รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มาอธิการบดี มบส. ร่วมกับ มูลนิธิมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งจัดงาน &amp;ldquo;ครบรอบ 129 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมการฝึกหัดครูและการสถาปนาการฝึกหัดครูไทย&amp;rdquo; เมื่อวันที่ &amp;nbsp;29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยซึ่งได้รับเกียรติจาก ศ. พิเศษดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว) เป็นประธานในพิธี พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อพลังครูไทยในยุค New Normal &amp;nbsp;ผ่านทางแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp;ZOOM โดยมีผู้ร่วมประชุมทางออนไลน์ครั้งนี้ ประมาณ 2,000 คนประกอบด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษาและศิษย์เก่า มบส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่าขอชื่นชมชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯผ่านการจัดการมายาวนานถึงร้อยกว่าปี และแม้ว่าสถานการณ์ โรคระบาดโควิด 19 จะทำการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในแบบ New Normalที่มักใช้เทคโนโลยีมาเป็น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก แต่ตนคิดว่าเทคโนโลยีไม่สามารถมาทดแทนครูได้ ดังที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ว่า &amp;ldquo;...สมัยนี้มีเทคโนโลยีสูง ทำให้สามารถที่จะทำกิจการโรงเรียนกิจการสั่งสอน แพร่ออกไปได้มากกว่าแต่ไม่มีอะไรแทนการอบรมไม่มีผู้ที่บ่มนิสัย...แม้จะมีเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ว่าที่จะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้า ที่มีเทคโนโลยีสูงนี่ยากที่สุดที่จะอบรมบ่มนิสัยด้วยเครื่องเหล่านี้ฉะนั้นไม่มีอะไรแทนคนสอนคน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.อว.กล่าวต่ออีกว่า ความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฎต่อระบบการศึกษาของไทยด้วยจุดแข็งด้านการสอน การศึกษา และมีความใกล้ชิดกับท้องถิ่นและชุมชนมหาวิทยาลัยราชภัฎจึงเหมาะสำหรับอยู่ในกลุ่ม การพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเป็น1 ใน 6 กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ที่ อว.ได้แบ่งประเภทไว้ และได้มอบนโยบายให้นำจุดแข็งดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคม ซึ่งแม้ว่าประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคมบางอย่างนั้น ไม่เหมาะในการนำมาเขียนเป็นตำราหรือทำเป็นงานวิจัยแต่ผลงานที่เป็นรูปธรรมในชุมชนพื้นที่อาจจะ มีประโยชน์มากกว่างานที่เป็นตำราหรือเป็นงานวิจัยเสียอีก
นอกจากนี้ในส่วนของนโยบายที่ให้อาจารย์วิทยาลัยราชภัฎใช้ผลงานที่ทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนหรือพื้นที่ ผลงานด้าน ศาสนาและปรัชญา ผลงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ นวัตกรรมและการสอน มาขอตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์แทนการใช้ตำราหรืองานวิจัยในรูปแบบเดิมขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางอว.จะจัดทำเกณฑ์และคู่มือในรายละเอียดเพื่อประกาศใช้ เห็นได้ว่าทั้งการแบ่งประเภทของมหาวิทยาลัย และการขอตำแหน่งทางวิชาการรูปแบบใหม่ล้วนเอื้อต่อความเจริญก้าวหน้าของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมให้นโยบายว่าให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับได้ แต่ต้องใช้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฎต่อไป ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็รับทราบและเห็นด้วยอย่างยิ่ง&amp;rdquo; รมว.อว. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มบส.ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานในปีนี้ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ผู้ทรงสถาปนาโรงเรียนการฝึกหัด อาจารย์ ในปี พ.ศ. 2435และพระมหากรุณาธิคุณแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานนาม &amp;quot;ราชภัฏ&amp;quot; ในปีพ.ศ. 2535 และตราพระราชลัญจรซึ่งเป็นตราประจำ พระองค์ให้ป็นสัญลักษณ์ของสถาบันราชภัฏในปี พ.ศ. 2538และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏในปีพ.ศ. 2547 และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมของการฝึกหัดครู รวมถึงรับฟังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับ แนวคิดและสาระสำคัญในบทบาทหน้าที่ของครูในสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ที่จะนำมาพัฒนาคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของ มบส.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่สำคัญ คือพิธีสงฆ์พิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีเปิดงาน และกิจกรรมเชิงวิชาการ โดยศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส วรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตสาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และ รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ เจ้าพระยาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118359</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., กลุ่มมรภ., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155912f10562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดก.พ.อ. สั่งทบทวนตำแหน่ง รศ.-ผศ. มรภ.มหาสารคาม 43 ราย ม.พิษณุโลก 51 ราย  มีการทุจริตทางวิชาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
