<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว..คู่มือเด็กพิเศษ สร้างสุขภาวะเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเด็กพิเศษมิได้แตกต่างจากเด็กทั่วไป เด็กกลุ่มนี้ก็ต้องการมีสุขภาวะที่ดี ต้องการความภาคภูมิใจ ได้รับการยอมรับจากสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องการพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตโดยไม่เป็นภาระของครอบครัว หรือเป็นปัญหาให้กับชุมชนที่ร่วมอาศัยอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้มีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างปกติเฉกเช่นเด็กทั่วไปนั้น คนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กกลุ่มนี้จะต้องใช้ความรักความอดทนมากเป็นพิเศษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเล็งเห็นถึงประเด็นละเอียดอ่อนในการสร้างสุขภาวะของเด็กกลุ่มพิเศษเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเด็กทั่วไปในสังคม เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับกรมพลศึกษา และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม จัดเสวนาออนไลน์ที่โรงแรมปทุมวันปริ้นเซส พร้อมเปิดตัว &amp;quot;หลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&amp;quot; ระดับประถมศึกษา (ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา) และ &amp;ldquo;คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง)&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ในฐานะที่ปรึกษาโครงการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยการใช้กิจกรรมทางกายเป็นสื่อ กล่าวว่า กิจกรรมทางกายมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็กมีสุขภาวะที่ดี ทว่าตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันพบว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษาหลายแห่งไม่มีครูที่จบสาขาวิชาพลศึกษาโดยตรง ทำให้ทักษะการทำกิจกรรมทางกายขั้นพื้นฐานในโรงเรียนถูกสอนแบบไม่ถูกต้อง จนทำให้เด็กบางคนมีพฤติกรรมต่อต้านไม่รักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การสอนกิจกรรมทางกายที่ถูกต้องให้เด็กพิเศษ จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านสติปัญญาเด็กได้ตรงจุด โดยครูพละที่เข้าร่วมอบรมจบหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรจากกรมพลศึกษา&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดทำคู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง) เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับบุตรหลานที่เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยสามารถดาวน์โหลดคู่มือทั้ง 2 หลักสูตรได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ : พลศึกษาเพื่อสุขภาวะเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า จำนวนคนพิการที่จดทะเบียนปัจจุบันมีประมาณกว่า 2 ล้านคน สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ ด้านจิตใจหรือพฤติกรรม ด้านสติปัญญา กลุ่มออทิสติก และด้านการเรียนรู้ ที่ผ่านมาพบว่า เด็กกลุ่มนี้มักไม่ได้รับบัตรคนพิการ เพราะไม่มีเอกสารทางการแพทย์รับรองความพิการตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากประเภทความพิการของเด็กกลุ่มนี้ไม่แสดงอาการให้เห็นทางกายภาพ จึงต้องอาศัยเวลาประเมินความพิการ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับบัตรคนพิการช้ากว่าคนพิการกลุ่มอื่นๆ โดยข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2564 พบเด็กที่มีความต้องการพิเศษ กลุ่มพิการด้านสติปัญญา 142,667 คน ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะพบเด็กกลุ่มนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ด้านสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กว่าจะเป็น..คู่มือกิจกรรมเด็กพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภรณีเปิดเผยว่า สสส.