<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร เชื่อมเส้นทางเรือ-รถไฟฟ้า-รถยนต์ สร้างพื้นที่เศรษฐกิจริมคลอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คลองลาดพร้าว / รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; โดยปลัด พม.ตรวจความคืบหน้าคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; สร้างบ้านเสร็จแล้วรวม 3,268 หลังใน 35 ชุมชน&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;lsquo;ไมตรี อินทุสุต&amp;rsquo; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และคณะรับฟังรับความคืบหน้าการพัฒนาคลองเปรมประชากร ตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ริมคลองเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เชื่อมโยงเส้นทางเรือ-รถไฟฟ้า-รถยนต์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ โดยมอบหมายให้ กทม.ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม ขณะเดียวกันก็จะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างบ้านรุกล้ำลำคลองและแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; โดยมอบ หมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนพัฒนาคลองเปรมประชากรด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (9 กรกฎาคม) เวลา 09.00 น. นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงบประมาณ&amp;nbsp; ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยล่องเรือจากบริเวณสะพานคู่&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; จนถึงชุมชนหลัง วค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; ผ่าน&amp;nbsp; 32 ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและสร้างบ้านใหม่ในพื้นที่&amp;nbsp; 5 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตสายไหม เขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตบางเขน และเขตจตุจักร&amp;nbsp; ระยะทางประมาณ 13 กม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายปรเมธี (ที่ 2 จากขวา) เยี่ยมชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ซึ่งก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว รวม 64 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายปรเมธี กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวเป็นตัวอย่างในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อการระบายน้ำ&amp;nbsp; การเดินทาง การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่วนชุมชนเดิมสภาพบ้านที่ไม่มั่นคงก็จะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านใหม่ที่มีความมั่นคง&amp;nbsp; อยู่ได้อย่างมีความสุข&amp;nbsp; ส่วนความก้าวหน้าในการดำเนินการ จากโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งหมด 7,000 กว่าครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว 3,000 กว่าครัวเรือน และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกประมาณ 3,000 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในการลงพื้นที่วันนี้ได้เห็นภาพรวม&amp;nbsp; เห็นความก้าวหน้าในการก่อสร้างเขื่อน มีการขุดลอกคลอง การระบายน้ำดีขึ้น สวนบนฝั่งก็เห็นความสำเร็จในการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เห็นพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp; มีความสวยงาม ประชาชนพอใจ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมในคลองลาดพร้าวประมาณ 1,000 กว่าครัวเรือน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้ส่งฟ้องศาลไปแล้ว&amp;nbsp; ส่วนคลองเปรมประชากรก็จะดำเนินการต่อไป&amp;nbsp; โดยมีคลองลาดพร้าวเป็นตัวอย่าง ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว และได้เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ กับประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปลัด พม. กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดยมีเป้าหมายพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวทางโครงการบ้านมั่น หรือ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้วจำนวน&amp;nbsp; 3,268 หลัง&amp;nbsp; ใน 35 ชุมชน &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 46.23 ของโครงการฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวนั้น&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์&amp;nbsp; เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,465&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีต&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร จากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9&amp;nbsp; เขตวังทองหลางไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; และก่อสร้างประตูน้ำ 1 แห่ง&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างเขื่อนได้ล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีกลุ่มประชาที่ยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; นายยงยุทธ สุทธิชื่น ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; พล.ต.สุรเดช ประเคนรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 นางศุภศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ นายไพทูรย์&amp;nbsp; งามมุก ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง นายชาคริต ตังคุปานันท์ ผอ.กองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; และผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ล่องเรือเพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากร และรับฟังอุปสรรคและปัญหาในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; บริเวณปากคลองบ้านใหม่&amp;nbsp; เขตดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (ขวา) และคณะสำรวจการพัฒนาคลองเปรมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียคลองเปรมประชากรทั้งระบบ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วน ปี 2562-2565 จำนวน 4 โครงการ&amp;nbsp; วงเงิน 4,448 ล้านบาท ตามแผนงานหลักจะมีการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ ความยาวเขื่อนฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 27.2 กิโลเมตร และพื้นที่ปทุมธานีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ขณะนี้เริ่มก่อสร้างเขื่อนฯ ช่วงแรก จากบริเวณคลองบ้านใหม่ถึงหมู่บ้านแกรนด์คาแนล เขตดอนเมือง ระยะทาง 460 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ซึ่งดำเนินงานโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; อยู่ในพื้นที่เขตจุตจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง รวม&amp;nbsp; 32 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพื้นที่เทศบาลตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; 6 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดเวทีชี้แจงสร้างความเข้าใจเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากรครบแล้วทุกพื้นที่&amp;nbsp; ขณะนี้ชุมชนอยู่ในระหว่างการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรโดย พอช.