<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูแนวคิด Happy Workplace สานพลังสร้าง รพ.สนามสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.-ส.อ.ท. ชูนวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace กระตุ้นคนทำงานมีความสุขช่วงวิกฤต สานพลังสร้าง รพ.สนาม จ.สมุทรสาคร-ตู้เก็บวัคซีน 80 ตู้ มอบ รพ.รัฐทั่วประเทศ มุ่งขยายองค์กรสุขภาวะเพิ่มอีกเท่าตัว ในกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่ม สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;Happy Workplace โครงการพัฒนาภาคีขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ&amp;rdquo; ในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4/2564 ว่า สสส. ริเริ่มนวัตกรรมแนวคิดองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) มาตั้งแต่ปี 2547 มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรสุขภาวะบนพื้นฐานความสุข 8 ประการ (Happy 8) ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมสานพลังนำนวัตกรรมไปแนวคิด Happy Workplace ไปใช้เป็นนโยบายขององค์กร หรือจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร กว่า 10,000 แห่ง ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับ ส.อ.ท. พัฒนาต้นแบบองค์กรแห่งความสุขในกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่ม ในบริษัทกว่า 600 แห่ง และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 9 พื้นที่ ครอบคลุม 33 จังหวัด ซึ่งถือเป็นภาคีเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง ทำให้คนวัยทำงานมีความสุขในการทำงาน และตระหนักถึงความสำคัญเรื่องสุขภาวะ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ สสส. ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลเนลสันแมนเดลา ประจำปี 2564 ขององค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สสส. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace ผ่านทางผู้บริหาร ส.อ.ท. ที่จะเป็นแรงสนับสนุนเพิ่มตัวคูณขยายในวงกว้าง เพื่อให้บุคลากรภาคแรงงานไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เกิดการขยายต้นแบบการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะในกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มจากเดิมอีก 6 กลุ่ม รวมเป็น 12 กลุ่ม และอุตสาหกรรมจังหวัดเพิ่มจากเดิมอีก 3 แห่ง รวมเป็น 12 แห่ง&amp;rdquo; ดร.ประกาศิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท. ถือเป็นองค์กรตัวแทนภาคเอกชนและภาคการผลิต แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่ม และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 75 แห่ง ครอบคลุมภาคการผลิต อุตสาหกรรม และภาคแรงงานวัยทำงานทั่วประเทศ ถือเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเกิดการชะลอตัว ทำให้แรงงานเกิดความเครียดส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ส.อ.ท. ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะของคนในองค์กร จึงใช้นวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace ของ สสส. สร้างต้นแบบองค์กรสุขภาวะ กระตุ้นแรงงานไทยให้ทำงานอย่างมีความสุข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส.อ.ท. ใช้แนวคิด Happy 8 สานพลังแห่งการเป็นผู้ให้ ดึงกลุ่มแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญมากฝีมือมาร่วมช่วยกู้วิกฤตโควิด-19 โดยสนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลสนามที่จังหวัดสมุทรสาคร และตู้เก็บวัคซีนที่ได้มาตรฐานอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส 80 ตู้ มอบให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐใน 77 จังหวัด ทั้งนี้ ตู้เก็บวัคซีนได้ส่งมอบแล้วใน 21 จังหวัด จังหวัดละ 1 ตู้ และจะดำเนินการส่งมอบส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยและกลับมามีจำนวนผู้ป่วยน้อยลง และโรงพยาบาลมีศักยภาพให้บริการฉีดวัคซีนที่ได้คุณภาพในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้น จากผลการดำเนินงานพบว่า แรงงานมีความสุขในการทำงานในภาวะวิกฤต ที่สำคัญยังพบว่า การพัฒนาองค์กรสุขภาวะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานในองค์กร และต่างองค์กร เกิดความร่วมมือเป็นเครือข่ายที่เราเรียกว่า Happy Network&amp;rdquo; นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101058</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy 8, Happy Workplace, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, รพ.สนาม, รางวัลเนลสันแมนเดลา ประจำปี 2564, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรม, สสส., สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร, องค์กรสุขภาวะ, องค์กรแห่งความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089122fa3a24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 06:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ชวนสงฆ์ไทย “กินร้อน ช้อนแยก แตกวง” ต้านโควิด-19 เตือนทำบุญวันวิสาขบูชา เว้นระยะห่างทางสังคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ผู้คนในสังคมต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ในวันวิสาขบูชานี้ การทำบุญไหว้พระ ประชาชนควรตระหนักการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ที่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม ฉันอาหารด้วยช้อนกลางส่วนตัว สวมใส่หน้ากากผ้าตลอดเวลา สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายสงฆ์ไทยไกลโรค มีความเป็นห่วงความปลอดภัยของสุขภาพพระสงฆ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้เป็นพิเศษ ได้สนับสนุนหลักการปฏิบัติง่าย ๆ ภายใต้แนวคิด &amp;quot;ส่งเสริมโภชนปัญญา ร่วมพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์&amp;quot; คือ &amp;quot;กินร้อน ช้อนแยก แตกวง&amp;quot; พร้อมแนะให้พระสงฆ์บริโภคสูตร 1:1:9:9 เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ลดความเสื่ยงการติดโควิค-19 สูตรนี้ผู้สูงอายุสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;ศ.