ร่วมพัฒนาหลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายฯ และคู่มือกิจกรรมทางกายฯ (ฉบับผู้ปกครอง) เพื่อทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษทั่วประเทศได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพ ไม่ถูกละเลย หรือถูกเลือกปฏิบัติในรั้วโรงเรียนและสังคม โดยตั้งเป้าภายในปี 2565 ร่วมกับกรมพลศึกษา ผลักดันให้เกิดการจัดการอบรมขยายในวงกว้าง ให้ครูในโรงเรียนเรียนร่วมได้เพิ่มเติมศักยภาพในการสอนกิจกรรมทางกายได้อย่างถูกต้องตามหลักการ จนส่งผลให้เกิดสุขภาวะกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนเรียนร่วมทั่วประเทศ และเผยแพร่คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง) ให้ถึงมือผู้ปกครองของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อผู้ปกครองจะได้มีส่วนในการพัฒนาสุขภาวะอย่างต่อเนื่องให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับผู้ปกครองดูแลเด็กที่บ้าน เพื่อให้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เผาผลาญร่างกายด้วยการเดิน วิ่ง กระโดด เล่นกีฬา การออกกำลังกาย การขับเคลื่อนร่างกายนั้น มีการลงพื้นที่ ทดลองให้เด็กพิเศษร่วมเรียนกับเด็กปกติ ในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านหนองกุง อุบลราชธานี 2.รร.บ้านหนองฮาง อุบลราชธานี 3.รร.สันป่าเหียง ลำพูน 4.รร.บ้านห้วยต้ม (รร.ชัยวงษาอุปถัมภ์) ลำพูน 5.รร.วัดหนองเสือ นครปฐม 6.รร.ราชวินิตประถม บางแค กทม. 7.รร.วัดขรัวช่วย&amp;nbsp; นครศรีธรรมราช 8.รร.บ้านในกุ้ง นครศรีธรรมราช โดยเก็บข้อมูลจากครูสอนการศึกษา ครูพลศึกษา ศึกษาเด็กโรงเรียนร่วมสมรรถภาพเด็กพร่องทางสติปัญญาระดับประถมศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การจัดทำคู่มือนี้ได้ขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 18 ท่าน มาช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ปกครอง เพื่อสร้างสุขภาวะให้กับเด็กเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด เด็กที่เรียนสอบได้ที่โหล่ก็ต้องสร้างความเข้าใจให้พื้นที่ เด็กมีความต้องการพิเศษ ครูต้องใช้ความรักความเข้าใจในการสอนให้เด็กกลุ่มนี้เรียนร่วมกับเด็กคนอื่นได้โดยไม่มีปัญหา เมื่อเด็กยังไม่เข้าใจ ตามเพื่อนไม่ทัน ก็ให้เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียนคอยช่วยเหลือเพื่อนที่ยังเรียนไม่ทันเพื่อนๆ ครูต้องตระหนักในการรับบอลส่งบอลให้เด็กที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข ทั้งหมดนี้อยู่ที่การใส่ใจของครู การที่เด็กจะพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็กได้นั้น ครูต้องให้บทบาทกับเด็กในการทำกิจกรรมทางกายให้เทียบเท่าเด็กปกติ มีการฝึกซ้อมอยู่เสมอ การให้คะแนนเด็กด้วยการเปรียบเทียบในความพยายามของเด็กเป็นพิเศษ มีการเปรียบเทียบทั้งก่อนและหลังเวลาเรียน&amp;quot; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.กล่าว.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;วิ่งๆเล่นๆวันละนิดพัฒนาสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.เกษม นครเขตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกาย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าเด็กต้องมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน เพราะร่างกายของเด็กกำลังเติบโต และต้องมีพัฒนาการเหมาะสม ถ้าเด็กที่มีความต้องการพิเศษขาดกิจกรรมทางกายอาจมีผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย ดังนั้น วิชาพลศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจ เมื่อประสบความสำเร็จในการมีกิจกรรมทางกาย สิ่งที่ครูผู้สอนและสังคมจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่คือ เมื่อในโรงเรียนมีเด็กที่มีความต้องการพิเศษร่วมชั้นเรียนในวิชาพลศึกษา ครูไม่ควรตัดโอกาสให้เด็กออกไปนั่งเฉยๆ แต่ต้องปรับกิจกรรมให้เข้ากับเด็ก เพราะงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า เมื่อเด็กได้มีโอกาสได้วิ่งเล่นประมาณ 10-15 นาที จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมอง ไม่ควรให้เด็กนั่งเรียนนาน 14-15 ชั่วโมงเพียงอย่างเดียว และครูผู้ต้องเข้าใจว่าการวิ่งเล่นของเด็กคือสิทธิ ไม่ใช่หน้าที่ตามหลักสูตรเพื่อตอบสนองให้มีพัฒนาการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สถิติเด็กไทยไม่ถึง 1 ใน 4 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เด็ก 75% โตขึ้นจะมีปัญหาได้เมื่อขาดกิจกรรมทางกาย องค์การสหประชาชาติสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้เล่นออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ไม่เฉพาะเด็กปกติเท่านั้น เด็กที่มีความต้องการพิเศษก็ควรได้รับสิทธินี้ด้วย ไม่ควรลิดรอนสิทธิโดยไม่รู้ตัว มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายการบริหารทางกายที่เพียงพอ &amp;ldquo;Exercise turn the brain on การออกกำลังกายจุดสมองให้ติดขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;พ่อแม่..