<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนีตายหอพักถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอพักสูง 3 ชั้นในสมุทรสาครทรุดตัวจนเสาหัก ผู้พักอาศัยเกือบ 60 คนวิ่งหนีตายอลหม่าน รองผู้ว่าฯ รุดตรวจสอบ สั่งกันเป็นพื้นที่อันตราย คาดสาเหตุมาจากปลูกติดหนองน้ำ ส่วนที่สมุทรปราการ ทาวน์เฮาส์ 20 คูหาทรุดตัว พบก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เกิดเหตุหอพักป้าเยี่ยม สูง 3 ชั้น จำนวน 30 ห้อง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ด้านหลังติดกับหนองน้ำ เกิดการทรุดตัว โดยเสารับน้ำหนักมีลักษณะหักและโค้งงอไปด้านหลัง คล้ายกับรับน้ำหนักไม่ไหว โชคยังดีที่หักไปบางส่วน ทำให้คานยังรับน้ำหนักได้ ไม่พังถล่มลงมาทั้งหมด ทำให้ผู้ที่พักอาศัยเกือบ 60 คน ต้องวิ่งหนีออกมาจากห้องพักกันจ้าละหวั่น ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยนางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร, นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร, นายวัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์, ตำรวจ สภ.โคกขาม ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นรองผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้ทุกคนออกมานอกพื้นที่หอพัก แล้วนำสายกั้นมากันแนวเขตอันตราย อีกทั้งยังได้สั่งการให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.พันท้ายนรสิงห์ จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรพัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารดังกล่าวมีลักษณะทรุดตัว แต่ยังไม่ถึงกับพังถล่มลงมา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยได้สั่งการให้กันพื้นที่อันตราย ห้ามใครเข้าไปภายในเด็ดขาด ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากอะไร คงต้องรอให้มีการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน แต่มีความเป็นไปได้ทั้งเรื่องของโครงสร้าง หรืออาจจะมาจากการเคลื่อนตัวของพื้นดิน เช่น ดินสไลด์ หรือทรุดตัว เพราะด้านหลังเป็นบ่อน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเยี่ยม กลัดเจริญ อายุ 68 ปี เจ้าของหอพัก กล่าวว่า หอพักแห่งนี้สร้างมานานประมาณ 5 ปี มีการว่าจ้างวิศวกรออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้นำเสนอขออนุญาตต่อทาง อบต.พันท้ายนรสิงห์ มีจำนวนห้องทั้งหมด 30 ห้อง แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 10 ห้อง ปัจจุบันมีผู้เข้าพักอาศัยอยู่ 29 ห้อง จำนวนผู้พักอาศัยเป็นคนไทยทั้งหมดเกือบ 60 คน ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนเองก็นั่งอยู่ข้างบ้านติดกับหอพัก จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังครืนและเห็นกลุ่มควันลอยโขมงขึ้นมาจากพื้นดิน ตอนแรกคิดว่าไฟไหม้ จึงให้ลูกเดินไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าหอพักเกิดการทรุดตัวลง จึงได้รีบแจ้งให้คนในหอพักออกมาด้านนอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงสายวันที่ 20 ส.ค. ที่ห้องประชุม อบต.พันท้ายนรสิงห์ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปการดำเนินงานไว้ 4 แนวทาง คือ 1.หาทางช่วยเหลือผู้เช่าห้องพักเข้าไปเก็บทรัพย์สินและของใช้จำเป็นออกมาก่อน โดยจะให้แต่ละห้องลงทะเบียน จากนั้นจะอนุญาตให้เข้าไปทีละห้อง ห้องละ 1 คน โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปด้วย 2.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแบบแปลนการอนุญาตก่อสร้าง 3.ตั้งคณะทำงานตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจนโดยเร็ว และ 4.ให้ อบต.