<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอร์รัปชันไทยแปรรูปแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนพูดเล่นๆ แต่มีความหมายจริงๆ ว่าถ้าคนไทยทำเรื่องดีๆ เหมือนกับที่เก่งนวัตกรรมเรื่องคอร์รัปชันแล้วไซร้ ประเทศไทยคงกลายเป็นมหาอำนาจมานานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการที่วิจัยเรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวงท่านหนึ่งบอกว่า &amp;ldquo;นวัตกรรม&amp;rdquo; ล่าสุดของการโกงกินในไทยได้ &amp;ldquo;แปรรูป&amp;rdquo; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำได้เนียนกว่า, ล้ำกว่า และจับได้ยากกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่า &amp;ldquo;แปรรูป&amp;rdquo; นั้น ดร.ธานี ชัยวัฒน์ บอกว่า งานวิจัยชี้คอร์รัปชันไทยได้ &amp;ldquo;พัฒนา&amp;rdquo; ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว นั่นคือการโกงกินไม่ได้เกิดโดยตรงระหว่างประชาชนกับภาครัฐ แต่ผ่านตัวกลาง แปรรูปให้เอกชนเป็นผู้จัดการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธานีไปพูดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมในงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดเป็นงานสัมมนาวิชาการประจำปี &amp;nbsp; BOT Symposium 2019 พลิกโฉมเศรษฐกิจ พิชิตการแข่งขัน Competitive Thailand&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งของงาน มีการนำเสนอผลวิจัย เรื่อง &amp;ldquo;เมื่อกฎ (หมาย) ขายได้ ตลาดแข่งขันของการคอร์รัปชันในสังคมไทย&amp;rdquo; โดย ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธานีพูดถึงดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ตั้งแต่ปี 2538-2558 เป็นต้นมา ค่าดัชนีอยู่ที่ 32-38 จากคะแนนเต็ม 100&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่าระดับการคอร์รัปชันของไทยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถ้าเทียบค่า CPI อันดับของประเทศต่างๆ ก็จะเห็นว่า อันดับของประเทศไทยมีแนวโน้มแย่ลงเรื่อยๆ จนส่งผลให้ประเทศไทยล้าหลัง เพราะหลายประเทศได้พยายามปรับเปลี่ยนให้มีความก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิจัยที่ศึกษาเรื่องคอร์รัปชันที่ผ่านมาจำนวนมากในสังคมไทย มักจะเน้นไปที่ความถูกผิดที่อิงอยู่กับกฎหมาย และความดีเลวที่อิงกับศีลธรรมหรือศาสนา ขณะที่งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์กลับมีจำนวนไม่มากนัก &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การจ่ายสินบน (Bribery Fraud) การยักยอกงบประมาณ (Budget Misallocation) การใช้อํานาจบิดเบือน (Power Distortion) และการใช้สินทรัพย์ราชการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน (Asset Misappropriation) ยุทธศาสตร์การยกระดับดัชนี CPI ส่วนใหญ่มุ่งยกระดับศีลธรรมจริยธรรม แต่หากเราทำ 4 กลุ่มดังกล่าวข้างต้นให้ชัดๆ เชื่อว่า CPI ของไทยขึ้นแน่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธานีพูดถึงพลวัตของความสนใจเรื่องคอร์รัปชันในสังคมไทย จำแนกคอร์รัปชันเป็น 4 ประเภท พบว่า ตั้งแต่ในปี 2526-2560 การจ่ายสินบน มีความผันผวนขึ้นลงตามนโยบายรัฐบาลแต่ละชุด การยักยอกงบประมาณสูงตลอดทุกช่วงเวลา เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ การใช้อำนาจโยกย้ายพวกพ้อง เริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา และการใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน เริ่มมีให้เห็นหลังปี 2543 เป็นต้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเห็นว่า พอปี 2560 คอร์รัปชันเป็น 4 ประเภท สูงหมดเลยเกือบทุกอัน&amp;rdquo; อาจารย์ธานีบอก ท่านย้ำว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันทำแบบถอยหลัง ทั้งที่คอร์รัปชันเกิดไปแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คอร์รัปชันมีพลวัต แต่เรากำลังแก้ปัญหาคอร์รัปชันตามหลัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือ คอร์รัปชันมีลูกเล่นใหม่ๆ ขณะที่คนปราบเรื่องฉ้อฉลตามไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงขนาดของคอร์รัปชัน ซึ่งวัดเรื่องสินบน และเรื่องของงบประมาณ นักวิจัยพบว่า มีมูลค่าเกือบ 65,000 ล้านบาทในปี 2557 สูงกว่าปี 2542 ที่มีมูลค่า 35,000 ล้าน หรือเกือบ 3 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เทียบมูลค่าคอร์รัปชัน 65,000 ล้านบาท กับสาขาการผลิต จะอยู่ที่เซ็กเตอร์ที่ 16 ของภาคอุตสาหกรรม หรือเทียบกับจังหวัด มูลค่าคอร์รัปชันขนาดเท่ากับจังหวัดเพชรบุรี ชัยภูมิ ลำปาง มหาสารคาม เป็นจังหวัดกลางๆ&amp;quot; อาจารย์บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นสาขาการผลิตที่มีค่าตัวทวี (Multiplier) สูงถึง 6.23 เท่า นั่นแปลว่าถ้าลดคอร์รัปชันลง 1 บาท จะทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูงขึ้นถึง 6.5 เท่า หรือหากแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้ จะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจมหาศาล&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ธานีกล่าวถึงกรอบเศรษฐศาสตร์มองคอร์รัปชัน เป็นบริการประเภทหนึ่ง มีตัวกลาง (Middleman) ของการติดต่อระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือประชาชน และทำกำไรจากการซื้อขายกฎหมาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์บางประเภทของรัฐ ลดต้นทุนธุรกรรมการติดต่อกับภาครัฐ หรืออำนวยความสะดวกสบายในการประสานงานกับภาครัฐ และหลายครั้งตัวกลางเหล่านี้ก็เป็นตัวแทน (Broker) ซื้อขายกฎหมาย กฎระเบียบ และสิทธิประโยน์ของภาครัฐเสียเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านฟันธงว่าคอร์รัปชันแปรรูป (Privatization) แล้ว กลายเป็นว่าเอกชนได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการจัดการคอร์รัปชันแทนที่ประชาชนจะติดต่อกับภาครัฐโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น บริษัทจัดการภาษี บริษัทรับทำบัญชี บริษัทชิปปิ้ง รวมถึงทนายที่มาช่วยจัดการคดีความ ทั้งนี้ เพื่อลดโอกาสในการถูกจับเรื่องคอร์รัปชันลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินคอร์รัปชันไม่ได้หายไปไหน แต่ไปอยู่ตัวกลางเหล่านี้ Privatization งานของภาครัฐ ให้เอกชนเป็นผู้จัดการ คอร์รัปชันไม่ได้เกิดโดยตรงระหว่างประชาชนกับภาครัฐ แต่ผ่านตัวกลาง ประชาชนไม่ได้จ่ายสินบนโดยตรงอีกแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คอร์รัปชันยังเป็นธุรกิจขายตรง MLM จ่ายเงินคอร์รัปชันแล้ว ลูกค้าพอใจ จากผลสำรวจการให้บริการของธุรกิจนี้ จึงอยู่ในขั้นดี ถึงดีมาก (Good Customer Satisfaction) และจากการสอบถามหากจ่ายไปแล้ว ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ส่วนใหญ่ไปร้องเรียน สื่อมวลชน ป.ป.ช. ป.ป.ท. และเว็บไซต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้คอร์รัปชัน จ่ายเงินก่อนได้ผลลัพธ์ทีหลัง หากไม่พอใจนำเรื่องเข้าร้อง ป.ป.ช. ป.ป.ท.จำนวนมาก กลายเป็นเรื่องการแกล้งกัน ไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย&amp;rdquo; อาจารย์บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธานีบอกว่า ตลาดคอร์รัปชันใช้กิจกรรมค่อนข้างหลากหลาย มีมูลค่าสูง และมีพลวัตในการปรับตัว&amp;nbsp;
หากจะแก้ไขอย่างจริงจังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ ต้องทำการปฏิรูปการเมืองและสังคมครั้งใหญ่ ไม่ใช่ทำแบบลูกหน้าปะจมูกอย่างที่ทำมาตลอด!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47833</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.ธานี ชัยวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
