<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ปิติ&#039;เล่าเรื่องประทับใจว่าด้วยการกักตัวที่ประเทศจีน ระหว่างได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ปักกิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ส.ค.64 - ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนการศึกษา Peking University Dongfang Scholarships&amp;nbsp; ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง โพสต์เฟสบุ๊ก เรื่อง กักตัวจีน วันที่ 4 ว่าด้วยการสร้างความประทับใจ มีเนื้อหาดังนี้
.
Beyond Expectations คือ กลยุทธ์สำคัญในการสร้างความประทับใจ และความประทับใจจะทำให้ทุกคนยอมรับ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
.
สื่อตะวันตกบางสื่อ วิพากษ์วิจารณ์การควบคุมโรค ตัดวงจรการแพร่เชื้อจากต่างประเทศ โดยให้ผู้เดินทางกักตัว 100% เป็นระยะเวลา 21 วันว่า เป็นการริดรอนเสรีภาพ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หรือบางเจ้า ใช้คำว่า Draconian measures ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคำทางลบ และยิ่งทำให้ผู้เดินทางมาประเทศจีน เกิดความหวาดกลัว
.
หากแต่ในสถานการณ์ที่ผมเจอ ผมถือว่าสภาพแวดล้อมที่ผมถูกกักบริเวณ ดีกว่าที่ผมคาดคิดเอาไว้ และเช้าวันนี้ Surprise ชนิด beyond expectations ก็เกิดขึ้น
.
นั่นคือ Shanghai Municipal Foreign Affairs Office สำนักงานกิจการต่างประเทศของรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ นำกระเช้าผลไม้และขนม มาวางไว้ให้หน้าประตูห้อง
.
พร้อมกับการ์ดซึ่งมีข้อความว่า
ขอต้อนรับสู่เซี่ยงไฮ้! ขอบคุณที่เข้าใจและสนับสนุนความพยายามของเซี่ยงไฮ้ในการควบคุมการระบาดของโควิด19! ขอให้เราร่วมมือกันเพื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้! เราขอให้คุณมีสุขภาพดี มีความสุข และมีความเจริญรุ่งเรือง!
.
การ์ดเขียนชื่อผมด้วยลายมือ และลายเซ็นโดยปากกา แสดงให้เห็นความเอาใจใส่ ไม่ใช่ของโหลๆ ดาดๆ ที่แค่ส่งๆ มา แต่มีคนนั่งเขียนจริงๆ
.
ผมเชื่อว่าการสร้างความประทับใจแบบนี้ จะทำให้ผู้เดินทางเข้าใจ และรับรู้ อดทน และยอมทำตาม ไม่ได้เป็นแบบที่สื่อตะวันตกใช้คำว่า Draconian อย่างแน่นอน
.
ผมมีผลไม้สด บรรจุห่ออย่างดีป้องกันการปนเปื้อน ได้แก่ องุ่น 400 กรัม พีช 2 ผล 0.5Kg แอปเปิ้ล 4 ผล
.
ทองม้วนไข่ยี่ห้อดัง October 5th จาก Macau, กาแฟผสมนมเยอะๆ แบบปีนัง จากมาเลเซีย, ถั่วหลากฟลายชนิดจากฮ่องกง (สังเกตนะครับ นี่คือการส่งสัญญาณว่า HK และ Macau คือ ส่วนหนึ่งของจีน เพราะปกติสินค้านำเข้าต้องมีฉลากแสดงข้อมูลภาษาจีนแปะเพิ่ม แต่ไม่ต้องสำหรับสินค้าจาก HK Macau), Rolling Layered Cake จากฮอกไกโด, Dark Chocolate จากฝรั่งเศส, คุกกี้และบิสกิตจากสวิตเซอร์แลนด์
.
และที่สำคัญที่สุดคือ ลูกอมรสนมตรากระต่าย White Rabbit Creamy Candy ของจีน ลูกอมเหนียวๆ ที่เคยกินและสงสัยมาตั้งแต่อนุบาลว่า ตกลงแล้วกระดาษเปลือกห่อลูกอม มันกินได้จริงๆ หรือเปล่า?
.
