<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังมีความน่าเชื่อถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดี &amp;#39;บอส&amp;#39; 3 เดือนฟ้องได้แล้ว ถ้าอัยการเห็นหลักฐานที่เกิดเหตุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังคมยังคงเกาะติดและวิพากษ์วิจารณ์ผลพวงคดี วรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง หลังจากอัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้องและยุติคดี ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;nbsp; ขณะที่ทั้งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด ต่างก็มีการตั้งคณะกรรมการอิสระ และคณะทำงานมาตรวจสอบเรื่องการสั่งคดีดังกล่าวรวมเป็น 3 คณะ ท่ามกลางข้อเคลือบแคลงสงสัยของสังคมว่าการสอบสวนทำคดี หรือการสั่งคดีดังกล่าวมีเงื่อนงำน่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทัศนะและมุมมองของคนในวงการ อัยการแผ่นดิน ด้วยกันเอง ที่สะท้อนผ่าน ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง จังหวัดสุพรรณบุรี อัยการและนักวิชาการที่เข้าไปมีบทบาทการขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมผ่านหลายบริบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเราถามมุมมองถึงเรื่อง คดีวรยุทธ อยู่วิทยา ทาง อัยการ-น้ำแท้ ให้ความเห็นกว้างๆ ไว้ว่า กระบวนการสอบสวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา มันเริ่มผิดพลาดมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานอื่นไปร่วมเก็บพยานหลักฐาน ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐจากฝ่ายอื่นไปร่วมรับรู้พยานหลักฐาน ไม่มีหน่วยงานอื่นที่สามารถเข้าไปร่วมรู้เห็นในคดีได้ มันเลยทำให้คดีนี้ถูกเก็บเป็นเวลาหลายปี แทนที่คดีลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องไม่ยากเลย หากว่าเกิดเหตุแล้วมีหลายหน่วยงานไปเห็นด้วย เช่นมีอัยการไปร่วมเห็นพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งคดีลักษณะแบบนี้ผมว่า 3 เดือนก็ฟ้องได้แล้ว 3 เดือนก็จบตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ถ้าไม่มีการดึงสำนวนไว้หลายปี พอดึงไว้รอจนคดีขาดอายุความถึงส่งอัยการ พออัยการสั่งสอบเพิ่มเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเพิ่ม ก็ไม่สอบให้ คดีก็ขาดอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนายวรยุทธถอดบทเรียนคือ หากอัยการเข้าไปตรวจสอบพยานหลักฐาน ได้เข้าไปตรวจสอบการทำคดีตั้งแต่แรก เรื่องนี้ฟ้องได้ภายใน 3 เดือนจบไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้เป็นความบกพร่องของกระบวนการ เพราะมีการออกแบบไม่ให้คนสั่งคดีไปรู้เห็นตั้งแต่เกิดเหตุเหมือนอย่างพวกคดีจำนำข้าว ทำสำนวนอยู่ 5 ปี แล้วจู่ๆ มาส่งสำนวนให้อัยการเลยส่งมา 2,000 คดี อัยการกองคดีทุจริตไม่ได้เตรียมอัตรากำลังสำหรับการรับสำนวนคดี 2,000 คดี โดยให้เวลาในการพิจารณาสำนวนสั่งคดีภายใน 2-3 เดือน อัยการก็โวยวายว่าทำไม่ทัน จะทำยังไงให้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมไทยไม่เคยเรียนรู้ ไม่เคยมีสติปัญญาหาทางออกว่า แล้วก่อนหน้านี้เก็บสำนวนไว้ทำไมตั้ง 5 ปี ทำไมไม่ให้อัยการมาดูตั้งแต่แรก หากให้อัยการมาร่วมดูสำนวนตั้งแต่แรก มันก็จะไม่มีการจู่โจมทางสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมุติไม่อยากให้ใครโดนฟ้อง ก็เก็บสำนวนไว้แล้วมาส่งอัยการตอน 2-3 วันสุดท้าย ส่งมา 2,000 คดี ส่งมาตอนใกล้หมดเวลา โดยที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาเขียนไว้ว่า หากคดีใกล้หมดอายุความ ให้อัยการสั่งฟ้องไปตามความเห็นของตำรวจ ก็ทำให้หากอยากเล่นงานใคร เช่น อยากเล่นงาน นาย ก. ก็เก็บสำนวนไว้ใกล้ๆ รอจนใกล้หมดอายุความ แล้วไปส่งสำนวนให้อัยการ พออัยการเห็นสำนวนแล้วมองว่ามีอีกหลายประเด็นควรต้องสอบสวนเพิ่มเติม ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่ม แต่ปรากฏไม่ทันแล้วเพราะพรุ่งนี้จะขาดอายุความ แต่หากมีการให้อัยการไปร่วมรับรู้ตั้งแต่แรก ปัญหาทุกอย่างมันจบหมดเลย เช่น เรื่องส่งสำนวนเร่งด่วน เรื่องคดีขาดอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การให้อัยการไปร่วมรับรู้ไปดูคดีตั้งแต่แรกจะเข้ากับหลักสากล มันจะไม่มีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาแบบทุเรศทุรังแบบประเทศไทย จะไม่มีกระบวนการสอบสวนคดีแบบวิปริตวิปลาสแบบในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมามีตลอด แล้วบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เอามานั่งเป็นกรรมการชุดอะไรต่างๆ โง่ทั้งนั้น ไม่มีความรู้ อาศัยว่าอยู่นาน อายุมาก แต่ไม่เข้าใจตรรกะพวกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ข้อเสนอที่ให้อัยการเข้าไปร่วมรับรู้คดีตั้งแต่แรก แต่ที่ผ่านมาก็มีเสียงสะท้อนว่า อัยการไม่มีความพร้อมเรื่องอัตรากำลัง หากจะให้มาร่วมดูพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุตั้งแต่แรก โดยเฉพาะหากเกิดเหตุในต่างจังหวัด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมอยู่แล้ว อัยการจะทำเฉพาะคดีที่เช่น 1.ตำรวจเป็นผู้ต้องหาหรือตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น คดีแบบจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีชาวอเมริกันผู้ถูกตำรวจผิวขาวฆาตกรรม ตำรวจถอยไปเลยไม่ต้องยุ่ง อัยการของเขาเข้าไปทำหมดเลย 2.คดีที่ประชาชนร้องขอ เช่น ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องขอความเป็นธรรมมาแล้วอัยการลงไปดู ถ้าตำรวจยอมทำตามที่ประชาชนเรียกร้องขอความเป็นธรรม ตำรวจก็ทำคดีไปต่อ 3.คดีที่มีความสำคัญ หากอัยการเห็นว่าคดีนี้มีความสำคัญต้องเข้าไปดู ก็เข้าไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรม หลักสำคัญคือต้องค้นหาความจริง เพื่อให้ได้ความยุติธรรม แต่ต้องหาความจริงให้ได้ก่อน ทุกฝ่ายต้องการความจริง แล้วอัยการจะได้ความจริงได้อย่างไร ก็ควรให้อัยการเข้าไปร่วมค้นหาความจริงตั้งแต่แรกด้วย หรือจะแค่ให้อัยการมานั่งอ่านสำนวนที่ตำรวจพึงใจจะส่งอะไรมาให้อัยการหรือไม่พึงใจส่งอะไรมาให้ อัยการก็ทำได้แค่อ่านที่ส่งมาเท่านั้นหรือ ทุกวันนี้เป็นเพียงการอ่านสำนวน-ดูพยานหลักฐานเท่าที่ตำรวจพึงใจจะส่งให้ อัยการก็จะรู้เท่าที่ตำรวจพึงพอใจจะส่งให้ แบบนี้กระบวนการยุติธรรมไทยพัง ซึ่งต่างประเทศไม่ได้วางระบบไว้แบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในต่างประเทศ หลักสำคัญข้อแรกคือ อัยการต้องรู้หน้าที่ก่อนว่าอัยการมีหน้าที่ค้นหาความจริง แล้วการค้นหาความจริง วิธีการที่ดีที่สุดเป็นแบบไหน ให้รออ่านที่ส่งมาหรือ ก็ไม่ใช่แล้ว แต่ควรให้อัยการลงไปดูได้ มันพลิกกันแค่ตรงนี้ พอลงไปดูได้ แล้วพอลงไปดูได้ ถามว่า ไปดูตอนไหนดีที่สุด จะให้ไปดูตอนหลังเกิดเหตุไปแล้วสิบปี หรือดูตอนหลังเกิดเหตุใหม่ๆ เลย หลักก็ต้องให้เข้าไปร่วมดูได้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ เพราะพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุมันคือตัวบอกได้ เพราะคนยังไม่ทันได้คิดโกหก-ได้เห็นเลยว่ามีพยานกี่คน-ได้เห็นสภาพที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร มันน่าเชื่อถือกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ เราวิเคราะห์ได้หมดเลย ความเกี่ยวพันระหว่างที่เกิดเหตุกับคนเสียชีวิตในคดีอาญาจะเป็นตัวบอกความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมที่อัยการต้องค้นหาความจริงและสิ่งที่ดีที่สุดในการค้นหาความจริง คือการไปดูที่เกิดเหตุทันที ได้พยานหลักฐานใหม่ๆ สดๆ พออัยการรู้ตรงนี้ ก็ปิดช่องในการที่จะทำให้มีการทำลายพยานหลักฐาน ปิดช่องที่จะบิดเบือนคดี ปิดหมดเลย ซึ่งหากเป็นเรื่องสำคัญ จริงๆ ไม่ใช่แค่อัยการฝ่ายเดียว ฝ่ายปกครองต้องลงไปดูอีก เพราะเขาเป็นคนในพื้นที่ ย่อมรู้ข้อมูลว่าคนที่เกี่ยวข้องมีแบ็กกราวด์อย่างไร คบค้าสมาคมกับใครอยู่ มีเบื้องหลังทำอะไรผิดกฎหมายหรือไม่ เขาก็จะรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อทุกคนเห็นพยานหลักฐานทุกอย่างเหมือนกันหมด มันก็ไม่มีใครทำลายพยานหลักฐานได้ ทำให้คดีมันเดินไปไว หากพยานหลักฐานครบถ้วนจนอัยการเห็นว่าเพียงพอแล้ว ก็ทำให้จะไม่มีการดึงสำนวนไว้ 4-5 ปี จนคดีขาดอายุความแบบที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีบอส-กระทิงแดง ก็หลักนี้ คืออัยการไม่เห็นสำนวนตั้งแต่แรก ไม่เห็นพยานหลักฐานตั้งแต่แรก ก็รอตำรวจถือสำนวนไว้ จนเมื่อตำรวจส่งมา ก็ไม่มีกลิ่นของความจริงอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การที่มีพยานบุคคล 2 คนเข้ามาในสำนวนหลังเกิดเหตุผ่านไปหลายปี ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์บนท้องถนน ในเชิงวิชาการถือว่าคำให้การของพยานทั้ง 2 คนดังกล่าวที่โผล่มา มีความน่าเชื่อถือทางคดีหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ไม่ต้องวิชาการเลย เอาแค่ตรรกะพื้นๆ เลย ถามว่ามาโผล่อะไรกันตอนนี้ แล้วก็มีการไปตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดตรงถนน เพื่อดูว่าพยาน 2 คนดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้อยู่จริง ก็จะมีความผิดอีก หากไปช่วยให้ผู้อื่นไม่ต้องรับโทษทางอาญา เรื่องนี้ก็ต้องรอพิสูจน์ความจริงว่าเขาอยู่ตรงที่กล่าวอ้างหรือไม่ และหากอยู่จริง สิ่งที่พูดคือความจริงหรือไม่ ก็ต้องดู 2 ประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อข้อถามที่ว่า เคสคดีนายวรยุทธ เห็นช่องโหว่ของกระบวนการยุติธรรมตรงไหนที่ควรแก้ไข อุดช่องโหว่ไว้ น้ำแท้-อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง จังหวัดสุพรรณบุรี ตอบว่า ช่องโหว่ก็ยังเห็นกันเหมือนเดิมว่า ถ้าให้อัยการเข้าไปดูตั้งแต่แรก คดีนี้สามารถสั่งคดีจบได้ภายใน 3 เดือนแล้ว อย่างที่ไม่มีใครวิ่งเต้นทัน พูดง่ายๆ วิ่งเต้นไม่ทัน เพราะตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานก็บอกว่าเขาส่งรายงานการตรวจสอบที่เกิดเหตุไปหลังเกิดเหตุแค่ 1 สัปดาห์ก็ส่งไปแล้ว หากเป็นแบบนี้ อัยการก็จะได้รายงานสดๆ มาเลย แล้วเก็บรายงานนั้นไว้ อัยการก็จะมีหลักฐานพวกนี้ในมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คำสั่งนายกฯ ตั้ง &amp;#39;วิชา&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;แทรกแซงการสั่งคดีอัยการ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธดังกล่าว โดยให้ วิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. เป็นประธาน เรื่องนี้ น้ำแท้-อัยการ มีความเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีเป็นการแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะโดยหลักทั่วไปแล้วการสั่งคดีของอัยการ ถามว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะรู้ไหมว่าตรรกะการสั่งคดีของอัยการจะสั่งฟ้องต่อเมื่อ มั่นใจว่าจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษแน่นอน อัยการถึงจะมีความเห็นมีคำสั่งฟ้อง อย่างการฟ้องโดยที่อัยการไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ คำว่าไม่แน่ใจ คือผู้ต้องหาอาจจะผิดหรืออาจจะถูก หากว่าเขาเป็นคนบริสุทธิ์ แล้วเราเอาทรัพยากรทุกอย่างไปเล่นงานคนบริสุทธิ์ แล้วปล่อยคนชั่วลอยนวล คือหากเปรียบเป็นบริษัทก็เจ๊งล้มละลายเลย คือลงทุนไปผิดเป้า เป้าหมายการปราบปรามอาชญากรรมก็ไม่ได้ คนชั่วก็ลอยนวล แถมยังไปดำเนินคดีคนบริสุทธิ์ เพราะความไม่มั่นใจว่าเขาผิดหรือถูกกันแน่แล้วไปฟ้องคดี คือความเสียหายหากเขาเป็นคนบริสุทธิ์ แต่หากว่าเขาเป็นคนผิดจริง แล้วยังไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน แปลว่าพยานหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่กลับรีบฟ้อง จนศาลตัดสินยกฟ้อง การปราบปรามอาชญากรรมก็ไม่บรรลุผลอีก เพราะเอาคนผิดมาลงโทษไม่ได้ สมมุติว่าผิดจริง แล้วเมื่อศาลตัดสินไปแล้ว จะกลับมาฟ้องอีกไม่ได้ ดำเนินคดีอีกไม่ได้ เพราะฟ้องได้ครั้งเดียว แต่การไม่ฟ้องยังทำให้มีโอกาสกลับมาฟ้องได้อีก อย่าง &amp;quot;บอส&amp;quot; เอาง่ายๆ ไม่กล้ากลับมาหรอก หากกลับมาแล้วอัยการสั่งสอบไว้ ก็นำหลักฐานนั้นเข้ามา กรณีอัยการเรียกสอบเอง โดยให้นำพยานหลักฐานที่หายไป เช่นเรื่อง &amp;quot;ความเร็วรถ&amp;quot; เข้ามาสอบใหม่ได้ โดยเป็นหลักฐานใหม่ต้องเป็นหลักฐานที่เอาผิดในประเด็นที่เขาถูกกล่าวหา คือเรื่องขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แล้วสอบเสร็จ อัยการสั่งฟ้อง ออกหมายจับ คราวนี้หนีไม่ทันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แต่คนในสังคมไม่เชื่อถืออัยการและตำรวจที่ตั้งคณะทำงานสอบสวนกันเอง จึงต้องการให้มีคณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมว่าเป็น ลิงแก้แห คือเอาคนไม่รู้ตรรกะไม่รู้เรื่องคดีมาทำ ก็ลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง พอแก้เรื่องนี้ก็กลายเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม วันหนึ่งอยากได้อะไรขึ้นมาแล้วอัยการไม่ฟ้อง ก็ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบการสั่งคดีอีกที แล้วมันจะมีอิสระอย่างไร ขัดแย้งรัฐธรรมนูญด้วย เพราะรัฐธรรมนูญให้อัยการมีดุลยพินิจโดยอิสระ อันนี้คือหลักที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ เรื่องนี้แปลว่าไปแทรกแซงดุลยพินิจของอัยการในเรื่องความเป็นอิสระ ควรให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ในการพิสูจน์ให้เห็นว่าคำสั่งนั้นชอบหรือไม่ชอบ ด้วยเหตุผลอย่างไร สังคมต้องการคำอธิบาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การตั้งคณะทำงานของอัยการมาตรวจสอบถือว่าถูกต้องแล้ว เพราะอัยการจะรู้ระเบียบ ขั้นตอนของอัยการเอง ถึงสังคมจะมีข้อเคลือบแคลงสงสัยอย่างไร วิธีแก้ก็ต้องแก้ให้ถูกหลัก ไม่ใช่แก้แบบลิงแก้แห&amp;nbsp; แก้แบบคนไม่มีความรู้ แก้ที่ปลายเหตุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หวังสภาผลักดันแก้ ป.วิ อาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ให้อัยการร่วมสอบคดีตั้งแต่แรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-เรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้อัยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการสอบสวนคดีตั้งแต่แรกเริ่ม ที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฯ มีความเป็นมาอย่างไร และตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;คือคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่เดิมนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน ซึ่งมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่ทำเรื่องต่างๆ ในวงงานของกรรมาธิการ เช่นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ก็มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่มีผมเป็นอนุกรรมาธิการอยู่ด้วย ทางอนุกรรมาธิการมีการคุยกันเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา ที่ก็เห็นว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม ชุดอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้ศึกษาเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ที่ทำไว้พอสมควร มีหลักการที่ดีพอสมควร ที่จะแตกต่างจากร่างแก้ไขของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตำรวจทำกันเองแล้วส่งให้รัฐบาล ทางอนุกรรมาธิการก็นำร่างของคณะกรรมการชุดนายอัชพรมารีโนเวตเป็นฐาน แล้วปรับแต่งเนื้อหาให้ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวใจสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาดังกล่าว