<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บุญรักษ์ &quot;เปิดช่องครูช่างเก็บชั่วโมงที่อบรม มาทำโปรไฟล์ขอวิทยฐานะได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5มิ.ย.62-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ หรือ ว.21 โดยมีการนับชั่วโมงการอบรมและพัฒนาเป็นคุณสมบัติ เพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะนั้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) ได้มีช่องทางที่ครู สังกัด สอศ.จะสามารถเก็บชั่วโมงในการพัฒนาได้ นอกจากโครงการพัฒนาครูครบวงจร หรือ คูปองครู ก็คือ การนำหลักสูตรที่วิทยาลัย หน่วยงานภาคเอกชน หรือมหาวิทยาลัยที่จัดอบรมให้กับครูและสถานศึกษา สังกัด สอศ.สามารถนำไปใช้นับชั่วโมงได้ โดยจากนี้ตนจะส่งหนังสือแจ้งไปยังวิทยาลัย สังกัด สอศ.ทั่วประเทศ ว่า วิทยาลัยใดมีหลักสูตรการอบรมที่มีหัวข้อตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด และจัดอบรมตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไปสามารถส่งรายละเอียดหลักสูตรและรายชื่อผู้เข้าอบรม ซึ่ง สอศ.จะรับรองหลักสูตร ผ่านคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการกลั่นกรอง และคณะกรรมการรับรอง เมื่อหลักสูตรผ่านการรับรองแล้ว ผู้ที่เข้าอบรมก็จะได้รับการนับชั่วโมง โดยไม่ต้องเข้าอบรมในโครงการคูปองครู ซึ่งการดำเนินการเรื่องนี้ ก.ค.ศ.ได้มอบอำนาจให้ สอศ.แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังมีนโยบายในการพัฒนาครูอาชีวะรูปแบบใหม่ ผ่านระบบฝึกอบรมออนไลน์ (E-Training) โดยการดำเนินการ สอศ.ส่วนกลางจะนำหลักสูตรที่เรามีอยู่ไปจัดรูปแบบให้เป็นระบบ มีการทะเบียนเข้าเรียน การกำหนดให้มีกิจกรรมต้องตอบโต้ รวมถึงต้องมีการประเมินการผ่านการอบรมและมีใบรับรองว่าผ่านหลักสูตรด้วย ทั้งนี้ผมอยากรณรงค์ให้วิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำระบบ E-Training และนำหลักสูตรที่มีศักยภาพของแต่ละวิทยาลัย จัดในรูปแบบการอบรมเพื่อจะนำมาใส่ไว้ในระบบคลาวด์ เมื่อครูเข้าไปอบรมและผ่านเงื่อนไขต่างๆ ก็จะสามารถนำชั่วโมงเหล่านี้ไปรับรองเพื่อการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้ ซึ่งนโยบายนี้เกิดขึ้นจากข้อจำกัดของครูและบุคลากร ทั้งด้านงบฯ ด้านเวลาเข้าอบรม อีกทั้งผมยังคิดว่าเพื่อเป็นการดึงเด็กให้เข้ามาเรียนสายอาชีพมากขึ้น เราจะต้องให้ครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ช่วยสอนพื้นฐานการอาชีพที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นด้วย โดยผมจะส่งหลักสูตรไปยัง สพฐ.ให้รับรองว่าครูที่ผ่านการอบรมหลักสูตรอาชีวะ สามารถนำไปนำชั่วโมงได้&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37741</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครูอาชีวะ, ชั่วโมงอบรม ขอวิทยฐานะได้, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf77ed0ce152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งเสนอแผนขึ้นเงินเดือนครูอาชีวะเอกชนให้ รมว.ศธ.คนใหม่พิจารณา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมหารือการบริหารจัดการอาชีวศึกษาเอกชน ร่วมกับ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาเอกชน และสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวะเอกชนแห่งประเทศไทย ซึ่งจากการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีทิศทางปฏิรูปอาชีวศึกษาร่วมกัน โดยข้อเสนอของกลุ่มวิทยาลัยอาชีวะเอกชนต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ช่วยสนับสนุนอาชีวะศึกษาเอกชนทำงานได้สะดวกในบทบาทของเอกชนเองได้มากขึ้น เช่น การเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว หน่วยบริการด้านงบประมาณระดับจังหวัดต้องมีที่ตั้งที่แน่นอนในพื้นที่ เป็นต้น นอกจากนี้ อยากได้รับโอกาสการอบรมพัฒนาครูเอกชนร่วมกับการพัฒนาครูของ สอศ.บ้าง ที่ประชุมยังมีเรื่องการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการเสนอการขึ้นเงินเดือนให้แก่ครูอาชีวะเอกชนที่ไม่ได้ขึ้นมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว &amp;nbsp;ประเด็นนี้ตนรับปากจะดำเนินการให้ แต่คงจะจัดทำในรูปแบบบัญชีเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ด้วยว่า จะมีแนวทางปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ครูอาชีวะเอกชนได้อย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับประเด็นที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอยากขอกลับไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) นั้น &amp;nbsp;มีข้อสรุปในที่ประชุมร่วมกันว่า กลุ่มสมาคมวิทยาลัยอาชีวะเอกชนทั้งหมดยังมีความต้องการอยู่ภายใต้การดูแลของ สอศ.เหมือนเดิม แต่ที่ผ่านมากลุ่มวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนไม่เคยรับทราบข้อมูลว่า สอศ.