<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ10ประเด็นร่างรธน.แก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์&#039;ฉบับกบฏใต้กระโปรง&#039;ของ&#039;ปิยบุตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ส.ค.64-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์
&amp;quot;ฉบับกบฏใต้กระโปรง&amp;quot; ของ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเป็นผลสำเร็จของการสร้างประชาธิปไตย การเขียนรัฐธรรมนูญโดยปราศจากเงื่อนไขของความสำเร็จในการสร้างประชาธิปไตย จึงล้วนแล้วแต่เป็นเผด็จการทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเงื่อนไขของการสร้างประชาธิปไตยที่เป็นผลสำเร็จ การเขียนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยต้องอาศัยหลักการที่ถูกต้องของระบอบการปกครอง ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชาติและความต้องการของปวงชน ไม่ใช่สิ่งที่ใครที่ไหนจะสามารถเขียนจากการคิดเอาเองขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประเทศไทยของเราไม่เคยมีประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น เพราะคณะราษฎรไม่ได้สร้างประชาธิปไตย ไม่ได้ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน หากแต่สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อรักษาอำนาจของคนส่วนน้อย เป็นจุดเริ่มต้นของลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชน ซึ่งได้กลายเป็นระบอบเผด็จการครอบงำประเทศไทยมาอย่างยาวนานเกือบ 90 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; เคยพูดเองว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน แต่สุดท้ายปิยบุตรก็กระสันที่จะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาด้วยตัวเองคนเดียว แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชนตามรอยคณะราษฎร ซึ่งเป็นเผด็จการตัวจริงที่อาศัยรัฐธรรมนูญในการแสวงหาอำนาจ และคอยขัดขวางการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อไปนี้ จะเป็นการชำแหละร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือ &amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกบฏใต้กระโปรง&amp;quot; ซึ่ง &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ได้ใช้ความเป็นเผด็จการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากเดิมในสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำหนดพระราชสถานะประมุขของรัฐ ศูนย์รวมจิตใจ และความเป็นกลางทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ทรงเป็นกลางทางการเมืองอยู่แล้ว มีแต่พวกกบฏที่คอยแต่บิดเบือนให้ร้ายด้วยวิธีการสกปรก ใช้การปั่นกระแสบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย ยัดเยียดความเข้าใจผิดๆ ความเกลียดชัง ตลอดจนความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หวังชี้นำไปสู่ภาวะอนาธิปไตย เพื่อก่อกบฏล้มล้างการปกครองในแนวทางรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กำหนดพระราชอำนาจ ขอบเขตของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันพระมหากษัตริย์ในการไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในการกระทำใดบ้าง โดยเขียนในภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความว่าอำนาจเป็นของพระมหากษัตริย์หรือของคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องถกเถียงกันว่าพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในทางการเมืองหรือการบริหารราชการแผ่นดินโดยแท้หรือไม่ แต่เขียนชัดเจนเลยว่า พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในเรื่องต่างๆโดยต้องทำตามความเห็นชอบของรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี โดยนำแบบอย่างมาจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ปิยบุตรเลือกญี่ปุ่น แทนที่จะเลือกสหราชอาณาจักรที่เป็นประเทศต้นแบบของการปกครอง Constitutional Monarchy หรือ นอร์เวย์ที่เป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก เพราะปิยบุตรมีความคิดกบฏ อยากให้ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของไทย ดังที่เคยเกิดขึ้นกับญี่ปุ่นเมื่อครั้งพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เงื่อนไขของการพ่ายแพ้สงครามโลกจึงทำให้สหรัฐอเมริกาสามารถแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ไม่ใช่อยู่ดีๆก็จะเกิดขึ้นได้ แต่ปิยบุตรกลับทำตัวไม่ต่างจากกบฏ จับมือกับไอลอว์ที่รับเงินต่างชาติ แล้วคอยแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ให้เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: กฎมณเฑียรบาลเป็นกฎเกณฑ์ภายในราชวงศ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินในระบบรัฐสภา จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นอกเสียจากปิยบุตรจะตั้งตนเป็นกบฏ ต้องการเข้าไปแก้ไขกฏเกณฑ์ภายในราชวงศ์ เพื่อเปิดช่องไปสู่การบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่ปิยบุตรต้องการมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม แต่พอเป็นเรื่องของปิยบุตรเอง เพียงแค่คนอื่นตั้งข้อสงสัยเล็กๆน้อยๆ ปิยบุตรกลับเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันที &amp;ldquo;พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูนักหนา แค่กูเดินทางมาฝรั่งเศส มาเจอเมีย แค่เนี้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ยกเลิกองคมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: วิวัฒนาการขององคมนตรีในแต่ละประเทศแตกต่างกัน มีทั้ง แบบที่หายไปเลย แบบที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจ แบบที่กลายเป็น Council of State หรือ แบบที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านบทบาทและอำนาจหน้าที่ โดยทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้หลังการสร้างประชาธิปไตยสำเร็จแล้วเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายวิวัฒนาการขององคมนตรีในประเทศไทยอาจจะต่างจากประเทศอื่นทั้งหมดก็เป็นได้ ส่วนการบังคับให้ยกเลิกแบบมั่วๆตามอำเภอใจเป็นวิธีคิดแบบเผด็จการของปิยบุตร ที่คิดไม่ซื่อต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เปลี่ยนแปลงกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งพระมหากษัตริย์ โดยย้อนกลับไปใช้แบบเดียวกันกับกระบวนการก่อนรัฐธรรมนูญ 2534 กล่าวคือ การเสนอพระนามองค์รัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: การแต่งตั้งองค์รัชทายาทในภาวะปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร หลายๆประเทศในระบอบการปกครองแบบเดียวกันก็ไม่ได้มีกระบวนการดังกล่าว เพราะทุกอย่างเป็นไปตามลำดับของการสืบราชสันตติวงศ์อยู่แล้ว สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นกบฏที่ต้องการจะแทรกแซงเรื่องภายในราชวงศ์ อันจะลุกลามเข้าไปครอบงำและบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นไปเรื่อยๆของปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กำหนดให้พระมหากษัตริย์และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: พระปฐมบรมราชโองการ คือ การปฏิญาณตนก่อนขึ้นครองราชย์อยู่แล้ว แถมยังปฏิญาณตนต่อประชาชนชาวไทยทั้งประเทศโดยตรงอีกต่างหาก ทำไมปิยบุตรถึงได้โง่จัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. กำหนดกรณีที่พระมหากษัตริย์ต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเปลี่ยนแปลงกระบวนการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสียใหม่ ให้สภาผู้แทนราษฎรเข้ามามีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบเหมือนรัฐธรรมนูญ 2475 และ 2489&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: ไม่มีความจำเป็นอีกเช่นกัน ยกตัวอย่าง ม.41 ในรัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก หากพระมหากษัตริย์ทรงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ลำดับถัดไปในสายของการสืบราชสันตติวงศ์ ขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว และในประเทศอื่นๆโดยส่วนมาก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องได้ความรับเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. กำหนดระบบเงินรายปีแก่พระมหากษัตริย์ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจในการกำหนดวงเงินและอนุมัติ และให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการใช้จ่ายเงินรายปีและรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ทุกวันนี้ส่วนราชการในพระองค์ไม่ได้ถืองบประมาณเอง หากแต่เบิกจ่ายผ่านระบบของกรมบัญชีกลางอย่างโปร่งใส ส่วนถ้าปิยบุตรคิดจะล้วงลูกตรวจสอบไปถึงเรื่องส่วนพระองค์ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่ควีนอลิซาเบธก็ยังได้รับการปกป้องทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิความเป็นส่วนตัว รวมถึงเรื่องการเงินที่เป็นส่วนตัวอีกด้วย ปิยบุตรรู้จัก FOI exemptions ไหม?&amp;nbsp; หรือแม้แต่งบความปลอดภัยของควีนอลิซาเบธก็ยังถือเป็นงบลับ ปิยบุตรเคยรู้บ้างไหมเนี่ย?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ยกเลิกการลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน ตําแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า ให้คงไว้เพียงการลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยและอำนาจตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น อันได้แก่ รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำแหละ: ตลกมากนะปิยบุตร เพราะแม้แต่ ม.21 ในรัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอันดับ 1 ของโลก พระมหากษัตริย์ของเขาก็ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งข้าราชการอาวุโสทั้งในฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน อีกทั้งในหลายๆประเทศที่ปกครองในระบอบนี้ก็ถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน กบฏอย่างปิยบุตรคงไม่ถูกใจสิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ยกเลิกพระราชอำนาจในการยับยั้งการลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา
ชำแหละ: ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ก็ทรงไม่สามารถยับยั้งการออกกฎหมายได้อยู่แล้ว เพียงแค่ส่งกลับมาให้มีการพิจารณาตรวจสอบแก้ไขเท่านั้น แล้วภายหลังการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายครั้งที่ 2 สุดท้ายไม่ว่าจะมีการลงพระปรมาภิไธยภายใน 30 วัน หรือไม่ก็ตาม กฎหมายฉบับนั้นก็สามารถนำมาใช้ได้ เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ปิยบุตรอ่าน ม.146 แตกฉานหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมของ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนแต่ส่อให้เห็นถึงความเป็นกบฏทั้งสิ้น มีเจตนาในการบิดเบือนให้ร้าย หวังแทรกแซงและบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ผูกพันกับรูปแบบของรัฐ ตามมาตรา 1 ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ &amp;quot;ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การบิดเบือนให้ร้าย บ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;nbsp; #กบฏใต้กระโปรง จึงเป็นการก่อกบฏเพื่อล้มล้างรูปแบบของรัฐที่เป็นราชอาณาจักร ขัดต่อมาตรา 1 ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ผิดที่ระบอบต่างหากที่ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ทันทีที่แท้จริงอย่างสันติได้สำเร็จ และมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นตามลำดับ พระมหากษัตริย์ไทยจะทรงมีพระราชฐานะ &amp;quot;จอมราชพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;quot; โดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ศุภณัฐ
11 สิงหาคม พ.ศ. 2564
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112975</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, หมวดพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61139a7d28228.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;ไว้อาลัยแด่ 89 ปี ประชาธิปไตยที่ยังไม่คลอด ชี้ม็อบแต่ละกลุ่มยังคงเห็นผิด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64- ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ไว้อาลัยแด่ 89 ปี ประชาธิปไตยที่ยังไม่คลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;89 ปี ผ่านไป การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงล้าหลัง เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยกลับกลายเป็นกะลาให้รู้เฉพาะที่เขาต้องการให้รู้ นำไปสู่การถูกครอบงำทางความคิด แล้วสนตะพายผ่านการปั่นกระแสบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย
ม็อบแต่ละกลุ่มยังคงเห็นผิด ม็อบบางกลุ่มเอาปัญหาบุคคลเป็นที่ตั้ง โดยไม่เห็นปัญหาระบอบ ส่วนม็อบอีกกลุ่มก็ไร้เดียงสาทางการเมืองอย่างมืดบอด มองสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศัตรู ทั้งๆที่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นกำลังสำคัญของประชาชนในการสร้างประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกบิดเบือนให้ร้ายและโยนบาป การสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงจึงถูกขัดขวาง ในขณะที่ระบอบเผด็จการนายทุนซึ่งเป็นผู้ร้ายตัวจริงกลับลอยตัว อีกทั้งยังฉกฉวยประโยชน์จากความขัดแย้งและสารพัดข่าวสารดราม่าในโซเชียลมีเดีย ปิดหูปิดตาประชาชน หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้ง ตลอดจนกลบเกลื่อนการสูบเลือดสูบเนื้อของประชาชนให้เงียบสนิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตราบใดที่ม็อบเหล่านี้ยังคงอยู่ในกะลา ไร้ซึ่งปัญญาในที่จะรับรู้ถึงการประมูลสัมปทานดาวเทียม รอบใหม่ 24 ก.ค.นี้ ม็อบเหล่านี้ก็เป็นได้แค่เครื่องมือของระบอบเผด็จการตัวจริงในการสร้างความขัดแย้ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนให้ออกห่างจากสัมปทานดาวเทียมเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากประเทศชาติและประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อันใดจากการเคลื่อนไหวที่ไร้ประสิทธิภาพ แถมยังตกเป็นแนวร่วมของเผด็จการในการปิดหูปิดตาประชาชน มีแต่จะซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดให้เลวร้ายไปยิ่งกว่าเดิม
เพื่อประชาธิปไตย ผมยังคงต่อสู้และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ในฐานะพันธมิตรสำคัญที่สุดของประชาชนในการสถาปนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและถูกต้องตามหลักวิชา ตลอดจนปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เราทุกๆคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ศุภณัฐ
24 มิถุนายน พ.ศ. 2564
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107561</URL_LINK>
                <HASHTAG>89ปีประชาธิปไตย, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์, ม็อบไล่รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666628c5bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำก็ระบอบประยุทธ์!&#039;ดร.นิว&#039;ฉะ&#039;ทอน-ป๊อก&#039;เล่นปาหี่ตัดวงจรสืบทอดอำนาจหลอกเด็ก3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดัง
ไปเล่นที่อื่นไป ไอ้พวกเด็กไร้เดียงสาทางการเมือง
คำก็ &amp;quot;ระบอบประยุทธ์&amp;quot; สองคำก็ &amp;quot;ระบอบประยุทธ์&amp;quot; นี่มันการเมืองหลอกเด็กชัดๆ สติปัญญาตื้นเขินมากๆ
ตีแต่ประยุทธ์ แต่ไม่กล้าตีเผด็จการนายทุนที่มีอำนาจเหนือทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แล้วเมื่อไหร่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเล่า?
