<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์สยามโพลเผยผลสำรวจนร.ต่ำกว่า18ปี พอใจมาตรการโควิด พร้อมฉีควัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิดาภา ถิรศิริกุล คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย จิตรเหล่าอาพร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยสาขารัฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์สิงห์สยามโพล จัดแถลงข่าว ผลสำรวจ ของศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;สิงห์สยามโพล&amp;rdquo; &amp;nbsp;คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ผ่านทาง (LIVE) แฟนเพจ &amp;quot; สิงห์สยาม&amp;quot; เรื่อง สถานการณ์ โควิด-19 ระลอกที่ 2 กับการเมือง 2564 &amp;nbsp;โดยทำการสำรวจข้อมูลระหว่าง วันที่ 2 &amp;ndash; 20 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยแบบสอบถาม จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และเขตภาคกลางที่มีอายุ ต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,328 หน่วยตัวอย่าง โดยใช้การสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบหลายขั้นตอน (Multi stage Random Sampling) โดยเบื้องต้นใช้วิธีการแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 เพื่อเลือกพื้นที่ในการเก็บข้อมูลโดยแบ่งเป็น โรงเรียนของรัฐขนาดเล็ก ขนาดกลาง &amp;nbsp;ขนาดใหญ่ และใหญ่พิเศษ และดำเนินการเก็บข้อมูลโดยการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เพื่อเก็บข้อมูลจากนักเรียนในโรงเรียนทั้ง 4 &amp;nbsp;กลุ่ม ผลการสำรวจ พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายว่ามีความสุขต่อการศึกษาในรูปแบบ online ช่วงสถานการณ์ การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 42.5) รองลงมามีความสุขน้อย (ร้อยละ 33.4) &amp;nbsp;ไม่พอใจ(ร้อยละ 14.5) และสุดท้ายมีความสุขระดับมาก (ร้อยละ 9.6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ด้านความมั่นใจในการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 53.9) รองลงมาคือระดับน้อย (ร้อยละ 27.1) ระดับมาก (ร้อยละ 14.8) และสุดท้าย &amp;nbsp;ไม่ศึกษาต่อ (ร้อยละ 4.2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ด้านความต้องการประกอบอาชีพในอนาคต หากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่คลี่คลาย คือ ธุรกิจส่วนตัว (ร้อยละ 37.5) รองลงมาคือข้าราชการ (ร้อยละ 28.7) อาชีพอิสระ &amp;nbsp;(ร้อยละ 19.0) รัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ 4.2) บริษัทเอกชน(ร้อยละ 9.7) และเกษตรกร(ร้อยละ .9)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ด้านความพึงพอใจในการจัดการและมาตราต่าง ๆ ของรัฐช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกที่ 2 อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 47.3) รองลงมาคือระดับน้อย (ร้อยละ 31.0) ระดับไม่พอใจ &amp;nbsp; (ร้อยละ 17.2) และระดับพอใจมาก(ร้อยละ 4.5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) ด้านความสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารด้านโรคระบาดมากที่สุดช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 (ร้อยละ 35.3) รองลงมาคือข่าวบันเทิง(ร้อยละ 32.0) ข่าวการเมือง(ร้อยละ 19.6) &amp;nbsp;และข่าวอื่นๆ (ร้อยละ 13.0)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ด้านความเชื่อมั่นในการเข้าการร่วมชุมนุมทางการเมืองช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 52.4) รองลงมาคือระดับน้อย (ร้อยละ 21.1) ระดับมาก(ร้อยละ 17.2) &amp;nbsp;และไม่เข้าร่วม(ร้อยละ 9.3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) เห็นด้วยกับการชุมนุมทางการเมืองช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 &amp;nbsp;ในระบบออนไลน์(Facebook, twitter, Line, IG) ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 48.5) รองลงมาคือระดับมาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;(ร้อยละ 33.1) ระดับน้อย(ร้อยละ 14.2) และไม่เข้าร่วม(ร้อยละ 4.2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) หากรัฐบาลมีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีความประสงค์ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19จากรัฐบาลในระดับปานกลาง(ร้อยละ 45.5) รองลงมาคือระดับมาก(ร้อยละ 34.9) ระดับน้อย &amp;nbsp; (ร้อยละ 14.2) และไม่เข้าร่วม(ร้อยละ 5.4)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง &amp;nbsp;(ร้อยละ 59.7) รองลงมาคือ เพศชาย (ร้อยละ 31.8) และเป็นกลุ่มเพศ LGBTQ (ร้อยละ 8.5) ส่วนใหญ่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ร้อยละ 53.0) รองลงมาคือมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ร้อยละ 24.9) และมัธยมศึกษาปีที่ 5 &amp;nbsp;(ร้อยละ 22.1) โดยส่วนใหญ่ได้รับค่าขนมไปโรงเรียนมากกว่า101 