<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลใจด้วยการปล่อยวาง ชีวิตคิดบวกเมื่อวัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นผู้หญิงเก่งอีกหนึ่งคนในแวดวงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็ก อย่าง ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ในวัย 63 ปี ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา &amp;ldquo;OKMD&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)&amp;rdquo; และที่ปรึกษา &amp;ldquo;TK Park&amp;rdquo; สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ซึ่งงานที่เจ้าตัวทำที่ผ่านมากระทั่งปัจจุบันนั้น ถือเป็นงานที่น่าสนใจ ที่สำคัญช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถผ่านรูปแบบการอ่านหนังสือสำหรับเด็ก ตลอดจนการบริการของห้องสมุดไอทีสำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย รวมถึงการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กในรูปแบบต่างๆ ผ่านการอบรมเสวนา ในการให้คำแนะนำเด็กจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ หรือมีกิจกรรมเสริมทักษะเด็กใหม่ๆ เข้ามาอยู่ตลอดเวลา งานนี้ ดร.ทัศนัย แง้มว่า เมื่อเข้าสู่วัยหลัก 6 เจ้าตัวยังคงทำงานอยู่ แต่ก็จะเริ่มรับงานให้น้อยลง และหันมาดูแลสุขภาพควบคู่กันไป เพราะสุขภาพดีเป็นสิ่งทำให้เราสามารถที่จะทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ทัศนัย เล่าให้ฟังว่า &amp;ldquo;ตอนนี้อายุ 63 ปี อย่าง 64 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงทำงานอยู่ค่ะ เพียงแต่จะรับงานให้น้อยลง เพื่อที่จะได้มีเวลาในการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการปล่อยวาง ไม่เครียดและพยายามทำในสิ่งที่เราอยากทำ เช่น เรื่องของ &amp;ldquo;การออกกำลังกาย&amp;rdquo; ที่จะเลือกทำแบบไม่หักโหม เช่น การการเดินให้ได้วันละประมาณ 2-3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เราสามารถทำได้ เพราะส่วนตัวไม่มีเวลาไปเข้าฟิตเนสสำหรับออกกำลังกาย ดังนั้นพี่ก็จะเลือกใช้วิธีการเดินรอบหมู่บ้าน และชมนกชมไม้ค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็จะใช้เวลาว่าง &amp;ldquo;ทำสวนครัว&amp;rdquo; ที่นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังถือเป็นการทำงานบ้านไปด้วยในตัว โดยผักที่ปลูกก็จะมีทั้งไม้ดอกไม้ประดับและผักสวนครัว แต่ที่ชอบมากที่สุดคือการปลูกส้มจี๊ด ที่ตอนนี้กำลังออกผลมาก และส้มจี๊ดยังสามารถนำมารับประทานได้ ดังนั้นประโยชน์อีกข้อหนึ่งสำหรับการทำสวน คือการที่เราได้ความภาคภูมิใจเมื่อเราเห็นผลไม้ที่เราปลูกออกผลค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรึกษา &amp;ldquo;OKMD&amp;rdquo; บอกอีกว่า แม้เจ้าตัวจะไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน แต่ก็มีปัญหาเรื่องความดันโลหิต ดังนั้นอาหารที่เลือกรับประทานก็จะพยายามเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ซีเรียสมากจนเกินไป แต่ก็จะพยายามไม่รับประทานอาหารมื้อดึก และในส่วนการดูแลจิตใจนั้น นอกจากเรื่องของการปล่อยวางแล้ว ก็จะใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อันที่จริงแล้วเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณนั้น การปล่อยวางสิ่งรอบตัว และมีความสุขกับสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เป็นหนทางสร้างความสบายกายสบายใจอย่างหนึ่งค่ะ ดังนั้นเมื่อวัยเกษียณมาถึง สิ่งหนึ่งที่พี่ทำคือการท่องเที่ยว