<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สภาทนายฯ&#039; เปิดตัว &#039;ตู้ปันสุข เฟส 2&#039; ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโรคโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - ที่ทำการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย, นายภากร ชัชวาลวงศ์ เหรัญญิกและผู้ช่วยเลขาธิการสภาทนายความ และดร.สมพงษ์ สิงห์สมบุญ กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 1 รับมอบสิ่งของ และ &amp;quot;ถุงปันสุข&amp;quot; อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป และอื่น ๆ เพื่อใช้ในโครงการ &amp;ldquo;ตู้ปันสุข เฟส 2&amp;rdquo; สภาทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี ตัวแทนทนายความรุ่น 51, ทนายความโครงการ English for Lawyers และทนายความไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสภาทนายความ อาทิ นายภัทร ธรรมพัฒน์พงศ์ รองประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ทนายความรุ่นที 51, นางสาวชนัญชิดา สังข์แก้ว เลขานุการทนายความรุ่นที 51, นางสาวสิลักขณ์ภริญ วัธนเวคิน กลิ่นพิกุล รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ทนายความรุ่นที 51, นายทอง สีหาวงษ์ หัวหน้าคณะทำงาน/วิทยากรโครงการ English for Lawyers และนางสาวจารุ์นันท์ บึงประเสริฐสุข กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นตัวแทนกลุ่มทนายความที่ได้ร่วมบริจาคอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มอบให้สภาทนายความนำไปใช้ในโครงการ &amp;ldquo;ตู้ปันสุข เฟส 2&amp;rdquo; บริเวณหน้าที่ทำการสภาทนายความ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยทางสภาทนายความพร้อมเชิญชวนและขอความร่วมมือ หยิบของไปแต่พอดี เพื่อเหลือแบ่งปันแก่คนที่ต้องการรับความช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, ตู้ปันสุข, สภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a63eec37391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกสภาทนายฯ พร้อมตั้งคณะทำงานช่วยเหลือคดีเรียกคืนเบี้ยคนชรา เชื่อไม่ได้เจตนาทำผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวผู้สูงอายุได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกคืนเบี้ยยังชีพคนชราที่จ่ายโดยกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;ว่า เรื่องดังกล่าวทางสภาทนายฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และผู้ที่รับเบี้ยยังชีพชราภาพไม่ได้เจตนากระทำผิด เพียงแต่ไม่ทราบเงื่อนไขหลักเกณฑ์การรับเงิน ซึ่งต้องหาทางตรวจสอบและหามาตรการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกฎหมายที่สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีนี้ ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ กล่าวว่า ต้องกลับไปศึกษาข้อกฎหมายก่อน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับหลายหน่วยงาน แต่ทางสภาทนายความก็พร้อมช่วยเหลือ โดยเรามีหน่วยงานสภาทนายประจำทุกจังหวัดที่พร้อมให้คำปรึกษาและให้ความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนมาร้องเรียนกรณีดังกล่าว เพียงแต่มีผู้สูงอายุมาปรึกษาเรื่องอื่นๆ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามจังหวัดต่างๆ ทางสภาทนายความฯ ได้ลงไปให้ความช่วยเหลือหรือไม่&amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ กล่าวว่า เราไปประชุมปรึกษาหาแนวทางเพื่อตั้งคณะทำงานเพื่อลงไปดูแลช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_60101589c8fe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงกลางศาล3ศพ! อดีตจเรตำรวจฆ่า2ทนาย-เจ็บ2ก่อนโดนสวนดับเซ่นปมมรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุยิงกันกลางศาลซ้ำรอยอีก! คราวนี้ดับ 3 ศพ เจ็บอีก 2 &amp;quot;พล.ต.ต.ธานินทร์-อดีตจเรตำรวจ&amp;quot; ชักปืนกล็อกกระหน่ำยิงกลางห้องพิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี 2 ทนายดับ ภรรยาโจทก์เจ็บ ก่อนถูกเสมียนทนายโจทก์ขอปืนตำรวจยิงใส่จำเลยจนเสียชีวิต เซ่นปมพิพาทที่ดินมรดก ศาลยุติธรรมเต้น เร่งเพิ่มตำรวจศาล 300 นาย รมว.ยุติธรรมระบุถึงเวลาต้องสังคายนาความปลอดภัยพื้นที่ศาล สภาทนายฯ แถลงเสียใจ ฟื้นแนวคิดทนายพกปืนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน เกิดเหตุมีการใช้อาวุธปืนยิงกันภายในห้องพิพากษา บัลลังก์ที่ &amp;nbsp;2 ศาลจังหวัดจันทบุรี ระหว่างรอกระบวนพิจารณาคดีพิพาทมรดกที่ดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รอง ผบช.ภ.2) พร้อมด้วยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี (ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.จรัลได้เปิดแถลงการณ์เบื้องต้นว่า จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.หญิงปัญญาพร ศรีชาย รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนผู้เสียชีวิตตามไทม์ไลน์ ประกอบด้วย ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือ พล.ต.ต.ธานินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจเกษียณราชการ อายุ 67 ปี ส่วนคู่กรณีที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 4 คน คือ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ เป็นโจทก์, นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยานายบัญชา, นายวิจัย สุขรมย์ ทนาย และนายวิชัย อุดมธนภัทร ทนาย ส่วนสาเหตุการก่อเหตุสืบเนื่องจากคดีฟ้องแพ่งที่ดินกันมานานกว่า 10 ปี ครั้งนี้แตกสาขาเป็นคดีอาญาข้อหาฟ้องเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอาวุธที่พล.ต.ต.ธานินทร์ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นอาวุธปืนพกสั้น ปืนกล็อก 22.40 จำนวน 1 กระบอก ต่อมา พล.ต.ต.ธานินทร์ถูกตำรวจศาลยิงบาดเจ็บภายหลังจากก่อเหตุใช้อาวุธยิงผู้อื่นในศาลก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.