ป.ล. ไม่ใช่ว่าเพราะผมเดินทางมาด้วยทุนรัฐบาลจีน จึงได้กระเช้านะครับ ผมดูใน YouTube หลายๆ คนที่กักตัวในจีนช่วงไหว้พระจันทร์ เขาจะได้รับขนมไหว้พระจันทร์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัวที่ประเทศจีน, การควบคุมโควิด-19, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, มหาวิทยาลัยปักกิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115b2a640ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีและข้าราชการขอให้ร่วมกันแต่งชุดดำไว้อาลัยเป็นเวลา 1 วัน แก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิตจากเหตุกราดยิง 30 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย ที่ จ.นครราชสีมา แต่เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับใส่เสื้อสีเทา ขาว กางเกงดำ เช่นเดียวกับ ครม.คนอื่น เนื่องจากนายกฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมเรื่องการแต่งกายเพื่อไม่ให้บรรยากาศโศกเศร้าเกินไป และในเวลาที่ทุกคนต้องการกำลังใจ ไม่จำเป็นต้องแต่งกายสีดำเช่นเดียวกับการไว้ทุกข์ แต่ขอความร่วมมือเพียงแต่งดสีฉูดฉาด แต่ในการประชุมวุฒิสภาวันเดียวกัน ส.ว.และหน่วยงานอื่นยังแต่งชุดดำ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถลงทั้งน้ำตาขอโทษกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดกองพันกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 ก่อเหตุยิงกราดยิงรวม 30 ศพ โดยเปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจว่า &amp;quot;เริ่มจากผู้ก่อเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้มีการซื้อขายที่ดิน และผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน&amp;quot; พร้อมวิงวอนสังคมอย่าด่าทหารและกองทัพ ให้มาลงที่ตัวเอง และประกาศขอ 3 เดือน จะล้างบางธุรกิจในกองทัพนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วและยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ จับตาว่าอีก 3 เดือน จะทำตามคำพูดตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วงคือพฤติกรรมเลียนแบบ แต่นั่นปัญหาปลายเหตุมากกว่า เช่น เหตุกราดยิงในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากปัญหาทางเชื้อชาติ เหยียดผิว ทำให้พวก ขวาจัดสุดโต่ง ก่อเหตุ สำหรับสังคมไทยมีเหตุประชาชน เจ้าหน้าที่ ไม่ได้รับความยุติธรรมและไร้ทางออกอยู่มากมาย ส่วนเหตุยิงผู้บังคับบัญชาเกิดหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เสียชีวิตมากขนาดนี้ ส่วนใหญ่มาจากความคับแค้นใจเช่นเดียวกับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ กรณี ผบ.ทบ.จะเปิดช่องทางร้องเรียนส่งข้อมูลตรงถึงตัวเอง แต่ต้องแสดงตนว่าเป็นใคร จะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะเป็นความลับ โดยเฉพาะใน ระบบชั้นยศแบบทหาร หากผู้บังคับบัญชารู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชา แข็งข้อ ก็ชะตาขาดไปครึ่งตัวแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนโดยไม่แสดงตัวตนก็สามารถรับเรื่องไปตรวจสอบได้ หากพบว่ามีข้อเท็จจริงต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโหวตวาระ 2 และ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ของสภาผู้แทนราษฎร ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 13 ก.พ.นี้ พรรคร่วมรัฐบาลคงต้องทำหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายเดียวในการระดม ส.ส.มาร่วมประชุม เพราะฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เข้าร่วมประชุมด้วย โดยจะเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมเท่านั้น เพราะเห็นว่าปัญหาเกิดจาก ส.ส.รัฐบาล และที่ผ่านมาฝ่ายค้านก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยตลอด แต่สุดท้าย พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็มาพังเพราะมือของฝ่ายรัฐบาลเอง การบอยคอตเช่นนี้ยิ่งจะเข้าทางรัฐบาลไม่ต้องอภิปรายให้เสียเวลา...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุม ส.ว.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และ นายนภดล เทพพิทักษ์ ยกเว้น นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ที่ไม่ให้ความเห็นชอบ ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยื่นศาล รธน.ขอเปิดไต่สวนพยาน 17 ปากอย่างเปิดเผย ก่อนชี้ชะตาคดีกู้เงิน 21 ก.พ.นี้ แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะหากช้าไปกว่านี้จะเข้าสู่ช่วงทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อทั้ง 4 คน ดังนั้นตุลาการ 5 คนที่จะต้องพ้นตำแหน่งต้องทิ้งทวนวินิจฉัยคดีเงินกู้ในวันที่ 21 ก.พ.นี้แน่นอน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าเห็นใจ เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน ที่มีข่าวจะเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 13 ก.พ.นี้ หลังจากถูกทางการฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาะกวม และญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่า เพราะความกังวลเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากแวะรับผู้โดยสารที่ฮ่องกง 687 คน โดยทางการไทยปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นกัน แต่ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มองตรงข้าม เสนอให้ไปใช้ facilities - สิ่งอำนวยความสะดวกของทหารเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จากนั้นคัดกรอง กักบริเวณ เพื่อสังเกตอาการ คือเรื่องของมนุษยธรรม คนที่อยู่ในเรือเขาเดือดร้อน ถ้าเขาขึ้นฝั่งได้ที่ประเทศไทย เขาจะซาบซึ้ง และจดจำนึกถึงประเทศไทยตลอดไป ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ จากทั่วโลกให้มาเป็นลูกค้าประเทศไทยไปอีกนาน...