ผมถามจริงๆเถอะ พวกคุณกล้าแตะนายทุนยักษ์ใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ กล้าแค่เผยชื่อ #นายกลาง แล้วสุดท้ายก็ถอยไม่เป็นท่า และก็ไม่กล้าแตะอยู่ดีไหม?
เล่นป่าหี่ทำทีจะตัด &amp;quot;วงจรสืบทอดอำนาจ&amp;quot; หลอกเด็กสามนิ้วไปวันๆ แล้ว &amp;quot;วงจรสัมปทานผูกขาด&amp;quot; ที่สูบเลือดสูบเนื้อประชาชนมานับสิบๆปี เคยกล้าพูดถึงบ้างไหม? จะเก็บไว้รอโอกาสร่วมกันโกงกับเขาหรืออย่างไร?
เห็นบางตัวอ้างว่าสู้เพื่อประชาชน เห็นบางตัวขายฝันเรื่องรัฐสวัสดิการ มีตัวไหนกล้าเสนอให้ยกเลิกสัมปทานผูกขาด แล้วจัดสรรงบประมาณให้รัฐมีโอกาสลงทุนเองบ้าง เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียม? พวกคุณกล้าทำในสิ่งที่ผมคิดไหม? หรือผมต้องเป็นนักการเมืองเพื่อริเริ่มการเมืองใหม่ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง?
Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106750</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.สืบทอดอำนาจ, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ปิยบุตร แสกกนกกุล, ระบอบประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666628c5bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;แฉเบื้องหลังการปล่อยข่าวลือทุบราคาตลาดหุ้นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 -ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความน่าสงสัยของข่าวลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปล่อยข่าวลือครั้งนี้เป็นการทุบราคาตลาดหุ้นไทย เพื่อช้อนซื้อหวังทำกำไรเป็นทุนในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วย้อนกลับมาใช้ในการปั่นกระแสบิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดีย การปลุกม็อบลงถนน ตลอดจนการเลือกตั้งในครั้งต่อไปหรือไม่?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ชัดเจนที่สุดเลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ คือ นายจ้างของคนที่ปล่อยข่าวลือโจมตีสถาบันฯ และยังเป็นนายทุนเจ้าของขบวนการปั่นกระแสบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย เพื่อปลุกม็อบลงถนนมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยเตือนมาหลายครั้งแล้วนะครับ สำหรับมหันตภัยของ &amp;quot;การใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ&amp;quot; หรือ &amp;quot;The Weaponization of Social Media&amp;quot; ซึ่งนับวันจะมีแต่จะบ่อนทำลายความมั่นคงและแทรกแซงกิจการภายในประเทศของเรามากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรม บอกได้เลยว่า ความล้มเหลวอันใหญ่หลวงของรัฐบาลนี้ คือ การไม่สร้างอธิปไตยทางไซเบอร์ แล้วปล่อยให้ขบวนการชั่วซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในซอกหลืบของรั้วมหาวิทยาลัย ขยายตัวใหญ่โตผ่านโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นภาระของประชาชนในการต้องมานั่งต่อสู้กับข่าวปลอมโดยไม่เว้นแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่ในยามโควิดระบาดหนักเช่นนี้ ประชาชนตาดำๆ ก็ยังต้องมานั่งต่อสู้กับข่าวปลอมเรื่องวัคซีนเต็มไปหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ตลาดหุ้นไทย, ปล่อยข่าวลือทุบหุ้น, ใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666628c5bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.นิว&#039;ฉะ&#039;ชาญวิทย์&#039;ต้นแบบของการล่าแม่มด ให้ร้ายผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
2 พ.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
ต้นแบบของการล่าแม่มด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 80 ปี ร่วมล่าแม่มด บิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ร้ายผู้พิพากษา ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
#นี่หรือคือเฒ่าชาญวิทย์วัย80ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ดร.ชาญวิทย์ ได้แชร์โพสต์ของ แฟนเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; We, The People ที่โพสต์ภาพกราฟฟิก ระบุว่า เป็นแผนผังชีวิตของผู้พิพากษาผู้ตัดสินให้อากงติดคุกจนเสียชีวิตและปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวของเพนกวิน ซึ่งประกอบไปด้วยภาพผู้พิพากษาและบุคคลในครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101507</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ชาญวิทย เกษตรศิริ, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ล่าแม่มด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cc668c6eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักจิตบำบัดไขรหัสนักการเมืองผู้เคียดแค้นบิดาสู่การขับเคลื่อนทำลายชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
บุรุษผู้เคียดแค้นบิดา สู่การทำลายชาติ?