30ก.ย.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ได้มีการพิจารณาผลการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (รศ.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) ของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) มหาสารคาม และมีมติตามมาตรา 14 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมขอให้ สภามรภ.มหาสารคาม ทบทวนการแต่งตั้งบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จำนวน 43 ราย แบ่งเป็นตำแหน่งและรองศาสตราจารย์ (รศ.) จำนวน 14 รายและผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) จำนวน 29 ราย โดย ก.พ.อ.มีความเห็น ว่า เรื่องดังกล่าวมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบการได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าว และพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการปลอมแปลงลายเซ็นต์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้สภา มรภ.มหาสารคามเร่งพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และรายงานผลให้ ก.พ.อ. ทราบภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามทราบเหตุดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากสภาฯ มิได้ดำเนินการหรือดำเนินการล่าช้าหรือไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ก.พ.อ.จะขอให้สำนักงานปลัด อว.เสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ เพื่อ รมว.อว.จะได้ใช้อำนาจตามมาตรา 51 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ต่อไปและที่สำคัญ ก.พ.อ. ขอให้สภา มรภ.มหาสารคาม พิจารณาด้วยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้บริหารหรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยกระทำความผิดทางวินัยด้วยหรือไม่ ถ้าพบว่ามีให้ดำเนินการทางวินัย และแจ้งผลการพิจารณาในส่วนนี้ให้ ก.พ.อ. ทราบภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมตินี้ด้วยเช่นกัน ก.พ.อ.ขอให้สำนักงานปลัด อว. พิจารณาร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีที่มีการปลอมแปลงเอกสารในการดำเนินการขอตำแหน่งทางวิชาการของ มรภ.มหาสารคาม ตามพยานหลักฐานที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ รวบรวมได้ เพื่อให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการต่อไป&amp;quot;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ก.พ.อ. ขอให้สภา มรภ.มหาสารคาม ปรับปรุงระบบการดำเนินการขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนรวมถึงการขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยเคร่งครัดตามความมาตรา 14 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต และการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลัเกิดขึ้นที่คล้ายคลึงกับ มรภ.มหาสารคาม คือ การทุจริตการขอตำแหน่งวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยให้สภามหาวิทยาลัย ถอดถอนตำแหน่ง 50 ราย เป็น ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และ สป.อว. จะไม่นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ศ. 1 ราย โดยให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกไปตรวจสอบและทบทวนใหม่ ซึ่งตนจะให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ มรภ. มหาสารคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งการให้ อว. ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงทุกสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้ระวังและป้องกันการเกิดทุจริตการขอตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบการศึกษาและธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยกธรรมาภิบาลให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งมตินี้ และรายงานให้ ก.พ.อ. ทราบ อีกทั้งในการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ครั้งที่ 9/2564 มีมติในกรณีเกิดขึ้นที่คล้ายคลึงกับ มรภ.มหาสารคาม คือ การทุจริตการขอตำแหน่งวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยให้สภามหาวิทยาลัย ถอดถอนตำแหน่ง 50 ราย เป็น ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และ สป.อว. จะไม่นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ศ. 1 ราย โดยให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกไปตรวจสอบและทบทวนใหม่ ซึ่งตนจะให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ มรภ. มหาสารคาม พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งการให้ อว. ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงทุกสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้ระวังและป้องกันการเกิดทุจริตการขอตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบการศึกษาและธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			&amp;nbsp;