พระปกเกล้า และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ &amp;nbsp;นายบัญชา, นายวิจัย และ พล.ต.ต.ธานินทร์ บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นางสุภาพร และนายวิชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะผู้พิพากษาศาล จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว. จันทบุรี พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ประชุมรวบรวมและประเมินสถานการณ์ชนวนเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงกันภายในศาล ทั้งในเรื่องการที่ผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนผ่านจุดตรวจจับเข้าไปภายในศาลได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาวันนี้ด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย โดยได้รับรายงานว่า ในการพิจารณาคดีที่ผ่านมามีการโต้เถียงกันของทั้งสองฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ขณะเกิดเหตุวันนี้ องค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธานินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
เสมียนทนายขอปืนตร.ยิงจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานศาลยุติธรรมขอเรียนว่า จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาล และบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุดังกล่าว จากนั้นนายสุรินทร์เผยว่า ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกาให้แถลงกับสื่อมวลชนว่า ประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรินทร์กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรีว่า เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาก่อนลงมือสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.ผู้ก่อเหตุ ช่วงเวลาเดียวกัน อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 กำลังตรวจเยี่ยมศาลจังหวัด โดยหัวหน้าศาลกำลังกล่าวรายงานได้ยินเสียงปืนหลายนัด ทราบภายในเวลาต่อมาว่าจำเลยที่ 3 ใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงโจทก์ ทนายโจทก์ตาย และกระสุนถูกภรรยา ทนายโจทก์บาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเวลาเดียวกัน ตำรวจจาก สภ.เมืองจันทบุรีวิ่งเข้าหน้าห้องพิจารณา แต่เกิดอาการไม่สบายทันด่วน เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ทางเสมียนทนายโจทก์เห็นจึงขอปืนจากตำรวจยิงใส่จำเลยที่ 3 ผ่านกระจกประตูห้องพิจารณา ถูกร่างจำเลยที่ 3 ถึง 6 นัด ทราบภายหลังว่าจำเลยที่ 3 เสียชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำ กับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากยังประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ
ศาลคุมเข้มมาตรการ รปภ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องของมาตรการความปลอดภัยบริเวณศาลนั้น ภายหลังจากที่เกิดเหตุ 3 ผู้ต้องขังชาย-หญิง คดียาเสพติด หนีจากห้องควบคุมตัวในศาลจังหวัดพัทยา โดยมีอาวุธปืนและมีดที่ลักลอบนำเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลได้รับบาดเจ็บไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม ให้แต่ละศาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลให้มากขึ้นกว่าเดิม ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2550 อย่างเคร่งครัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตาย เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หลังพิพากษาคดีความมั่นคง ณ ห้องพิจารณา 4 ศาลจังหวัดยะลา ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ เบญจกุล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เรากำลังตรวจสอบให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพื่อหามาตรการความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลที่รัดกุม โดยการดูแลความเรียบร้อยในศาลมีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนผู้ต้องขัง จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยบริเวณศาล และในส่วนของศาลเองมีเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่จัดสรรการจ้างมาจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งไม่มีอาวุธประจำกาย จะดูแลความเรียบร้อยทั่วไปบริเวณศาล ซึ่งปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของศาลนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมก็กำลังพัฒนาระบบเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือคอร์ตมาร์แชล (COURT MARSHAL) ซึ่งปัจจุบันนี้มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย โดยในปี 2563 เราจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังในส่วนนี้ที่ศาลจัดดำเนินการเอง กระจายไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะจัดกำลังเท่าที่กระจายไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน โดยภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้จะได้ผลสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ในด้านนโยบายเช้า ตนในฐานะเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับผู้อำนวยการศาลต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทุกชนิดที่ติดตั้งไว้ทุกศาลแล้ว ต้องพร้อมใช้งาน ทั้งกล้องวงจรปิดและเครื่องตรวจอาวุธขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณทางเข้าศาล และเครื่องตรวจอาวุธชนิดใช้มือถือขนาดเล็ก ทั้งนี้ เรื่องมาตรการปลอดภัยบริเวณศาลเราได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงเต็มความสามารถ หากตรวจสอบพบข้อบกพร่องก็จะดำเนินการป้องกันทันที
