<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC รับรางวัลหุ้นยั่งยืน THSI อย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (ปี 2558-2564) (Thailand Sustainability Investment 2021: THSI) กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนถึงการดำเนินงานด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ที่เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินด้านความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมีการขยายผลสร้างประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งภายในและภายนอกในวงกว้าง ประกอบด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) GC เล็งเห็นปัญหาจากภาวะโลกร้อนที่มีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมของโลกเป็นสำคัญ ได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 20% ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อเดินหน้าสู่เส้นทางที่จะไปถึง Net Zero ในปี พ.ศ. 2593 ตามข้อตกลงสนธิสัญญาปารีส ด้านสังคม (Social) ในวิกฤติโควิด 19 GC ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานเป็นอันดับแรก เมื่อภายในเข้มแข็งแล้ว เร่งช่วยเหลือสังคม ทั้งในระดับ ชุมชน จังหวัด และประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในการผลิตอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือสังคมโดยเร่งด่วน ตัวอย่างเช่น โครงการล้านความห่วงใย เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน โครงการ Greater Care by GC เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ด้านบรรษัทภิบาล (Governance) GC จะไม่สามารถเป็นองค์กรยั่งยืนได้เลยหากการปฏิบัติงานด้านบรรษัทภิบาลไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่ง GC เป็นองค์กรแรกๆ ที่ขานรับการทำรายงานประจำปี แบบ 56-1 One Report ที่ได้ Integrate รายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่สาธารณชนได้รับรู้ และได้รับเกียรติให้เป็นผู้แบ่งปันประสบการณ์แก่บริษัทจดทะเบียนไทยรายอื่น ๆ เพื่อร่วมพัฒนาการจัดทำรายงานประจำปีไปในรูปแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119389</URL_LINK>
                <HASHTAG>GC, Thailand Sustainability Investment 2021: THSI, THSI, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), ปีที่ 7, หุ้นยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7, โครงการ Greater Care by GC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163b645a3a8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC คว้ารางวัลโดดเด่นที่สุดแห่งปี  ในโครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi) </HEADLINE>
                <CONTENT>
	​​​สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ 
	GC ได้รับรางวัล LCSi ระดับโดดเด่น ซึ่งมอบให้องค์กรที่มีผลการประเมินที่มีความโดดเด่นมากที่สุดในปี พ.ศ. 2564 โดย GC ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
	GC ตั้งเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี พ.ศ. 2593


&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 15 กันยายน 2564 - บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้รับรางวัลโครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi) ในระดับโดดเด่น จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดย GC ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งการประกาศผลการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ประจำปี พ.ศ. 2564 และการสัมมนาในหัวข้อ &amp;ldquo;เส้นทางลัดสู่ความสำเร็จ การดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน&amp;rdquo; จัดผ่านระบบ Zoom Video Conference โดยมี ดร. พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นผู้ประกาศผลการประเมิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า &amp;ldquo;GC มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ด้วยแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) รวมถึงการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ ในปี พ.ศ. 2564 นี้ GC ได้รับการประเมินให้ได้รับรางวัลตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business Index: LCSi) ระดับโดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ซึ่งถือว่า GC ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3&amp;nbsp;GC ยังได้ตระหนักและให้ถึงความสำคัญถึงของผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเพื่อให้สอดคล้องกับพันธสัญญาตาม Paris Agreement ที่เกือบทุกประเทศในประชาคมโลกได้ร่วมลงนาม เมื่อปี พ.ศ. 2558 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย GC ได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อยกระดับเรื่องความยั่งยืน และลดก๊าซเรือนกระจกให้เข้มข้น โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ใน Scope 1 และ 2 ในส่วนของ Scope 3 จะเป็นการลดให้ได้ 50% ในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งการตั้งเป้า Net Zero นี้มีแผนงานที่ชัดเจน โดยมีตัวผลักดัน 2 เรื่อง คือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการมาตลอด และการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ซึ่งจะมีการทำ 3 เรื่อง คือ เรื่อง Operation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการปล่อยของเสีย เรื่องการปรับ Portfolio สู่การลงทุนในธุรกิจคาร์บอนต่ำให้มากขึ้น และการนำเทคโนโลยีด้าน Compensation มาประยุกต์ใช้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ การแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เป็นเรื่องที่ทุก ๆ คนต้องร่วมมือกัน GC พร้อมที่จะให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อช่วยให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116883</URL_LINK>