ผู้คุมรีโมตชี้ทางสว่างให้ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา แสดงความเห็นว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษอาจควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนเด็กปกติ กิจกรรมทางกายจะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกิจกรรม เช่น เด็กต้องทำอะไร ทำอย่างไร ให้บรรลุเป้าหมาย ผ่านการทดสอบ ยก จับ หิ้ว เหวี่ยง ขว้าง ปา ซึ่งการทำกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้รู้ได้ทันทีว่าเด็กต้องการได้รับการพัฒนาด้านใด ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องมีความรู้เพื่อนำไปพัฒนาทักษะเด็กให้ได้ตรงจุดผ่านกระบวนการออกแบบการเคลื่อนไหว เพราะครูเปรียบเสมือนโค้ชและนักจิตวิทยาที่คอยให้ข้อแนะนำ กระตุ้นให้เด็กทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและถนัด สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความรัก ความจริงใจในการดูแล รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจบริบทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วย ส่วนผู้ปกครองต้องเข้าใจในตัวของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากขึ้น ไม่ควรมองว่าเป็นปัญหา แต่ต้องให้ความเอาใจใส่ เพราะเรื่องของพัฒนาการเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาไม่ควรเพิ่มความกดดัน แต่ควรให้ความอบอุ่นกับเด็ก โดยจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดมาจากครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กจะมีความสนใจในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับพ่อแม่ให้ความสำคัญ เด็กทุกคนเหมือนหุ่นยนต์ถูกคอนโทรลโดยพ่อแม่ หน้าที่ครูสอนให้คำแนะนำ เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ความเคลื่อนไหวเรียนรู้จากความเป็นจริง พ่อแม่คอยระแวดระวังไม่ให้เกิดอันตราย ไม่ให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เมื่อเขาล้มก็ต้องปล่อยเขาล้ม จากนั้นเขาจะระมัดระวังตัวไม่ยอมล้มอีก เด็กเรียนรู้โดยพ่อแม่คอยให้กำลังใจ เด็กไทยเมื่อล้มพ่อแม่จะเข้าไปโอ๋ ทำให้เขาตกใจ ต้องปล่อยให้เด็กล้ม ปล่อยให้เขาเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ถ้าเด็กไม่มีโอกาสได้คิด ไม่มีกระบวนการตัดสินใจ แยกไม่ออกว่าอะไรควร หรืออะไรไม่ควร เพราะพ่อแม่ทำให้หมดทุกอย่าง เด็กทำอะไรไม่เป็น มีแต่ข้อมูลอ่านหนังสือเยอะ แต่ไม่ได้ใช้ความรู้เท่าที่ควรจะเป็น สะท้อนให้เห็นถึงระบบการศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;ครูพละ..ต้องเข้าถึงเข้าใจเด็กพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.มยุรี ศุภวิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ตอกย้ำว่า หลักสูตรนี้จะเติมเต็มศักยภาพให้ครูพลศึกษาในโรงเรียน เพราะจะทำให้ครูเปลี่ยนแนวคิดและจุดมุ่งเน้นในการเรียนการสอน เน้นการสร้างพัฒนาการและการเคลื่อนไหวของเด็กเป็นหลัก ในเนื้อหาจะแนะนำวิธีการสอนให้เหมาะสม เพื่อทำให้เด็กไม่ต่อต้านการทำกิจกรรมทางกายและป้องกันการไม่ชอบเล่นกีฬา นอกจากนี้จะทำให้ครูรู้จักวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายรูปแบบใหม่ๆ ให้กับเด็ก เน้นให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมได้ รับฟังคำสั่งได้ และสามารถสื่อสารได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ใช่คำพูด แต่เป็นกิริยาท่าทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายของการบกพร่องทางสติปัญญา คือระดับ IQ สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์คือต่ำกว่า 70 ในขณะที่คนทั่วไปอยู่ในระดับ 100 การมีทักษะ 2 ใน 10 ด้าน ในด้านการสื่อสารและการดูแลตนเองได้ ดูแลสุขภาพให้เกิดความปลอดภัย เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาตั้งแต่อยู่ในท้องและหลังคลอดมีหลายกลุ่ม กลุ่มดาวน์ซินโดรมมีความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 มีลักษณะเฉพาะเห็นได้อย่างชัดเจน การเคลื่อนไหว มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครูพลศึกษาจะสังเกตมองเห็นเด็กกลุ่มนี้ได้ เด็กมีปัญหาการเรียน การรับฟังคำอธิบายได้ล่าช้า กิจกรรมทางกายสอดคล้องกับสติปัญญา การก้าวเดินก้าวสั้นๆ การก้าวยาวๆ ก้าวกระโดดทั้งหมดนี้ต้องมีการฝึกสอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเด็กมีความบกพร่องรุนแรงหรือไม่ การส่งเด็กกลุ่มนี้เรียน รร.ร่วมที่เป็นต้นแบบในกรณีที่เป็นระดับปานกลางและน้อย เด็กสามารถเรียนจนจบชั้นประถมปลายได้ แต่ถ้าเป็นระดับรุนแรงมากต้องฝึกฝนทักษะการใช้ชีวิต ตั้งแต่การปวดท้องจะถ่าย หรือหิว ต้องฝึกเป็นขั้นตอน การเรียนคู่ขนานเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นการเรียนต่างหาก สติปัญญาปานกลางถึงระดับต่ำอยู่ในชั้นเรียนคู่ขนาน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109982</URL_LINK>