ที่ทำออกมาคือ กำหนดให้มีการร่วมสอบสวนระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในคดีบางประเภทได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ได้รู้เห็นพยานหลักฐานตั้งแต่แรก โดยร่างที่มีการเสนอไปมีการให้แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา โดยให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการเข้าตรวจสอบการสอบสวนกับพนักงานสอบสวน ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป และคดีที่ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในคดีร้องขอ อย่างกรณีที่ตำรวจทำผิดแล้วประชาชนร้องขอ ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม อัยการก็เข้าไปดูได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในร่างที่เสนอไปมันก็มีอุปสรรคตรงที่เขียนไว้ว่า ให้เข้าไปในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ซึ่งถามว่าคดีที่มีโทษจำคุกห้าปีขึ้นไป หากตำรวจซื่อสัตย์ทำตรงไปตรงมา อัยการต้องเข้าไปไหม มันก็ไม่จำเป็น เพราะอัยการไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำคดีทุกคดี แต่อัยการทุกประเทศในโลกถูกออกแบบมาเพื่อให้ลงไปตรวจสอบการสอบสวนว่ามันเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ ลงไปดูพยานหลักฐานตั้งแต่เกิดเหตุ ว่าพยานหลักฐานในคดีถูกรวบรวมครบถ้วนหรือไม่ ถ้าหน่วยงานนั้นเราทำงานด้วยกันมา เรารู้ว่าไม่มีปัญหา ตรงไปตรงมา พวกคดีพื้นๆ พยานหลักฐานไม่ได้ซับซ้อนอะไร เราก็รู้ว่า ไม่จำเป็นต้องลงไปดู เราก็ปล่อยตำรวจทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การไปล็อกว่าคดีที่มีโทษจำคุกห้าปีขึ้นไปแล้วอัยการต้องเข้าไปทุกเรื่อง มันเป็นภาระเกินไป ทั้งที่ไม่จำเป็น ทั้งที่หากให้อัยการเข้าไปดูในคดีสามลักษณะคือ คดีที่ตำรวจเกี่ยวข้อง, คดีที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรม, คดีที่มีความสำคัญ เพียงเท่านี้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวก็ยังอาจปรับแก้ไขได้ เพราะหลังที่ประชุมสภาได้รับรองรายงานข้อเสนอดังกล่าวและถูกส่งไปที่รัฐบาล ซึ่งตามขั้นตอนก็ต้องรอเวลา 60 วันหลังรัฐบาลรับเรื่องว่ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ หากรัฐบาลไม่รับไปผลักดันสภามีหน้าที่ทวงถาม หากรัฐบาลไม่ทำ ส.ส.ก็ร่วมกันลงชื่อไม่น้อยกว่า 20 คนเสนอเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาดังกล่าวเข้าสภาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-องค์กรอัยการควรต้องมีการปฏิรูปตัวเองอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อัยการมีหน้าที่ค้นหาความจริง ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าแล้วจะปฏิเสธว่ามันมีอยู่แค่นี้ ผมรู้อยู่แค่นี้ ผมจึงสั่งอย่างนี้ ไม่พอ ไม่สมศักดิ์ศรี กับบทบาทภาระหน้าที่ของความเป็นอัยการที่ได้มาตรฐานสากล&amp;nbsp; งานแบบนี้ยังไม่ได้มาตรฐานสากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวใจสำคัญของการอำนวยความยุติธรรม ในขั้นแรกต้องได้พยานหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน ในชั้นสอบสวนฟ้องคดีจึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้อัยการซึ่งมีหน้าที่สั่งคดีได้รับพยานหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน ทุกประเทศในโลกอัยการซึ่งมีภารกิจในการนำคนผิดมาดำเนินคดีลงโทษและปกป้องคนบริสุทธิ์ไม่ให้ต้องรับโทษ ล้วนตระหนักว่าตนเองมีหน้าที่ค้นหาความจริง จึงทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานโดยตนเอง และโดยมีตำรวจเป็นผู้ช่วยปฏิบัติตามคำสั่งในการรวบรวมพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมในท้องที่ใด หลายภาคส่วนทั้งอัยการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ฯ ล้วนรับทราบเหตุอาชญากรรมและเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ ทำให้ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งบิดเบือนความจริง ทำลายทำให้พยานหลักฐานสูญหาย เพื่อช่วยคนชั่วไม่ให้ต้องรับโทษหรือยัดข้อหาคนบริสุทธิ์ให้ต้องเสียหายตามอำเภอใจ อัยการไม่ต้องรอเวลาและจำกัดการรับรู้เฉพาะพยานหลักฐานที่ตำรวจพึงพอใจจะรวบรวมให้ไว้ในสำนวนเท่านั้น สามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่ตำรวจไม่อยากให้รับรู้ได้ด้วย แต่นักกฎหมายไทยทั้งสายวิชาการและสายปฏิบัติขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงในหลักการพื้นฐานข้อนี้ จึงไปสอนกันผิดๆ ต่อๆ ไปว่าการสอบสวนเป็นหลักการถ่วงดุล ตำรวจเก็บรวบรวมและรู้เห็นพยานหลักฐานแต่เพียงผู้เดียว อัยการมีหน้าที่ถ่วงดุลจึงต้องรอสั่งคดีตามพยานหลักฐานที่ตำรวจพึงพอใจส่งให้ในสำนวนเท่านั้น นี่คือระบบสอบสวนในกระบวนการยุติธรรมที่เจ้าหน้าที่รัฐ &amp;quot;ให้ชั่วแค่ไหนก็ทำเลวไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความอ่อนด้อยทางความรู้เช่นนี้ส่งผลต่อการออกแบบกฎหมายแบบวิปริตในยุคต่อๆ มา เช่น การแก้ไข ป.วิ อาญา มาตรา 145/1 เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อความเพี้ยนฝังรากลึกไปนาน จึงนำมาซึ่งการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล คือขัดขวางทุกหนทางที่อัยการหรือหน่วยงานอื่นๆ จะไปตรวจสอบการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตั้งแต่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนปี 2534 ทั้งอัยการและตำรวจสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมทั้งตำรวจ&amp;nbsp; อัยการ ฝ่ายปกครองล้วนเข้าถึงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ จึงไม่มีใครสามารถบิดเบือนความจริงทำลายพยานหลักฐานได้ ความยุติธรรมจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนจับต้องได้ ราคาถูก ไม่มีค่าใช้จ่าย คนจนคนรวยได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคภายใต้กฎหมาย พอปี 2541 มีการก่อตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรับผิดชอบการดำเนินคดีรวบรวมพยานหลักฐานตามลำพัง ทำให้อัยการและฝ่ายปกครองไม่ทราบเหตุอาชญากรรม ไม่รู้เห็นพยานหลักฐานจนกว่าตำรวจจะส่งสำนวน นานเท่าไรก็ไม่มีกฎหมายจำกัด ไม่รู้เรื่องจะสั่งสอบสวนเพิ่มเติมอะไรก็ไม่ได้ หลายๆ ครั้งไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถึงตอนนี้สังคมยังเชื่อถือ ศรัทธา ไว้ใจอัยการได้ไหม ตาชั่งเอียงหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;(นิ่งคิด) ผมว่าโดยภาพรวม ตลอดเวลาที่ผ่านมาอัยการทำหน้าที่ในช่วงที่สังคมมีความแตกแยก การเมือง มีการกล่าวร้ายให้ร้ายทำลายกัน ผมคิดว่าองค์กรอัยการวางตัวได้เหมาะสม อย่างบรรดา ส.ส.ในสภาที่ผมได้สัมผัส เขาก็บอกว่าอัยการวางตัวได้เป็นกลางและเหมาะสม คือไม่เข้าข้างใดจนน่าเกลียด&amp;nbsp; โดยส่วนตัวถ้ามองอัยการโดยภาพรวม ไม่นับคดีนายบอส ผมว่าอัยการยังมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ดี&amp;nbsp; ผมว่าคนดีคนเลวมีอยู่ทุกองค์กรในสังคม ผมไม่ได้บอกว่าอัยการดีหมดทุกคน ที่ไม่ดีก็มีแน่นอน แต่มันก็มาถึงจุดที่เราต้องสร้างระบบที่คนชั่วทำเลวไม่ได้ เราไม่มาหวังหรอกว่าคนคนนี้จะดีไหม จะดีจริงไหม&amp;nbsp; จะดีจนตลอดรอดฝั่งไหม คนดีจะทนแรงยั่วยุของสิ่งล่อใจได้แค่ไหน ถ้าเราไปพึ่งคนดีมันมีความไม่ยั่งยืน&amp;nbsp; เราต้องหันมาพึ่งระบบ เราต้องออกแบบระบบยุติธรรมที่ให้ชั่วแค่ไหนก็ทำเลวไม่ได้ เช่น อย่างที่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา ที่บอกข้างต้น คือไม่ต้องไว้ใจใคร เป็นวิอาญาแบบไม่ไว้ใจใคร แต่ให้มีระบบตรวจสอบโปร่งใส แบบนี้แหละคือกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ประเทศเราเปลี่ยนแปลง เกิดกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ไว้หน้าใคร คือการเมืองก็ไม่กล้าทำชั่ว เพราะทำชั่วยังไงก็ไม่รอด จะใหญ่จะมีอำนาจก็ถูกดำเนินคดีแบบตรงไปตรงมา คนก็จะเกรงกลัวการทำชั่วการทุจริตเพราะจะถูกดำเนินคดีหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:180.0pt&quot;&gt;ปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.....................