เมื่อนักจิตบำบัดไขรหัสผู้อาสาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่
เหตุใดถึงนำความเคียดแค้นบิดาตนเองมาขับเคลื่อนความทะเยอทะยานสู่การเป็นใหญ่ แต่กลับพาครอบครัวดิ่งลงหนทางสู่นรกทั้งเป็น
.
อ่านบทวิเคราะห์นี้อย่างเปิดใจ และป้องกันอย่าให้โศกนาฏกรรมนี้เกิดกับลูกหลานเรา
.
หรือใครถนัดฟัง ก็มีคลิปเสียงให้ฟังเพลินๆ แต่ได้ประโยชน์ ทางนี้ครับ https://vimeo.com/531743273
.
เป็นที่รู้กันว่า ความโกรธเกลียดเคียดแค้น ไม่เคยทำให้ใครเจริญ
แต่รู้ไหมว่า ความเคียดแค้นแบบใดที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุด?
.
จากประสบการณ์มากมายในการบำบัดชีวิตของผู้คน ตอบได้เลยว่า
.
&amp;ldquo;ความเคียดแค้นที่มีต่อบุพการีตัวเอง&amp;rdquo;
.
ในยุคที่การหย่าร้างมีมากขึ้น เด็กไม่ได้เติบโตกับพ่อแม่ เด็กบางคนอาจเคยอยู่ในบ้านที่มีการทำร้ายกันด้วยคำพูดหรือการกระทำ หรือถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง จนเกิดความไม่เข้าใจ น้อยเนื้อต่ำใจ จนอาจพาลกลายเป็นการโกรธเกลียดเคียดแค้นพ่อแม่ได้
.
ในฐานะนักบำบัด เราได้เห็นคนจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อถามย้อนกลับไปมักมีสภาวะของความโกรธ น้อยใจเคียดแค้นต่อบุพการีตัวเองเป็นจำนวนมาก (ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นซึมเศร้าจะต้องโกรธพ่อแม่นะ แต่คนที่โกรธพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องซึมเศร้าและที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือมะเร็ง เพราะความโกรธเกลียด คือตัวการทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลรวน ซึ่งนำไปสู่โรคร้ายอย่างมะเร็ง)
.
อยากเห็นชัดๆ ให้ดูพฤติกรรมของคนสองคนนี้
.
(หนึ่ง) คือ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ซึ่งถูกทิ้งตั้งแต่เด็กและถูกย้ายให้ไปอยู่ตามบ้านเด็กกำพร้าและมีพ่อแม่อุปการะ สตีฟ จ็อบส์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สำหรับเขาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นเพียงธนาคารสเปิร์ม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และถึงแม้เขาจะมีพ่อแม่บุญธรรมที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี แต่คำพูดนั้นก็เป็นนัยยะที่สำคัญว่ามันมีความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ในบุพการีแท้ๆ ของตัวเอง
.
ความโกรธพวกนี้จะซ่อนอยู่อย่างละเอียดในจิตใจ แม้ปากจะพูดว่าฉันไม่ได้โกรธ
ซึ่งว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าใจเราไม่ได้โกรธ เราจะพูดได้อย่างเต็มปากว่า ขอขอบคุณบุพการีที่ให้กำเนิดให้โอกาสชีวิตนี้ได้เกิดมา ไม่ฆ่าทิ้งทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็ไม่พร้อม กลับให้กำเนิดและให้เราได้มาเจอพ่อแม่ใหม่ มีชีวิตที่ดี สร้างสิ่งที่ดีให้ตัวเองได้
.
แม้จ็อบส์จะยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ความโกรธนี้มันจะแอบแฝงแสดงออกมาในคำพูดและการกระทำของเขาเสมอ อย่างที่เราเคยได้ยินว่าคนที่ร่วมงานกับสตีฟ จ็อบส์ หลายคนทนไม่ไหวจากการใช้คำพูดของเขา
.
(สอง) คือ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรผิวสีที่ถูกญาติข่มขืน พ่อทิ้ง แม่ทำร้าย แต่เธอเลือกที่จะให้อภัยด้วยความเข้าใจว่าพ่อแม่ของเธอก็มีต้นทุนทางความคิดมาไม่เท่ากัน เธอดูแลพ่อแม่ของเธออย่างดี เธอเปลี่ยนพลังความโกรธเป็นพลังความรัก เธอออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนผู้หญิงอีกมากมายที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทำมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส จนวันนี้เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงผิวสีที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาและทรงอิทธิพลต่อโลก
.
