<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมสนับสนุนโครงการ “หมอพรห่วงใย เพิ่มพลังใจ” เพื่อมอบให้ผู้ป่วย COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ร่วมสนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;หมอพรห่วงใย เพิ่มพลังใจ&amp;rdquo; ของ มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานกรรมการ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และรองประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร มอบชุดถุง &amp;ldquo;หมอพรห่วงใย เพิ่มพลังใจ&amp;rdquo; เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 ทั้งนี้จะนำไปมอบให้ผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการรักษาในระบบ Home Isolation ในความดูแลของกรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นผู้รับมอบ ณ อาศรมหมอพร โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กรุงเทพ ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115137</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, กรมแพทย์ทหารเรือ, การไฟฟ้านครหลวง, ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, ถวายเป็นพระราชกุศล, นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน, พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา, มอบให้ผู้ป่วย COVID-19, มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์, หมอพรห่วงใย เพิ่มพลังใจ, หม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dbb88ee38a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำน้ำจากโครงการอันเนื่องฯ ช่วยบุรีรัมย์พ้นวิกฤติภัยแล้ง ปี 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำลำนางรองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการลุ่มน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 8 รวมทั้งโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; เมื่อวันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภายหลังการประชุมนายเทิดพงษ์&amp;nbsp; ชัยอุดม&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ เผยว่า&amp;nbsp; จังหวัดบุรีรัมย์ปี 2562 ที่ผ่านมาประสบปัญหาน้ำแล้ง 1 ปีเต็ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นผลให้ในปี 2563 ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งทางชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงปลายฝน ด้วยการสำรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบพบว่าที่ผ่านมา พื้นที่ด้านเกษตรกรรม ระบบชลประทานช่วยเหลือแทบไม่ได้เลยหรือน้อยมาก และจากปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งเก็บกัก ณ ปัจจุบันยังน้อยอยู่เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนาน&amp;nbsp; จึงเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นประการสำคัญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;และจะดำเนินการในหลายรูปแบบ เช่น นำน้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำลำนางรองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ น้ำจากลำน้ำปะเทีย และลำจังหัน ผันเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาให้กับเมืองบุรีรัมย์ ในรูปแบบระบบอ่างพวง ระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางน้ำจะส่งให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ตลอดแนวสำหรับการอุปโภคบริโภคและผลิตน้ำประปาให้กับตัวเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp; จะทำให้มีน้ำเพียงพอไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2563&amp;nbsp; ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝนพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;ประชาชนชาวบุรีรัมย์เมื่อทราบเรื่องนี้ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริให้มีการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ไว้หลายโครงการ ที่ตลอดมาได้นำมาใช้แประโยชน์ของราษฎรอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบันก็ยังสามารถนำน้ำจากส่วนนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขวิกฤติการขาดแคลนน้ำของประชาชนในเมือง นอกจากราษฎรในพื้นที่นอกเมืองได้ใช้ประโยชน์อย่างเพียงพอแล้ว&amp;rdquo; นายเทิดพงษ์&amp;nbsp; ชัยอุดม&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สำหรับการบริหารจัดการลุ่มน้ำในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8&amp;nbsp; นั้นมีพื้นที่รับผิดชอบรวม 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ รวม 94 อำเภอ จำนวน 29.862 ล้านไร่&amp;nbsp; พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตลุ่มน้ำมูลประกอบด้วยพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา 22 ลุ่มน้ำสาขา จาก 31 สาขาของลุ่มน้ำมูล โดยมีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 8 แห่ง ขนาดกลาง 71 แห่ง และโครงการชลประทานขนาดเล็ก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการหมู่บ้านป้องกันชายแดน 1,495 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้รวม 2,295 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานรวม 1,361,554 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์รวม 619,390 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ มีขนาดพื้นที่ 10,322&amp;nbsp; ตารางกิโลเมตร หรือ 6.45 ล้านไร่ พื้นที่ทำการเกษตร 3.651 ล้านไร่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ลุ่มน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย 10 ลุ่มน้ำสาขา