<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;เตือนสติม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียสละชาติไม่มีสีไม่มีฝ่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียสละชีวิตจากกรณีการสู้รบกับฝรั่งเศสในช่วงสงครามอินโดจีน ผู้วายชนม์นั้นไม่มีสีไม่มีฝ่าย ล้วนแต่ทำเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นการประท้วงอะไร ก็ควรให้ความเคารพต่อบุคคลเหล่านี้ด้วยเช่นกันนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ม็อบ, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fb86a27dc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ชี้เจ็บแต่จบไม่มีแล้วทางรอดต้องภูมิคุ้มกันหมู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า ผมอยากบอกหลายท่านที่ยังติดคำว่า &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot; อยู่นะครับ มาตรการที่ว่านั้น มันใช้ได้ตอนการระบาดรอบแรกในจีน ซึ่งหลังปิดเมือง พัฒนาวัคซีน และจับคนมาฉีดวัคซีนของจีน ทำให้มัน &amp;quot;จบ&amp;quot; แต่มันจบแค่ในระลอกนั้น พอมีระลอกใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน มันไม่จบแล้วไงครับ ต่อให้ปิดประเทศ ปิดทุกอย่าง ไม่ให้เศรษฐกิจเดิน ห้ามทำงานทุกอย่าง ห้ามเดินทางตลอด 1 เดือน มันก็ไม่จบ! เพราะวันนี้ไวรัสมันกลายพันธุ์ ติดง่าย ไปมาถึงกันทั่วทั้งโลก แปบๆ ก็เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ดังนั้นมันไม่มีแล้วครับ &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรอดเดียวคือ &amp;quot;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;quot; ซึ่งต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 70%+ ของประชากรเท่านั้น เพราะเราต้องอยู่กับเชื้อโรคไปตลอดเท่าที่เผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติยังอยู่บนโลกใบนี้&amp;nbsp; วันหนึ่งโควิดก็ต้องเป็นเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ที่ปีๆ หนึ่งก็มีคนเสียชีวิตได้หลักพันหลักหมื่น (ของอเมริกาปีละ 3-6 หมื่นราย) https://www.cdc.gov/flu/about/burden/past-seasons.html
ติดก็ติดไป เหมือนคนติดไข้หวัดที่ปีๆ หนึ่งในอเมริกามีคนติดกันหลายสิบๆ ล้าน แต่สุดท้ายก็หายได้ เพราะร่างกายของคนเรามีภูมิคุ้มกันพอสมควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot; มันหมดไปแล้วครับ&amp;nbsp; วันนี้อังกฤษเปิดเมืองแล้ว ถือว่าใครฉีดวัคซีนแล้ว มีภูมิคุ้มกันแล้ว จะติดก็ติดไป ก็รักษาไปตามอาการ สิงคโปร์ก็เลิกรายงานคนติดเชื้อแล้ว เพราะไม่มีประโยชน์ เขายอมรับความจริงว่าเขาต้องอยู่กับไวรัสให้ได้ ส่วนหลายประเทศ ก็ต้องล็อคดาวน์ชั่วคราวไปก่อน เพื่อให้ระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยไหว แล้วระหว่างนี้ก็ระดมฉีดวัคซีนไปเรื่อยๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ภูมิคุ้มกันหมู่, เจ็บแต่จบ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d867769c350.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;แนะรบ.ธุรกิจร้านอาหารควรมีมาตรการเยียวยาโดยเฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นภาคธุรกิจที่รัฐบาลควรมีมาตรการเยียวยาโดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมาพวกเขาทำตามมาตรการของภาครัฐมาโดยตลอด และเป็นส่วนสำคัญในการให้ความร่วมมือกับมาตรการ Social Distancing ซึ่งทำให้พวกเขาเจ็บหนักกว่าธุรกิจอื่น ในบางประเทศเช่น ญี่ปุ่น รัฐบาลจะมีเงินสนับสนุนให้สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ Social Distancing หรือการสั่งห้ามกินในร้าน อยู่รอดได้ https://mainichi.jp/.../arti.../20210206/p2a/00m/0bu/016000c
https://www.japantimes.co.jp/.../tokyo-restaurant.../
รัฐบาลไทยควรนำนโยบายเช่นนี้มาพิจารณาโดยเร่งด่วนครับ โดยมีมาตรการว่าหากผ้ประกอบการไม่เข้าระบบฐานภาษี ก็จะไม่ได้รับการเยียวยา หากใครอยากได้รับการเยียวยา ให้มาเข้าระบบและส่งภาษีย้อนหลังได้ เพื่อให้ได้รับการเยียวยา นโยบายนี้ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งเยียวยา ทั้งดึงร้านอาหารเข้าระบบภาษีครับ
