<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะวงเสวนาสายกรีน ส่องนวัตกรรมกู้วิกฤตโลกรวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ภาวะโลกรวน&amp;rdquo; ถือเป็นวิกฤตของโลกที่ส่งสัญญาณอันทรงพลังต่อมวลมนุษยชาติถึงความไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีปริมาณสูงขึ้น จนนำมาสู่ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตบนโลกที่สูญเสียสมดุล ทำให้หลายประเทศหันกลับมาตระหนักว่า เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปมากกว่านี้จนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ และนำมาสู่ความพยายามเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำในเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงจัดเวทีเสวนาร่วมกับกูรูสิ่งแวดล้อมในสาขาต่าง ๆ เพื่อร่วมแบ่งปันทิศทางการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและแนวคิดนวัตกรรมสีเขียวที่จะมาช่วยกู้วิกฤตโลกรวนให้ดีขึ้น ในหัวข้อ &amp;ldquo;นวัตกรรมช่วยลดโลกรวน #รวมพลังเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมของไทย เปิดเผยว่า จากการดำเนินโครงการตรวจวัดคุณภาพอากาศในโครงการ Sensor for All ที่ดำเนินโครงการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่าย ชี้ให้เห็นว่านอกจากเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 แล้ว ยังควรเดินหน้าต่อยอดในเรื่องของมลพิษที่เป็นแก๊สซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยการนำข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่เก็บรวบรวมผ่านเซนเซอร์เป็น Big Data มาวิเคราะห์ประมวลผล เพื่อช่วยในการตัดสินใจและเลือกว่าคนไทยจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร รวมไปถึงการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างความยั่งยืนตามแนวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นอกจากนี้ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า เราคือเจ้าของปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศและและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศคือ การเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตโลกรวนใน 4 ด้านคือ&lt;/p&gt;


	การพัฒนาคน ต้องสร้างพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Pro-environmental behavior : PEBS) และส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกิดความตระหนักและการกระทำเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
	เครื่องมือ การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk map) ในการกำหนดพื้นที่เสี่ยงด้านคุณภาพอากาศ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำลังดำเนินการ หรือการนำเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) เข้ามาใช้ในกระบวนต่าง ๆ 
	โครงสร้าง ต้องพัฒนาแพลตฟอร์มในการจัดเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์อย่างครบวงจร เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลด้านคุณภาพอากาศที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมตลาดซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
	โครงการ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการต่าง ๆ กิจกรรม CSR ที่มุ่งเน้นในการสร้างพื้นที่สีเขียว รวมถึงการพัฒนาเกษตรตามแนวคิดโคก หนอง นาโมเดล &amp;nbsp;&amp;nbsp;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวถึงการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;rdquo; ซึ่งได้นำเทคโนโลยี IoT เซนเซอร์ และ Big Data เข้ามาตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศทั่วประเทศกว่า 8,000 จุด ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก การตรวจวัดอุณหภูมิ ความกดอากาศ ความเร็วลม โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งผ่านด้วยเทคโนโลยี IoT ในรูปแบบเรียลไทม์และจัดเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลด้านคุณภาพอากาศของหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อบูรณาการข้อมูลและสามารถนำมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศ และนำข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์สามารถนำไปใช้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในการปฏิบัติตนเมื่อมีปัญหามลภาวะทางอากาศ ใช้สำหรับการคาดการณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า รวมถึงเป็นข้อมูลสนับสนุนในการตัดสินใจเพื่อกำหนดนโยบายด้านคุณภาพอากาศของประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และคณะอนุกรรมาธิการสภาฯ ด้านแก้ไขปัญหา PM 2.5 ให้ทัศนะว่า คนไทยไม่จำเป็นต้องเสียสละสุขภาพและอากาศที่ดีเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต เพราะทั้งสองสิ่งนี้สามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้ โดยหยิบยกกรณีตัวอย่างของประเทศสหรัฐอเมริกาถึงความสำเร็จในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศด้วยกฎหมายสะอาด (Clean Air Act) ทั้งการใช้อำนาจตามกฎหมายและการนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับประเทศไทยก็ได้พัฒนานวัตกรรมเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กฝีมือคนไทยที่ชื่อว่า &amp;ldquo;Dust Boy&amp;rdquo; โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความแม่นยำถึง 85% สามารถช่วยแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและวางแผนจัดการความเสี่ยงกับฝุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน ดร.นณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จต้นแบบ &amp;ldquo;ระบบเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงฝุ่นควันอัตโนมัติ&amp;rdquo; ของเขตสุขภาพที่ 1 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายที่จะช่วยกันเฝ้าระวังและส่งเสริมให้ประชาชนป้องกันฝุ่นควันด้วยตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ระบบ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. Smoke Alert สำหรับแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นควันอัตโนมัติและแนะนำวิธีปฏิบัติตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. ระบบผ่อดีดีโรงเรียน ซึ่งเป็นระบบสำหรับโรงเรียนหรือสถานศึกษาในแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นควันเพื่อการเฝ้าระวัง งดกิจกรรมนอกห้องเรียน และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่นักเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ระบบผ่อดีดีตำบล ซึ่งเป็นระบบสำหรับตำบลในการแก้ไขปัญหา ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการป้องกันหรือลดผลกระทบจากฝุ่นควัน ซึ่งหากสถานการณ์มีความรุนแรงก็จะแจ้งเตือนไปยังอำเภอหรือจังหวัดด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันเขตสุขภาพที่ 1 ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับมหาวิยาลัยเชียงใหม่พัฒนาแพลตฟอร์มไฮบริดข้อมูล PM 2.5 จากหน่วยงานต่าง ๆ มาใช้สำหรับการบริหารจัดการเชิงสุขภาพระดับพื้นที่ในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกรวนว่า กฟผ. สนับสนุนการเดินหน้าสู่สังคมไร้คาร์บอนตามนโยบาย Carbon Neutrality ของประเทศ มุ่งเน้นส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้เพิ่มมากขึ้น โดย กฟผ. ได้นำร่องโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี และยังมีแผนขยายไปตามเขตเขื่อนทั่วประเทศรวม 2,725 เมกะวัตต์ รวมถึงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น (Grid Modernization) การพัฒนาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับพลังงานหมุนเวียน สามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฟผ. ยังมีนโยบาย EGAT Air Time ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายพัฒนาแพลตฟอร์มและรูปแบบการดำเนินการเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยขับเคลื่อนกลยุทธ์ T-I-M-E คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; T : Tree &amp;amp; Tourism การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่ออากาศบริสุทธิ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย กฟผ. ตั้งเป้าปลูกป่า 1 ล้านไร่ในอีก 10 ปีข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; I : Innovation พัฒนานวัตกรรมเพื่อดูแล ลดปัญหา และจัดการคุณภาพอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; M : Monitoring ตรวจวัดและแสดงผลคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนป้องกัน ลดการปล่อย PM2.5 ให้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; E: Education &amp;amp; Engagement กฟผ. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อสารองค์ความรู้ในการดูแลคุณภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฟผ. ยินดีและภูมิใจในการดูแลสภาพอากาศให้ดีขึ้น อันเป็นผลมาจากการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมต่าง ๆ ตลอดจนความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการติดตามและดูแลคุณภาพอากาศอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-1.15pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้คนไทยทุกคนก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกู้วิกฤตภาวะโลกรวนได้ด้วยการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ รอบตัวเรา&amp;nbsp; อาทิ การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ปลูกต้นไม้ให้เพิ่มขึ้น สนับสนุนการใช้พลังงานหมุเวียน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ร่วมสร้างอากาศบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119008</URL_LINK>
                <HASHTAG>Carbon Neutrality, EGAT Air Time, กฟผ., การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ดร.จิราพร ศิริคำ, ดร.นณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ, ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์, นวัตกรรมกู้วิกฤตโลกรวน, นวัตกรรมช่วยลดโลกรวน, ปัญหา PM 2.5, ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์, ภาวะโลกรวน, รวมพลังเพื่อลมหายใจแห่งอนาคต, ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล, สังคมไร้คาร์บอน, เสวนาสายกรีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615daefd28785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว้า 10 รางวัลสิ่งประดิษฐ์จากเวทีนานาชาติ กฟผ. มุ่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กฟผ. คว้ารางวัลเกียรติยศจากการประกวดและจัดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ในเวที &amp;ldquo;The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products&amp;rdquo; (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมคว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง และรางวัลพิเศษจากประเทศโปแลนด์ อีก 2 รางวัล มุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและการสร้างประโยชน์ต่อสังคม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยล่าสุดทีมนักวิจัยและนักประดิษฐ์ กฟผ. สามารถคว้า 10 รางวัลจาก 8 ผลงาน ในเวที &amp;ldquo;The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products&amp;rdquo; (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 &amp;ndash; 4 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีผลงานเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จาก 30 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับการประกวดครั้งนี้ ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องดันสายและชุดคันโยกสาย OVER HEAD&amp;rdquo; (Special Tools for Overhead Ground Wire Installation) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยติดตั้งสายล่อฟ้าบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงโดยไม่ต้องปลดสายลงพื้นดิน ทำให้ กฟผ. ไม่ต้องดับไฟและไม่ต้องปิดกั้นถนน จึงไม่กระทบต่อประชาชน ผลงานนี้ได้รับรางวัลเกียรติยศจากคณะผู้บริหารการจัดงานประกวด และรางวัลเหรียญทองแดง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;ประแจเปิด &amp;ndash; ปิดวาล์วเอนกประสงค์&amp;rdquo; (Smart Wrench for Multi-Type Valves) เป็นประแจชนิดพิเศษที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดวาล์ว สามารถทำงานได้หลากหลายและใช้งานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย คว้ารางวัลเหรียญทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;การออกแบบระบบการเปิดของบานประตูน้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ&amp;rdquo; (Enhancement of Wicket Gate Control System in Pumped-Storage Power Plant) ช่วยรักษาสภาพการเดินเครื่องให้อยู่ในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแบบอัตโนมัติ และลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 6 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน และรางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องมือสอบเทียบไดอัลเกจแบบอัตโนมัติ&amp;rdquo; (Automatic Dial Gauge Calibrator) เป็นอุปกรณ์ที่ กฟผ. พัฒนาเครื่องมือสอบเทียบขึ้นมาใหม่ เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการสอบเทียบ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 2.4 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนผลงานที่คว้าเหรียญทองแดง ได้แก่ &amp;ldquo;อุปกรณ์เคลียร์เศษโลหะออกจากสายพานท้ายเครื่องโม่ถ่านกึ่งอัตโนมัติ&amp;rdquo; (Metal Scrap Removal Machine for Lignite Belt Conveyor System) ป้องกันเศษโลหะที่ปะปนมาจากหน้างานถ่านลิกไนต์ สามารถกำจัดเศษโลหะแบบอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่องและลดค่าเสียโอกาสในการผลิตถ่านลิกไนต์ถึงปีละกว่า 23.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;โปรแกรมคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า&amp;rdquo; (Prediction Software for Availability Declaration of Power Plant) ช่วยคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าในวันถัดไป ลดการสูญเสียรายได้ และช่วยให้โรงไฟฟ้ามีค่าความร้อน (Heat Rate) ต่ำลงจากการเดินเครื่องผลิตเต็มสมรรถนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และผลงาน &amp;ldquo;การยกระดับกระบวนการเชื่อมซ่อมหม้อน้ำด้วยอุปกรณ์ช่วยกันลม&amp;rdquo; (Enhancement of Boiler Welding with Wind Shield Box) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาลมแรงขณะทำการเชื่อมท่อในอาคาร Boiler ที่มีความสูงกว่า 70 เมตร ลดความเสี่ยงในการเกิดจุดบกพร่องในงานเชื่อมจากลมภายนอก และเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีผลงาน &amp;ldquo;ระบบวางแผนและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในยุค 4.0&amp;rdquo; (Smart Power Plant Maintenance Planning Program) ที่จะจัดเก็บประวัติการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการสั่งซื้ออะไหล่และการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ สามารถออกใบสั่งซื้ออะไหล่ได้อัตโนมัติ โดยตรวจสอบผ่าน QR Code ได้อย่างรวดเร็ว คว้ารางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต กฟผ. จึงส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ จนได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย กฟผ. จะสร้างนักวิจัยและนักประดิษฐ์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมพลังงานเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo; ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21524</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ดร.จิราพร ศิริคำ, ผลิตไฟฟ้า, รางวัลเกียรติยศ, สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, เครื่องมือสอบเทียบไดอัลเกจแบบอัตโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be26b6eb84f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