ได้แก่ ลุ่มน้ำจักราช&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำปลายมาศ&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำน้ำมูลส่วนที่ 2&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำสะเทด&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำพังชู&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลุ่มน้ำห้วยแอก ลุ่มน้ำลำนางรอง&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำปะเทีย&amp;nbsp; ลุ่มน้ำห้วยตะโคง และลุ่มน้ำลำชี สถานการณ์น้ำในปัจจุบันพบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 16 แห่ง ซึ่งมีศักยภาพเก็บกักน้ำรวมกันทั้งสิ้น 295.38 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp; มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 65.63 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 22.22 % มีปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 50.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 16.99 % ซึ่งน้อยกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2562 จึงคาดว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่เศรษฐกิจ ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำไว้เรียบร้อยแล้วดังที่กล่าวมาข้างต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในการนี้องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำลำจังหันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดกลาง ขนาดความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก 36 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบส่งน้ำ ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เป็นคลองดาดคอนกรีต ความยาวรวม 25.214 กิโลเมตร สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทาน จำนวน 25,255 ไร่ ราษฎรจำนวน 3,305 ครัวเรือน จำนวน 18 หมู่บ้าน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดปี&amp;nbsp; และร่วมปล่อยพันธุ์ปลากระแหและปลาจาด จำนวน 100,000 ตัว&amp;nbsp; ก่อนเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำบ้านเทพพยัคฆ์ ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามความพร้อมในการทำหน้าที่ผันน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำของจังหวัดบุรีรัมย์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โอกาสนี้องคมนตรี ได้พบปะเยี่ยมราษฎร และกล่าวถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อราษฎร ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74482121493.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภัยแล้ง20จว. สั่งเร่งขุดแหล่งน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง เร่งส่งน้ำช่วย ปชช.ในหมู่บ้าน ยันไม่มีทอดทิ้ง บกปภ.ช.ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เน้นย้ำทุกหน่วยทำงานในมิติเชิงพื้นที่ บูรณาการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ ปภ.ประกาศเขตภัยแล้ง 20 จังหวัด ส่วนโคราชตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ คาดเมษายนนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในช่วงท้ายของการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์ภัยแล้งและการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการจัดหาและส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือประชานในระดับหมู่บ้านในทันที และให้ดำเนินการตามแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเสริมว่า ให้ สนทช.สรุปแผนการที่จะทำในปีนี้ที่มีงบประมาณแล้ว ติดขัดตรงไหนให้รายงานให้ทราบ รวมถึงการขุดลอกคูคลองทุกจุด จะมีการรายงานเรื่องนี้อย่างชัดเจนในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าไม่ได้ละทิ้งปัญหาภัยแล้ง ทั้งนายกฯ และ ครม.มีความเป็นห่วงประชาชนเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, นายจรัลธาดา กรรณสูต, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, นายอำพน กิตติอำพน และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท รวมถึง พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต เลขานุการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พล.อ.ต.โชคดี สมจิตต์ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุม และมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเต็มกำลัง ภายใต้กฎหมายและแผนว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านกลไกการปฏิบัติของหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยเน้นการทำงานในมิติเชิงพื้นที่ แบ่งพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจอย่างชัดเจน รวมถึงจัดหน่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง โดยมีกลุ่มการทำงานแยกเป็น 3 ด้าน ครอบคลุมทั้งกลุ่มพยากรณ์ คาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำ กลุ่มบริหารจัดการน้ำ ดูแลภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เพื่อวางแผนการใช้น้ำทุกประเภท และกลุ่มปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบูรณาการฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร และภาคเอกชนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงพื้นที่ใน 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.พื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 2.พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามข้อมูลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำแผนรองรับ ทั้งการเติมน้ำดิบเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา การเจาะบ่อบาดาล การเติมน้ำใส่ภาชนะรองรับน้ำกลางของหมู่บ้าน ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตร ได้มีการบริหารจัดการตามแผนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มีการเน้นย้ำไม่ให้เกิดกรณีพื้นที่ขาดแคลนน้ำและพืชยืนต้นตายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะเร่งด่วน ได้เน้นย้ำให้จัดหาน้ำจากทุกแหล่งรองรับการใช้น้ำ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากทุกหน่วยงานผันน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคู่กับการจัดสรรน้ำสนับสนุนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย มุ่งดูแลด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยจัดรถบรรทุกน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้าน และจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะทำให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกพื้นที่&amp;rdquo; มท.1 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการตามแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วน โดยให้ทุกจังหวัดดำเนินการ &amp;ldquo;ขุดดินแลกน้ำ&amp;rdquo; ใช้วัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และเป็นการขุดบ่อเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ศึกษาแนวทางการดำเนินการตามนโยบายการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะเร่งด่วน คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานกลางในการบูรณาการบริหารจัดการเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยขณะนี้ได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องมือและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยทหารและฝ่ายพลเรือน อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถผลิตน้ำ เครื่องจักรและเครื่องขุด เครื่องเจาะบ่อและสูบน้ำ รวมกว่า 4,200 รายการ โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 แห่งทั่วประเทศ เป็นจุดระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระดับภาคและเขตจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมเครื่องจักรกลให้พร้อมออกปฏิบัติงานทันทีที่ได้รับการร้องขอจากจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ หากมีพื้นที่เสี่ยงเกิดสาธารณภัยให้ปฏิบัติการเชิงรุก นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้จังหวัดสร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำ เพื่อมิให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมดูแลทุกครัวเรือนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 20 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 599 ตำบล 5,125 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ รวม 35 อำเภอ 166 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา และบุรีรัมย์ รวม 44 อำเภอ 284 ตำบล 2,722 หมู่บ้าน ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 30 อำเภอ 149 ตำบล 1,203 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุใช้การได้ 279 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 23 ของความจุใช้การของอ่างรวมกัน (ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์รวมกันประมาณ 295.39 ล้าน ลบ.ม.) จากปริมาณน้ำใช้การได้ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนน้ำเพื่อผลิตประปา จำเป็นต้องหาแนวทางในการสำรองน้ำไว้เพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปริมาณน้ำอ่างห้วยจระเข้มากและอ่างห้วยตลาด จังหวัดบุรีรัมย์ มีน้ำรวม 2.028 ล้าน ลบ.ม. และจากการประชุมร่วมพิจารณาสถานการณ์น้ำในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ระหว่างสำนักชลประทานที่ 8 และการประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคยืนยันว่า น้ำในอ่างทั้ง 2 แห่งจะสามารถรองรับการผลิตประปาได้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมที่จะดูแลเกษตรกร เช่น พื้นที่ที่มีน้ำเหลือจะมีการส่งเสริมปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย การเจาะบ่อบาดาล ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ ส่วนด้านการปศุสัตว์จะมีโครงการเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ โดยหาแหล่งทุนและรับประกันราคาขาย ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ก็จะมีนโยบายการจ้างแรงงานภาคเกษตรกรรมประมาณกว่า 40,000 คน ในระยะเวลา 2-6 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติในช่วงแล้งนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักชลประทานที่ 8 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ประชุมหัวหน้าส่วน ผู้อำนวยการอ่างเก็บน้ำ/เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งของ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมประชุมบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำอย่างพร้อมเพียง พร้อมแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 8 ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 71 แห่ง โดยแผนการจัดสรรน้ำในปี 2562/2563 ขณะนี้ในพื้นที่มีปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำรวมทั้งหมด 601 ล้าน ลบ.