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ยังมีความน่าเชื่อถือ, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200801/image_big_5f255b45270b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คณิต&#039;ชี้ถึงเวลาปฏิรูปสายพานกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.62 -ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล&amp;nbsp; สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;nbsp; และมหาวิทยาลัยบูรพา จัดเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;จะปฏิรูประบบงานสอบสวนและการสั่งคดีของอัยการอย่างไรให้เกิดความยุติธรรม และประชาชนเชื่อถือเชื่อมั่น&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากที่เกี่ยวข้องร่วมเสวนา มีคุณชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ เป็นผู้ดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และประธานที่ปรึกษาสป.ยธ.&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถา พิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;วิกฤตกระบวนการยุติธรรมอาญาไทย จะปฏิรูปอย่างไรให้ผู้คนเกิดความเชื่อถือเชื่อมั่น&amp;rdquo; ว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา ทั้งระบบ เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาด้นสังคมด้วย ดังนั้นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และการสร้างความเข้าใจแก่สังคม ปัญหาปัจจุบันของกระบวนการยุติธรรม คือ การวางเฉยของศาลยุติธรรม และ การขาดองค์ความรู้บทบาทอัยการ ที่สำคัญกระบวนการยุติธรรมไทย มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก&amp;nbsp; รวมถึงองค์กรในการกระบวนการยุติธรรม ระบบภายในใหญ่โตขาดประสิทธิภาพ จึงต้องลดค่าใช้จ่าย แต่สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ดีขึ้น และอัยการต้องสังกัดในกระทรวงยุติธรรม เพื่อบูรณาการการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการที่ดี คือ การบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้มแข็ง ต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลได้ แต่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเท่าไร ขณะที่เกาหลีใต้ สิ่งแรกของผู้นำประเทศเข้ามารับตำแหน่ง คือ ปราบคอร์รัปชัน โดยใช้ อัยการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามคอร์รัปชัน&amp;rdquo; ศ.ดร.คณิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.คณิต กล่าวว่า &amp;quot;สายพาน&amp;rdquo; กระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล และ กรมราชทัณฑ์ ที่สร้างปัญหา &amp;ldquo;นักโทษล้นคุก&amp;rdquo;ดังนั้นต้องลดคดีเข้าสู่สายพานกระบวนการยุติธรรมให้น้อยที่สุด จึงอยากเสนอแนวทางในการปฏิรูป ดังนี้ ควรมีการผลักดันการศึกษาด้านกฎหมายโดยเฉพาะฝ่ายอัยการ ต้องมีความรับผิดชอบ 4 ประการ คือ 1.ความถูกต้องของกฎหมาย 2.ความถูกต้องตามระเบียบ 3.ความรอบคอบ และ 4.ความเชื่อถือศรัทธาของอัยการ&amp;nbsp; จึงต้องปฏิรูปการตรวจสอบความจริงก่อนการประทับรับฟ้อง เพื่อลดปริมาณคดีในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อดีตอัยการสูงสุด กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องทำการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอาญาไทย คือ การสอบสวนฟ้องร้องต้องเป็นกระบวนการเดียวกัน องค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบความจริงชั้นเจ้าพนักงานต้องร่วมมือกันทำงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อัยการ หรือแม้แต่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp; (ปปช.) หรือ คณะกรรมการป้องกันการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) ที่สำคัญฝ่ายการเมืองต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้ บทบาทอัยการในการร่วมสอบสวนคดีพิเศษ และการปฏิรูปการทำงานองค์กรต่างๆ ต้องกล้าทำ รวมถึงการปฏิรูป &amp;ldquo;ศาลพิจารณา&amp;rdquo; คือ ศาลอุทธรณ์ และ ศาลฎีกา ต้อง เป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจทางสังคม เพราะปัจจุบันสังคมไทยเข้าใจเรื่องนี้อ่อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรม ขาดภาวะวิสัย ทำงานด้วยความกลัว และร้ายที่สุด คือ กลัวการเมือง มักประจบประแจงฝ่ายการเมือง หากเป็นแบบนี้ประชาชนจะพึ่งพาใครได้ ยิ่งประสิทธิภาพการบริหารจัดการยิ่งแย่ คุมคามสิทธิ และ ค่าใช้จ่ายในการกระบวนการยุติธรรมสูง จึงถึงเวลาในการปฏิรูป&amp;rdquo; ศ.ดร.คณิต กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ระบบกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ &amp;ldquo;คนชั่วทำเลวไม่ได้&amp;rdquo; คือ ทำอย่างไรให้การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำไปเสนอในชั้นศาล ที่เหลือเป็นอำนาจในการตัดสินของศาล แต่หากพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดความหละหลวม โดยมีหน่วยงานเดียวผูกขาด คือ ตำรวจ เก็บพยานหลักฐานเพียงหน่วยงานเดียว เช่น กล้องวงจรปิด ลายนิ้วมือ หรือ รอยเลือด ฯลฯ เช่น คดีเสือดำ หรือ คดีจ่านิว ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมที่ดี คือ การเก็บพยานหลักฐานที่ดีครบถ้วน แต่ปัจจุบันการเก็บพยานหลักฐานถูกผูกขาดเพียงหน่วยงานเดียวนั้นคือ ตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.น้ำแท้ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทย ปัจจุบัน คือ จับผู้ต้องหาเข้าคุกทันที แต่กลับพบว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ในภายหลังและอัยการไม่สั่งฟ้อง ทำให้ผู้ต้องหาติดคุกฟรีและไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐด้วย ขณะที่บทบาทอัยการต้องเป็นสากลคือ ต้องได้มาซึ่งความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ทำคดีให้ได้มาซึ่งบทลงโทษ การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องอย่าไปกังวล หากมีพยานหลักฐานสามารถสั่งฟ้องได้อีก และหากอัยการอยู่ในกระบวนการเก็บพยานหลักฐานถือเป็นการคานอำนาจ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; จึงไม่ควรกลัวอัยการจะเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่การสั่งคดีของอัยการในต่างประเทศ จะสั่งคดีเมื่อมั่นใจว่าศาลจะพิพากษาลงโทษ ไม่ว่าคดีนั้นจะร้ายแรงเพียงใด และ การกักขังผู้ต้องหาด้วยเหตุผล คือ หลบหนี คดีร้ายแรง ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือ ภัยอันตรายต่อสังคม แต่สังคมไทย คือ จะปล่อย หรือ ขังใคร คือ มีเงินมีอำนาจหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การฟ้องคดีปัจจุบัน อัยการไม่เห็นพยานหลักฐานจนวันสืบพยาน หรือวันฟ้องร้อง นี่คือจุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างมาก นี่คือ กระบวนการยุติธรรมกบในกะลา เพราะไม่รู้ว่าระบบยุติธรรมสากลเป็นอย่างไร คือ ขังก่อน สั่งไม่ฟ้องทีหลัง นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ดังนั้นถ้าให้คะแนนความยุติธรรมแก่ประชาชน คือ ศูนย์&amp;rdquo; ดร.น้ำแท้ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมไทยวิปริตจากความไม่ยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม จับแพะ จับผิด และ ศาลยกฟ้องคนบุริสุทธิ์ที่ถูกคุมขังฟรี โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม &amp;ldquo;ในชั้นสอบสวนที่เป็นคนยากจน&amp;rdquo; ที่สำคัญชั้นสอบสวน อัยการ และ ศาล แต่สังคมกลับมุ่งจับผิดไปที่ศาล แต่อย่าลืมว่าการเริ่มต้นทำคดี คือ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; อำนาจสอบสวนและสั่งฟ้องอยู่ในคนๆเดียวกัน ระบบไทยถอยหลังไปไกลยิ่งกว่าสมัยอดีตรัชกาลที่ 5 ด้วยซ้ำไป เพราะระบบสอบสวนในอดีตฝ่ายปกครองเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโดยกระทรวงมหาดไทย แต่อำนาจสอบสวนได้เปลี่ยนไปอยู่ในมือตำรวจ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก และไม่ถูกตรวจสอบหรือถ่วงดุลจากหน่วยงานอื่นๆ ยกเว้นประชาชนร้องขอความเป็นธรรม ดังนั้นการตรวจสอบจากองค์กรภายนอกถือเป็นสิ่งสำคัญ เช่น&amp;nbsp; ฝ่ายปกครองจังหวัด เป็นต้น นี่คือปัญหาใหญ่ ให้เข้ามารับรู้การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานด้วย