กลับมาดูที่บ้านเรา เราจะเห็นคนที่ &amp;ldquo;ใช้ความแค้นขับเคลื่อนชีวิต&amp;rdquo; อยู่ไม่น้อย ที่ชัดๆ ขอยกตัวอย่างนักการเมืองท่านหนึ่งที่อาสามาเป็นผู้นำความคิดใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ แต่หากอ่านการใช้ชีวิตของเขาด้วยสายตาของนักบำบัดแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก (อย่าเพิ่งเชื่อ แต่ลองฟังดู) ว่า &amp;lsquo;การขับเคลื่อนของเขาเกิดจากความโกรธแค้นในบิดาของตัวเอง&amp;rsquo;
.
แม้เราจะไม่รู้สาเหตุของการโกรธแค้น แต่เรื่องราวเมื่อช่วงที่พ่อของเขาป่วย ก็เป็นที่เรื่องที่คนในรู้กันว่า เขาหลบเลี่ยงที่จะไปเยี่ยมพ่ออยู่หลายเดือน จนเมื่อเขาได้ไปพบพ่อข้างเตียงคนป่วย พ่อลูกได้สนทนากันร่วมหลายชั่วโมง และพ่อของเขาก็ทรุดหนักในวันต่อมา จนเมื่อพ่อของเขาจากไป ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเขาก็ไม่ค่อยพูดถึงพ่อ ยิ่งน่าสนใจตรงที่บริษัทที่พ่อสร้าง ที่เลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ ร่ำรวยถึงวันนี้ ก็กลับไม่ได้กล่าวถึงพ่ออย่างสมเกียรติในฐานะผู้สร้าง ลองไปดูได้ในประวัติบริษัทของเขาในปัจจุบัน
.
น่าคิดว่า...เขามีปัญหาอะไรกับพ่อ&amp;nbsp; อึดอัดขัดใจอะไรในตัวพ่อตัวเองอย่างนั้นหรือ
.
ถ้าคุณมองดูภายนอกก็จะดูเหมือนว่าเค้าเป็นคนที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ แต่ถ้ามองอย่างนักจิตวิทยาแล้ว เขาคือคนที่เต็มไปด้วย&amp;rdquo;อุดมเกลียด&amp;rdquo; แรงขับเคลื่อนของเขาเป็นแรงของความเกลียดชังซึ่งใจะเห็นได้ทุกแคมเปญ ทุกspeech ของเขา
.
ถ้าเราแกะรอยคำพูดของ &amp;ldquo;นักการเมืองแค้นพ่อ&amp;rdquo; ในมุมของนักจิตวิทยาด้านภาษาศาสตร์ จะชัดเจนว่าคำพูดของเขามันถูกดันออกมาจากความเคียดแค้นทั้งสิ้น เช่น
&amp;ldquo;จงเปลี่ยนความเคียดแค้นให้เป็นพลัง&amp;rdquo; หรือตอนหาเสียง คำที่ใช้พูดติดปากคือคำว่า &amp;ldquo;ฉีกรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ในขณะที่นักการเมืองอื่นใช้คำว่าเปลี่ยน ปรับ แก้ไข แต่เขาเลือกที่จะใช้คำว่า&amp;rdquo;ฉีก&amp;rdquo; ซึ่งอันนี้เป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่นักจิตวิทยาด้วยกัน เพราะในเชิงจิตวิทยาแล้ว สิ่งที่ออกมาจากปากคนเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเล็กๆ ที่โผล่พ้นน้ำ แต่ใต้น้ำนั้นซ่อนภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่เราเรียกว่าจิตใต้สำนึกนั่นเอง การใช้คำว่า&amp;rdquo;ฉีก&amp;rdquo; โดยทั่วไปแล้วมาจากจิตใต้สำนึกของความรุนแรง ไม่ใช่ความอ่อนโยน...​จริงไหม?.... ลองเทียบคำสองคำนี้ดู &amp;ldquo;ฉีกกล่องของขวัญ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;แกะกล่องของขวัญ&amp;rdquo; จิตของคุณเห็นภาพแตกต่างกันไหม กิริยาไหนหยาบกว่ากัน อันไหนรุนแรงกว่ากัน
.