ดร.ภญ.จงจิตร อังคทะวานิช หัวหน้าโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค สสส. และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการสงฆ์ไทยไกลโรค สสส. ดำเนินงานมากว่า 7 ปี ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด สิ่งสำคัญของการดูแลสุขภาพสงฆ์ไทยคือการพัฒนาวัดในฐานะองค์กรและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต และสนับสนุนให้พระสงฆ์เป็นแกนนำความรู้ในการดูแลสุขภาวะตนเอง และเผยแพร่แก่ชุมชนและสังคมในวงกว้าง ได้แนะแนวทางการ &amp;quot;กินร้อน ช้อนแยก แตกวง&amp;quot; คือ กินร้อน หมายถึง หลักการปฏิบัติง่าย ๆ กินร้อน หมายถึง ให้พระสงฆ์ฉันอาหารที่ปรุงสุกใหม่อยู่เสมอ ช้อนแยก หมายถึง ช้อนกลางให้แยกของแต่ละบุคคล และแตกวง หมายถึง แยกตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การนั่งฉันอาหาร ทำกิจของสงฆ์ โดยให้เว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;อาหารและโภชนาการพระสงฆ์เป็นปัจจัยสำคัญต่อขสุขภาพพระสงฆ์ เนื่องจากพระสงฆ์ฉันอาหารที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เพียง 40 กรัมต่อวัน (ชายไทยต้องได้ 60 กรัมต่อวัน) กินผักผลไม้น้อย อฉันของมันและของทอดที่มีไขมันและโคเลสตอรอลสูง น้ำปานะที่ฉันเติมน้ำตาลสูง เพื่อพลานามัย และเพิ่มความแข็งแรง เสริมความแกร่งของร่างกายสู้โควิด-19 สำหรับพระสงฆ์ และสามารถปรับใช้ในฆราวาสสูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุรับประทานโปรตีนไม่พอ สาเหตุจากฟันไม่ดี ระบบย่อยอาหาร ฯลฯ ควรรับประทานโปรตีนตามสูตร 1:1:9:9 คือ รับประทานไข่ไก่ 1 ฟอง นม 1 แก้ว เนื้อปลา เนื้อหมูสับ หรือเต้าหู้ 9 ช้อนโต๊ะ ควบคู่กับการรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นผักนำ และ 9 สุดท้าย คือ ก้าวเดินเคลื่อนไหวร่างกาย เดินบิณฑบาตให้มากขึ้น เดินจงกรมเดินรอบพระอุโบสถ หรือเดินกวาดลานวัด 30 นาทีต่อวัน&amp;rdquo; ศ.ดร.ภญ.จงจิตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสื่อสงฆ์ไทยไกลโรค ได้ที่ www.sonkthaiglairok.com สงฆ์ไทยไกลโรค &amp;quot;ส่งเสริมโภชนปัญญา ร่วมพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; #ใส่ใจใส่บาตร #สงฆ์ไทยไกลโรค #สุขภาพพระสงฆ์อยู่ในมือของญาติโยม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb37e2f265b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 06:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-สธ. เปิดตัวสื่อ Q&amp;A “โควิด-19 รู้ให้ชัวร์” ไขข้อสงสัยสร้างภูมิคุ้มกันคนไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ และสถานการณ์ของโรคมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ทำให้จนเกิดประเด็นข้อสงสัยในสังคมมากมาย ทั้งในด้านการแพร่ระบาด การปฏิบัติตน การป้องกันดูแลตนเอง กลุ่มเสี่ยง ฯลฯ สสส. จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดทำสื่อชุดรวมคำถามคำตอบ &amp;ldquo;เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์&amp;rdquo; อาทิ ผู้ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องมีไข้เสมอไปจริงหรือ, หากร่างกายแข็งแรงไปใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ทำไมต้องกักตัวเอง, ซื้อชุดตรวจ Rapid test COVID-19 มาตรวจเองได้หรือไม่, สูบบุหรี่เสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไปจริงหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สำหรับสื่อชุดนี้เป็นการรวมข้อสงสัย คำถามจากสังคม ทั้งจากสื่อโซเชียลมีเดีย และคำถามที่มักถูกถามบ่อยจากสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 นำประเด็นมาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอธิบายข้อมูลด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ออกแบบและแพร่ในช่องทางสื่อหลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการเผยแพร่สื่อ &amp;ldquo;เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์&amp;rdquo; ผ่านสื่อโทรทัศน์ จอ LED แผ่นป้ายโฆษณาในจุดสำคัญๆ ทั่วประเทศ สำหรับบุคคล องค์กรที่สนใจสามารถติดตามและดาวน์โหลดข้อมูล ได้ที่&amp;nbsp;www.thaihealth.or.th/ไทยรู้สู้โควิด/Q&amp;amp;A&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้สำคัญที่สุดคือ เราต้องป้องกันตัวเองพร้อมกับมีความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างเป็นการป้องกันโรคติดต่อจากภายนอก แต่เราก็ต้องไม่ลืมการสร้างภูมิคุ้มกันตนเองจากภายใน ด้วยการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่ถูกหลัก แสวงหาข้อมูลและการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนกเพื่อร่วมเดินไปข้างหน้าด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.ประกาศิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63002</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์, โควิด-19 รู้ให้ชัวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e9411392508f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