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56920</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, บันทึกหน้า4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, วิรุฬห์ แสงเทียน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม, เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤต&#039;เวสเตอร์ดัม&#039;ดร.ปิติ&#039;ชี้เรากำลังขว้างโอกาสที่ดีที่สุดทิ้งไปกลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.63- &amp;nbsp;ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piti Srisangnam ว่าเรากำลังขว้างโอกาสที่ดีที่สุดทิ้งไปกลางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งห้ามไม่ให้เรือ MS #Westerdam เข้าเทียบท่าที่ประเทศไทย คือคำสั่งที่โหดร้ายและในซึ่งมนุษยธรรม เรือที่ถูกปฏิเสธมาแล้ว 3 ท่า คือ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และกวม ลอยเรือมาแล้วกว่า 20 วัน ลองนึกถึงจิดใจทุกคนบนเรือดูว่เขากำลังสิ้นหวังเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับให้เขา เทียบท่า อาจจะไปใช้ facilities ของทหารเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จากนั้นคัดกรอง กักบริเวณ เพื่อสังเกตอาการ คือ เรื่องของ มนุษยธรรม เราต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ผู้ประสบภัย ไม่ใช่่ผลักใสเขาออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีระบบป้องกันภัยทางสาธารณสุขอันดับที่ 6 ของโลก เรามีสถานที่ที่น่าจะเพียงพอที่จะดูแลทุกคนได้ แต่เรากลับเลือกที่จะไม่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลของ Global Health Security Index (GHS Index) (เครดิตข้อมูลจาก ภาคภูมิ แสงกนกกุล https://www.facebook.com/notes/pak-bear/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/10157830176039174/ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศสมาชิกจะถูกถามคำถามทั้งหมด 140 คำถามและสร้างตัวชี้วัดออกมาทั้งหมด 34 ตัว และตัวชี้วัดย่อยอีก 85 ตัว ตัวชี้วัดเหล่านี้ถูกจัดกลุ่มออกมาเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆได้แก่
1. การป้องกันโรค มีระบบสาธารณสุขที่สามารถตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรคได้ทันท่วงทีหรือไม่ หรือ การแพร่ระบาดของการก่อการร้ายชีวภาพละความมั่นคง
2. มีระบบการตรวจจับและรายงาน มีระบบและศักยภาพการตรวจจับการแพร่ระบาดของโรคได้แต่เนิ่นๆและสามารถส่งรายงานในระดับนานาชาติได้
3. การตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว มีความพร้อมและการเตรียมตัว มีแผนการที่เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบเพื่อรับมือกรณีเกิดการแพร่ระบาดโรค
4. ระบบสุขภาพ มีระบบสุขภาพที่มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วย มีบุคลากรและเครื่องมือแพทย์ที่เพียงพอ และพร้อมในการรักษาผู้ป่วย
5. การปฏิบัติตามข้อกำหนดสากล มีนโยบายในการปฏิบัติตามข้อกำหนดสากล IHR ขององค์กรอนามัยโลก
6. สภาพแวดล้อมต่อความเสี่ยง เป็นการประเมินความเสี่ยงทางการเมืองและความมั่นคง เช่น ความสามารถในการเตรียมตัวหรือรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจสังคม สาธารณูปโภคพื้นฐานมีเพียงพอหรือไม่ ในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคสู่ประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยได้คะแนนรวม 75.7/100 คะแนน โดยได้คะแนนด้านการป้องกันโรค 75.7 คะแนน ด้านระบบการตรวจจับและรายงาน 81 คะแนน ด้านการตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว 78.6 คะแนน ด้านระบบสุขภาพ 70.5 คะแนน ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดสากล 70.9 คะแนน โดยคะแนนในส่วนที่แย่คือ ความเสี่ยงต่างๆ ด้านเศรษฐกิจการเมืองในการแพร่ระบาดของโรคที่ได้คะแนนเพียง 56.4 คะแนน ซึ่งไทยได้คะแนนสูงจากกรณีการควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดตะวันออกกลาง MERS ในปี 2015 ที่สามารถตรวจจับได้ก่อนและเข้าควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ทันท่วงที รวมถึงการมีสถาบันวิจัยการแพร่ระบาดโรคเขตร้อน และมีการทำงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้ รวมถึงการมีระบบสุขภาพที่ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าเรามีความสามารถสูงมาก และด้านที่คะแนนต่ำคือ ด้านที่เราอ่อนที่สุดนัน่คือ สภาพแวดล้อมต่อความเสี่ยง เป็นการประเมินความเสี่ยงทางการเมืองและความมั่นคง เช่น ความสามารถในการเตรียมตัวหรือรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจสังคม สาธารณูปโภคพื้นฐานมีเพียงพอหรือไม่ ในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคสู่ประเทศเพื่อนบ้าน แน่นอน การรับเรือลำนี้เข้ามา จะทำให้มาตรฐานด้านนนี้ของประเทศไทยสูงขึ้นในเวทีโลก และเมื่อรวมกับ 1-5 เราน่าจะป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณรับเรือลำนี้เข้ามาเทียบท่า คุณอาจจะถูกประชาชนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจด่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณไม่ให้เรือลำนี้มาจอดเทียบท่า