<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด ช่วยรับซื้อผลผลิต &amp;ndash;สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร นำร่องหน้าค่ายทหาร-หน่วยงานในสังกัด 42 แห่ง 25 จังหวัดเป็นตลาดซื้อ-ขายสินค้าเกษตร หวังแบ่งเบาความเดือดร้อนเกษตรกรช่วงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)ที่ต่อเนื่องมาถึงระลอก 3 ส่งผลกระทบให้ผลผลิตเกษตรที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดทั้งไม้ผล ไม้ดอก และพืชผักต่างๆ ไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ อีกทั้งภาคธุรกิจและสถานบริการหลายแห่งปิดตัวลงทำให้ลดจำนวนการสั่งซื้อสินค้าเกษตรลง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปีนี้ของไทยทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผัก ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรรวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลประสบปัญหาล้นตลาด ราคาตกต่ำลงอย่างมาก ทั้งหมดจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งหามาตรการและช่องทางตลาดใหม่ๆเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทยให้รอดพ้นภาวะวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กองจันทร์  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผนึกกำลังในการคิดค้นมาตรการและสร้างกลไก เครือข่ายทางการตลาดใหม่ๆที่สอดคล้องกับภาวะวิกฤติโควิดและความเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทยให้อยู่รอดแบบยั่งยืน มีการกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญล่าสุดคือ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงกลาโหม ในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรตามความต้องการและศักยภาพของหน่วย เช่น ผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผักและผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ เป็นต้น และการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ข้าราชการทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มีโอกาสได้เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือฯจะมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดในระดับพื้นที่ร่วมกันสำรวจความต้องการรับซื้อและความพร้อม/ศักยภาพพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยเบื้องต้นจะมีการนำร่องจำนวน 42 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับตัวอย่างสินค้าผลผลิตทางการเกษตรที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในช่วง 6 เดือนนี้ (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564) ได้แก่ ผลไม้-ลำไยสด มะม่วงมหาชนก มะม่วงเขียวมรกต แก้วมังกร พืชผัก-พริก กระเทียม กะหล่ำปลี สินค้าปศุสัตว์-ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าประมง-กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งก้ามกราม ปลากะพง เป็นต้น โดยได้มอบหมายกรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จัดทำข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร ในปี 2564 ที่ประสงค์ให้กระทรวงกลาโหมรับซื้อและจัดจุดจำหน่ายและมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักจัดทำข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; ดร.ทองเปลว กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้เตรียมมาตรการในการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรทั้งในภาวะปกติและในช่วงภาวะวิกฤติของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19ไว้อย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนถึงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด อาทิ การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ(ลิ้นจี่) การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ การจัดทำโครงการพัฒนาEcosystemเพื่อจำหน่ายผลไม้ไทยครบวงจรบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดหาช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้าด้านการเกษตรต่างๆ ให้กับเกษตรกร ได้แก่ ตลาด Modern trade เช่น Tesco Lotus, Big C และ Makro ตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท ตลาดเฉพาะกิจ เช่น จำหน่ายสินค้าในรูปแบบค้าส่งร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น แต่ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์ของโรคโควิด-19ยังคงวิกฤติอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรฯจำเป็นที่จะต้องเร่งหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อขยายช่องทางตลาดในการระบายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดให้มากที่สุดเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ ประธาน Young Smart Farmer จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การจับมือระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ถือเป็นแนวคิดที่ดีที่ทหารช่วยซื้อผลผลิตของเกษตรกรและเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้เกษตรกรได้มีตลาดจำหน่ายและลดปัญหาความเดือดร้อนจากการหาตลาดไม่ได้ คนซื้อน้อยลง ซึ่งตนมองว่ากระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานในสังกัดกระจายอยู่ทุกจังหวัด จึงถือเป็นตลาดที่ใหญ่มีครอบครัวทหารทั่วประเทศหลายล้านคนซึ่งจะช่วยระบายสินค้าเกษตรได้เป็นจำนวนมาก และหวังว่าในอนาคตกระทรวงเกษตรฯจะหาแนวทางในการจับมือกับกระทรวงอื่นๆเพิ่มเติม อาทิ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลทั่วประเทศหลายสิบล้านคน หรือแม้แต่โรงเรียนและสถานบันการศึกษา หากสามารถเข้าไปเจาะช่องทางตลาดหน่วยงานตรงเพิ่มเติมได้ ก็จะแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสระแก้ว ปัจจุบันเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด เช่น พืชผักอินทรีย์ มะม่วง กระท้อน และลำไย โดยเกษตรกรได้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์จังหวัดสระแก้ว และกลุ่มเครือข่ายYoung Smart Farmer กว่า400 ราย มีผลผลิตออกสู่ตลาดปีละหลายพันตัน เช่น ผักอินทรีย์ มีผลผลิตประมาณ 5 ตัน/เดือน มะม่วง ผลิตปีละ 3 ครั้ง มีผลผลิตประมาณ 400-500 ตัน/รอบการผลิต กระท้อน 200 ตัน/ปี เป็นต้น ซึ่งก่อนเกิดวิกฤติมีตลาดจำหน่ายหลักๆ คือ ตลาดชุมชน ตลาดไท และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ส่วนมะม่วงก็ส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูป แต่หลังจากเกิดวิกฤติโรงงานปิดและหยุดรับซื้อ ตลาดค้าส่งและห้างสรรพสินค้าก็สั่งซื้อน้อยลง ทำให้ผลผลิตล้นตลาดจำนวนมาก เลยหันมาเปลี่ยนช่องทางตลาดแบบขายปลีกแทนเพื่อประคองสถานการณ์ให้ผ่านวิกฤติในช่วงนี้ไปให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของกระทรวงเกษตรฯ ในการเดินหน้าสร้างมาตรการและสร้างเครือข่ายทางการตลาดใหม่ ๆ ในการหาทางออกให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดจากภาวะวิกฤติต่างๆ รวมทั้งภาวะวิกฤติโควิด-19 ได้บรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ทั่วประเทศได้โดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, กระจายผลผลิตทางการเกษตร, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, กองบัญชาการกองทัพไทย, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, ตลาดสินค้าเกษตรไทย, ทหาร, นางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ, ประธาน