บาท (ร้อยละ 57.0) และได้รับค่าขนมไม่เกิน 100 บาท (ร้อยละ 43.0)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อค้นพบจากการสำรวจ คือ ประการแรก ร้อยละ 42.5 เยาวชนมีการปรับตัวการเรียนออนไลน์ตามสถานการณ์ได้ดี แต่ไม่มีความสุขในระบบเพราะ (1) เรียนไม่รู้เรื่องและ (2) มีภาระในการเรียนมากกว่าปกติ เช่น การทำแบบฝึกหัดเรียนด้วยตนเองคิดเป็นร้อยละ 33.4 &amp;nbsp; ประการที่สอง การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเป็นประเด็นที่เป็นภาระมากกว่าการออกมาทำงานหลังจบมัธยมศึกษาตอนปลายในช่วงสถานการณ์ Covic-19 โดยส่วนใหญ่ จึงลังเลในการเลือกศึกษาต่อคิดเป็นร้อยละ 27.1 ประการที่สาม มองเห็นว่าในช่วงสถานการณ์ Covic-19 การประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวกลายเป็นอาชีพที่มีความสนใจใกล้ตัวกับเยาวชน(ร้อยละ 37.5) เพราะไม่จำเป็นต้องเรียนต่อในระดับปริญญาตรี และสนใจรับราชการ(ร้อยละ 28.7) ประการที่สี่ เยาวชนโดยทั่วไปมองเห็นว่า มาตรการทั้งการแก้ไขปัญหาและความช่วยเหลือของรัฐพอช่วยเหลือผู้ปกครองได้บ้างแต่ไม่มากนัก จึงมีความพึงพอใจในระดับปานกลางและน้อยร้อยละ 47.3, 31.0 ตามลำดับ ประการที่ห้า บทบาทสื่อในประเด็นเรื่องการแพร่ระบาดสามารถเข้าถึงเยาวชนได้ดีร้อยละ 35.3 ขณะที่ประเด็นด้านการเมืองนั้น &amp;nbsp;ไม่มีผลต่อการสร้างแรงดึงดูดต่อเยาวชนได้มากนักคิดเป็นร้อยละ 19.6 เท่านั้น ประการที่หก การปลุกระดมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในบริบทปัจจุบัน ยังไม่สามารถกระตุ้นคิดเป็นร้อยละ 52.4 สอดคล้องกับประการที่เจ็ด การเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านออนไลน์ Facebook, twitter, Line, IG คิดเป็นร้อยละ 33.1 และประการที่แปดสุดท้ายคือ แม้มีการฉีดวัคซีน เยาวชนก็มีความต้องการในการฉีดสูงคิดเป็นร้อยละ 45.5 แม้ว่าจะมีความลังเลอยู่บ้างคิดเป็นร้อยละ 14.2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์ผลการสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)เยาวชนมีการปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดี แม้จะได้รับผลกระทบ โดยตรงจากการปฏิบัติตามมาตรการนโยบายรัฐเรื่องการจัดการเรียนการสอนออนไลน์เป็นหลัก จึงพบว่า โดยส่วนใหญ่ไม่มีความสุขในระบบเพราะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (1) เรียนไม่รู้เรื่องและ (2) มีภาระในการเรียนมากกว่าปกติ เช่น การทำแบบฝึกหัดเรียนด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเป็นประเด็นที่เป็นภาระมากกว่าการออกมาทำงานหลังจบมัธยมศึกษาตอนปลายในช่วงสถานการณ์ Covic-19 โดยส่วนใหญ่ จึงลังเลในการเลือกศึกษาต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)กลุ่มตัวอย่างมองเห็นว่าในช่วงสถานการณ์ Covic-19 การประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวกลายเป็นอาชีพที่มี ความสนใจใกล้ตัวกับเยาวชน เพราะไม่จำเป็นต้องเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายสูง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และเสียเวลาอีก 3-4 ปี แต่กลุ่มตัวอย่างอีกลุ่มยังมองเห็นว่า การรับราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นทางเลือกที่มีความมั่นคงสูงในสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)เยาวชนโดยทั่วไปมองเห็นว่า มาตรการทั้งการแก้ไขปัญหาและความช่วยเหลือของรัฐพอช่วยเหลือผู้ปกครอง &amp;nbsp;ได้บ้างแต่ไม่มากนัก จึงมีความพึงพอใจในระดับปานกลางและน้อยตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)บทบาทสื่อในประเด็นเรื่องการแพร่ระบาดสามารถเข้าถึงเยาวชนได้ดี ขณะที่ประเด็นด้านการเมืองนั้น &amp;nbsp;ไม่มีผลต่อการสร้างแรงดึงดูดต่อเยาวชนได้มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)ขณะเดียวกัน การปลุกระดมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในบริบทปัจจุบัน ยังไม่สามารถกระตุ้น การตัดสินใจของเยาวชนตัดสินใจเข้าร่วมการเคลื่อนไหวแบบจริงจัง เพราะการเรียนในระบบออนไลน์ทำให้เยาวชนอยู่กับครอบครัวที่มีอิทธิพลในการกล่อมเกลาทางการเมืองสูงกว่ากลุ่มเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวผ่านระบบออนไลน์นั้น ยังมีบทบาทในทางการเมืองได้ใกล้ตัวกับเยาวชน เพราะเหตุจากความปลอดภัยที่มีมากกว่าการเข้าร่วมชุมนุมด้วยตนเอง จนกล่าวได้ว่า &amp;nbsp; การเป็นนักเลงคีย์บอร์ดนั้นได้รับการยอมรับในหมู่เยาวชนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8)แม้มีการฉีดวัคซีน เยาวชนก็มีความต้องการในการฉีดสูง แม้ว่าจะมีความลังเลอยู่บ้าง การสร้างความเชื่อมั่น ถึงความปลอดภัยย่อมทำให้เยาวชนกล้าตัดสินใจเข้ารับการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร.จิดาภา ถิรศิริกุล, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19, สิงห์สยามโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041e35ac7bb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