คุณก็ถูกประชาชนด่าเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนคุณก็ถูกด่า ทำไมไม่เลือกทางที่เห็นแก่ความเป็นคน เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองนึกดูว่า คนที่อยู่ในเรือเช่นนี้ เขาจะเดือดร้อนขนาดไหนที่ไม่สามารถขึ้นฝั่งมาได้แล้วเกือบเดือน ถ้าเขาขึ้นฝั่งได้ที่ประเทศไทย เขาจะซาบซึ้ง และจดจำนึกถึงกระเทศไทยตลอดไป ว่าเราคือผู้ที่ช่วยดูแลในยามที่พวกเขาเดือดร้อน เราคือมิตรแท้ท่ามกลางความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตเรื่องราวเหล่านี้จะเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลก และ เราต้องอย่าลืมนะครับ ในระยะยาว ไวรัสจะหยุดระบาด แต่ไวรอลที่เกิดจากความประทับใจ ทุกคนจะบอกต่อๆ กันไปว่า ไทยเราดูแลคนเหล่านี้ดีแค่ไหน ไทยเรามีมาตรฐานทางมนุษยธรรมสูงกว่าหลายๆ ประเทศ เหลานี้จะนำกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับ Hi-end กลุ่มนี้ในเรือ และนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ จากทั่วโลกให้มาเป็นลูกค้าประเทศไทยไปอีกนานแสนนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56882</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, เอ็มเอส เวสเตอร์ดัม (Westerdam), ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15862d2ecab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้าคุณเป็นนายกฯ คุณจะทำอย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนผมชวนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาคุยกับผมทาง Suthichai Live ว่าด้วยประเด็นการแพร่ระบาดของ &amp;quot;โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่&amp;quot; ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามอาจารย์ปิติว่าถ้าแกเป็นนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้จะบริหาร &amp;quot;วิกฤติโรคระบาด&amp;quot; นี้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ปิติตอบผมทาง social media แล้วยังไม่สะใจ แกไปนั่งเขียนเป็นแผนอย่างละเอียดทุกๆ &amp;nbsp;ด้าน ท่านนายกฯ และทีมงานในรัฐบาลสนใจจะดัดแปลงบางแนวทางไปใช้ในทางปฏิบัติก็คงไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นายกฯ และรัฐมนตรีบางท่านบ่นว่าประชาชน &amp;quot;ตื่นตระหนกเกินเหตุ&amp;quot; ไม่สนใจว่ารัฐบาลได้พยายามตั้งรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ ก็ควรจะต้องเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึกของคนไทยที่มีความห่วงกังวลเพราะรับทราบข่าวจากหลายๆ แหล่งที่จริงบ้างไม่จริงบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ รัฐบาลขาด Information War Room หรือห้องปฏิบัติการฉุกเฉินด้านข่าวสาร เพื่อตอบคำถามและตรวจสอบข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องราวอย่างทันท่วงที ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนและข่าวปล่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอาจจะคิดว่าเมื่อมี War Room ทางด้านการแพทย์และมีการ &amp;quot;แถลงข่าว&amp;quot; อย่างเป็นทางการแล้ว ประชาชนก็ต้องเชื่อว่าทุกอย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นั่นเป็นความไม่เข้าใจการ &amp;quot;บริหารข่าวสารในยามวิกฤติ&amp;quot; หรือ crisis information management &amp;nbsp;ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และบ่อยครั้งสำคัญกว่าการปฏิบัติการสู้รบกับศัตรูโดยตรงด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงขอถ่ายทอดข้อเสนอของอาจารย์ปิติที่ตอบคำถามของผมว่า &amp;quot;ถ้าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้ &amp;nbsp;ท่านจะบริหารวิกฤตินี้เช่นไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ผมจะตั้ง #War room
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แน่นอนว่าปัจจุบันมี war room อยู่แล้วที่กระทรวงสาธารณสุข และคุณหมอรวมทั้งบุคลากรทางแพทย์ทุกท่านต่างก็มีความรู้ความสามารถ ทำงานรอบคอบ กล้าตัดสินใจ และหลายๆ ท่านก็เคยมีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัย #SARS (2002-2003) #ไข้หวัดนก (H1N1, 2003, 2009) #MERS (2012-2013) และ #อีโบลา (2014) แต่วิกฤติคราวนี้หากลุกลาม การสั่งการและการประสานงานข้ามกระทรวง กรม และภาคเอกชน จำเป็นต้องเกิดขึ้น ผมจะต้องให้มีตัวแทนทั้งจาก #กระทรวงสาธารณสุข (แน่นอนเป็นรองหัวหน้า รองจากผมที่เป็นนายกฯ) จากนั้นต้องมีตัวแทนจาก #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงศึกษาฯ #กระทรวงการท่องเที่ยวฯ #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการต่างประเทศ #กระทรวงแรงงาน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กทม. #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมโรงแรมต่างๆ สมาคมท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น มาร่วมกันทำงาน โดยผมต้องมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหาร War room มีอำนาจในการตัดสินใจสั่งงานข้ามกระทรวงได้ เมื่อมี War room ผมจะให้การแจ้งข่าวสารต่างๆ มาจากจุดเดียวกันเพื่อป้องกัน #FakeNews ที่อาจสร้างความตื่นตระหนก รวมทั้งต้องมีการจัดตั้งหมายเลขโทรศัพท์ #Hotline และเครื่องมือ Social Media ต่างๆ เพื่อรับแจ้งเหตุ และใช้ในการ #บริหารข่าวสารข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ผมจะสั่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำข้อมูลจำนวนชาวจีน