                <HASHTAG>Decarbonization, GC, GCChemistryforBetterLiving, LCSi, TogetherToNetZero, การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, คาร์บอนต่ำ, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142b4d91d416.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ GCM ร่วมกับคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก  สนับสนุนการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง  (Chula HFNC) ในโครงการ “Greater Care Charity by GC &amp; Customers II”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;1 กันยายน 2564 &amp;ndash; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ยังคงมีอัตราผู้ป่วยสูง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก และ บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด (GCM) ร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท จึงมุ่งมั่นดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งที่ผ่านมา เครื่องช่วยหายใจต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาสูง และขาดแคลน เนื่องจากหลายโรงพยาบาลมีความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือกันระหว่าง GC ผู้นำด้านนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และลูกค้าคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท ในการนำความชำนาญของตน มาช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด 19 นี้ไปด้วยกัน โดยในระยะแรก โครงการได้ส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับระยะที่ 2 นี้ GC GCM และลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก ได้สนับสนุนเงินทุนให้สภากาชาดไทย ในการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศที่กำลังรับมือกับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย GC GCM พร้อมด้วยลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติกทั้ง 84 บริษัท จะยังคงมุ่งมั่นร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีอันก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนของกลุ่มคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก กล่าวว่า โครงการ Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers เป็นโครงการที่ดีที่ GC GCM ลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก เข้ามาร่วมมือกันเพื่อทำสาธารณประโยชน์เป็นโครงการที่ 2 โดยในครั้งนี้เป็นการมอบเงินสนับสนุน เพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC)&amp;nbsp; และนำไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือนี้ต่อไป นับเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมโดยคนไทย เพื่อช่วยบรรเทาโรคร้ายนี้และต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ของเราให้ยังได้มีชีวิตอยู่กับคนที่รักและครอบครัวต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะผู้รับมอบเงินสนับสนุนเพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) กล่าว ขอบคุณทุกพลังแห่งความร่วมมือจาก GC GCM และทุกท่านที่ได้ร่วมสนับสนุนภายใต้เจตนาเดียวกันคือการช่วยให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้คลี่คลายไปได้โดยเร็ว จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ยังคงมีผู้ป่วยอีกมากที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล และโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษา โดยเงินทุนที่ทุกท่านได้สนับสนุนในวันนี้ จะถูกนำไปใช้ในการผลิตเครื่อง Chula HFNC เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เป็นการพัฒนาและผลิตร่วมกันระหว่าง สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับว่าเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาและผลิตโดยคนไทยที่มีคุณภาพสูง และ ราคาที่เหมาะสม ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ 3-4 เท่า สามารถกระจายและส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อวิกฤตโควิด 19 ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เครื่อง Chula HFNC ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าและการแผ่คลื่นสนามแม่เหล็กรบกวนเครื่องมืออื่น จากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการผลิตนี้ได้มีการแจ้งให้กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ และสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับทราบ ตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์มาตรา 27(1) แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115404</URL_LINK>
                <HASHTAG>84 บริษัท, Chula HFNC, GC, GCM, Greater Care Charity by GC &amp; Customers​​​​​​​, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, นวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร, นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล, บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), ผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก, ผู้ประกอบการพลาสติก, ศูนย์พักคอย, สภากาชาดไทย, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_613092301c1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ Cargill ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก  สนับสนุนโมเดล BCG Economy สร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;10 สิงหาคม 2564 : กรุงเทพมหานคร - บริษัท GC International Corporation บริษัทย่อยของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน (GC) และ บริษัท Cargill Incorporated (Cargill) ในฐานะผู้ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 50 ในบริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks) ประกาศเดินหน้าสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการใช้วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก ภายหลังได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีผ่านระบบเสมือนจริง ซึ่งโครงการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในโครงการที่สนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Economy Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของประเทศไทยและผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งของโลก มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนและหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยขับเคลื่อนบนกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ในวันนี้ GC และ Cargill ในฐานะผู้ถือหุ้นของ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA อันดับหนึ่งของโลก พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ BOI ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับ NatureWorks &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีพลาสติกชีวภาพอันดับหนึ่งของโลกและใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยขยายฐานพันธมิตรในตลาด Bio-Polymer รวมถึงการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้วัสดุที่ยั่งยืน โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยโรงงานจะตั้งอยู่ที่นครสวรรค์ไบโอ&amp;nbsp; คอมเพล็กซ์ (NBC) จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกของประเทศไทยที่สอดคล้องกับโมเดล BCG Economy ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ในเวทีโลก และสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาว คอลลีน เมย์ President บริษัท Cargill&amp;rsquo;s Bioindustrial Group กล่าวว่า &amp;quot;คาร์กิลรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับ GC เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของ NatureWorks ด้วยการสร้างฐานการผลิตแห่งที่ 2 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำที่สำคัญถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราในการลงทุนเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพทั่วโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โรงงานแห่งใหม่นี้เป็นโรงงานพลาสติกชีวภาพโพลีแลคติก แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; แห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo&amp;trade; และส่งเสริมการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มกับวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย ตอบสนองการขยายตัวของตลาด ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ปี 2567 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Ingeo&amp;trade; PLA เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร เส้นใยใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ เส้นใยที่นำมาใช้ผลิตผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย รวมถึงอุปกรณ์ใช้ภายในบ้าน เป็นต้น โดยโรงงานนี้จะใช้น้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ ปีละประมาณ 110,000 ตัน นำไปผลิตเป็นกรดแลคติก (Lactic Acid) แลคไทด์ (Lactide) และโพลิเมอร์ (Polymer) จนได้เป็นโพลิแลคไทด์ (Polylactide) ส่งผลให้โรงงานนี้เป็นโรงงานผลิตโพลิแลคไทด์แบบครบวงจรแห่งแรกของโลก โดยมีกำลังการผลิตโพลิเมอร์ชีวภาพอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นับว่าโรงงานนี้เป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่ออกแบบมาให้บูรณาการร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการผลิตและการใช้พลังงานที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพลาสติกชีวภาพ Ingeo&amp;trade; ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการสำหรับวัสดุที่ยั่งยืนให้กับตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:.5in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เกี่ยวกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในด้านขนาด ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ใน 8 กลุ่มธุรกิจหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มากกว่า 12.79 ล้านตันต่อปี มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 ด้านความสามารถในการผลิตเอทิลีนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยการรวมนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นต่อไป บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพทางการแข่งขันและความโดดเด่นในอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนในประเทศต่างๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ปี 2020 ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2 ปีซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;www.pttgcgroup.co&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112831</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Economy, BCG Economy Model, Bio-Circular-Green Economy :BCG, Bio-Polymer, BOI, Cargill, Circular Economy, GC, PLA, SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future, SDGs, กระทรวงพลังงาน, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, ธุรกิจเคมีภัณฑ์, นครสวรรค์ไบโอ  คอมเพล็กซ์, นายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, บริษัท Cargill Incorporated, บริษัท GC International Corporation, บริษัท NatureWorks LLC (NatureWorks), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัสดุที่ยั่งยืนให้ตลาดโลก, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน, โรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611226570dc22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์มการจัดการขยะพลาสติกแบบครบวงจร  ด้วย Chemical Recycling จับมือ ม.