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าคิดอยู่ตรงที่ว่าพ่อของเขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันอย่างสูง ในขณะที่การกระทำของเขาอยู่บนเส้นทางแห่งการล้มล้างสถาบัน
ในทางจิตวิทยา เป็นไปได้อย่างมาก ที่การกระทำนี้มาจากจิตใต้สำนึกของเขาที่จะพิสูจน์ให้พ่อดูว่าสิ่งที่พ่อเชื่อมั่นศรัทธานั้นผิดเท่านั้นเอง เพราะการทำร้ายที่เจ็บที่สุดคือการทำร้ายสิ่งที่คนๆ นั้นรักและเทิดทูน
.
การจะปลดปล่อยตัวเองจากความแค้นที่มีต่อพ่อได้ดีที่สุด ถึงแม้พ่อจะจากไปแล้ว คือการทำให้ตัวเองได้รู้สึกว่าฉันเป็นคนถูกและสิ่งที่เธอเชื่อมั่น รักและเทิดทูนนั้นเป็นสิ่งที่ผิด
.
หากเราสังเกตดีๆ เขาคนนี้มักจะคิดทำการใหญ่เสมอ ในทีท่าเทียบเคียงกับเบื้องสูง (จะด้วยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) แต่ไม่เคยสำเร็จเลยซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือ อาสาช่วยคนแบบไม่เลือกหน้า ทุกอันจบลงตรงที่ล้มเลิกกลางคัน ให้คนกังขา พร้อมกับเหตุผลหรือข้ออ้างที่ทำให้ตัวเองดูดี แต่สุดท้ายก็คือเหลวไม่เป็นท่า
.
นั่นก็เพราะว่าแรงแห่งความโกรธนั้น เป็นแรงจุดระเบิดแค่ช่วงต้น ประกอบกับ ที่ทำเพราะอยากสนองความเคียดแค้น การขาดการยอมรับ ไม่ได้ทำด้วยความรักในสิ่งที่ทำจากใจจริง จึงเป็นเหตุให้ล้มเหลวซ้ำซาก ในทุกช่วงของชีวิต
.
ขอให้ระวังให้ดี! เพราะได้ยินคนชอบอ้างคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;นำความเคียดแค้นมาเปลี่ยนเป็นเป้าหมาย&amp;rdquo; อยากจะเตือนว่า พลังเคียดแค้นจะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้แค่ช่วงต้นเท่านั้น หลายคนที่ชำระแค้นได้สำเร็จ ผลสุดท้ายกลับซึมเศร้าเพราะพลังทั้งหมดของชีวิตได้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
ลองนึกถึงฮิตเลอร์ที่เคียดแค้นพ่อตัวเอง จนประกาศว่า I never loved my father, I feared him. ความรู้สึกนี้ ทำให้เขาทำอะไรลงไปบ้าง และมีจุดจบอย่างไร
.
คน &amp;ldquo;ลักษณะประเภทฮิตเลอร์&amp;rdquo; นี้จะทำทุกวิธีที่จะพิสูจน์ให้โลกยอมรับและเห็นว่าฉันเป็นคนถูกด้วยการทำลายล้างอีกฝั่ง แม้จะใช้วิธีที่สกปรก ชั่วร้าย เลวทรามเท่าใด ก็จะบอกตัวเองว่าฉันยอม เพื่อแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะไม่เคยมีวิธีชั่วร้ายใดชนะได้จริงบนโลกใบนี้
.
ยังมีนักการเมืองอีกท่านหนึ่งที่เคยเล่าไว้ในประวัติของตัวเองว่า เขามีพ่อที่ไม่เคยชื่นชมเขาเลย ไม่ว่าเขาจะทำได้ดีขนาดไหน ความรู้สึกของลูกชายที่ไม่เคยรู้สึกดีพอ จึงทำให้ใจของเขาไม่รู้จักพอ แล้วต้องแสวงหาไปเรื่อยๆ เพื่อเติมหลุมในใจที่มีรูรั่ว สุดท้ายเขาก็จบชีวิตการเมืองโดยการต้องหนีคุกหนีคดีออกนอกประเทศ ร่อนเร่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดนประณามสาปแช่ง ทั้งๆ ที่น่าจะมีความสุขในบั้นปลายกับครอบครัว &amp;nbsp;
.
สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้ หวังเพียงอยากให้ &amp;ldquo;สาระ&amp;rdquo; นี้ไปถึงนักการเมืองทั้งสอง และรวมไปถึงผู้ติดตามของเขาที่ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาเกลียดพ่อแม่ของตัวเองว่า คุณกำลังปิดทางแห่งความสุขของชีวิตของคุณ
.
ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนความคิดด้วยความเข้าใจและให้อภัยพ่อแม่ของเรา เข้าใจว่าแต่ละท่านก็เติบโตมาไม่เหมือนกัน ลำบากยากเข็ญในวัยเด็กมาไม่เหมือนกัน ท่านอาจมีคำพูดหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมไม่ถูกใจ ส่งมาถึงคุณบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่ได้รักคุณ ท่านดุด่าหรือทอดทิ้งคุณ สิ่งเหล่านั้นมาจากบาดแผลในชีวิตของท่าน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่ได้รัก หรือทำให้ท่านขาดความเป็นมนุษย์แต่อย่างใด
.
เราเชื่อว่าทั้งคุณคนรุ่นใหม่และคนที่อยู่ต่างประเทศ ในจิตใจลึกๆ ของคุณมีความเป็นคนดีและอ่อนโยนอยู่ในนั้น จงให้อภัยบุพการีของตัวเอง ให้อภัยตัวเองแล้วเริ่มต้นใหม่ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความรักความเมตตา คุณจะเห็นว่าพลังนี้มันยิ่งใหญ่กว่ามาก ดังเช่นมหาตมะ คานธี ได้ใช้หลักอหิงสา นำอินเดียคว้าชัยเหนืออังกฤษ เนลสัน แมนเดลา เลือกที่จะไม่ถือโกรธคนที่ทำให้เขาเข้าไปอยู่ในคุกและสุดท้ายเขาก็กลายเป็นมหาบุรุษของชาวผิวสี หรือแม้กระทั่งมหาบุรุษพระนามว่าภูมิพล ที่คุณคลางแคลงที่จะศรัทธา หากเอาอคติแห่งความเกลียดชังออก คุณก็จะเห็นว่าพระองค์เดินหน้าด้วยความรักและเมตตา ไม่รีบแต่ไม่หยุด ไม่ถูกก็แก้ไข ไม่ใหญ่แต่ต่อเนื่อง เหมือนน้ำที่ใสเย็นอาบชโลมผืนแผ่นดินไทยมายาวนานกว่า 70 ปี ท่ามกลางคนมากมายคอยแทงข้างหลัง&amp;nbsp; ด่าทอ ดูถูก ขวางทาง หรือแม้กระทั่งพยายามโค่นล้ม!! แต่คนพวกนั้นก็หยุดพระองค์ไม่ได้และก็ทำอะไรพระองค์ไม่ได้เลยจนวินาทีสุดท้ายและรวมไปถึงวินาทีที่พระองค์ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินแล้วก็ตาม ดังที่คุณก็ประจักษ์ด้วยตัวคุณเอง
.
ด้วยรัก ด้วยอภัย และปรารถนาดี
ขอให้ความโกรธเกลียดเคียดแค้นบุพการี จงหายไปจากหัวใจของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ตัวแทนคนรุ่นใหม่, นักจิตบำบัด, สตีฟ จ็อบส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666628c5bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 06:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 06:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;ถาม&#039;ประจักษ์-ชาญวิทย์&#039;เป็นอาจารย์แบบไหน ร้องไห้ขนาดนี้ทำไมไม่ออกมานำม็อบเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64-- ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าน้ำตาอาจารย์หรือน้ำตาอา...?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมประจักษ์ถึงไม่ออกมานำม็อบเอง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมประจักษ์ถึงไม่ติดคุกแทนลูกศิษย์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประจักษ์เป็นอาจารย์ประเภทไหน? สอนแบบไหน? ทำไมลูกศิษย์ถึงได้ติดคุก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประจักษ์มีส่วนทำให้ลูกศิษย์ติดคุกด้วยหรือไม่? ประจักษ์ยุยงปลุกปั่นอะไรลูกศิษย์บ้างหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประจักษ์ ก้องกีรติ อยู่ในเครือข่ายอาจารย์สามนิ้วของ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ปกครองนักศึกษาธรรมศาสตร์จะปล่อยให้คนอย่างประจักษ์ ก้องกีรติ และบรรดาอาจารย์สามนิ้วในเครือข่ายของชาญวิทย์ เกษตรศิริ สอนบุตรหลานต่อไปอีกนานแค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไหร่เครือข่ายของชาญวิทย์ เกษตรศิริ จะหมดไปจากธรรมศาสตร์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานแค่ไหนแล้วที่นักศึกษาธรรมศาสตร์ต้องติดคุก ในขณะที่อาจารย์ธรรมศาสตร์กลุ่มนี้อยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์กลุ่มนี้เห็นลูกศิษย์นักศึกษาเป็นอะไรกันแน่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปฏิรูปธรรมศาสตร์
#อาจารย์สามนิ้วออกไป
#ให้ชาญวิทย์จบที่รุ่นเรา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96946</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ประจักษ์ ก้องกีรติ, ม็อบ3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60592db38109b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
