<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำงานพร้อมให้นมลูกที่บ้าน สร้างผลดีครอบครัวถึงองค์กร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติ Covid-19 ทำให้ทุกวิถีชีวิตต้องปรับเปลี่ยนให้ &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ที่ทำงาน&amp;rdquo; สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยพบบุคลากรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องพร้อมทำงานที่บ้านไปด้วยจนถึง 6 เดือน (Exclusive Breast Feeding) ได้ทั้งสายใยแม่ลูก และความผูกพันต่อองค์กร เตรียมขยายผลผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า นมแม่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างสายสัมพันธ์แม่ลูก ซึ่งส่งผลระยะยาวถึงตอนโต ซึ่งในขณะที่ลูกดูดนมจากเต้านม ร่างกายแม่จะหลั่งฮอร์โมน &amp;ldquo;ออกซิโทซิน&amp;rdquo; หรือ &amp;quot;ฮอร์โมนแห่งความรัก&amp;rdquo; ที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สถาบันจึงได้ริเริ่มโครงการวิจัยกรณีศึกษาการทำงานที่บ้านด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเพิ่มสายใยสัมพันธ์แม่ลูก ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของมหาวิทยาลัยมหิดล ตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อเด็กและครอบครัว Corporate Child and family Responsibility (CCFR) โดยริเริ่มวิจัยกรณีศึกษาบุคลากรของสถาบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเลี้ยงลูกด้วยตนเองด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวตลอด 6 เดือน โดยได้มีการสร้างเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการทำงานที่บ้าน ซึ่งมีระบบตรวจสอบเวลาและคุณภาพของการทำงาน พบว่าแม่ลูกมีความใกล้ชิดกัน โดยมีสายใยผูกพันกันและกันเป็นอย่างดี และมีความรักความผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้หลักจริยธรรมการจัดการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อเด็กและครอบครัว โดยมหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายจะนำแนวคิดมาใช้กับหน่วยงานอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล และขยายผลผลักดันสู่นโยบายในระดับชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธีรตา ขำนอง นักวิจัยหลักของโครงการ กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจัยการทำงานที่บ้านพร้อมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีระยะเวลาศึกษา 1 ปีงบประมาณ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562&amp;ndash;กันยายน 2563 ซึ่งหลังจากผู้เข้าร่วมโครงการใช้สิทธิลาคลอดตามปกติแล้ว ยังสามารถทำงานที่บ้านและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปได้อีก 3 เดือน โดยที่ได้รับเงินเดือน รวมแล้วสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้จนครบ 6 เดือนเต็ม ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) กำหนด ซึ่งบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการเยี่ยมบ้าน 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกหลังคลอดบุตร และอีกครั้งใน 3 เดือนถัดไป เพื่อสัมภาษณ์เก็บข้อมูลและให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ซึ่งโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการระบาดของ Covid-19 โดยสามารถเป็นต้นแบบให้กับหลายองค์กรได้ใช้เป็นทางเลือกให้บุคลากรของตนเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครูไหม&amp;quot; ครูพี่เลี้ยงเด็กที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นบุคลากรคนแรกของสถาบันที่ได้เข้าร่วมโครงการ สถาบันทำเพื่อเรา ในขณะที่เราทำเพื่อครอบครัว และสถาบันด้วย สิ่งที่ได้คือความสุขในครอบครัว และความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อสถาบัน ที่ให้ความสำคัญกับบุคลากร และอยากส่งต่อความสุขนี้ให้แก่องค์กรอื่นๆ ต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75444</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดร.ธีรตา ขำนอง, รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c84cdd050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