                <HASHTAG>Exercise turn the brain on, กรมพลศึกษา, กลุ่มออทิสติก, การออกกำลังกายจุดสมองให้ติดขึ้น, กิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา, คู่มือการสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา (ฉบับผู้ปกครอง), คู่มือกิจกรรมเด็กพิเศษ, คู่มือเด็กพิเศษ สร้างสุขภาวะเท่าเทียม, ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์, บัตรคนพิการ, ผศ.ดร.มยุรี ศุภวิบูลย์, ผศ.ดร.เกษม นครเขตต์, พัฒนาการทางร่างกาย, ภรณี ภู่ประเสริฐ, มูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม, ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, หลักสูตรผู้ฝึกสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ, เด็กพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f176065d6e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพลศึกษา ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ จัดมหกรรมแข่งขันกีฬาระดับประเทศ  เทียนนกแก้วเกมส์ งดกีฬาต่อสู้ ลดความเสี่ยงโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพลศึกษาร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 ประจำปี 2564 ภายใต้ชื่อ เทียนนกแก้วเกมส์ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 19 กุมภาพันธ์ 2564 ณ จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งแรกหลังสถานการณ์การแพร่ระบาด &amp;nbsp;ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้น โดยการแข่งขันกีฬา เทียนนกแก้วเกมส์ จะงดการแข่งขันกีฬา ประเภทต่อสู้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค ทำให้มีการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 28 ชนิด &amp;nbsp;โดยแบ่งกลุ่มแต่ละจังหวัดเป็น 10 เขตจากทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 ประจำปี 2564&amp;nbsp;&amp;quot;เทียนนกแก้วเกมส์&amp;quot; ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมกีฬาระดับนักเรียน นักศึกษา ให้มีการพัฒนาและต่อยอดนักกีฬา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดาวรุ่งจากการแข่งขันกีฬาเหล่านี้เพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคต โดยการแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เน้นการแข่งขันกีฬาประเภทหลัก ได้แก่ กรีฑา กอล์ฟ คาราเต้-โด้ จักรยาน เทควันโด เทนนิส เทเบิลเทนนิส เนตบอล บาสเกตบอล บาสเกตบอล 3x3 แบดมินตัน ปันจักสีลัต เปตอง ฟุตซอล ฟุตบอล ยกน้ำหนัก &amp;nbsp;ยิงปืน ยิมนาสติกลีลา รักบี้ฟุตบอล 7 คน &amp;nbsp;ลีลาส วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด ว่ายน้ำ วู้ดบอล สนุกเกอร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมากล้อม ฮอกกี้ แฮนด์บอล แฮนด์บอลชายหาด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงกีฬาประเภทอนุรักษ์ ได้แก่ ตะกร้อ-เซปักตะกร้อ และกระบี่กระบอง สอดคล้องกับจังหวัดเชียงใหม่ที่มีศักยภาพความพร้อมในเรื่องของสถานที่การจัดการแข่งขัน โรงแรมที่พักเพียงพอต้อนรับคณะนักกีฬาจำนวนมาก &amp;nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวช่วง High season ของประเทศไทยที่กำลังมีอากาศเย็นสบาย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแข่งขันกีฬา ในระดับประเทศ เทียนนกแก้วเกมส์ครั้งนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น พร้อมย้ำการจัดการแข่งขันกีฬาจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) (ศบค.) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อธิบดีกรมพลศึกษา ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ของ 4 บริษัทพันธมิตรประกอบด้วย บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด, บริษัท มอลเทน (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โรงงานสยามบอลล์ สปอร์ต จำกัด ที่ให้การสนับสนุนอุปกรณ์และชุดในการแข่งขันทางการกีฬา &amp;quot;เทียนนกแก้วเกมส์&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพลศึกษา, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facfef6492dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