และผู้ที่เดินทางมาจากสนามบินต่างๆ ของประเทศจีน มาวิเคราะห์ว่าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีเดินทางเข้ามากี่คน แน่นอนว่าระบบตรวจคนเข้าเมืองของไทยมีการบันทึกฐานข้อมูล Biometric ในระบบคอมพิวเตอร์ทั้งขาเข้าและขาออก ดังนั้นต้องให้มีข้อมูลที่แน่ชัดเสียก่อนว่า จนถึงวันนี้มีคนที่เดินทางจากประเทศจีน โดยเฉพาะหากผ่านมาจาก Wuhan Tianhe International &amp;nbsp;Airport #ยังคงตกค้างอยู่ในประเทศไทยจำนวนกี่ราย ไปเอาข้อมูลที่พวกเขากรอกแบบฟอร์ม ตม.6 ที่ใช้ในการเข้าเมืองมาพิจารณาว่า คนเหล่านี้ปัจจุบันน่าจะอยู่ ณ ที่อยู่ไหน ต้องมีการเตรียมฐานข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอความร่วมมือจาก #สมาคมโรงแรม #สมาคมท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ขายโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบ In-bound ให้ติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่า ลูกทัวร์ของแต่ละบริษัท #แขกที่เข้าพักในโรงแรมมีใครแสดงอาการป่วยหรือไม่ ถ้ามีต้องแจ้งสาธารณสุข รวมทั้งต้องกลับไปที่ข้อ 2 เพื่อไป Trace หาว่า ในการเดินทางของพวกเขายังมีใครที่อยู่เที่ยวบินเดียวกัน โรงแรมเดียวกัน หรือมีปฏิสัมพันธ์กับใครบ้าง เพื่อควบคุมโรค ในกรณีที่มีการเจ็บป่วยด้วย Novel coronavirus (2019-nCoV) เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.แน่นอนว่าในจำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาไม่ได้มีแต่เฉพาะนักท่องเที่ยว ยังมีผู้ที่เดินทางมาทำงาน และมาเรียนหนังสือ ดังนั้นต้องประสานจากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่าเขาใช้ #Visa &amp;nbsp;ประเภทใดในการเข้าประเทศไทย ถ้าเป็น Working Visa ก็ต้องประสานกับกระทรวงแรงงานว่า &amp;nbsp;#WorkPermit ของเขาอยู่ที่ไหน เพื่อติดตามไปยังบริษัทที่เข้ามาทำงาน ถ้าเป็น #StudentVisa ก็ต้องติดต่อไปที่กระทรวงการต่างประเทศว่า เขาไปเรียนอยู่ที่ #สถาบันการศึกษา แห่งใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ต้องให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวต่างๆ &amp;nbsp;สำรวจดูว่าในกลุ่มทัวร์ ใน #โรงแรม ในสถานที่ท่องเที่ยวมีรายงานผู้เจ็บป่วยหรือไม่ หากมีต้องรีบแจ้งต่อ War room กระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ต้องเร่งประสานงานกับกระทรวงต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจ เพราะหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในระยะยาว จะ #ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน จำคราวที่เกิด SARS ระบาดในปี 2002-2003 ได้หรือไม่ ครั้งนั้นทุกคนแตกตื่น ไม่มีใครกล้าออกไปอยู่ในที่ที่มีคนรวมกันอยู่มากๆ ห้างร้านต่างๆ ตามศูนย์การค้า ตามตลาด ตามสถานที่ท่องเที่ยวกลายเป็นป่าช้า ธุรกิจหลายรายได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง &amp;nbsp;โรคติดต่อที่มีแนวโน้มติดต่อทางลมหายใจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าส่ง ค้าปลีก รวมทั้งภาคบริการต่างๆ โรงแรม ร้านอาหาร สปา นวด จะได้รับผลกระทบ หากเราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ป้องกันจนไม่เกิดผู้ป่วยรายใหม่ได้ เราน่าจะต้องใช้การรับมือที่ดีนี้เป็นจุดขายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้น เราจะมี #มาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาได้อย่างไร คงต้องให้ #กระทรวงด้านเศรษฐกิจช่วยกันวางแผน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้ว่ากันต่อครับว่าแผนนี้ยังต้องมีอะไรเสริมให้ครบถ้วนอีกบ้าง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55562</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์วิชั่นมาแล้ว5ปี &#039;ประยุทธ์&#039;เมินเพื่อแม้ว-ปชป.ท้าดีเบตหยันไร้สาระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอกฝาโลงดีเบต &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประกาศชัดไม่กลัว ไม่โกรธ ปวดหัวเสียเวลา ชี้เวทีมีแต่ประดิดประดอยถ้อยคำไม่มีสารัตถะ ชี้วิสัยทัศน์แสดงมาแล้ว 5 ปี &amp;ldquo;มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&amp;rdquo; ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สวนพวกวิจารณ์ผลงานว่ามีแต่สิ่งอนุมัติไว้แล้วว่าต้องวัดว่าใครทำให้ปฏิบัติได้จริงถึงเจ๋ง เตือนลืมเหตุการณ์ก่อน 22 พ.ค.2557 หมดแล้วหรือจ๊ะ เด็ก &amp;ldquo;ตระกูลเพื่อ&amp;rdquo; พร้อมใจอัดน่าอับอาย &amp;ldquo;ก่อแก้ว&amp;rdquo; เหิมซัดสมองกลวง อนาคตใหม่โป๊ะแตก &amp;ldquo;นักวิชาการ-พรรคคนธรรมดา&amp;rdquo; รุมซัดบิดเบือนข้อมูลหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำหนังสือสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงแนวทางปฏิบัติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถขึ้นประชันวิสัยทัศน์ (ดีเบต) และช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้หรือไม่ โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า มีหนังสือสอบถามเข้ามาจริง แต่ต้องรอมติ กกต.ก่อน ซึ่ง กกต.จะพิจารณาจากกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีหลายสถานะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในช่วงเช้าก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การรณรงค์ส่งเสริมจังหวัดเพชรบุรี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสนใจ โดยเฉพาะ CE Toy ตุ๊กตาประดิษฐ์ด้วยมือ ซึ่งนายกฤษดากร อินกงราช ช่างเมืองเพชร ได้มอบตุ๊กตา CE Toy หน้าเหมือน พล.อ.ประยุทธ์สวมชุดลายพรางทหารให้ โดย พล.อ.ประยุทธ์หยิบตุ๊กตาขึ้นมาเล่น แล้วเขย่าหันไปทางกลุ่มผู้สื่อข่าวพร้อมหยอกล้ออย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;สวัสดี สวัสดี&amp;rdquo; ก่อนเขย่าตุ๊กตาอีกครั้ง และพูดหยอกอีกว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวก็ถามทุกวันว่าจะไปดีเบตหรือเปล่า อืม ผมพูดทุกวันอยู่แล้ว&amp;rdquo;