หมายเหตุ : ส่วนการท่องเที่ยวเข้าใจว่ารัฐมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้วหลังระบาดครั้งแรก และจะมีอีกครั้งหลังเริ่มเปิดประเทศและมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, รัฐบาล, ร้านอาหาร, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d867769c350.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039; เปิดหลักฐานมัดนักวิชาการจอมปลอม ยกกรณี &#039;สุธาชัย-โกตี๋&#039; โกหกคำโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า กรณี 279 นักวิชาการและวิชาชีพอื่น ซึ่งออกมากดดันให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;quot;หยุดการตรวจสอบ&amp;quot; การบิดเบือนเนื้อหาทางการเมืองในวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล ใจจริง นั้น ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เกิดเหตุประเภทนี้ขึ้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี รศ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ การบิดเบือนเนื้อหาและประวัติศาสตร์ทางการเมือง ถูกกระทำโดยนักวิชาการบางกลุ่มมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ&amp;nbsp;กรณี รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนแล้ว หากไม่เสียชีวิตไปก่อน ก็คงจะเป็น 280 นักวิชาการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2557 นายสุธาชัย ได้เขียนบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อช่วยนาย &amp;quot;โกตี๋&amp;quot; หรือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ อดีตแกนนำเสื้อแดงหัวรุนแรงที่สั่งสมกองกำลังติดอาวุธก่อเหตุระเบิดและทำร้ายผู้คนในช่วงวิกฤตการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงการให้สัมภาษณ์ของโกตี๋ บทความของนายสุธาชัย ออกมาหลังจากที่นายโกตี๋ ได้ไปให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Vice News ของแคนาดา โดยมีใจความสำคัญคือ 1. โกตี๋ชี้นิ้วขึ้นฟ้าพร้อมพูดว่าเขาไม่ได้สู้กับสุเทพแต่สู้กับในหลวง ร.9 และกล่าวหาว่าท่านเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังม็อบมาล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์&amp;nbsp;2. โกตี๋ประกาศว่า &amp;quot;เบื้องหน้าเราพูดเรื่องประชาธิปไตย เบื้องหลังเราฝึกนักรบ พูดง่ายๆ ว่าหัดยิงปืน ถ้าวันที่ 2 การเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ หรือพวกนั้นออกมาขัดขวาง การต่อสู้จะเต็มรูปแบบ ผมจะเป็นคนจุดระเบิดเอง&amp;quot; ซึ่งหลักฐานนี้ชัดเจนและไม่ต้องตีความเพิ่มเติมเลย จนเป็นเหตุให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ สั่ง ผบ.ตร.ดำเนินการจับกุมโกตี๋ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านโกตี๋ก็ออกมาแก้ตัวว่า &amp;quot;โดยใส่ร้ายตัดต่อบิดเบือน&amp;quot; (กล้าทำไม่กล้ารับ) ซ้ำยังฝากถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า ที่ผ่านมาเขาสู้เพื่อพรรคเพื่อไทย-รัฐบาลมาตลอด ขอความเป็นธรรมบ้าง อย่าเสร็จนาฆ่าโคถึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบิดเบือนของสุธาชัย บทความของสุธาชัยลงเวปไซท์ประชาไท เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 ชื่อบทความว่า &amp;quot;ไล่ล่าสุดขอบฟ้าโกตี๋&amp;quot; โดยมีเนื้อหาอ้างอิงมาจากนิตยสาร โลกวันนี้วันสุข ฉบับ 460 วันที่ 19 เมษายน 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายสุธาชัย บอกว่าโกตี๋ โดนใส่ร้ายป้ายสีโดนพรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายขวา เพราะโกตี๋แค่ชี้นิ้วขึ้นฟ้าและบอกมีคนอยู่เบื้องหลังม็อบ แต่ไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่ประการใด โดยสุธาชัย &amp;quot;จงใจตัดตอน&amp;quot; ไม่พูดถึงเนื้อหาในประโยคหลังจากนั้นของโกตี๋ พร้อมการขึ้นภาพในหลวง ร.9 และคำประกาศของโกตี๋ที่ใส่ร้ายในหลวง เพื่อจะบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายสุธาชัย ตัดตอนเนื้อหาที่โกตี๋ประกาศว่า &amp;quot;เบื้องหน้าพูดเรื่องประชาธิปไตย เบื้องหลังฝึกกองกำลังติดอาวุธ&amp;quot; และจงใจไม่พูดถึงหลักฐานที่ชัดเจน จนแม้แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังต้องออกหมายจับโกตี๋&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สุธาชัยบิดเบือนว่า 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยไม่เอาข้อเท็จจริงมาดูว่าโกตี๋ทำจริงหรือไม่ ซ้ำยังดูถูกคนไทยว่าเชื่อโดยไม่มีหลักฐานหรือเหตุผล (สุธาชัยคงคิดว่าคนติดตามเขา คงไม่มีอินเตอร์เน็ทและเข้าถึง youtube ไม่ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนั่นคือ การกระทำของนักวิชาการระดับ #รองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศครับ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบิดเบือนทั้งของสุธาชัย และของนายณัฐพล นั้นเป็นการกลับขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว เนื้อหาเป็นคนละเรื่อง และการกระทำแบบนี้ถูกทำซ้ำมาแล้วไม่รู้กี่รอบ ผ่านงานเขียนในหนังสือ บทความ การสัมมนาวิชาการ&amp;nbsp;และเมื่อถูกจับได้ถึงการโกหกบิดเบือน นักวิชาการกลุ่มนี้กลับออกมากดดันให้มหาวิทยาลัย &amp;quot;ยุติการตรวจสอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่เสรีภาพทางวิชาการครับ แต่มันคือการสร้างเรื่องโกหกและทำซ้ำๆ หรือที่เราเรียกว่า &amp;quot;Big Lie&amp;quot; ที่ถูกผลิตโดยนักวิชาการบางคนบางกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97465</URL_LINK>
                <HASHTAG>279 นักวิชาการ, ณัฐพล ใจจริง, ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f1aefc5f66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ฟันธงเฟซบุ๊ก&#039;สมศักดิ์ เจียม&#039;ตัวปลอมโพสต์แทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64- &amp;nbsp;ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith เห็น Facebook ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โพสท์คลิปตัดต่อหน้า (Deep Fake) ในหลวง ร.9 ร้องเพลง Ma Ya Hi แล้ว ยิ่งมั่นใจได้ว่าผู้ใช้ไอดีนี้ไม่ใช่สมศักดิ์เจียมฯ แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตั้งแต่รู้จักสมศักดิ์มาเป็นสิบปี (ตั้งแต่เวปไซท์ฟ้าเดียวกัน) ถึงว่าแม้สมศักดิ์จะมีอคติต่อสถาบันฯ มาตลอด แต่นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของสมศักดิ์แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเห็นได้ชัดเจนว่า หลังๆ พฤติกรรมของผู้ใช้ไอดีสมศักดิ์นั้น ขัดแย้งกับบุคลิกและจุดยืนของสมศักดิ์อย่างชัดเจนครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, ในหลวงร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea52da1c4835.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ถาม3นิ้วแต่งเรื่องโกหกปั่นกระแสมาแล้วกี่ครั้งกี่เรื่อง คนพวกนี้ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.64-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ว่าการเข้าไปรีวิวสถานที่ของเอกชนแย่ๆ โดยเอาความเกลียดชังทางการเมืองมาเป็นตัวขับเคลื่อน และไม่เคยไปพักจริงๆ ไม่ต่างอะไรจากการ &amp;quot;แต่งเรื่องโกหก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับเรื่องการ์ดคณะปลดแอกถูกอุ้ม ที่วันนี้ถูกจับได้แล้วว่าแต่งเรื่องโกหกขึ้นมาทั้งหมด เพื่อให้แกนนำ นักการเมืองพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และมวลชนเอาไปปั่นกระแส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ต้องถามต่อคือ พวกเขาแต่งเรื่องโกหกเหล่านี้มาแล้วกี่ครั้ง กี่เรื่อง ในหลายร้อยหลายพันเรื่องที่เขาจุดกระแสขึ้นมาทุกวันๆ เพื่อปั่นหัวมวลชนให้เชื่อและเดินตามพวกเขา?
