<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้หญิงเคยป่วยหัวใจวาย โอกาสตายง่ายกว่าผู้ชาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังจากหัวใจวายครั้งแรก ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตสูงมากกว่าผู้ชายถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จากผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิต หลังจากการหัวใจวายครั้งแรก สูงกว่าผู้ชายถึง 20 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยจากแคนาดา ได้ทำการศึกษาผู้ป่วยจำนวน 45,064 คน ที่อาศัยอยู่ในประเทศแคนาดา ซึ่งได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หลังจากหัวใจวายครั้งแรก โดยทีมนักวิจัยได้เฝ้าติดตามพวกเขาเป็นเวลาประมาณ 6 ปี ซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจนั้นพบว่า ผู้หญิงหลังจากเข้ารักษาตัวด้วยโรคหัวใจวายนั้น โดยเฉลี่ยแล้วมีอาการค่อนข้างแย่ หรือน่าเป็นห่วงกว่าเพศชาย เพราะไม่ได้มีการผ่าตัด อีกทั้งไม่ได้รับการปรึกษาแพทย์ ในการออกใบสั่งให้กินยาตามที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอาการหัวใจวายมี 2 รูปแบบที่คุกคามชีวิตผู้ป่วยหญิง คือ ภาวะหัวใจวาย อันเนื่องจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ชนิดหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการศึกษาของนักวิจัยยังพบอีกว่า พัฒนาการของภาวะหัวใจล้มเหลว ชนิดหลอดเลือดอุดตัน หรือกระทั่งการเสียชีวิตเพราะหลอดเลือดไม่ได้อุดตันก็ตามนั้น จากการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็พบว่าผู้หญิงจะมีอันตรายมากกว่าผู้ชาย ซึ่งข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาลหลังจากเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ก่อนหัวใจวาย สูงถึงร้อยละ 9.4 และผู้ป่วยหญิงเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน หลังจากเคยหัวใจวาย คิดเป็นร้อยละ 4.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ชายมักจะเสียชีวิตด้วยภาวะแทรกซ้อน ทั้งก่อนและหลังอาการหัวใจวาย คิดเป็นร้อยละ 4.7 และ 2.9 ตามลำดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่คล้ายคลึงกันของทีมนักวิจัยที่ได้ทำการศึกษานั้น คือพัฒนาการหรือผลเสีย จากภาวะหัวใจล้มเหลว ที่เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังในผู้ป่วยนั้น ไม่ว่าคนไข้จะยังคงรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหรือกลับไปพักฟื้นอยู่ที่บ้าน อัตราการเสียชีวิตของเพศหญิง ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมากกว่าผู้ชาย ทว่าผู้หญิงที่เสียชีวิตมากกว่าผู้ชายนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้หญิงที่ป่วยนั้นมีอายุมากกว่าผู้ชายถึง 10 ปี โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะมีอายุมากกว่าผู้ชายอยู่ที่ 72 ปี ส่วนผู้ชายนั้นจะมีอายุอยู่ที่ 61 ปี และมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ &amp;nbsp;อีกเช่นกัน อีกทั้งปัจจัยหนึ่งทำให้เพศหญิงเสียชีวิตมากกว่าผู้ชายนั้น เนื่องจากภาวะหัวใจห้องบนทำงานผิดปกติ กระทั่งมีโรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงที่ป่วยโรคหัวใจนั้น มีเพียงร้อยละ 72.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อเทียบกับผู้ชายร้อยละ 84 ที่ไปพบแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.จัสติน เอเซโควิทซ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา กล่าวว่า &amp;ldquo;จากข้อมูลข้างต้น เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ผู้หญิงอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หลังจากหัวใจวาย ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องพัฒนาแนวทางป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสิ่งที่ลืมไม่ได้นั้นคือการลดคอเลสเตอรอล หรือลดไขมันในเลือดลง ซึ่งจะช่วยเรื่องการควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ควรหมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ ทั้งนี้หากทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าว ถือเป็นการดูแลสุขภาพแต่เนิ่นๆ ที่ช่วยเซฟชีวิตคนได้ดีที่สุด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90870</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดร.จัสติน เอเซโควิทซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d624839123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