ดำเนินการและบริการสิทธิประโยชน์อะไรให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนบ้าง เหมือนเป็นการสื่อสารระหว่าง สอศ.และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนที่ยังไม่ตรงจุดเท่านั้น ดังนั้น จากนี้ไป สอศ.จะมีการพูดคุยและทำความเข้าใจพร้อมกับประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนให้มากขึ้น รวมถึงจับมือร่วมกันปฏิรูปอาชีวะศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในอนาคต เพราะเรื่องใดที่ภาครัฐติดขัดจะได้มีโอกาสชี้แจงให้เอกชนได้เข้าใจ อีกทั้งเรื่องใดที่เป็นความต้องการของเอกชน เราพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจาก สอศ.ยึดมั่นเสมอว่า กลุ่มวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเอกชนได้เข้ามาช่วยจัดการศึกษาให้ประเทศ ลำพังภาครัฐเองจัดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น &amp;rdquo; ปฏิบัติหน้าที่ เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูอาชีวะเอกชน, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, วิทยาลัยอาชีวะเอกชน, สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefacbf941ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บุญรักษ์&quot;หลุดเลขา กพฐ.  &quot;สุเทพ&quot; เสียบแทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7พ.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติอนุมัติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ โยกย้ายผู้บริหารระดับ 11 ของ ศธ. จำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการโยกสลับตำแหน่ง คือ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาฯ กพฐ. ไปดำรงตำแหน่ง เลขาฯ กอศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ไหนก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้าน นายบุญรักษ์ กล่าวว่า รมว.ศธ. ได้บอกให้ตนทราบแล้ว ซึ่งให้ตนไปทำงานที่ไหนก็ทำได้ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีได้ให้เหตุผลว่าจะให้ตนมาต่อยอดงานอาชีวศึกษา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35220</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลขาสอศ, ครม., ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, นายสุเทพ ชิตยวงษ์, เลขาฯ กพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd14d3cd217c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ประชุมผอ.สพท.ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62- นายบุญรักษ์ &amp;nbsp;ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1/2562 ซึ่งในวันที่ 8 พฤษภาคม จะมีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ (สพท.) โดย สพฐ.จะเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อมเรื่องการเปิดภาคเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข สำหรับการเตรียมความพร้อมโรงเรียนจะต้องมีความสะอาดและตรวจเช็คสภาพอาคารสถานที่รวมถึงระบบไฟฟ้าให้เกิดความเรียบร้อย อีกทั้งในปีการศึกษานี้โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลจะต้องเปิดเรียนอย่างเป็นทางการเป็นปีการศึกษาแรก ดังนั้นเราจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องครูและสื่อการเรียนการสอนด้วย รวมถึงนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพโรงเรียนจะต้องบริหารจัดการและแนวปฎิบัติแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบอย่างชัดเจน ทั้งนี้สพฐ.จะสอบถามไปยังองค์การค้าฯให้ติดตามการพิมพ์แบบเรียน เพื่อจัดส่งถึงโรงเรียนให้ทันเปิดภาคเรียนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้โรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมเรื่องโครงการอาหารกลางวันให้เกิดความเรียบร้อยด้วยตามแนวทางการจัดอาหารกลางวันของ สพฐ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา ส่วนการเดินทางของนักเรียน กรณีโรงเรียนเรียนร่วม สพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณค่าพาหนะให้โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันจะเป็นมิติใหม่ของโรงเรียนสังกัด สพฐ.