ม. และมีความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศตลอดทั้งฤดูแล้ง 412 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังถือว่ามีปริมาณน้ำใช้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานต้องงดทำนาปรังทั้งหมด และสามารถเพียงแค่ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ระบุว่า ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วจำนวน 8 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประกอบด้วย โนนสูง จักราช ปักธงชัย เทพารักษ์ โชคชัย โนนไทย แก้งสนามนาง และสีคิ้ว มีพื้นที่ประสบภัย 54 ตำบล 547 หมู่บ้าน โดยทางชลประทานคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนเมษายน 2563 จังหวัดนครราชสีมาจะมีพื้นที่ประสบภัยแล้งมากถึง 26 อำเภอ 129 ตำบล 541 หมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพน กิตติอำพน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e3035fb9dd39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมพรรณไม้งามพระนามราชวงศ์ รื่นรมย์พันธุ์ไม้ในวรรณคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชวนเที่ยวงาน &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; วันที่ 8-14 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นสถานที่ยอดฮิตที่คนเมืองนิยมไปเช็กอิน สูดอากาศดีๆ ออกกำลังกาย และเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิดในสวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2562 มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคี 25 องค์กรที่ดำเนินการสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; ครั้งที่ 13 &amp;ldquo;ต่อยอดพระราชปณิธาน สืบสานความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;rdquo; โดยจัดแถลงข่าวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทนแต่ละหน่วยงานร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและชวนเที่ยวงาน ระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคมนี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชมความงามกุหลาบควีนสิริกิติ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงผูกพันกับสวนใจกลางกรุงแห่งนี้ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า การจัดงานปีนี้เป็นครั้งที่ 13 เดิมสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ ทอดพระเนตรงานทุกปี สวนแห่งนี้เป็นที่ผูกพันพระราชหฤทัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสูง แม้ปัจจุบันทรงประชวร ฤดูกาลที่มีดอกไม้สวยงามออกดอกจะเสด็จฯ ทอดพระเนตรโดยรอบ สองปีก่อนต้นหางนกยูงพันธุ์พิเศษดอกสีส้มอ่อน ไม่ใช่สีแดงที่พบเห็นได้ทั่วไป ออกดอกเป็นช่อเต็มต้นงดงาม พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตร เป็นสวนในพระนามแห่งแรกในกรุงเทพฯ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงงานแทน ซึ่งกรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร อบรมเยาวชนและครูทั่วประเทศ ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาและพันธุ์ไม้ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นิทรรศการโครงการพระราชดำริด้านการทอผ้า จะเกิดขึ้นในงานสีสรรพรรณไม้ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสีสรรพรรณไม้ฯ ปีนี้ ดร.จรัลธาดา บอกว่า กิจกรรมใหญ่ๆ เป็นโครงการที่รวมองค์กร 25 องค์กรที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ไปดำเนินการสัมฤทธิผล ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มาร่วมจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริในรูปแบบมีชีวิต นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการมีชีวิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในชื่อโครงการค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดแสดงทุกปี จะจัดประกวดพรรณไม้ 9 ชนิด ได้แก่ บอนสี บอนไซ ชวนชม โป๊ยเซียน แก้วกาญจนา แดงเซียน่า โกสน หน้าวัวใบ และลิ้นมังกร สนับสนุนเกษตรกรพัฒนาพรรณไม้ให้สวยงามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นิทรรศการผ้าไหม สานแนวพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงาน ร่วมกับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา พัฒนาการเกษตรไทย เทิดไท้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;rdquo; เพื่อเผยแพร่งานพระราชดำริที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการต่อยอด โดยจัดแสดงนิทรรศการด้านเกษตรที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการด้านการผลิต ต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายผลด้านการตลาด อาทิ การแสดงพันธุ์ข้าวใหม่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 สายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติทนต่อแมลงศัตรูพืช ภัยแล้ง รวมถึงข้าวน้ำตาลและแป้งต่ำเพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งได้ปรับปรุงสายพันธุ์และนำเทคโนโลยีมาถ่ายทอดสู่เกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างดีๆ มาโชว์ในงาน ระพีภัทร์ให้ข้อมูลเพิ่มว่า จะมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวสี 4 ภาค นิทรรศการพันธุ์ดาหลา คือ ต้นดาหลาและดอกดาหลา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเส้นใยดาหลา รวมถึงผ้าไหมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ตลอดจนมีร้านกาแฟปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่ สินค้าขึ้นชื่อชาวมูเซอบ้านปางม่วง จ.เชียงราย มาออกร้าน สื่อวิถีชุมชนคนอยู่กับป่า แต่ละวันมีการสาธิตและฝึกอาชีพ รวมถึงจัดกิจกรรมไถ่ชีวิตโคกระบืออย่างละ 1 คู่ รวม 4 ตัว ในวันที่ 11 ส.ค. ประชาชนร่วมบริจาคเงินทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สำหรับโคกระบือที่ไถ่ชีวิตจะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรที่ยากจนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างที่เป็นต้นแบบต่อยอดพระราชปณิธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนรมิตสวนให้สวยงามด้วยพรรณไม้สำคัญ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารจัดการภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปีนี้ มก.