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ก.พ.อ., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ทุจริตทางวิชาการ, มรภ.มหาสารคาม, มหาวิทยาลัยพิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615542e4a55c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดี 11 แห่ง &#039;เอนก&#039;เผย 5 อธิการบดีที่ถูกร้องเรียน ไร้ปัญหาสอบสวนเสร็จสิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา 11 แห่ง ดังนี้ 1.นายอนันต์ ทองระอา ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 2.นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง 3.นายจิระพันธ์ ห้วยแสน ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 4.นายศรชัย มุ่งไธสง ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย 5.น.ส.มาลิณี จุโฑปะมา ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ 6.นายชัยฤทธิ์ ศิลาเดช ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง 7.นางสุภาวิณี สัตยาภรณ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ 8.นายเสนาะ กลิ่นงาม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี 9.นายสมเจตน์ ดวงพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย 10.นายโฆษิต ศรีภูธร ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ 11.นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้ก่อนหน้านี้ได้มีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิการบดีในจำนวนนี้ 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ และมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง แต่ อว. ได้ทำการสอบสวนและตรวจสอบจนเป็นที่แน่ใจแล้ว จึงได้นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี&amp;quot;รมว.อว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117009</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สรรหาอธิการบดี, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61441be4493b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.เดินหน้าลดค่าเทอม  เบิกจ่ายเงินส่งให้มหา&#039;ลัยแล้ว  2,250 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ อว. ดำเนินโครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ขณะนี้ อว. ได้เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการอว.ลดค่าเทอมแล้วตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2564 สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง เสนอมายัง อว. ครบถ้วนแล้ว จำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาจะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้แจ้งไปแล้ว โดยได้เน้นย้ำให้กระบวนการอนุมัติงบประมาณมีความรวดเร็ว รอบคอบ รัดกุม ขั้นตอนจ่ายเงินขอให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส สามารถติดตามตรวจสอบการจ่ายเงินทุกขั้นตอน ไม่ให้เกิดการทุจริตอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทั้งนี้เราได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด โดยเงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา โดยมหาวิทยาลัยจะจ่ายเงินคืนกับนิสิตนักศึกษาที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้วหรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด&amp;quot;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานปลัด อว. ได้ตั้งศูนย์ประสานงานเรื่องดังกล่าวและทำงานร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.), ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล( ทปอ.มทร.), สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษานอก อว. กันอย่างใกล้ชิด ใช้ระบบฐานข้อมูลการอุดมศึกษากลางของประเทศ ซึ่งดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเมื่อสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบโครงการแล้ว ส่งต่อให้กรมบัญชีกลางเพื่อโอนเงินโครงการนี้มาให้ อว. ซึ่ง อว. ได้สั่งการเบิกจ่ายไปยังมหาวิทยาลัยที่ได้จัดส่งและยืนยันข้อมูลเข้ามาครบถ้วนแล้วในสัปดาห์เดียวกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินงานต่างๆ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม อว. ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง ให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป&amp;rdquo; ปลัด อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115027</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ลดค่าเทอม, ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c7212e17db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก&#039; ชูประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เรียนรู้อดีตสู่การพัฒนา มองภาพอนาคตตอบโจทย์ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;เอนก&amp;#39; ชูประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เรียนรู้อดีตสู่การพัฒนา มองภาพอนาคตตอบโจทย์ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ส.ค.