คือ ในวันเปิดภาคเรียนวันแรกผู้อำนวยการโรงเรียนและครูเวรจะต้องมายืนรับนักเรียนด้วยตนเอง ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งจะต้องมีครูเวรคอยรับนักเรียนหน้าโรงเรียน เพื่อช่วยแนะนำนักเรียนและผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สพท. จะต้องออกตรวจติดตามโรงเรียนเตรียมความพร้อมให้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35216</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, เตรียมพร้อมรับมือเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f64443e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประสานช่วยเหลือ “น้องพลอย” เต็มที่ &quot;บุญรักษ์&quot; เผย การให้สัญชาติ ไม่ใช้อำนาจ สพฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยลฤดี ปิยะทัต หรือ น้องพลอย เด็กไร้สัญชาติ วัย 17 ปี โรงเรียนสตรีระนอง จังหวัดระนอง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการถูกเชิญไปเข้าร่วมการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษระดับโลก ซึ่งโครงการนี้มีชื่อว่า &amp;ldquo;Genius Olympiad&amp;rdquo;เป็นโครงการเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งและบริหารโดย Terra Science and Education ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน แต่ประสบปัญหาไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ว่า เรื่องนี้เป็นการแข่งขันในนามของภาคเอกชน แต่เมื่อนีกเรียนคนดังกล่าวประสบปัญหาไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สัญชาติ จึงประสานมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่เนื่องจากสพฐ.ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ทั้งเรื่องการให้สัญชาติ หรือการช่วยเหลือเพื่อให้ได้วีซ่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาให้เข้ามาดูแล พร้อมทั้งให้ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) และฝ่ายกฎหมาย ของ สพฐ. ประสานกับนักเรียนคนนี้ เกี่ยวกับการดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง เช่น กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้เน้นย้ำว่า สพฐ.จะต้องทำหน้าที่ในการประสานงานและสนับสนุนให้นักเรียนคนนี้ได้รับโอกาสอย่างถึงที่สุด แต่จะได้สัญชาติ หรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจของ สพฐ. แต่ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงการให้โอกาสของนักเรียน แต่เป็นโอกาสของประเทศไทยด้วย ที่เราจะมีคนเก่งออกไปสู่เวทีโลก&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35204</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, น.ส.ยลฤดี ปิยะทัต ห, น้องพลอยเด็กเก่ง, เด็กไร้สัญชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd12ecc93dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เตรียมเปิดรับฟังความเห็นเกณฑ์รับนร. เพื่อประมวลผลสรุปปัญหาก่อนปรับปรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1พ.ค.62-สพฐ.เตรียมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องเกณฑ์การรับนักเรียนจากทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนดัง ครู เพื่อนำมาประมวลผล สรุปปัญหาว่าเกณฑ์รับนักเรียนจุดไหนเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางการศึกษาบ้าง เผยมีประเด็นผู้ปกครองขอให้ตรวจสอบเด็กในพื้นที่บริการของ รร.สามเสนวิทยาลัย อยู่ในเขตพื้นที่บริกการจริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังสรุปรวบรวมประเด็นปัญหาเรื่องการรับนักเรียนของปีการศึกษา 2562 ต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุงการรับนักเรียนในปีการศึกษาหน้าให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการรับนักเรียนในปีการศึกษานี้ภาพรวมไม่พบการร้องเรียนเรื่องรับเงินแป๊ะเจี๊ยะแลกที่นั่งเรียนแต่อย่างใด โดยขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนการศึกษาของสพฐ.ไปรวบรวมปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้นของการรับนักเรียนในปีนี้ทั้งหมดว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เป็นข้อขัดข้องทำให้การรับนักเรียนไม่ราบรื่นที่เราต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประเด็นปัญหาที่ร้องเรียนมาถึงตนและได้แก้ไขปัญหาแล้วมีหลายประเด็น คือ มีคำถามว่ามีโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งที่มีนักเรียนระดับอนุบาล 3 จะเข้าเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แต่โรงเรียนรองรับเด็กเข้าศึกษาต่อป.1 ไม่เพียงพอจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ได้ชี้แจงว่าเป็นสิทธิของเด็กที่จะต้องได้เรียนต่อชั้นป.1อัตโนมัติในโรงเรียนเดิม นอกจากนี้มีโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ปริมณฑลพบว่ามีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะเข้าเรียนต่อม.4 โรงเรียนเดิมแต่ห้องเรียนชั้นม.4 มีน้อยกว่าจำนวนรับโรงเรียนจึงตัดสิทธิเด็กเกินกว่าจะรับได้ออกไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้สพฐ.แจ้งให้เขตพื้นที่ดำเนินการแก้ไข โดยขออนุมัติจากคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการเป็นประธาน ให้เพิ่มห้องเรียนชั้นม.4 ห้องละ 5 คน และให้ขยายห้องเรียนรับเพิ่ม เพราะมองว่าเด็กที่จบ.