ภายหลังประชุม ครม. ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ได้ระบุว่า คำถามของสื่อแต่ละคำถามเจ็บๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนักข่าวก็ทำงานไป เราก็มีงานของเรา จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าได้เห็นหนังสือประชารัฐสร้างชาติของพรรค พปชร.แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เห็นแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงของนายกฯ ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ทราบว่ามีการแจกเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.และสมาชิกพรรค ส่วนที่พรรค พปชร.ได้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็เป็นเรื่องของพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ได้เตรียมตัวขึ้นเวทีดีเบตกับแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่นแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เตรียมตัวมานานแล้ว แต่วันนี้ไม่เห็นความจำเป็นที่จะไปดีเบต ไม่ใช่กลัวหรือไม่กลัว แต่เมื่อดูเวทีดีเบตตอนนี้ ก็จะเห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่โจมตีกัน ไม่ค่อยมีสารัตถะ เถียงกันในตอนต้น แต่เมื่อเข้าสู่นโยบาย กลับไม่มีใครสนใจอะไร เนื้อหาก็ดิ้นกับการโจมตีคนนั้นคนนี้ เล่นไปถึงการทำงานของกระทรวงต่างๆ ซึ่งไม่เรียกว่าการดีเบต
&amp;ldquo;ขอให้ไปดูในต่างประเทศ ว่าเวทีดีเบตเป็นอย่างไร ผมคงไม่ไปหรอกตอนนี้ ไม่ว่าใครจะมากระตุ้นอย่างไร ผมก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้กลัวด้วย ข้อสำคัญคือผมกำลังทำงานอยู่ ซึ่งจะเสียเวลา ที่ผมต้องไปประดิดประดอยคำพูดออกมาให้มันปวดหัว เพราะทำงานในระบบมันก็แย่พอแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นข้อเท็จจริง ถ้าอยากทราบวิสัยทัศน์ของผม ในฐานะถ้าจะเป็นนายกฯ คนต่อไป วิสัยทัศน์มีอยู่แล้วคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วิสัยทัศน์ของผมมีเท่านี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ลั่นโชว์ฝีมือหมดแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นโยบายของรัฐบาลในวันนี้ทำแล้วทั้ง 11 ด้าน เช่นเดียวกับวาระของชาติในหลายอย่างก็แก้ไขปัญหาไปหมดแล้ว ที่แล้วมาก็ได้แสดงฝีมือไปหมดแล้ว ถ้าถามว่าในอนาคต หากได้เป็นนายกฯ แล้วจะทำอะไรต่อ จะบอกว่าได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทต่างๆ ขึ้นมา ทำกฎหมายการเงินการคลัง จัดซื้อจัดจ้าง การค้าการลงทุนและอีกหลายฉบับ ซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียว ทุกอย่างมีกฎหมายกำกับไว้หมดแล้ว หากไม่มีกฎหมาย พูดลอยๆ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้ายกเลิกแล้วไม่ทำอย่างที่ตนเองทำก็ต้องไปดูกฎหมายกันใหม่ ดังนั้น สิ่งที่กำหนดไว้ใน 5 ปีแรกจึงถือว่าสำคัญที่สุด เราได้วางแผนแม่บทไว้อย่างชัดเจน โดยทำในช่วงต่อๆ ไป แล้วแต่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารงาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือความทั่วถึงและเท่าเทียมเป็นธรรม และเราต้องมีคำตอบไว้ให้ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และประชาชนในวันข้างหน้าด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้บางฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่รัฐบาลทำนั้น ว่ามีการอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่ แต่ที่ผ่านมานั้นยังไม่เกิดขึ้น เพราะขั้นตอนการดำเนินงานต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีการอนุมัติโดย ครม.ทำประชาพิจารณ์ ก่อนอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างถึงจะสำเร็จ ถ้าอนุมัติไว้ก่อน แล้วรัฐบาลนี้ไม่ทำต่อก็ไม่มีทางได้ ไม่อยากโต้ตอบใคร และไม่ได้ว่าใคร เพียงแต่ต้องอธิบายให้คนเข้าใจ ว่าเมื่อกำหนดนโยบายแล้วต้องแปลงสู่การปฏิบัติให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;หลายเรื่องวันนี้ทุกคนหยิบมาเป็นประเด็นการเมือง เพราะทุกคนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง หาเสียง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ถ้าพูดกันไปมา จนไม่มีสาระอะไรเลย เดี๋ยวก็ฟ้องร้องกันอีก แล้วจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร วันนี้ทุกคนต้องลดท่าทีบ้าง หากอยากพูดเรื่องนโยบายก็พูดกันไป แต่ต้องบอกถึงที่มาของการใช้จ่ายงบประมาณด้วย รัฐบาลนี้คำนึงถึงรายได้ของประเทศ ประเมินว่า 5 ปีจะทำอย่างไรไม่ให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัด ถามว่าเคยมีใครทำงานแบบนี้บ้างไหม หลายเรื่องที่สามารถทำได้ในวันนี้ มาจากการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่อนุมัติไว้แล้วบ้าง แต่ก็ทำได้น้อยมาก ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ ถือเป็นวิสัยทัศน์ ซึ่งอนาคตต้องทำแบบนี้ ต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ดีกว่าการสร้างความทะเลาะเบาะแว้ง และประเทศเดินหน้าต่อไม่ได้&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้พยายามสร้างโอกาสให้ทุกคน ซึ่งไม่ได้ช่วยเฉพาะคนรวย แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ดีกว่าออกมาพูดหาเสียง ว่าจะให้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก ถ้าง่ายคงทำไปแล้ว ขอร้องอย่านำไปหาเสียง จนทำให้หลายคนหมดกำลังใจ จนไม่มีแรงกระตุ้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ทุกอย่างต้องแก้ด้วยเหตุผล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถามว่าผมมีวิสัยทัศน์หรือเปล่า สิ่งที่ผมคิดและทำนโยบายออกมานั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผมหรืออย่างไร ในฐานะที่เป็นรัฐบาล และ คสช. ต้องใช้ คสช.