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คำพิพากษาที่ดีคือต้องมีมาตรฐานทั้งคนจน หรือ คนรวย อย่างเช่น ศาลชั้นต้น พิจารณาพิพากษาอย่างหนึ่งศาลอุทธรณ์พิจารณากลับอีกอย่างหนึ่ง จึงควรปฏิรูปได้แล้ว เพราะคนจนอึดอัดมากจากผลกระทบจากกระบวนยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรม หลายๆประเทศในโลกเจริญได้เพราะกระบวนการยุติธรรมที่ดีนี่คือเหตุผลทำไมนักโทษล้นคุก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมที่ดี คือ ติดตามจับกุม สืบสวนสอบสวน และ การสั่งฟ้องต้องมีประสิทธิภาพ แต่ฝ่ายนโยบาย หรือ รัฐสภายังให้ความสำคัญเรื่องดังกล่าวน้อยมาก แต่จะมุ่งไปเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะคุมตำรวจและดูแลการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเอง จึงอยากให้เวลา พล.อ.ประยุทธ์ 1 ปี ในฐานะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่าจะทำได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42339</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิต ณ นคร, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4044656bdee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ!วงจรอุบาทว์ซื้อขายตำแหน่งจ่ายส่วยสินบนแนะให้อำนาจหลายหน่วยงานดำเนินคดีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;15 พ.ย.61-ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 พุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระ นคร เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) ร่วมกับสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;ปฏิรูประบบการดำเนินคดีอาญาตามมาตรฐานสากล&amp;rdquo; โดยนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความฯ กล่าวว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มที่ต้นทาง ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ต้องอยู่ที่ผู้สืบจับกุมที่ทำตามความเป็นจริง ส่วนบันทึกการจับกุมมีทั้งความเท็จความจริงอยู่ในที่เดียวกันแยกไม่ออก ขณะที่ปัญหาผู้เสียหายบางรายไม่เสียหายจริง แต่ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; ซึ่งกฎหมายบังคับให้รับการร้องทุกข์ หากไม่รับก็เสี่ยงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp; เพราะไม่มีระบบตรวจสอบว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ได้รับความเสียหายจริง มือ สะอาดจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ผู้เขียนหนังสือ &amp;ldquo;วิกฤตตำรวจและการสอบสวน จุดดับกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; กล่าวว่า ปัญหากระบวนการยุติธรรมจะทำให้ชาติล่มสลาย ประเทศไทยมีปัญหากระบวนการยุติธรรมต้นทางสารพัด กรณีตำรวจ รับส่วยและสินบน ซึ่งคนก็พร้อมที่จะจ่ายมากกว่าสู้คดี เพราะไปศาลก็มีประวัติติดตัว หรือ ปัญหาตำรวจไม่รับร้องทุกข์ ความจริงประชาชนสามารถแจ้งต่ออำเภอได้ แต่อำเภอก็ไม่พร้อม ส่วนการแจ้งข้อหานั้น พบว่าตำรวจยากที่จะเสนออัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะเจ้านายไม่เชื่อถามหาซอง จนมีคำกล่าวว่า &amp;ldquo;สั่งไม่ฟ้องซองอยู่ไหน&amp;rdquo; คนที่รักความยุติธรรมจะสั่งไม่ฟ้องก็ไม่มี อนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอการปฏิรูปนั้น พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า ต้องปฏิรูปการลงบันทึก ประจำวันรับแจ้งความลงในระบบคอมพิวเตอร์ ผู้แจ้งอ่านออกแก้ไขได้ ไม่ใช่ลงบันทึกลายมือลงกระดาษแบบสมุดข่อย คล้ายภาษาขอมอ่านไม่ออก พออ่านไม่ออกปวดหัวไม่อ่านก็เป็นวิกฤติ และการปฏิรูปการสอบสวนที่บันทึกถาม-ตอบ ไม่ครบถ้วน ต้องมีการบันทึกภาพและเสียง รวมถึงการสืบพยานในชั้นศาลก็ต้องบันทึกภาพและเสียง ให้ศาลสูงตรวจสอบได้ไม่ใช่ดูแต่เอกสาร เพื่อสะท้อนความจริงให้ตรงที่สุด ในประเทศเจริญแล้วคดีศาลยกฟ้องแทบไม่มี เพราะต้องแม่นมาตั้งแต่ต้น ไทยยกฟ้องถึง 40% ส่งคนไปศาลเดือดร้อน ซึ่งไม่ใช่ทางออก ในส่วนคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดนายมีชัย ฤชุ พันธุ์ ก็ยังไม่มีหลักประกันเรื่องความยุติธรรม มีแต่เรื่องโครงสร้างแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ความยุติธรรมเริ่มตั้งแต่ชั้นจับกุม สืบสวน สอบสวน&amp;nbsp; อัยการ ศาลมีคำพิพากษา ถ้ามีความผิดพลาดแต่แรกก็ยาก ศาลมักจะให้เหตุผลในคำพิพากษาว่าพยานเจ้าหน้าที่ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลย แต่ความจริงเจ้าหน้าที่ไม่โกรธ แค่อยากได้ผลประโยชน์ก็กลั่นแกล้งได้ หัวใจสำคัญของหลักนิติธรรม ทุกคนต้องเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ขณะที่ความจริงมีคนอยู่เหนือกฎหมาย คนถูกบังคับใช้เป็นคนจน เหตุไม่เสมอภาคเพราะเงินซื้อการทำงานได้ ไม่เหมือนต่างประเทศที่เงินซื้อไม่ได้ เพราะในระบบทุกคนเห็นพยานหลักฐานหมดไม่มีใครบิดเบือนได้ ต้องมีระบบอะไรที่จำกัดการทำเลวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วงจรอุบาทว์ส่วยสินบน คือการจ่ายเงินเพื่อเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่มีคดีเกิดขึ้น สิ่งผิดกฎหมายอยู่ได้ เพราะตำรวจต้องเอาเงินไปซื้อตำแหน่ง ซึ่งระบบในต่างประเทศนั้นจะมีหลายหน่วยงานที่สามารถดำเนินคดีอาญาได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านป่าไม้ ศุลกากร ที่ดิน&amp;nbsp; รวมถึงอัยการก็จับกุมได้ คนจ่ายเงินก็ไม่รู้ว่าจะไปจ่ายใคร&amp;nbsp; ไม่ใช่เคลียร์ตำรวจอย่างเดียว และไม่เป็นการซับซ้อนเพราะถ้าใครไม่ทำก็มีคนทำ ผู้เสียหาย แจ้งท้องที่แล้วไม่ดำเนินการสามารถแจ้งอัยการให้สั่งสอบได้ เป็นระบบถ่วงดุลไม่พึ่งใครคนหนึ่ง ทั้งนี้พวกผมเสนอต่อสู้เรื่องการปฏิรูปจนผู้คนเข้าใจ แต่เสนอแล้วก็ไปตายที่คนกลุ่มหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายน้ำแท้ ได้สรุปเรื่องวงจรอุบาทว์ส่วยสินบนและการแก้ปัญหาว่า การ ซื้อขายตำแหน่งทำให้คนเลวได้ตำแหน่ง ไม่มีทางไปทำสิ่งดี ต้องช่วยเหลือคนจ่ายเงินแล้วคนชั่วลอยนวล การแก้ปัญหาได้ต้องทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย มีการจ่ายเงินไปก็ถูกคนอื่นจับกุมอยู่ดีถ้าเป็นเช่นนี้จะไม่ซื้อขายตำแหน่ง ได้คนดีคนเก่งมาทำงาน คนจนได้ความยุติธรรม คือต้องตัดช่องทางการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม และให้อำนาจหลายหน่วยงานดำเนิน คดีได้ ส่วนปัญหาศาลยกฟ้องมากสะท้อนว่ารัฐบกพร่อง เพราะย่อมหมาย ความว่าเอาคนบริสุทธิ์ไปขังระหว่างพิจารณา หรือหากกระทำผิดจริงก็เป็น การปล่อยคนชั่วลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความฯ กล่าวว่า คนจน คนชายขอบติดคุก