เพราะตอนที่ทำงานอยู่ไม่มีเวลาเที่ยวมากนัก แต่นี้ก็พยายามหาเวลาว่างเที่ยวทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงค่ะ และอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้จิตใจของเราผ่อนคลาย คือการที่เรานัดเจอเพื่อน โดยเฉพาะเวลาที่เราได้คุยกันแบบสนุกสนาน ไม่ใช่เรื่องของการทำงาน มันจะทำให้สมองของเรานิ่ง ไม่เครียด และทำให้ผ่อนคลายมากๆ เวลาที่นัดเจอเพื่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งวิธีสร้างความผ่อนคลาย และทำให้สบายใจอีกอย่างของพี่ คือ &amp;ldquo;การเป็นจิตอาสา รพ.สงฆ์&amp;rdquo; คือพี่จะไปช่วยดูแลคนไข้ใน รพ. เช่น การไปพูดคุยและไปให้กำลังใจผู้ป่วย ซึ่งถ้าว่างวันไหนพี่ก็จะไป โดยไม่ได้กำหนดจะต้องไปกี่วันต่อสัปดาห์ เพราะถ้าว่างก็ไปทันทีค่ะ สิ่งที่พี่ได้จากการเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ คือความรู้สึกชื่นใจและรู้สึกว่าเรายังมีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งดีกว่าเมื่อเกษียณแล้วเราอยู่บ้านเฉยๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการทำงานในช่วงวัยเกษียณนั้น ดร.ทัศนัย บอกว่า &amp;ldquo;ตอนนี้พี่เป็นที่ปรึกษาให้กับ &amp;ldquo;OKMD&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)&amp;rdquo; และที่ปรึกษา &amp;ldquo;TK Park&amp;rdquo; สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ โดยที่ &amp;ldquo;OKMD&amp;rdquo; เป็นองค์กรแม่ของ &amp;ldquo;TK Park&amp;rdquo; ในแต่ละสัปดาห์ก็จะทำงานอยู่ประมาณ 2-3 วัน ซึ่งหน้าที่ของเราก็จะคอยดูงานที่น้องๆ ทำ และก็คอยให้คำปรึกษาในฐานะที่เราเป็นรุ่นพี่ค่ะ ส่วนตัวพี่ไม่ซีเรียสสำหรับการทำงานในวัยหลัก 6 หากว่าร่างกายของเรายังทำไหว และหากสิ่งที่เราทำนั้นเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และสังคมโดยรวมก็ยินดีทำค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งในฐานะที่ ดร.ทัศนัย เป็นคุณแม่ลูก 1 โดยเจ้าตัวมีลูกสาว 1 คน สิ่งที่อยากฝากไปยังคนรุ่นใหม่ อย่างการที่เด็กไม่เร่งกิน ไม่เร่งใช้ นั่นยอมทำให้ไม่เหนื่อย และอยู่ได้อย่างมีความสุข &amp;ldquo;สิ่งที่เป็นห่วงเด็กยุคใหม่ คือการที่เราต้องไม่คิดมากไป เพราะปัจจุบันปัจจัยโลกภายนอก หรือสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันค่อนข้างร้อนขึ้น ประกอบเราอายุมากแล้วก็คงไม่ต้องคิดถึงตัวเองมากนัก แต่เป็นห่วงคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ตระหนักถึงภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะการใช้พลาสติกที่เป็นอันตรายต่อโลก แต่แม้ปัจจุบันจะมีการตื่นตัวในเรื่องนี้ โดยการเริ่มใช้ถุงพลาสติกน้อยลงก็ตาม ที่สำคัญเด็กยุคใหม่สามารถที่จะประคองให้โลกนี้อยู่ได้ โดยการไม่เร่งกิน ไม่เร่งใช้ เพื่อให้คนรุ่นลูกหลานอยู่ได้ง่ายขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นคนรุ่นต่อไปก็จะอยู่ยากขึ้น ทั้งนี้จึงอยากเด็กยุคนี้มองย้อนกลับไปในขณะที่เรายังเล็กอยู่ สิ่งแวดล้อมรอบตัวในการใช้ชีวิตนั้น เป็นคนละเรื่องกับปัจจุบันเลย ดังนั้นจึงอยากให้คนรุ่นหลังและรุ่นต่อๆ ไปนั้น อยู่ด้วยการอย่างเข้าใจ พูดคุยกัน และกินใช้ทุกอย่างแบบพอเพียง หรือไม่เร่งกิน ไม่เร่งใช้ทรัพยากรทุกอย่างมากไป ซึ่งนั่นไม่เพียงทำให้คุณอยู่ได้ แต่จะอยู่แบบมีความสุขอีกด้วย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53327</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04a2c5e77a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