ประกาศเป็นพื้นที่อุบัติภัย พร้อมนำงบกลางเข้ามาช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารหอพักว่า เมื่อดูจากการทรุดตัวแล้วคาดว่ามาจากแหล่งน้ำที่อยู่ติดกับตัวอาคาร ทำให้เกิดการบิดตัวของโครงสร้างจนเกิดการทรุด อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็จะต้องรอผลการตรวจสอบและสรุปที่ชัดเจนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสมุทรปราการ ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ล็อกละ 19 คูหา ภายภายในหมู่บ้านบารเมษฐ์ หมู่ 17 ถนนเทพารักษ์ กม.25 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง เกิดทรุดตัวเสียหายรวม 5 คูหา คือบ้านเลขที่ 109/23, 109/25, 109/27, 109/29 และ 109/31 โดยภายในและภายนอกตัวบ้านมีรอยแตกร้าวหลายแห่ง บางหลังเพดานแตกแยกออกจากผนัง และผนังห้องถึงกับขาดครึ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิศรุต ชาติมนตรี เจ้าของบ้านเลขที่ 109/29 เล่าว่า เวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ขณะที่ตนและมารดากำลังพักผ่อนในบ้าน จู่ๆ ได้ยินเสียงโครมสนั่นหวั่นไหว เมื่อหันไปมองรอบบ้านพบรอยแตกร้าวตามตัวบ้าน จากนั้นก็มีเสียงดังลั่นตามมาเป็นระยะพร้อมรอยแตกร้าวจนหวั่นว่าอาจจะถล่มลงมา ทำให้ตนเองและทุกคนในบ้านต้องถีบประตูห้องพักออกเพื่อวิ่งหนีตายออกมาจากตัวบ้าน รอจนเสียงสงบจึงรีบเข้าไปเก็บข้าวของที่จำเป็นออกมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 20 ส.ค. เจ้าหน้ากองช่างของ อบต.บางเสาธง ได้เข้าตรวจสอบอาคารที่เกิดการทรุดตัว พบว่ามีบ้านที่เกิดการทรุดตัวจำนวน 20 หลัง พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามใช้อาคารทั้ง 20 คูหา ประกาศเป็นพื้นที่อันตราย พร้อมกับมีการตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนจากผู้พักอาศัยทั้ง 20 คูหา เพื่อให้ความช่วยเหลือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสินธ์ จันทร์เมือง ผอ.กองช่าง อบต.บางเสาธง กล่าวว่า จากการตรวจสอบหมู่บ้านนี้ได้สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 หรือกว่า 30 ปีแล้ว ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธเนศ วีระศิริ, วิศรุต ชาติมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยี่ยม กลัดเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e65fbc666e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลวงถํ้าช่วยชีวิต เจาะผนังระบายน้ำออกเปิดทางหน่วยซีล/นายกฯลงพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนฟ้าไม่เป็นใจในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี ตกตลอดวันจนน้ำในถ้ำเพิ่มสูงทำให้ซีลต้องถอยร่น ใช้แผนใหม่เริ่มเจาะผนังระบายน้ำ พร้อมเล็งขยายรูช่วงปลายถ้ำแข่ง อธิบดีกรมทรัพย์ชี้ต้องทะลวงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ลั่นแม้ต้องทำลายถ้ำเพื่อชีวิตก็ต้องยอม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตรียมลงพื้นที่ด่วนให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน ระบุไม่ต้องมาต้อนรับ นานาชาติรุดส่งทีมช่วยเหลือ &amp;nbsp;สหรัฐส่งทีม USPACOM มา 32 นาย ส่วนออสเตรเลียรอประสาน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิ.ย. การค้นหานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต ที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม รวมทั้งการส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการช่วยเหลือทำงานด้วยความสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 02.00 น. เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แม่สายอีกครั้ง จนทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้สลับเปลี่ยนกำลังพัก ขณะเดียวกันทีมนักดำน้ำนานาชาติก็ได้ออกมาและกลับไปพักผ่อน ส่วนหน่วยซีลทหารเรือยังคงอยู่ในถ้ำ แต่ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ทำให้จำเป็นต้องยุติการค้นหาชั่วคราว ซึ่งฝนก็ยังคงกระหน่ำไม่มีทีท่าจะหยุด ทำให้น้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก มีน้ำซึมไหลจากด้านในออกมาด้านนอก จนทำยุติการทำงานและตัดกระแสไฟฟ้าในถ้ำเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงเช้าวันที่ 28 มิ.