เตรียมนำดอกไม้มาสู้กับ กทม. เสนอแนวคิด &amp;ldquo;พรรณไม้งามพระนามราชวงศ์&amp;rdquo; เป็นเรื่องพรรณไม้ใหม่ๆ และพรรณไม้หายากในเชิงวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญความเป็นมงคลเรื่องชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธยหรือพระนามาภิไธยในการตั้งชื่อพรรณไม้พระราชทาน โดยจะจัดแสดงพรรณไม้จริงและรูปภาพพรรณไม้ และมีจุดเช็กพอยต์ให้เข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างสวยงาม เช่น &amp;ldquo;กันภัยมหิดล&amp;rdquo; ตั้งชื่อตามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, &amp;ldquo;บัวควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; ซึ่งผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ปี 2552 สวยที่สุดในโลก เพราะกลีบดอกสีม่วง โคนดอกสีขาว เกสรสีเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บัวควีนสิริกิติ์ พรรณไม้งามพระนามราชินีในรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; แล้วยังมีชื่อ &amp;ldquo;กุหลาบควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; ผสมขึ้นมาใหม่ปี 2554 สีเหลืองแกมส้ม กลิ่นหอม โดย มร.อองเดร อองดริก ชาวฝรั่งเศส ชื่อภาษาฝรั่งเศส แปลว่า &amp;ldquo;พระราชินีแห่งประเทศไทยทรงพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์แห่งตะวันออกเหนือตะวันตก&amp;rdquo; แสดงถึงความชื่นชมพระราชวงศ์ไทย ได้แรงจูงใจจากงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกมหาสมาคม ซึ่งพสกนิกรต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองมาถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม รวมทั้งดอนญ่าควีนสิริกิติ์ กลุ่มนักผสมพันธุ์ประเทศฟิลิปปินส์ทูลเกล้าฯ ถวาย นอกจากพรรณไม้พระนามพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ยังมีพรรณไม้งามพระนามกรมสมเด็จพระเทพฯ เช่น สิรินธรวัลลีและจำปีสิรินธร โดยภาควิชาพืชสวนและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะเนรมิตอุทยานพรรณไม้ให้งดงามตระการตา&amp;rdquo; ดร.ดำรงค์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จัดแสดงพรรณไม้ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพิเศษงานครั้งนี้ มีพรรณไม้ในวรรณคดีประดับประดา วิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มากว่า 20 ปี ปีนี้ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; โดยเตรียมปรับภูมิทัศน์สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด โดยเฉพาะปทุมมาหลากหลายพันธุ์ที่จะบานสะพรั่ง และยังมีดอกบานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย สร้อยไก่ ฯลฯ รวมกว่าแสนต้น เพิ่มสีสัน สร้างความตระการตาแก่ผู้มาเที่ยวชม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วยังมีนิทรรศการในธีม &amp;ldquo;พรรณไม้ในวรรณคดีไทยในเขตกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; ด้วยตระหนักคุณค่าวรรณคดีไทยและส่งเสริมความรู้ด้านการใช้ประโยชน์พรรณไม้ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จะจัดแสดงพันธุ์ไม้ในวรรณคดีไทยที่ กทม.รวบรวมปลูกไว้ พร้อมข้อมูลรายละเอียดและความเกี่ยวพันกับวรรณคดีไทย เช่น ต้นกาหลง จากเรื่องรามเกียรติ์และพระอภัยมณี, ต้นประยงค์ จากเรื่องลิลิตพระลอและขุนช้างขุนแผน, ต้นมหาหงส์ จากเรื่องอุณรุทและอิเหนา รวมถึงแสดงตัวเอกของเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วย อีกส่วนเป็นข้อมูลพรรณไม้ในวรรณคดีที่ปลูกไว้ในพื้นที่สวนสาธารณะของ กทม. เช่น สวนจตุจักรและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รวบรวมพรรณไม้มากกว่า 63 ชนิดจากวรรณคดีไทย 17 เรื่อง เช่น เรื่องอิเหนา พระอภัยมณี รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน ฯลฯ อยากชวนประชาชนเข้าชมงานและนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;25 องค์กรจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริแบบมีชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมจัดนิทรรศการ &amp;ldquo;ป่ารักน้ำ ตามรอยแม่&amp;rdquo; ชูผลงานโครงการป่ารักน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านถ้ำติ้ว จ.สกลนคร ที่เป็นต้นแบบโครงการป่ารักน้ำในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระองค์ทรงปลูกป่าเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรและรับสั่งให้ราษฎรดูแลรักษาป่า พร้อมทั้งปลูกป่าเสริมต่อไป อีกทั้งมีพระราชประสงค์ให้เห็นความสำคัญการอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร นิทรรศการนำเสนอวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นของชาวภูไท พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชดำริในพื้นที่อีสาน โซนนี้ทุกวันจะแจกกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจากแม่ไม้ในแปลงที่สมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ได้แก่ ไม้แดง และไม้ประดู่ วันละ 100 ต้น รวม 700 ต้น พร้อมทั้งแจกกล้าไม้มีค่า จำนวน 2,000 ต้น ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ มะฮอกกานี หว้า นนทรี อินทนิล แดง พะยอม คูน และสะเดา ให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, พรรณไม้งามพระนามราชวงศ์, มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, สีสรรพรรณไม้, เยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d3f27be9a8a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