ม.3 ขึ้นม.4 จะต้องได้รับสิทธิเรียนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยมีผู้ปกครองต้องการให้ตรวจสอบว่า เด็กในพื้นที่บริการที่มีสิทธิสอบทั้งหมดเป็นเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการจริงหรือไม่ โดยประเด็นนี้หากเราตรวจสอบพบเด็กไม่ใช่เด็กพื้นที่บริการก็ต้องจัดการ แต่จะจัดการอย่างไรเพราะเด็กเข้าเรียนไปแล้ว ดังนั้นต้องมีมีมาตรการเยียวยา ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าเด็กในพื้นที่บริการอาจไม่เต็มโควตาก็ได้โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลอยู่ ซึ่งประเด็นของโรงเรียนสามเสนเป็นการทักท้วงในมาตรการเชิงบริหารและการตีความ ซึ่งเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องเกณฑ์การรับนักเรียนจากทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนดัง ครู เพื่อนำมาประมวลผลว่าเกณฑ์รับนักเรียนจุดไหนเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางการศึกษาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปฏิเสธไม่รับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 ประเภทพื้นที่บริการ ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ยื่นสมัครในเงื่อนไขดังกล่าวยื่นฟ้อง 11 ราย แต่ศาลยกฟ้อง 1 รายและคืนสิทธิให้ 10 รายให้ได้สิทธิเข้าเรียนในเขตพื้นที่บริการนั้น สพฐ.รับทราบแล้ว ซึ่งถือว่าคณะกรรมการตรวจสอบฯ ไม่ได้มีอำนาจที่จะไปตัดสิทธิเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากนี้ไปสพฐ.จะทำความเข้าใจกับโรงเรียนให้รับทราบว่า สพฐ.จะไม่ก้าวก่ายโรงเรียนหรือคณะกรรมการรับนักเรียนในการรับนักเรียน &amp;nbsp;ซึ่งเรามีหลักคิดในการรับนักเรียน คือ การศึกษาเป็นสิทธิของคนไทยในวัยเรียนทุกคน เพราะไม่อยากให้สังคมมองว่า สพฐ.เป็นคู่ความกับนักเรียนหรือผู้ปกครอง ดังนั้นหลักเกณฑ์การรับนักเรียนต่างๆ จะต้องเป็นธรรมไม่ริดรอนสิทธิคนอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, นโยบายรับนักเรียนปี62, เปิดรับฟังความคิดเห็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc93fcee9b21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คะแนนเฉลี่ย NT รร.สังกัด สพฐ. ขึ้นทุกด้าน “บุญรักษ์&quot;ขยับไปหาPISA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test: NT) ปีการศึกษา 2561 ซึ่งการสอบ NT เป็นการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน 3 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านการคิดคำนวณ และด้านเหตุผล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีโรงเรียนสังกัด สพฐ.ที่ร่วมเข้าสอบ จำนวน 26,960 โรง มีนักเรียนผู้เข้าสอบ จำนวน 497,718 คน สำหรับภาพรวมของคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ NT พบว่าในส่วนของ สพฐ.มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกด้าน คือ ด้านภาษา ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 51.94 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 52.73 ด้านคำนวณ ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 38.38 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 47.89 และ ด้านเหตุผล ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 44.98 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 47.57&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาสพฐ.กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกันทั้งในระดับป.3 ที่คะแนนเฉลี่ย NT เพิ่มขึ้น ระดับป.6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ที่คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ก็เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การทดสอบ NT ทั้ง 3 ด้าน ยึดตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) แต่ในปีหน้าการสอบ PISA จะมีการประเมินเรื่องความคิดสร้างสรรค์ด้วย ดังนั้น สพฐ.จะต้องเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสมรรถนะเหล่านี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ สพฐ.ได้ตั้งเป้าหมายที่จะต้องยกระดับคะแนนเฉลี่ยของทดสอบ NT ให้ถึงร้อยละ 50 อีกทั้งจะมีการวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยทั้งโอเน็ต และ NT โดยแบ่งแยกโรงเรียนเป็นรายกลุ่มเป้าหมาย เช่น โรงเรียนในพื้นที่สูง โรงเรียนชายแดนภาคใต้ เป็นต้น เพื่อที่จะชี้ให้เห็นจุดเฉพาะและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าวและว่า สำหรับคะแนนเฉลี่ยด้านเหตุผลที่ในปีการศึกษา 2559 สูง ถึงร้อยละ 52.62 นั้น อาจจะเป็นเรื่องของกรอบโครงสร้างของข้อสอบที่แต่ละปีจะวัดด้านแตกต่างกันและเน้นเรื่องการทำข้อสอบแบบอัตนัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34790</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., PISA, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, สอบNT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c9b660c27b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