แต่คนมั่งมีมักไม่ติดคุก&amp;nbsp; คนเหล่านี้เข้าถึงความยุติธรรมหรือไม่ เหตุที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะ ปัญหาด้านระบบ เช่น กรณีอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ปัจจุบันต้องส่งกลับ ไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภาคมีความเห็น ทั้งที่พนักงานสอบสวนเป็นผู้ส่งฟ้อง&amp;nbsp; เป็นการกลับไปหาตำรวจอีกหรือกรณีระบบวิ่งเต้น ที่เวลาชาวบ้านถูกจับกุม จะนึกถึงญาติหรือเพื่อนที่เป็นตำรวจ ข้าราชการหรือไม่ก่อน ไม่มีก็ไปถามครู&amp;nbsp; ถามเจ้าอาวาส บางคนบอกจะช่วยขอเงินวิ่งเต้น นึกถึงทนายความเป็นคนสุดท้าย พอมาหาทนายก็ไม่มีเงินเอาไปวิ่งเต้นหมด เป็นปัญหาที่คนไม่เชื่อมั่น และไม่เข้าถึงความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิรูปนั้นรัฐต้องมีหน้าที่ปกป้องสิทธิคุ้มครองประชาชน โดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน จะจับใครต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนาพอสมควร และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจละเมิด&amp;quot;นายสมชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22066</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายส่วยสินบน, ซื้อขายตำแหน่ง, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ดำรงศักดิ์ เครือแก้ว, พ.ต.อ.วิรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร, สภาทนายความ, สมชาย หอมลออ, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed88572adb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อัยการ&#039;ถามดังๆระบบสอบสวนตามแบบมาตรฐานสากลประชาชนต้องการหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ส.ค.61-ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดกาญจนบุรี อดีตอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ)ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานฯ&amp;nbsp; และมีบทบาทในการผลักดันการปฏิรูปต้นทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทยที่กำลังมีปัญหาอยู่ในเวลานี้จนถูกมองว่า&amp;quot;คนชั่วลอยนวล คนดีตกเป็นแพะ คนจนติดคุกฟรี&amp;quot; กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่า &amp;quot;ถามดังๆระบบสอบสวนตามแบบมาตรฐานสากลประชาชนต้องการหรือไม่?&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
1. การออกหมายค้นหมายจับจะต้องให้อัยการรับรองก่อนเสนอต่อศาล เพื่อตรวจสอบเหตุผลความจำเป็นในการค้นหรือการจับ สร้างหลักประกันสุจริตชนจากความเดือดร้อนอย่างไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
2. เมื่อใดที่มีการจับประชาชนจะต้องให้อัยการตรวจสอบการจับที่สถานีตำรวจภายใน 24 ชั่วโมงว่าการจับมีเหตุผลหรือพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และมีการข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายประชาชนหรือไม่ เพื่อป้องกันการยัดข้อหาคนบริสุทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องให้อัยการรับรองข้อหานั้นเสียก่อนเพื่อให้อัยการตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานแน่นหนาที่จะฟ้องคดีพิสูจน์ให้ศาลลงโทษได้ เพื่อป้องกันคนบริสุทธิ์ต้องถูกคุมขังก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
4 อัยการจะสั่งฟ้องคดีได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการฟ้องคนบริสุทธิ์และป้องกันไม่ให้อาชญากรลอยนวลจากคำพิพากษายกฟ้อง เพราะภายหลังจะดำเนินคดีคนนั้นอีกไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
5 เมื่อพบว่ามีการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรมประชาชนต้องสามารถร้องเรียนให้อัยการเข้ามาตรวจสอบการสอบสวนได้ทันทีเพื่อป้องกันการบิดเบือนพยานหลักฐานหรือการปฏิบัติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ให้อัยการมีอำนาจที่จะไปตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุได้ทันทีหากเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
7 กรณีที่ตำรวจไม่รับแจ้งความประชาชนสามารถไปแจ้งความสำนักงานอัยการทั่วประเทศเพื่อให้อัยการพิจารณาดำเนินคดีแทนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 หากมีการขังผู้ต้องหาและภายหลังอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องประชาชนจะต้องได้รับค่าชดเชยระหว่างการถูกคุมขังก่อนมีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16061</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ปฏิรูปตำรวจ, พนักงานอัยการ, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f780adfdd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการงัดข้อตร. &#039;เข็มชัย&#039;ยอมรับ ยึดทางสายกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อสส.ชูทิศทางอัยการในอนาคต การสั่งฟ้องต้องประสบความสำเร็จได้มาตรฐานให้ศาลสั่งลงโทษได้ ยอมรับทะเลาะเรื่องปฏิรูปตำรวจกับบางองค์กรจนแทบไม่มองหน้ากัน แนะต้องยึดถือทางสายกลางที่สามารถรับกันได้ทุกฝ่ายแม้ไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด &amp;quot;บวรศักดิ์&amp;quot; ซัดระบบราชการอืดยิ่งกว่าหอยทากคลาน ทำให้การปฏิรูปกฎหมายไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม 120 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 2 เมษายน นายเข็มชัย ชุติวงศ์ &amp;nbsp;อัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &amp;quot;ทิศทางองค์กรอัยการ&amp;quot; เนื่องในโอกาสสถาปนาองค์กรอัยการ 125 ปีว่า ในอดีตที่ผ่านมาพนักงานอัยการมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการอำนวยความยุติธรรมในทางอาญา ทิศทางขององค์กรอัยการตั้งแต่กำเนิดขึ้นจนถึงปัจจุบันมีการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม มีความเที่ยงธรรมมากขึ้น สมัยเมื่อตนเป็นอัยการผู้ช่วย การสั่งฟ้องคดีสามารถทำได้ง่าย ซึ่งอัยการส่วนใหญ่ในสมัยนั้นมักมีคำสั่งที่จะฟ้องคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เมื่อเวลาผ่านไป อัยการมีความพิถีพิถันที่จะพิจารณาพยานหลักฐานในคดีมากขึ้น การสั่งฟ้องในสมัยนี้จะต้องประสบความสำเร็จ คือศาลสั่งลงโทษได้ สิ่งนี้เป็นทิศทางที่ต้องขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต ขั้นตอนที่สำคัญของอัยการคือ การสั่งคดีจะต้องให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสังคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเข็มชัยกล่าวว่า หน้าที่สำคัญของอัยการอีกหน้าที่หนึ่งคือการเป็นทนายแผ่นดิน จะต้องทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เราพยายามแสวงหาความเป็นมืออาชีพ ฝึกฝนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ &amp;nbsp;สามารถสนองตอบงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือว่าความแก้ต่างให้ดีที่สุด เรามีความจำเป็นที่จะต้องสร้างผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความเก่งกาจสามารถในด้านนั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการสูงสุดกล่าวอีกว่า งานสำคัญของอัยการอีกเรื่องหนึ่งคือ งานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชน ต้องยอมรับว่าคนไทยในชนบทที่ห่างไกลยังขาดความรู้ในทางกฎหมาย ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำสัญญา นิติกรรม หรือการเข้าร่วมธุรกิจต่างๆ ซึ่งบางทีคนเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร การที่จะแก้ปัญหาเช่นนี้จะต้องมีการนำความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้นไปเผยแพร่ให้ประชาชนในชนบทที่ห่างไกล