--------------------
การโกหกเพื่อหลอกมวลชน เป็นการกระทำที่สวนทางกับคุณค่าประชาธิปไตย ซึ่งต้องให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน เพื่อให้เขามีสิทธิเลือกในสิ่งที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากใครที่ชอบโกหกปั้นแต่งเรื่อง ให้ทราบไว้เลยว่าคนพวกนี้ไม่ใช่ &amp;quot;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;quot; จริงๆ ตามที่ปากอ้าง เพราะพวกเขาไม่ปฏิบัติตามหลักการและคุณค่าประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เริ่มขบวนการแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90526</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดคณะปลดแอกถูกอุ้ม, ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, แต่งเรื่องโกหก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea52da1c4835.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039; ให้กำลังใจ &#039;พิมรี่พาย&#039; อย่าให้ค่า &#039;แก๊ง3นิ้ว&#039; ห้อยโหนตีกินการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ว่า สิ่งที่พิมรี่พายทำ คือ #เศรษฐกิจการโปรดสัตว์? #โฆษณาตัวเองผ่านระบบอุปถัมภ์? เป็นเรื่องร้อนแรงทันที เมื่อ อาจารย์กลุ่ม &amp;quot;ปลดแอก/คณะราษฎร&amp;quot; อย่าง รศ.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี จาก ม.เชียงใหม่ ได้ออกมาซัดพิมรี่พาย ผ่านโพสท์ส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดราม่าทางการเมืองเรื่องเก่ายังไม่ทันหาย&amp;nbsp;หลังเมื่อเช้านี้ที่กลุ่มปลดแอก โหนการทำจิตอาสาของพิมรี่พายไปเปรียบเทียบ เพื่อโจมตีโครงการพระราชดำริของในหลวง ร.9 ที่ทำให้ชาวเขา ว่าเป็นเพียงการสร้างภาพเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอตกบ่าย อาจารย์กลุ่มปลดแอก ดันออกมาด่าการกระทำของพิมรี่พายแทน โดยใช้คำที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น &amp;quot;...เศรษฐกิจการโปรดสัตว์ สนองตัณหาความฟีลกู๊ดของพวกคนในเมืองสร้างกำไรเสมอ โดยเฉพาะในวันเด็กแบบนี้&amp;quot; &amp;quot;นางทำโฆษณาให้ตัวเองผ่านการผลิตซ้ำระบบอุปถัมภ์ค่ะ&amp;quot; ซึ่งน่าจะสร้างความไม่พอใจให้ทางแฟนคลับพิมรี่พายไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณพิมรี่พายครับ และอย่าไปสนใจกลุ่มการเมืองที่มาใช้ประโยชน์จากการกระทำของคุณเลย&amp;nbsp; คิดดีทำดี ก็ทำต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : ปิ่นแก้ว คือ อาจารย์ ม.เชียงใหม่ที่เคยถูกเปิดเผยในข่าวเมื่อช่วง 2-3 ปีก่อนว่า ติดต่อกับองค์กร USAID และ Open Society Foundation (OSF) ที่บริจาคเงินให้กับร้านหนังสือ (Book Re:public) ของรจเรข วัฒนพาณิชย์ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก 2 องค์กร และเพื่อให้องค์กรนานาชาติกดดันคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย Open Society Foundation (OSF) เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยนาย จอร์จ โซรอส พ่อมดนักเก็งกำไรค่าเงิน ผู้ทำลายเศรษฐกิจของหลายประเทศในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง&amp;nbsp;และเป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGO ในประเทศต่างๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก จนทำให้ถูกแบนจากหลายประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์ถึงคลิปของ พิมรี่พาย ที่ไปช่วยเหลือเด็กๆบนดอยสูงเอาไว้ว่า &amp;quot;ความฝันมันสร้างกันง่ายๆด้วยการติดทีวีให้ดู ติดแผงโซล่าเซลล์ หาเกิบให้เด็กใส่ เอาไฟฉายติดให้บนหัว เลิก &amp;quot;ถางภูเขาเป็นลูกๆ&amp;quot; และ &amp;quot;สอน&amp;quot; ชาวบ้านให้หัดรู้จักปลูก &amp;quot;ผักสลัด&amp;quot;มันไม่ใช่ความฝันของเด็กดอยหรอกแบบนี้ มันความฝันอยากจะโปรดสัตว์ชนชั้นล่าง ของพวกชนชั้นกลางในเมืองที่ไม่เคยรู้/สนห่าเหวอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเบียดขับชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย และการตัดขาดพวกเขาออกจากการเข้าถึงทุกอย่างในสังคม ที่อย่าว่าแต่ทีวีเลย ลำพังแค่จะทำไร่ปลูกข้าวให้มันพอกินในที่ดินที่พวกป่าไม้ยึดครอง ยัง &amp;quot;ขัดตา&amp;quot;พวกชนชั้นกลางในเมืองเลย เศรษฐกิจการโปรดสัตว์ สนองตัณหาความฟีลกู๊ดของพวกคนในเมืองสร้างกำไรเสมอ โดยเฉพาะในวันเด็กแบบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, พิมรี่พาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210109/image_big_5ff9c74df09e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