สุรนารี สร้างระบบการคัดแยกขยะพลาสติก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;5 มีนาคม 2564 : กรุงเทพมหานคร &amp;ndash;บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (จำกัด) มหาชน หรือ GC ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ SUT ในโครงการศึกษาการจัดการขยะพลาสติกจากต้นทางสู่ปลายทางแบบครบวงจร ช่วยเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกปนเปื้อนต่างๆ โดยการรีไซเคิลพลาสติกผ่านกระบวนการ Chemical Recycling หรือ กระบวนการแปรรูปขยะพลาสติกปนเปื้อน ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พร้อมสร้างความเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน (Ecosystem) ด้วยแผนการจัดการขยะพลาสติก (End-to-End Waste Management) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) และ การดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า &amp;ldquo;GC มีความเชื่อและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเป็นการสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยขับเคลื่อนบนกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ GC มุ่งเน้น คือ การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกกระบวนการ &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายในการยกระดับการทำงานร่วมกับพันธมิตร (Loop Connecting) สู่การสร้างความเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน (Ecosystem) ที่แข็งแรง สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้ โดย GC ได้ริเริ่ม &amp;ldquo;YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตัวอย่างของแผนการจัดการขยะพลาสติก (End-to-End Waste Management) เพื่อนำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง สามารถแก้ปัญหาขยะพลาสติกแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การคัดแยก รวบรวมขยะพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากเครื่องรับขยะ (Drop Points) และขนส่งไปยังปลายทาง เช่น โรงงานรีไซเคิล หรือ โรงงานอัพไซเคิล โดยในปลายปี 2564 นี้ GC จะเปิดดำเนินการโรงงานพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Food Grade) ครบวงจรเป็นแห่งแรกในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ถึงวันนี้ GC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเทคโนโลยีของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการร่วมมือกับ SUT พันธมิตรภาคการศึกษา ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการรีไซเคิลพลาสติก เพื่อร่วมกันวางแผนการจัดการคัดแยกขยะพลาสติกที่ต้นทาง ส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะพลาสติก พร้อมสนับสนุนถังขยะต้นแบบเพื่อการคัดแยก รวมถึงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะพลาสติกในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่รูปแบบการจัดการคัดแยกขยะพลาสติกต้นทางที่สามารถลงมือทำได้จริงสู่ปลายทางแบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ โดย GC มีบริษัทในกลุ่มที่สามารถส่งเสริมมหาวิทยาลัยฯ ในการขยายผลไปในระดับประเทศได้ นอกจากนี้ GC ยังร่วมศึกษาวิจัย และสนับสนุนงบประมาณในการทดสอบการแปรรูปขยะพลาสติกปนเปื้อนให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติกปนเปื้อนในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ความร่วมมือในครั้งนี้ ส่งผลให้ GC มีแผนการจัดการขยะพลาสติก (End-to-End Waste Management) อย่างครบถ้วนครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1) พลาสติกชีวภาพ (Bio-based) มุ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสลายตัวได้ด้วยการฝังกลบเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว &amp;nbsp;2) พลาสติกทั่วไป (Fossil-based) มุ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความรับผิดชอบ นำขยะพลาสติกกลับมารีไซเคิล (Recycle) หรืออัพไซเคิล (Upcycle) เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สามารถคัดแยกและนำกลับมารีไซเคิลด้วยกระบวนการ Mechanical Recycling ได้ 3) Chemical Recycling ซึ่งได้ร่วมมือกับ SUT ในการพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปขยะพลาสติกปนเปื้อน ที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ (Mechanical Recycling) ได้ ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พร้อมวางระบบการจัดการขยะด้วยเทคโนโลยีอื่น ๆ ซึ่ง GC มีพันธมิตรที่สามารถรองรับวัตถุดิบที่ได้มาจากกระบวนการ Chemical Recycling นี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า &amp;ldquo;SUT มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อีกทั้งได้ศึกษาและวิจัยการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ ปี 2549 เป็นต้นมา เริ่มตั้งแต่การคัดแยกจนถึงการ&amp;nbsp; แปรรูปเป็นพลังงานรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาระบบแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันด้วยกระบวนการไพโรไลซิสขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยมีกำลังการผลิตน้ำมันประมาณ 5,000 ลิตร/วัน และมีความพร้อมในการทำวิจัยต่อยอดเพื่อสร้างรูปแบบการจัดการของเสียแบบครบวงจร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;SUT มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ GC ผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอันดับหนึ่งของประเทศไทย ใน &amp;ldquo;โครงการศึกษาการจัดการขยะพลาสติกและการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกปนเปื้อน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการอาศัยความร่วมมือ ประสบการณ์ และความพร้อมของทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะใช้พื้นที่ของ SUT เป็นกรณีศึกษา ในการสร้างรูปแบบการจัดการขยะชุมชนที่ต้นทางที่มีประสิทธิภาพ ศึกษาการคัดแยกขยะพลาสติก การนำขยะพลาสติกมาแปรรูป ให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ โดยคาดหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้เกิดระบบจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเป็นแนวทางในการขยายผล ทั้งด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากการผสานพลังความร่วมมือและนวัตกรรมจากภาคการศึกษาและภาคเอกชนในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมืออีกหนึ่งขั้นที่มุ่งหวังให้เยาวชนและบุคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน อีกทั้งยังสอดคล้องกับร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกของรัฐบาล เรื่องการนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และนำกลับมาใช้ประโยชน์ทั้งหมดในปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) ต่อไปอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95337</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ChemistryforBetterLiving, #GC, #GCCircularLiving, #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60459d7f118b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