สภาทนายฯ ขอพกปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้นับว่าน่าตกใจ เนื่องจากเป็นการยิงกันในศาล การดำเนินคดีปกติแล้วจะมีความไม่พอใจกัน แต่ก็ต้องว่ากันไปด้วยตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งยังมีชั้นอุทธรณ์และฎีกา ไม่ควรถึงขนาดที่จะต้องยิงกัน นับเป็นเหตุที่ไม่คาดฝัน ไม่น่าเชื่อ ตนก็มีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ เราจะต้องมีแนวทางให้ทนายความป้องกันตัวเองได้ด้วยส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาเราเคยเสนอเรื่องทนายความอาจจะจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนพกพาไว้ป้องกันตัว เนื่องจากต้องเดินทางไปทั่วประเทศ เป็นการเดินทางไกล และทำงานที่มีความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกับท่านทนายบัญชาก็รู้จักกันดี ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ซึ่งทางสภาทนายความฯ ก็จะหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือในกรณีนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายกสภาทนายความฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ จันทเวช โฆษกสภาทนายความฯ ออกแถลงการณ์สภาทนายความฯ ขอแสดงความเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดซึ้ง ซึ่งสภาทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง สภาทนายความมีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ และจะประชาสัมพันธ์ให้ทนายความระมัดระวังป้องกันตนเอง ในการประกอบวิชาชีพทนายความต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ เป็นหัวหน้าสำนักงานบัญชา เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตสมาชิกสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และเป็นกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา เคยเป็นทนายความกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ และเคยเป็นอดีตทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ดูเหมือนว่าคู่กรณีไม่มีความพึงพอใจกันเป็นการส่วนตัวอย่างมากอยู่แล้ว อาวุธที่ใช้ก็เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนในศาล อันนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรการป้องกัน ทำให้มองไปถึงเหตุการณ์ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ที่ผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งคือมาตรการในการควบคุมดูแล ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันทบทวนดูมาตรการหาความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าพอเกิดการแย่งปืนแล้วไปยิงบุคคลสำคัญในศาลขึ้นมาจะเสียหายหนักขึ้นไปอีก ดังนั้นเรื่องของการทบทวนมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆ ต้องสังคายนาว่ากันระหว่างส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางศาล และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
เบื้องหลังปมชิงมรดก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าการสังคายนาจะทำอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า เขาคงทำกันอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย แต่มองดูว่าต้องทบทวน เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกัน และที่เขาทำอยู่ยังไม่ทันเรียบร้อยแล้วเกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมคนร้ายแล้วก็ว่าไปตามเรื่อง ไม่ต้องกำชับอะไร เป็นเรื่องของกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ให้กำชับอยู่นั่นแหละ ให้กำชับอะไร ในเมื่อกฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว ใครผิดก็ติดคุกไป ศาลตัดสินเอง ศาลดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์เดลินิวส์รายงานว่า สำหรับข้อพิพาททั้งหมดก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับที่ดิน 86 แปลง กว่า 3,800 ไร่ ในพื้นที่บ้านตาเลียว ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมพล โกศลานันท์ ก่อนที่มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่มีพระกิตติปัญญาคุณ หรือพระกิตติวุฑโฒ(ภิกขุ) เป็นผู้จัดการมูลนิธิฯ จะติดต่อขอซื้อด้วยเงิน 12 ล้านบาท เมื่อปี 2513 ใช้วิธีผ่อนชำระ &amp;nbsp;ต่อมานายสมพลได้เสียชีวิตลงในปี 2538 และทางครอบครัวตรวจสอบพบว่ามูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯ ขาดการผ่อนคงอย่างต่อเนื่องรวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท ศาลจึงสั่งให้ที่ดินทั้งหมดกลับคืนมาเป็นของครอบครัวนายสมพลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง พล.ต.ต.ธานินทร์ได้มาแต่งงานกับลูกสาวของนายสมพล ทำให้ถือว่ามาเป็นเขยของตระกูลโกศลานันท์ และ พล.ต.ต.ธานินทร์ยื่นเรื่องขอครอบครองที่ดินดังกล่าว แต่ทางฝั่งของนางสุภาพร ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสมพล เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะเป็นที่ดินของบิดา เป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท จึงร่วมกับผู้เป็นสามีคือ นายบัญชาทำการยื่นฟ้องแพ่งกับ พล.ต.ต.ธานินทร์ จากนั้นก็ต่อสู้กันทางคดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดฝั่งโจทก์คือนางสุภาพรและนายบัญชาผู้เป็นสามีตรวจสอบพบข้อมูลว่า พล.ต.ต.ธานินทร์ได้ปลอมแปลงเอกสารหลักฐานบางอย่าง จึงนำข้อมูลไปยื่นร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายหลังพบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานจริง ฝั่งโจทก์จึงแตกย่อยคดีมายื่นฟ้อง พล.ต.ต.ธานินทร์ ในคดีอาญาข้อหาแจ้งเท็จทำให้ในวันนี้ศาลจึงนัดทั้ง2 ฝ่ายมาพิพากษาในส่วนคดีอาญาแจ้งเท็จนี้ ก่อนจะเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, นิพนธ์ จันทเวช, บัญชา ปรมีคณาภรณ์, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สราวุธ เบญจกุล, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcac7260fe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