ย. ฝนยังตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มขึ้นอีก จนน้ำท่วมสูงจนถึงปากถ้ำ ทำให้ต้องหยุดการสูบน้ำชั่วคราวรอให้น้ำลดเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 2 เพื่อร่วมประชุมวางแผนปรับวิธีการปฏิบัติงานให้เข้ากับสถานการณ์ เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ได้เดินลาดตระเวนฝั่งขวาของถ้ำ ในการตรวจสอบปล่องถ้ำที่ 4 ว่ามีขนาดความลึกเท่าใด เพื่อหาทางเชื่อมเข้าถ้ำหลวงฯ ที่ใกล้กับจุดเนินหาดพัทยาให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อนุพงษ์แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า เจ้าหน้าที่จะสูบน้ำออกจากถ้ำให้มากที่สุด เนื่องจากฝนที่ตกหนักก่อนหน้านี้ได้ทำให้ภายในถ้ำถูกน้ำท่วมจนไหลออกมาหน้าปากถ้ำ เพื่อให้หน่วยซีลเริ่มปฏิบัติงานในถ้ำให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ทีมประดาน้ำยังไม่สามารถเข้าไปเพิ่มเติมได้ ต้องรอระดับน้ำลดลงกว่านี้ก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวว่า การทำงานด้านภายนอกถ้ำ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจปล่องต่างๆ ที่พบบนภูเขาเหนือถ้ำ ซึ่งขณะนี้มี 3 ปล่อง เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ปล่องแรก 50 เมตร, ปล่องที่สอง 10 เมตร และปล่องที่สาม 20 เมตร โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และกรมทรัพยากรธรณีจะใช้เครื่องมือในการตรวจสอบว่าสามารถทะลุเข้าไปในโพรงถ้ำได้หรือไม่ นอกจากนี้ วิศวกรรมสถานฯ และกรมทรัพย์ยังเสนอว่าให้เจาะผนังถ้ำด้านข้างเข้าไป ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบจุดที่จะเจาะ และการประสานเพื่อยกเครื่องมือในการเจาะขึ้นไป เพราะมีน้ำหนักหลายตัน ต้องพิจารณาว่าจะยกขึ้นไปอย่างไร รวมทั้งดูจุดตั้งที่แน่ชัด
เล็งขยายรูปลายน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกจุดที่สำรวจคือบริเวณปลายถ้ำ ซึ่งอยู่เลยไปจากจุดหาดพัทยาที่พบว่ามีน้ำไหลออกมา จึงต้องตรวจสอบว่าจะขยายรูที่น้ำไหลออกได้หรือไม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปได้ ขณะที่อีกหนึ่งจุดคือบริเวณผาหมี ซึ่งเป็นต้นน้ำ เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้ร่วมกับอุทยานกำลังไปดูว่ารอยแตกที่พบในบริเวณดังกล่าวจะทะลุเข้าไปภายในได้หรือไม่ คิดว่าถ้าเป็นไปตามแผนน่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับแผนตามสภาพการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานฯ กล่าวว่า การเจาะโพรงถ้ำต้องดูลักษณะหิน ซึ่งถ้ำหลวงเป็นหินปูนเป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสร่วงได้ หากเจาะแนวดิ่งบางจุดสามารถหลุดร่วงได้ ดังนั้นต้องประเมินความแข็งแกร่งก่อนว่าการเจาะอันตรายต่อภาพรวมของถ้ำหรือไม่ โดยให้กรมทรัพย์วิเคราะห์ความหนาของกำแพงถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ทีมนักธรณีวิทยาได้ร่วมกันวิเคราะห์ธรณีสัณฐาน และสร้างภาพจำลองสามมิติความหนาของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแล้ว พบว่ามีระดับความหนาของชั้นหินปูนตั้งแต่ 100-200 เมตร ซึ่งในทางเทคนิคบริษัทเอกชนขุดเจาะเหมืองทำได้ แต่อุปสรรคคือการขนเครื่องจักรอุปกรณ์หนักไป หากต้องเจาะบนปากปล่องถ้ำหลวงฯ ที่คาดว่าจะใกล้จุดหาดพัทยา ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าทีมฟุตบอลเยาวชนพร้อมโค้ชทั้ง 13 ชีวิตอยู่
นายทศพรกล่าวอีกว่า ส่วนแผนใหม่ที่ต้องทำคู่ขนานทันทีคือการขยายถ้ำด้านใน ซึ่งมีความแคบและน้ำท่วมถึงเพดานถ้ำ จนทำให้หน่วยซีลไม่สามารถเข้าถึงโถงถ้ำในจุดต่อไป หรือจุดที่ลึกกว่านั้นได้ เบื้องต้น ประเมินว่าต้องเจาะเพดานถ้ำ หรือขยายให้กว้างประมาณ 100 เมตร ให้มีเพดานที่กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมเอกชนกำลังเร่งวิเคราะห์สัณฐานถ้ำ และเตรียมเข้าพื้นที่เพื่อทำงานให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ยอมรับว่าทางเลือกนี้ยอมทำลายถ้ำและเสียรูปถ้ำเพื่อแลกกับชีวิตคน และถ้าลงมือต้องทำต่อเนื่อง 24 ชม.
รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปฐพี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมเจาะผนังถ้ำหลวงฯ ว่าได้ลำเลียงเครื่องมือการขุดเจาะมาอยู่ในพื้นที่แล้ว ซึ่งใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เพอร์คัสชัน ดริลลิง หรือหัวเจาะกระแทกมาใช้ โดยการเจาะเบื้องต้นต้องเจาะในลักษณะแนวราบ ด้านข้างภูเขาไม่เจาะในแนวดิ่ง เนื่องจากมีความสูงเสี่ยง และมีรัศมีความกว้างของรูเจาะ 4-5 นิ้ว จากนั้นจะใช้กล้องส่องสว่าง หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกภาพสอดเข้าไปด้านใน&amp;nbsp;
ใช้ 1 วันทะลวงผนังถ้ำ
&amp;ldquo;การเจาะครั้งนี้มีความเสี่ยงด้านการสั่นสะเทือนอยู่บ้าง และต้องดูด้วยจะมีอุปสรรคขณะเจาะหรือไม่ ทั้งเรื่องของหินที่จะหล่นลงมาและฝนที่จะตก และหากไม่มีอุปสรรค คาดว่าจะใช้เวลา 1 วัน ระยะทางการเจาะ 100 เมตรจึงจะแล้วเสร็จ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอข้อมูลจาก ปตท.สผ.ที่ขึ้นไปสแกนพื้นที่โครงสร้างของถ้ำ ซึ่งต้องใช้ข้อมูลทั้งบนผิวของถ้ำกับด้านในถ้ำมาประกอบกัน แล้วกำหนดจุดที่ชัดเจนของการเจาะ คาดว่าจะทราบจุดที่ชัดเจนภายในวันนี้&amp;rdquo; รศ.ดร.สุทธิศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.50 น. ทีมงานจาก ปตท.สผ. ซึ่งทำหน้าที่สำรวจข้อมูลด้านปิโตรเลียม ซึ่งคุ้นเคยกับการทำงานการสำรวจเป็นอย่างดี เข้าร่วมพูดคุยถึงเรื่องการใช้โดรนตรวจจับความร้อน จำนวน 3 ตัว ขึ้นบินสำรวจภูมิประเทศเพิ่มเติม เพื่อทำแผนที่ประกอบการสำรวจและช่วยเหลือแบบ 3 มิติ โดยทีม ปตท.สผ.ได้นำเทคโนโลยีเข้าร่วมคือ หุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ, โดรน ซึ่งสนับสนุนการทำแผนที่ 3 มิติ, หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ และยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini-ROV) โดย Mini-ROV นี้นำเข้าจากต่างประเทศและเดินทางถึงไทยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 17.50 น. ยังคงเกิดฝนตกหนักบริเวณถ้ำหลวงฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคในการเร่งค้นหาเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันทีมขุดเจาะน้ำบาดาลจาก จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาถึงบริเวณถ้ำหลวงฯ เพื่อเจาะจุดใดจุดหนึ่งเพื่อระบายน้ำในถ้ำหลวงฯ ออกมาให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.21 น. เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องขุดเจาะขนาดใหญ่เจาะถ้ำหลวงฯ เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำ โดยใช้แท่งเหล็กขนาด 6 นิ้ว เจาะลงไปบริเวณที่น้ำระบายยาก โดยเจาะลงไปถึงผนังถ้ำชั้นใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 20.39 น. การขุดเจาะเริ่มมีน้ำไหลออกมาบางส่วนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อม ตชด.กว่า 100 นาย นำสุนัขตำรวจสำรวจด้านฝั่งขวามือของถ้ำหลวงฯ โดยได้พบหมวกแก๊ปสีแดงลายยอดมนุษย์ เขียนหน้าหมวกว่า SUPERMAN ลอยมากับน้ำตกดอยผาหมี ซึ่งคาดว่าอาจเป็นของหนึ่งในเด็กชาย แต่เมื่อสอบถามญาติและครอบครัวผู้สูญหาย ยืนยันว่าหมวกใบนี้ไม่ใช่ลูกหลาน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปูพรมเร่งหาเบาะแสอื่นต่อไป
บิ๊กตู่ลงพื้นที่ถ้ำหลวงด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกฯ ครบรอบปีที่ 86 ว่าเจ้าหน้าที่เขากำลังทำงานอยู่ และเดี๋ยวเขารายงานมาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้ติดตามและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยได้กำชับให้ พล.อ.อนุพงษ์ติดตามข้อมูลจากจังหวัด แล้วรายงานตรงตลอดเวลา และขอความกรุณาสื่อมวลชนใช้ดุลพินิจในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ ขอให้คำนึงถึงความรู้สึกของญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุและภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งทุกคนยังมั่นใจว่าจะสามารถค้นหาและช่วย 13 ชีวิตได้สำเร็จ