ซึ่งอัยการได้ทำงานนี้ติดต่อกันมาหลายสิบปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายปฏิรูปล่าสุดที่กระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพ คือการลดความเหลื่อมล้ำทางกฎหมายระหว่างคนในสังคม ที่จะเน้นเกี่ยวกับเรื่องทำให้คนมีฐานะและไม่มีฐานะมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ก็จะต้องยึดเอารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป็นหลัก ซึ่งมีบทบัญญัติที่ได้แสดงถึงทิศทางขององค์กรอัยการในมาตรา 248 จะเป็นเรื่องการพัฒนาองค์กรบริหารงาน พัฒนาบุคคลขององค์กรอัยการ ส่วนแผนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมซึ่งบัญญัติในมาตรา 258 ที่ได้ร่างแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 20 ปี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยปฏิบัติ ต้องมีความเสียสละ ซึ่งองค์กรอัยการควรจะต้องมีบทบาทนำในเรื่องนี้ เราจะต้องยอมละอัตตาส่วนตัว ความยึดมั่นถือมั่น และไปร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเราได้ทำสำเร็จในหลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเข็มชัยกลาวอีกว่า ทิศทางขององค์กรอัยการจะต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ตามแนวคิดการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลและรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อในหลักทางสายกลาง เราไม่สามารถที่จะเน้นไปในแนวคิดสุดโต่ง การเปลี่ยนแปลงทุกเรื่องต้องเน้นทางสายกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งนายกฯ ได้ให้โอกาสพูดในที่ประชุมถึงเรื่องการปฏิรูปองค์กรที่มีความสำคัญขณะนี้ มีแนวความคิดหลายด้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการทะเลาะกันแทบจะไม่มองหน้ากันในบางองค์กรเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ผมได้เสนอแนะว่าสิ่งที่จะเป็นไปได้ต้องยึดถือทางสายกลาง ทางที่สามารถรับกันได้ระหว่างทุกฝ่าย ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด แต่ว่าจะต้องดีขึ้น และแนวทางที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจได้เสนอไปอาจจะไม่เป็นที่พอใจของคนในสังคม มีคนพยายามเสนอทางที่จะแก้ไขแบบเปลี่ยนแปลงฉับพลันทันทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งความจริงมันคงเกิดขึ้นไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเข็มชัยกล่าวต่อว่า อย่างองค์กรอัยการก็เช่นกัน แม้ตนอาจจะมีแนวความคิดหลายอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด แต่ทุกคนในองค์กรอัยการก็จะต้องมีฉันทามติร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรของเราในอนาคต ตนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะพยายามนำแนวความคิดที่ได้ตกผลึกร่วมกันมาขับเคลื่อนให้เป็นจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในการเสวนาหัวข้อ &amp;quot;ตรวจการบ้าน 1 ปีปฏิรูปตำรวจ แก้ปัญหาประชาชนได้จริงหรือไม่&amp;quot; ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ยอมรับว่าการทำงานมีความขัดแย้งกับคณะกรรมการฝ่ายตำรวจ การเรียกร้องให้อัยการเข้าไปตรวจสอบสำนวนคดีก็ไม่เป็นผล และยืนยันว่าอัยการมีความพร้อม แต่ฝ่ายที่ไม่พร้อมคือฝ่ายที่ไม่อยากปฏิรูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายฯ ได้เห็นชอบที่จะให้อัยการเข้าไปตรวจสอบสำนวนคดีตั้งแต่เกิดเหตุใน 3 ระดับแล้ว แต่ถูกฝ่ายตำรวจคัดค้าน สุดท้ายจึงโยนไปให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย &amp;nbsp; แถลงความคืบหน้าในการปฏิรูปกฎหมายว่า ถ้าจะปฏิรูปอะไรก็แล้วแต่ต้องเริ่มที่การปฏิรูปกฎหมายก่อน &amp;nbsp;กฎหมายคือสิ่งจำเป็นในบ้านเมือง เพราะเป็นทั้งการรักษาความสงบ วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท จัดสรรผลประโยชน์ และกำหนดสิทธิ ซึ่งขณะนี้เรามีกฎหมายที่ล้าสมัยอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้กฎหมายยังสร้างขั้นตอนให้จำกัดเสรีภาพของประชาชน เมื่อประชาชนอยากได้มากๆ ก็ต้องให้เงินเจ้าหน้าที่ จึงเกิดกฎหมายสร้างโอกาสทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะกฎหมายจำกัดเสรีภาพประชาชน ซึ่งถ้าจะกำจัดการทุจริตตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่ต้องไปตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แต่ต้องไปแก้กฎหมายที่จำกัดสิทธิประชาชนโดยไม่จำเป็น &amp;nbsp;รวมถึงจะเสนอให้แก้ไขกฎหมายในเรื่องของการติดคุกแทนการจ่ายค่าปรับ ให้เป็นโทษปรับทางปกครอง &amp;nbsp;หากคนจนไม่มีเงินจ่ายจะขังคุกไม่ได้ แต่ให้บำเพ็ญประโยชน์แทน รวมถึงกฎหมายที่ห้ามผู้พ้นโทษทำอาชีพบางอย่าง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เรามีสิ่งที่ต้องปฏิรูปกฎหมาย 10 เรื่องใหญ่ ที่จะอยู่ในเรื่องสำคัญ 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.ทำอย่างไรให้กฎหมายเป็นกฎหมายที่ดี 2.ปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยจะเสนอให้มียุติธรรมชุมชน 1 ตำบล 1 นักกฎหมาย เพื่อช่วยตอบคำถามหรือให้คำปรึกษาด้านกฎหมายง่ายๆ แก่ชาวบ้าน 3.ปฏิรูปกฎหมายเพื่อเพิ่มการแข่งขัน จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการปฏิรูปกฎหมายจะเห็นเป็นรูปธรรมได้เมื่อใด นายบวรศักดิ์กล่าวว่าต้องมีการปฏิรูประบบการออกกฎหมาย &amp;nbsp;และการปฏิรูประบบราชการด้วย เพราะระบบราชการไทยลมพัดไหวๆ ก็ทำไปเรื่อย หนังสือกว่าจะออกจากกรมหนึ่งไปอีกกรมหนึ่งใช้เวลาเป็นเดือน เต่าที่ว่าช้าแล้ว หอยทากยังช้ากว่า แต่ระบบราชการบางหน่วยยังช้ากว่าหอยทากอีก ตอบไม่ได้ว่าการปฏิรูปกฎหมายจะเสร็จเป็นรูปธรรมเมื่อใด ถ้าอยากให้เร็วต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่ก็มีคนไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องกลับมาถามข้าราชการว่าเร่งได้หรือไม่ และต้องคิดว่าเมื่อกฎหมายออกมาแล้วใช้บิดเบี้ยวหรือไม่ได้ใช้ คนที่รับผิดชอบในการใช้กฎหมายอาจจะต้องโดนลงโทษด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6319</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ทิศทางองค์กรอัยการ, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปฏิรูปตำรวจ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อสส., เข็มชัย ชุติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac23fe3355eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละ1ปีปฏิรูปตำรวจ ชี้เหลวมุ่งประโยชน์สีกากี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่าย ปชช.ชำแหละ &amp;quot;1 ปี ปฏิรูปตำรวจ&amp;quot; &amp;nbsp;ล้มเหลว ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ไร้ทิศทางการพัฒนา &amp;nbsp;ทำเพื่อผลประโยชน์คนสีกากี ออกแถลงการณ์จี้ยึด 8 แนวทางปฏิรูปของ คป.ตร. พร้อมเร่ง 6 เรื่องด่วน ยุบ บช.ภ.1-9 แยกงานสอบสวน ดึงอัยการช่วยคุมงานสอบสวน &amp;quot;อนุกรรมการฯ ชุดบุญสร้าง&amp;quot; ยอมรับทำงานขัดแย้งกับ กก.ฝ่าย ตร.ตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 1 เม.ย. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police Watch จัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;ตรวจการบ้าน 1 ปี ปฏิรูปตำรวจ แก้ปัญหาประชาชนได้จริงหรือไม่&amp;rdquo; หลังจากคณะปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) สรุปการทำงาน 3 ด้าน คือ ด้านบริหารบุคคล ด้านอำนาจหน้าที่และภารกิจ และด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา จำนวน 18 หน้ากระดาษ เพื่อส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หนึ่งในผู้ร่วมเสวนากล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปตำรวจตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้อะไรเลย งานด้านบริหารบุคคลไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใดๆ ศูนย์รวมอำนาจยังอยู่ที่ สตช. อยู่ที่ตัว ผบ.