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวในงานเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;ศึกษาอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน สู่อนาคตกับวิทยาศาสตร์ไทยสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตอนหนึ่งว่า อว. มีหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น 3 หน่วยงาน ได้แก่ วศ. วว. และ สวทช. ที่มีทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต อดีตเป็นรากฐานของปัจจุบัน ส่วนปัจจุบันจะกลายเป็นอดีตอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้จากอดีต เพื่อทำปัจจุบันให้ดี ปูทางไปสู่อนาคตที่ดี ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของตนที่มุ่งประสานศาสตร์ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือประวัติศาสตรที่เชื่อมโยงเข้ากับวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า อว. จะเป็นกระทรวงแห่งการพัฒนาศิลปะวิทยาการทั้งปวง และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การได้รับความรู้ ความเข้าใจ ด้านประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงเข้ากับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน จะสามารถมองภาพอนาคตประเทศไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของ อว. ในฐานะเป็นกระทรวงแห่งความรู้ ศิลปะวิทยาการ ผสมผสานทั้งสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114640</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิชาประวัติศาสตร์, #วิชาวิทยาศาสตร์, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61275ff3b989c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอนก&#039; สั่งตั้ง &#039;ภาคีแพทย์แผนไทย-แพทย์แผนจีน  -อว&#039; ผนึกสู้โควิด ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือกลุ่มแพทย์แผนไทย-จีน จาก ม.แม่ฟ้าหลวง ม.ธรรมศาสตร์ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มรภ.สวนสุนันทา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ว่า ในการแพร่บาดของโควิด-19 ที่ยังหนักหน่วง จำเป็นที่จะต้องระดมการแพทย์ทุกศาสตร์เข้ามาช่วยทั้งการป้องกันและรักษา จึงได้สั่งการให้มีการจัดตั้ง &amp;ldquo;ภาคีความร่วมมือด้านการแพทย์แผนไทย-จีน อว.&amp;rdquo; ซึ่งจะมีคณะแพทย์แผนไทย-จีนในสถาบันอุดมศึกษา อว. รวมถึง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของกระทรวงสาธารณสุขมาเข้าร่วมกัน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนคาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งได้ภายใน 10 วัน โดยเรื่องแรกที่ภาคีชุดนี้จะเร่งดำเนินการคือการวางแผนผลิตยาสมุนไพรไทย-จีน ที่มีทั้งประเภทป้องกัน รักษา และฟื้นฟู เพื่อบรรจุลงในกล่อง อว.พารอด ซึ่งจะส่งไปถึงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวหรือผู้ป่วยที่กักตัวอยู่ที่บ้านหรือในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า การแพทย์แผนจีนได้บันทึกไว้ว่าในประวัติศาสตร์อันยาวนานจีนเคยเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่มาแล้ว 345 ครั้ง การระบาดที่อู่ฮั่นก็ได้ใช้การแพทย์แผนจีนมาร่วมรักษาด้วย ส่วนของไทยขณะนี้มีสมุนไพรหลายชนิดที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยรักษาได้ เช่น ฟ้าทะลายโจร ที่ล่าสุดถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรแล้ว ทั้งนี้ การจัดตั้ง &amp;ldquo;ภาคีความร่วมมือด้านการแพทย์แผนไทย-จีน อว.&amp;rdquo; ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมสู้สงครามโควิดแล้ว ยังเป็นการพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับการแพทย์แผนไทย-จีน กล่อง อว.พารอดเป็นกล่องที่จะนำยาสมุนไพรเหล่านี้ไปส่งถึงมือผู้ป่วย จะทำให้คนไทยได้พิสูจน์ทราบถึงประสิทธิภาพในการรักษาของแพทย์ตะวันออกที่ไม้แพ้แพทย์ตะวันตก ตนขอให้สัญญาว่าจะสนับสนุนในทุกๆ ด้านเพื่อยกระดับแพทย์แผนไทย-จีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฤทธิชัย พิมปา อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า แนวทางการใช้สมุนไพรและตำรับยาในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูร่างกายในช่วงโควิด การป้องกันโรคโควิด -19 ควรปรับสมดุลธาตุไฟให้บริบูรณ์ โดยการเลือกรับประทานพืชผักสมุนไพร หรือยาสมุนไพร ที่มีรสร้อน รสเปรี้ยว เช่น กระเทียม กระชาย พริกไทย โหระพา เป็นต้น ส่วนยาตำรับ ที่สามารถปรับสมดุลธาตุ เช่น ยาตรีผลา ยาตรีพิกัด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการรักษาโรค เมื่อมีไวรัสหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย นอกจากรับการรักษาที่ถูกต้องตามคำแนะนำของทรวงสาธารณสุขแล้ว ให้เลือกรับประทานพืชผักสมุนไพรที่มีรส ขม เย็น จืด เพื่อปรับอิทธิพลของธาตุไฟ เช่น มะระ มะระขี้นก ตำลึง ใบบัวบก เป็นต้น ส่วนตำรับยา ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร ยาเบญจโลกวิเชียร (ยาห้าราก) ยาจันทน์ลีลา ยาประสะจันทน์แดง เป็นต้น ขณะที่การฟื้นฟูสุขภาพให้เลือกรับประทานพืชผักสมุนไพรที่ปรับธาตุลมได้ เช่น ขิง ข่า เกสรดอกไม้ เป็นต้น ส่วนตำรับยาที่สามารถใช้ได้ในระยะนี้ได้แก่ ยาหอมนวโกฐ ยาหอมเทพจิตร ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ยาขิง ตรีเกสรมาศ ยามันทธาตุ และยาธาตุบรรจบ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112980</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด19, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ภาคีแพทย์แผนไทย-แพทย์แผนจีน  -อว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607042a2971e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