Young Smart Farmer, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู), วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด, เกษตร, โครงการพัฒนาEcosystem</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e513ce1e00a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. จับมือ พาณิชย์ จัดทำแผน Quick Win ยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทยสู่มาตรฐาน ตอบโจทย์เทรนด์โลก ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตครั้งที่ 1/2564 โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการร่วม ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ภายใต้คณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 4 คณะ รวมทั้ง พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ของแต่ละคณะ ได้แก่ คณะอนุการขับเคลื่อนการสร้างข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง &amp;quot;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;quot; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ มกอช. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนในคณะอนุการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ โดยมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการร่วมกับ เลขาธิการ มกอช. เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ รวมทั้งการจัดทำแผนงานนำร่อง (Quick Win) ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;quot;สินค้าเกษตรไทย ได้คุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขับเคลื่อนไทยสู่ครัวโลก&amp;quot; และพันธกิจ &amp;quot;สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรและอาหารไทย&amp;quot; โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 3 รูปแบบคือ 1. ยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทยไปสู่ระดับมาตรฐานพื้นฐานตามที่ตลาดต้องการ เช่น Food Safety ,GAP ,GMP เป็นต้น 2. พัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรและอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานพื้นฐานแล้วไปสู่มาตรฐานระดับสูงสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น Organic, GI, Sustainable, Fair Trade เป็นต้น 3. สร้าง พัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารไทยเป็นสินค้านำเทรนด์ตลาดโดยเฉพาะสินค้าประเภท Functional Foods อาหารควบคุมผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์ในตลาด Niche Market &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ มกอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังกำหนดแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ในการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ความต้องการของตลาด กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ภายใต้หลักการของยุทธศาสตร์ &amp;quot;ตลาดนำการผลิต&amp;quot; กำหนดตลาดเป้าหมายไว้ 5 กลุ่ม ในเบื้องต้นคือ เอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป โอนีเชีย และตะวันออกกลาง เพื่อสร้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการพิจารณาจัดทำสินค้า &amp;quot;Quick Win&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97361</URL_LINK>
                <HASHTAG>Quick Win, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายพิศาล พงศาพิชณ์, มกอช., สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8f48812cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ ๖๙ ปี        </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กองจันทร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการแนวทางขับเคลื่อนภารกิจกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ ๖๙ ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายพจน์ภิรัชต์ เนียมจุ้ย รองอธิบดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นางสาวอัญมณี ถิรสุทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้การต้อนรับ ณ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12มีนาคม 2564ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96110</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์, ครบรอบ ๖๙ ปี, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, วันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604effc1574de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลฯเชิญชวน เดิน-วิ่ง ส่งเสริมสุขภาพ พร้อมร่วมทำบุญมอบศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุชลประทานฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล RUN FOR HEALTH CHARITY MINI HALF MARATHON 2019 @ Khun Dan Prakarn Chon Dam ส่งเสริมสุขภาพสมาชิกพร้อมร่วมทำบุญจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล RUN FOR HEALTH CHARITY MINI HALF MARATHON 2019 @Khun Dan Prakarn Chon Dam &amp;nbsp;ในครั้งนี้ &amp;nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากในปีแรกที่ได้มีการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี &amp;nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีนี้สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;จะจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ &amp;nbsp;8 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp; ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้แก่สมาชิกของสมาคมฯ ตลอดจนประชาชนที่สนใจ ด้วยการเดินหรือวิ่ง พร้อมชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนเขื่อนฯ &amp;nbsp;โดยแบ่งประเภทการวิ่ง ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ FUN RUN ระยะทาง 5 กิโลเมตร &amp;nbsp;MINI MARATHON ระยะ 10 กิโลเมตร และHALF MARATHON ระยะ 21 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังนำรายได้จากการจัดงานมาใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคมฯ เพื่อสนับสนุนสวัสดิการการศึกษาต้นกล้าเกษตรคืนถิ่นเพื่อความยั่งยืน หรือทุนลูกเกษตรกรเข้าศึกษาต่อด้านวิศวกรรมชลประทาน &amp;nbsp; ตลอดจนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุชลประทานฯ &amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านที่สนใจ สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ www.fanaticrun.com หรือLine : @rundaygroup, https://bit.ly/2ZoOoKm &amp;nbsp;และสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 089-9011707&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ทองเปลว กองจันทร์, ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ, สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน, อธิบดีกรมชลประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db28f83ebea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