ตร. ไม่มีการกระจายอำนาจ ถึงแม้จะมีการเขียนไว้ให้กระจายอำนาจไปยังกองบัญชาการ แต่ไม่มีการกระจายอำนาจไปยังกองบังคับการจังหวัด เพราะตามจริงแล้ว การปฏิรูปโครงสร้าง สตช.จะต้องลดลง ตำรวจมีประมาณ 220,000 นาย อยู่ที่ สตช.หรือส่วนกลางประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ก็พอ นอกจากนั้นให้ลงไปที่จังหวัดแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิรูปครั้งนี้เห็นร่องรอยตั้งแต่การตั้งคณะกรรมการครึ่งหนึ่ง 15 คน ก็ส่อแววเหลวแล้ว สารพัดคณะกรรมการ สรุปก็อยู่ที่ประธานคนเดียว เพิ่มเงินสารพัดค่าตอบแทน การเพิ่มเงินเดือนผมไม่ได้ว่า แต่ต้องดูที่ผลงานด้วย ถ้าผลงานไม่มี มาขอเพิ่มไร้เหตุผล &amp;nbsp;งานต้องออกมาดีก่อนมาขอเพิ่มค่าตอบแทน พอพูดเรื่องเงินเดือน ไปเอารายงานต่างประเทศมาอ้าง แต่โครงสร้างเอาแบบไทยๆ&amp;quot; ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปครั้งนี้ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ไม่เป็นโล้เป็นพาย การสอบสวนขาดการตรวจสอบอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นอันตรายมาก คนที่มาเป็นพยานกลับจะถูกแจ้งข้อหาเอาง่ายๆ การสอบสวนพยานบุคคลมีปัญหา การสอบสวนต้องเป็นวิทยาศาสตร์มีการบันทึกภาพและเสียง เมื่อขั้นตอนการสอบสวนนี้เข้ามาการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก.จะลดลงครึ่งหนึ่งเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาของตำรวจอยู่ที่ขาดการตรวจสอบทุกมิติ ที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้แยกงานสอบสวนออกจาก สตช. สรุปอ้างว่างานสอบสวนและสืบสวนเป็นเนื้อเดียวกันไม่สามารถแยกจากกันได้ งานสอบสวนธรรมชาติแตกต่างจากงานตำรวจ เพราะงานสอบสวนเป็นงานเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม แต่ตำรวจเอางานรายงานตัวเป็นเรื่องใหญ่กว่า เมื่อนายมาโรงพักต้องเข้ารายงานตัว แต่งานสอบสวนเป็นเรื่องเล็ก การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปเพื่อตำรวจ จะว่าอะไรขนาดคณะกรรมการคนนอกยังมีลูกหลานเป็นตำรวจที่ยังรอเวลาเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง บางคนยังเป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร. แล้วจะปฏิรูปสำเร็จได้อย่างไร&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา&amp;nbsp; กล่าวว่า หลังจากอ่านข้อสรุปจำนวน 18 หน้าของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแล้ว ทุกจุดมีช่องโหว่ตั้งแต่ขั้นตอนการแต่งตั้งคณะกรรมการ มีตำรวจถึง 15 คน ต่างประเทศการปฏิรูปแต่ละอย่างคนที่มาเป็นคณะกรรมการต้องมีการสัมภาษณ์ถึงทัศนคติ ไม่ใช่เลือกใครมาเป็นก็ได้ โจทย์การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้เพื่อการปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปเพื่อตำรวจ คนที่ได้ก็คือตำรวจ ประชาชนได้น้อยมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการปฏิรูปตำรวจ ยอมรับตอนหนึ่งว่า การทำงานมีการขัดแย้งกับคณะกรรมการฝ่ายตำรวจ กระบวนการยุติธรรมไทยมีจุดอ่อนผิดตั้งแต่เชิงปรัชญา วิธีคิด การใช้ โดยเฉพาะงานสอบสวน ลิดรอนสิทธิมนุษยชน คดีหนึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายไปตรวจสอบอย่างอิสระ ทั้งอัยการ กองพิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครอง หรือแม้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ แต่บ้านเรามีเพียงตำรวจที่เห็นพยานหลักฐาน เมื่อมีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคนหรือหลายส่วน ตำรวจก็ไม่สามารถบิดเบือนพยานหลักฐานได้ จากผิดมากเป็นผิดน้อย หรือทำให้อัยการยกฟ้องเลย การทำสำนวนเป็นไปแบบที่ตำรวจอยากให้เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเรียกร้องให้อัยการเข้าไปตรวจสอบก็ไม่เป็นผล ฝ่ายที่ค้านก็อ้างสารพัดปัญหา อัยการจะมีเวลาเข้าไปตรวจสอบกับตำรวจหรือ การเข้าร่วมตรวจสอบไม่ใช่ทุกคดี จะเข้าไปร่วมสอบเฉพาะคดีที่มีปัญหาเท่านั้น ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาหรือส่งฟ้องอัยการ เพราะต่างประเทศก่อนแจ้งข้อหาอัยการต้องเข้าไปตรวจสอบก่อน ผู้ต้องหาถูกข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายหรือไม่ แต่บ้านเราเมื่อได้ตัวที่คิดว่าเป็นคนร้ายมาแจ้งข้อหาหนักไว้ก่อน เมื่อส่งอัยการ อัยการไม่ฟ้อง บางคนติดคุกฟรี สรุปกระบวนการยุติธรรมบ้านเราต้องไม่ให้มีการบิดเบือนพยานหลักฐาน&amp;quot; หนึ่งในคณะอนุกรรมการปฏิรูปตำรวจระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) ออกแถลงการณ์ &amp;quot;ผลการตรวจการบ้าน 1 ปี&amp;quot; ว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจยังไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน เป็นข้อเสนอการปฏิรูปที่ผิวเผิน ไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนได้ประโยชน์แต่อย่างใด คป.ตร.จึงมีความเห็นร่วมกันคือ ด้านบริหารงานบุคคล &amp;nbsp;วิธีแต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่ตัดอำนาจ ก.ต.ช. โดยให้ ผบ.ตร. เสนอชื่อให้ ก.ตร.พิจารณาคัดเลือกนั้น เป็นการลดทอนอำนาจของประชาชน การปฏิรูประบบบริหารงานที่แท้จริงคือการกระจายอำนาจสู่จังหวัด หรือการปรับโครงสร้างเป็นตำรวจจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอำนาจหน้าที่และภารกิจตำรวจ ยังไม่ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2558 ที่เห็นชอบตามข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการให้โอนตำรวจ 11 หน่วย ส่วนด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา มีแนวทางเพียงให้มีสายงานสอบสวนเช่นเดิม แต่ไม่ได้มีการกำหนดหลักประกันความเป็นอิสระในการหน้าที่ตามกฎหมายโดยไม่ถูกกลั่นแกล้งรังแกจากการแต่งตั้งโยกย้ายหรือลงโทษทางวินัยจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจ ไม่ได้แยกงานสอบสวนเป็นอิสระตามเสียงเรียกร้องของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายแถลงการณ์ คป.ตร. ยืนยันแนวทางการปฏิรูป 8 ข้อ ที่เครือข่ายประชาชน 102 องค์กร เคยยื่นเรื่องให้นายกฯ และเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน คือ 1.ยุบกองบัญชาการตำรวจภาค 1-9 เพื่อลดสายการบังคับบัญชาที่ซ้ำซ้อนสร้างปัญหาให้สถานีตำรวจ 2.โอนสำนักงานจเรตำรวจไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้ปฏิบัติไม่อยู่ในระบบยศเช่นเดียวกับทหาร มีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องร้องเรียนต่างๆ ด้วยความยุติธรรมอย่างแท้จริง 3.แยกงานนิติวิทยาศาสตร์และงานพิสูจน์หลักฐานและงานสอบสวนออกจากตำรวจให้เป็นสายงานเฉพาะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ให้อัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีที่มีโทษจำคุกเกินห้าปี คดีสำคัญหรือคดีที่มีการร้องเรียนทุกคดี &amp;nbsp;5.การสอบสวนต้องกระทำในห้องที่จัดเฉพาะ มีระบบบันทึกภาพและเสียงอัตโนมัติเก็บเป็นหลักฐานไว้ให้อัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้เมื่อจำเป็นทุกคดี 6.ยกเลิกเงินรางวัลนำจับคดีจราจร และการสั่งปรับต้องกระทำโดยศาลเพื่อความยุติธรรมเช่นเดียวกับประเทศที่เจริญทั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คป.ตร., คสช., ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ปชช., พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล, สตช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0e35359b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