ต่อมา พล.ท.สรรเสริญแถลงอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงทั้ง 13 ชีวิตที่ยังติดอยู่ในถ้ำ จึงวางแผนที่จะลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อให้กำลังใจกับครอบครัวผู้ปกครองของเด็ก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกฯ ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ว่าภาคส่วนไหนก็ตาม ต้องเสียสมาธิเพราะมาให้การต้อนรับ จึงอยากให้ทุกคนทำงานตามปกติ ไม่จำเป็นต้องให้คนไปต้อนรับที่สนามบิน รวมถึงไม่ต้องเตรียมรายงานพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น หากนายกฯ มีข้อสงสัยเรื่องใด จะสอบถามจากทางเจ้าหน้าที่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 14.45 น. พล.ท.สรรเสริญเผยอีกครั้งว่า นายกฯ จะเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 07.00 น. โดยขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ส่งรถศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือรถโมบายดาวเทียมเคลื่อนที่ เข้ามาจอดเตรียมความพร้อมในทำเนียบฯ หากเกิดความจำเป็นต้องคอนเฟอเรนซ์เพื่อติดตามความคืบหน้า หรือสั่งการระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ โดยรถดังกล่าวจะนำไปประจำการที่ถ้ำหลวงฯ 2 คัน และที่ทำเนียบฯ 1 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ทุกฝ่ายพยายามช่วยค้นหาอย่างเต็มที่ แต่ยังเข้าไปไม่ได้ และไม่เจอตัวเด็กๆ ซึ่งก็ต้องพยายามสูบน้ำออกให้ได้ ขณะนี้ทาง USPACOM ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ 30 นาย โดยนำเอาอุปกรณ์มาด้วย เพื่อเจาะผนังถ้ำ ซึ่งคงรู้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอให้กำลังทุกฝ่ายร่วมมือกัน และทุกคนทั้งประเทศก็อยากให้เจอเด็ก ผมก็ให้อยากทำสำเร็จ เราพยายามทำอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะอดหลับอดนอนก็ตาม เราก็ต้องพยายามเข้าให้ได้&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ออกคำแถลงเรื่องความร่วมมือกับทางการไทยที่ถ้ำหลวงว่า อเมริกามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อกรณีดังกล่าว กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยเพื่อช่วยตามหาผู้สูญหายตามคำขอของรัฐบาลไทย ขณะนี้ทีมค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐเดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และหวังว่านักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยในเร็ววัน
สหรัฐส่งทหาร 32 นายร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกองกำลัง USPACOM ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารมาถึงไทยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. โดยเครื่องบินลำเลียงซี 130 จำนวน 32 นาย พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด นอกจากนี้ประเทศออสเตรเลียก็จัดส่งเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัย ทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ที่มาช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงาน&amp;nbsp;
ด้านนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหรัฐขอส่งกำลังใจและขอแสดงความห่วงใยกรณีนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนรวม 13 คน สูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวงฯ จ.เชียงราย
นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์การค้นหากลุ่มเยาวชนทีมฟุตบอลนักเรียน 13 คนที่ติดค้างในถ้ำหลวงฯ เช่นกัน พร้อมระบุว่า สปป.ลาว ได้ส่งนักประดาน้ำชาวลาว จากมูลนิธิกรมการกู้ภัยแห่งชาติ สปป.ลาวที่ 1623 เข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วงเย็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.สส., พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. และคณะ ได้ลงพื้นที่ถ้ำหลวงฯ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นายแพทย์ธนา ธุระเจน รองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คน ว่าได้เตรียมดูแลภาวะวิกฤติไว้ 3 ด้าน คือ การบาดเจ็บทางสายตา เพราะอยู่ในที่มืดนาน จึงได้เตรียมแว่นและอายแพตช์ไว้ ส่วนที่ 2 คือภาวะอุณหภูมิต่ำ ได้เตรียมผ้าห่มไว้ และส่วนที่ 3 การใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งทางศูนย์ประสานได้เตรียมไว้แล้ว โดยหากพบเจอเด็กๆ จะรีบทำการรักษาทันที และได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์ไว้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประเมินว่า ร่างกายของคนเราโดยปกติแล้วจะขาดน้ำและอาหารได้ประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งกรณีของนักเตะเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คนนั้น เชื่อว่าเรื่องการขาดอาหารยังไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าทั้งหมดเป็นนักกีฬา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธเนศ วีระศิริ, ตำรวจตระเวนชายแดน, ทศพร นุชอนงค์, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, พล.ต.ต.นายแพทย์ธนา ธุระเจน, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสง สุขะทิวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34f00895a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