จะมีหลักการเหมือนกัน&amp;nbsp; คือ พอช.จะสนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; และทำเรื่องขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ในอัตราผ่อนปรน (ประมาณตารางวาละ&amp;nbsp; 1.50-2.00 บาท/เดือน) ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี เปลี่ยนสถานะจากชุมชนบุกรุกเป็นการเช่าที่ดินโดยถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงยื่นโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยจาก พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.จะสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; โดยแยกเป็น&amp;nbsp; 1.งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 50,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; 2.อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย (สมทบปลูกสร้างบ้าน,ซื้อที่ดิน) ครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; 3.งบช่วยเหลือแบ่งเบาผู้ได้รับผลกระทบ (ค่าที่พักชั่วคราว,ลดภาระหนี้สินในการกู้เงินสร้างบ้าน ฯลฯ) ครัวเรือนละ 72,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบสนับสนุน&amp;nbsp; 147,000 บาทต่อครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีงบบริหารจัดการ&amp;nbsp; ชุมชนละ 50,000-500,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 330,000-360,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ชำระคืนภายใน 20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและริมคลองเปรมประชากรนั้น&amp;nbsp; นอกจากการสร้างบ้านใหม่ที่มั่นคงและถูกกฎหมายแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ผักสวนครัว&amp;nbsp; การจัดขยะขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่และชุมชนริมคลองเพื่อเชื่อมต่อเส้นทาง &amp;lsquo;รถ-ราง-เรือ&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ทางรถยนต์&amp;nbsp; รถไฟฟ้า&amp;nbsp; และการเดินเรือในคลอง&amp;nbsp; เพื่อการคมนาคมและการท่องเที่ยวด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; จัดทำโดยทีมนักวิชาการด้านออกแบบและผังเมืองร่วมกับ กทม.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; มีแนวคิดในการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง&amp;nbsp; โดยจะใช้พื้นที่คลองลาดพร้าวในเขตห้วยขวางเป็นต้นแบบ&amp;nbsp; เนื่องจากมีเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษกอยู่แล้ว&amp;nbsp; และกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าบนถนนลาดพร้าว&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมต่อระบบรถยนต์&amp;nbsp; ราง (รถไฟฟ้า)&amp;nbsp; และเรือ&amp;nbsp; รวมทั้งมีแผนพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมคลองให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; ตลาดชุมชน&amp;nbsp; วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp; และเปิดพื้นที่ริมคลองบริเวณแนวก่อสร้างเขื่อนฯ ให้เป็นพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; มีเส้นทางจักรยานเลียบคลองทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาพกราฟฟิค&amp;nbsp; การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม&amp;nbsp; รถยนต์-เรือ-รถไฟฟ้าในคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บ้านใหม่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา เขตบางเขน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 120 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ดร.ปรเมธี วิมลศิริ, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., ริมคลอง, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d245c46c93c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับคุณภาพชีวิต เตรียมรับสังคมสูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับ University of North Carolina&amp;rsquo;s Kenan-Flagler School of Business and the Gillings School of Global Public Health จัดงานเสวนาระดับโลก &amp;ldquo;NextGen Aging-Shaping a Smart Future for an Aging Society&amp;rdquo; ซึ่งเป็นงานประชุมนานาชาติที่มุ่งเพิ่มความรู้และความเข้าใจถึงบทบาทของเทคโนโลยี ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังจะมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปิยะบุตร ชลวิจารณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการและรองประธานกรรมการ สถาบันคีนันแห่งเอซีย กล่าวว่า &amp;ldquo;จากการที่เราสั่งสมประสบการณ์ด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคมของประเทศไทยและระดับภูมิภาคมายาวนานกว่า 22 ปี ผนวกกับพันธมิตรที่เข้มแข็งของเราทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ครั้งนี้เรานำความรู้และความเชี่ยวชาญมาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเหลือประเทศไทยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายและปัญหาของสถานการณ์การเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ จากการศึกษาโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ภายในปี 2574 คาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมอุดมไปด้วยผู้สูงอายุ ด้วยจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน การจะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุนั้น จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยเพิ่มโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยในหลากหลายรูปแบบ เช่น การดูแลสุขภาพ และการบริการด้านการเงิน เป็นต้น การประชุมครั้งนี้ พันธมิตรของเราทั้งในประเทศและต่างประเทศจะมาแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ด้านการแพทย์ และร่วมกันค้นหาแนวทางใหม่เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ผู้สูงอายุในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรที่เข้มแข็งทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ และเมืองไทยประกันชีวิต ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานเสวนาระดับโลกในครั้งนี้ และมีความตั้งใจที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การเงิน และความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ของสังคมผู้สูงอายุ เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ปรเมธี วิมลศิริ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ว่า &amp;ldquo;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งให้เป็นวาระระดับชาติ เพื่อการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น นโยบายเงินบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย &amp;lsquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rsquo; ยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุในหลากหลายด้าน ซึ่งการประชุมครั้งนี้รวบรวมปัจจัยและองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัยจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีความตั้งใจที่จะปฏิรูปสังคมผู้สูงอายุให้ดีขึ้นผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะจาก สสส. กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์ประชากรผู้สูงอายุไทยในปี 2560 มีจำนวน 11.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.9 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็ก และจะมีประชากรเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ปีละประมาณ 1 ล้านคน ทุกวันนี้ประชากรไทยก่อนวัยสูงอายุ อายุระหว่าง 40-59 ปี ยังคงไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต โดยเฉพาะในมิติด้านสุขภาพและความมั่นคงทางรายได้เมื่อยามสูงอายุ รวมถึงผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีโรคประจำตัว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในทุกมิติ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของสังคม เช่น อัตราการเกิดที่น้อยลงส่งผลถึงการขาดแคลนวัยแรงงานในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.บุญ วนาสิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ปฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับโลกครั้งนี้ เพื่อแบ่งปันความรู้และงานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาดูแลผู้สูงอายุ&amp;rdquo; โดยในแง่ของการเตรียมความพร้อมของ ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ปฯ เราได้เริ่มโครงการ &amp;lsquo;Jin Wellbeing County&amp;rsquo; ภายใต้คอนเซ็ปต์เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ นำนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพแนวใหม่ หุ่นยนต์อัจฉริยะ Alexa Dream with Robots สายรัดข้อมืออัจฉริยะ และจิณณ์ แอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุที่พักอาศัยในโครงการ นอกจากนี้ยังมี &amp;lsquo;โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง&amp;rsquo; ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตรวจสุขภาพที่แม่นยำและศูนย์การรักษาโรคเฉพาะทาง สำหรับเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ก็ประกอบไปด้วย เครื่องมือ ABI (Ankle-Branchial Index) วัดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเทียบกับอายุ, Body Composition Analyzer ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย Paro Robot หุ่นยนต์เพื่อนแก้เหงาผู้สูงอายุ Apple Watch Series 4 สำหรับ monitor และแจ้งเตือนด้านสุขภาพอย่างละเอียด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ Dr.Noel P. Greis ตำแหน่ง Director of the Center for Digital Enterprise and Innovation จาก UNC&amp;rsquo;s Kenan-Flagler Business School อธิบายถึงเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่ออนาคตของผู้สูงวัยว่า &amp;ldquo;นวัตกรรมในยุคปัจจุบันมีประสิทธิภาพ ที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ โดยการลดข้อจำกัดของพวกเขา หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน ทุกวันนี้มีการนำผลิตภัณฑ์มากมายที่สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถติดต่อและเชื่อมโยงกับครอบครัวและเพื่อนได้ ทำให้พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ที่บ้านและชุมชนได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังมีสุขภาพที่แข็งแรง เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ได้พัฒนาควบคู่กับระบบมอนิเตอร์ตามที่พักอาศัย ไม่ใช่แค่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถอาศัยอยู่ในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัย แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับสังคมอีกด้วย นวัตกรรมด้านดิจิตอลที่สามารถช่วยตรวจสอบสุขภาพทางไกลได้อย่างเสมือนจริง สามารถช่วยลดต้นทุนการดูแลสุขภาพ และช่วยให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านได้นานขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทได้ปรับตัวและกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Customer @ the Heart&amp;rdquo; ด้วยนโยบาย &amp;ldquo;ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric)&amp;rdquo; และใช้มุมมองการคิดนวัตกรรมประกันชีวิตแบบ Outside In เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงและตอบโจทย์ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มลูกค้าที่มีความใส่ใจรักสุขภาพ (Health Awareness) เป็นหลัก ด้วยการนำเสนอการบริการที่หลากหลาย เช่น บริการ &amp;ldquo;MTL Global Connect&amp;rdquo; กรณีลูกค้าเจ็บป่วยต่างแดน สามารถเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องสำรองจ่าย, บริการ &amp;ldquo;Health at Home&amp;rdquo; ที่บริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทสตาร์ทอัพของไทย Health at Home ให้บริการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้าน โดยทีมงานผู้ดูแลที่มีมาตรฐาน พร้อมด้วยระบบ Real-time Analytics เพื่อช่วยให้ครอบครัวของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุสามารถติดตามการดูแลรักษาได้ตลอดเวลา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21836</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดร.ปรเมธี วิมลศิริ, นพ.บุญ วนาสิน, ปิยะบุตร ชลวิจารณ์, ภรณี ภู่ประเสริฐ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be975f29911f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