มาช่วยเสริมทุกเรื่อง หากไม่เอามาเสริมคงทำอะไรไม่ทัน ทั้งการตรวจสอบ แก้ไขปัญหาหนี้สิน ถ้าไม่ใช้ทหารมาช่วยจะทำได้หรือ และขอถามกลับว่าแล้วเป็นหน้าที่ของใคร ทำกันไหวหรือไม่ ทหารเข้ามาช่วยด้านกำลังพล แต่ไม่ได้ก้าวล่วง ซึ่งมีเพียงเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน สวัสดิการ ไม่มีโอที ทำงาน 5 อย่างได้เงินอย่างเดียว ซึ่งเราก็ลดงบประมาณตรงนี้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นก็คงขอขึ้นเพิ่มแบบข้าราชการส่วนอื่น ทหารเราทำทั้งกลุ่มงานด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ วัฒนธรรม ทั้งหมดก็เต็มกางเกงแล้ว คนวิจารณ์ก็หยิบแต่เรื่องเดียวขึ้นมา โดยไม่ทราบว่าภาพกว้างเป็นอย่างไร ทำให้คนสับสนอลหม่าน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้เวลา 5 ปีเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แล้วคนกลับมาโจมตีกัน เหมือนกลับไปสู่จุดตั้งต้นใหม่ เพราะเลยจุดนั้นมาแล้ว เลยจุดที่จะมาบอกว่าการเข้ามานี้ผิดหรือถูก เพราะเวลา 5 ปีนั้นเลยมานานแล้ว เราจะย้อนกลับไปที่เก่าอีกหรือ ตนเองพ้นเวลาเหล่านั้นด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องอย่าลืมว่า ที่เข้ามานั้นเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาประเทศขณะนั้น และเมื่อเข้าบ้านแล้วก็ต้องมีอำนาจให้เพื่อทำงานแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเหตุใดจึงต้องมาตีกันไปมาอีกรอบ ลืมทั้งหมดแล้วหรือยัง ตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ลืมหมดแล้วใช่ไหมจ๊ะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีเผยแพร่คลิปเสียงผ่านโซเชียลฯ ว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่พรรค พปชร.โทร.สอบถามชาวบ้านว่าถูกใจนโยบายสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ถ้าถูกใจให้เลือกพรรค พปชร. พร้อมโอนเงินให้ด้วย ว่าให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของสำนักนายกฯ ไปตรวจสอบจากพรรคการเมืองว่าเขาทำหรือไม่ สอบสวนมา ก็ได้รับรายงานในชั้นต้นว่าไม่มี ไม่ได้ทำ และเขากำลังดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่ เพราะฉะนั้นใครไปให้ข้อมูลพวกนี้ออกมาทางสื่อโซเชียลก็ต้องระมัดระวัง
ตระกูลเพื่อรุมจวก&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ดีเบตถือว่าเสียดายโอกาส และประชาชนพลาดโอกาสฟังวิสัยทัศน์ ส่วนที่บอกว่าไม่อยากตอบโต้บนเวทีดีเบต ไม่อยากประดิษฐ์คำ ก็ไม่ต้องกังวล พูดให้ตรงประเด็นไม่ต้องประดิษฐ์ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ เพราะการดีเบตเป็นการวัดถึงคุณภาพศักยภาพของผู้นำ หากไม่พร้อม เพราะเพิ่งมาสู่การเมืองไม่ถึงปีอนุโลมได้ แต่นี่เกือบ 5 ปี เป็นนายทหาร เป็น ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้า คสช. ดังนั้นความไม่กล้าไม่น่าใช่ ท่านอย่ากลัวการดีเบต เพราะนักการเมืองที่จะไปร่วมเวทีต้องระวังคำพูดเช่นกัน ประชาชนรอคอยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพลิกสู่การเมืองจากคนยึดอำนาจ จะล้างภาพผู้ก่อรัฐประหารตามกฎหมายคือกบฏจะล้างภาพนั้นเข้าสู่การเมืองอย่างสง่างามได้คือเวทีดีเบต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวในระหว่างลงช่วยผ้สมัคร ส.ส.ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาตั้งข้อสังเกตการจะขึ้นดีเบตของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นการหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องไปดีเบต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. กล่าวว่า การดีเบตเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของคนอาสามาเป็นนายกฯ เพื่อแสดงในความคิดให้สังคมได้รับรู้ว่าจะพัฒนาประเทศอย่างไร จะนำพาประเทศไปทิศทางไหน ส่วนคนที่ไม่กล้ามาดีเบตนั้นทำให้สังคมคิดไปหลายมิติ ทั้งเป็นคนที่ไม่มีอะไรในหัว ไม่มีกึ๋น ไม่มีวิสัยทัศน์ จึงไม่กล้าแสดงวิสัยทัศน์ ที่บอกว่าไม่กลัว แต่ไม่กล้ามา ย้อนแย้งกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์พูดกับสังคมว่าเป็นคนเก่ง รู้ทุกเรื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์แสดงให้เห็นแบบนั้น แต่วันนี้สังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่ารู้นั้นรู้จริงไหม หรือเป็นแค่คนสมองกลวง หากรู้จริงและกล้าจริงควรมาดีเบตให้สังคมประจักษ์ด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นสังคมจะไม่เชื่อและตั้งคำถามบางคนถึงขั้นดูถูกเอา ท่านเคยเป็นผู้นำยึดอำนาจ กล้าเสี่ยงเป็นเสี่ยง ตายยึดอำนาจ แต่ทำไมไม่กล้าพูดกับสังคม ผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอาย ยกเว้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพอแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่สังคมสงสัย 4-5 ปีเก่งแต่ใช้กำลัง ส่วนเรื่องการวางแผน นโยบายนั้นล้วนมาจากแนวคิดของคนรอบข้าง ไม่ใช่มาจาก พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายก่อแก้วกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมเรื่อง &amp;ldquo;ค้านบิ๊กตู่ร่วมเวทีดีเบตส่อขัดรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ระบุว่าตามที่พรรคการเมืองต่างๆ พยายามขุดหลุมพรางให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมเวทีดีเบตนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์พลั้งเผลอตกลงปลงใจเข้าร่วม จะทำให้ขาดความชอบธรรมในฐานะข้าราชการที่ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองทันที ประหนึ่งว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีสถานะเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช. ซึ่งจะเข้าข่ายความผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้จักสถานะของตนเองว่าเป็นคนนอกพรรคการเมือง ไม่ใช่หัวหน้าพรรคการเมือง และไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใดๆ &amp;nbsp;เป็นเพียงแค่ผู้ถูกพรรค พปชร.เสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ เท่านั้น การดีเบตแสดงนโยบายและวิสัยทัศน์เป็นสิ่งที่ดีในสังคมประชาธิปไตย แต่ควรเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว และว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตกหลุมพรางจะหมดความชอบธรรมในฐานะนายกฯ และหัวหน้า คสช.ทันที แม้ กกต.จะอนุญาตให้เข้าร่วมเวทีดีเบตได้ แต่ทว่ามติของ กกต.ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมายเป็นที่สุด แต่ผู้ที่จะวินิจฉัยกรณีดังกล่าวได้คือศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์กล้าลองดีกับกฎหมาย สมาคมก็พร้อมดำเนินการตามครรลองของกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย และอาจนำไปสู่การยุบพรรค พปชร.ต่อไป แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์อยากจะเข้าร่วมดีเบต ก็ขอให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช.เสีย เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายนั่นเอง
บิ๊กป๊อกแนะชูนโยบายหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถือเป็นวันแรกที่สำนักงาน กกต. จัดให้มีการบันทึกเทปจัดดีเบตประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส. รวม 54 พรรค ซึ่งคู่แรกเป็นการดีเบตระหว่างพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรค และพรรคประชานิยม ที่มี พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย ประธานยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเข้าดีเบต ในหัวข้อนโยบายการศึกษา ส่วนคู่ที่ 2 เป็นการดีเบตระหว่างพรรคประชาชนปฏิรูปที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค และพรรคอนาคตใหม่ที่มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ดีเบตในหัวข้อนโยบายการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปไตย (ปชป.) ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอหารือในทางปฏิบัติเรื่องการขึ้นป้ายโฆษณาหาเสียงในรูปแบบต่างๆ ตามระเบียบที่ กกต.กำหนดให้สามารถนำภาพผู้สมัคร หัวหน้าพรรค และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลงในโฆษณาหาเสียงได้เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้สมัครบางพรรคนำภาพนอกเหนือจากข้อกำหนดดังกล่าวไปขึ้นป้าย เช่น ภาพทำกิจกรรมร่วมกับคนชรา หรือเด็กนักเรียน พรรคจึงต้องการสอบถามความชัดเจนโดยเร็ว และไม่สามารถรอฟังคำตอบ 30 วันตามกำหนดของ กกต. เพราะจะล่วงเลยการหาเสียงเลือกตั้งไปแล้ว จึงต้องการให้ กกต.ให้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์การหาเสียงช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ว่าบรรยากาศทั่วไปอยู่ในความเรียบร้อย ส่วนที่กองทัพเป็นเป้าโจมตีในการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ต้องไปถามคนที่หาเสียง แต่ในความคิดการหาเสียงต้องเสนอแนวทางในการบริหารประเทศชาติ แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นการยกประเด็นมาโจมตีกัน อยากเห็นนักการเมืองชูนโยบายว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วจะทำอย่างไร อย่าบอกเฉพาะเป้าหมายควรบอกวิธีทำด้วย ประชาชนจะได้ใช้วิจารณญาณว่าหากพรรคการเมืองจะทำเช่นนี้ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อย่างที่โพลระบุว่าอยากเห็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่พูดไปแล้วทำไม่ได้ อยากเห็นพรรคการเมือง เสนอนโยบายว่าจะทำอย่างไรที่จะใช้อำนาจรัฐ บริหารประเทศชาติให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม แต่ยังเห็นการใช้วาทกรรมในการโจมตีกันอยู่&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก ว่าเป็นการออกมาแสดงความห่วงใยของปลัดคลัง ซึ่งแนวทางของพรรคในการทำนโยบายได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องหมดแล้วว่าทุกนโยบายทำได้จริง ไม่กระทบวินัยทางการเงินการคลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ตลาดวงเวียนใหญ่ พร้อมระบุว่า ขอจองคิวเชือด พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรเป็นคิวต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้า คนชื่อ ป. อย่างกำนันเป๊าะ กับ ป. ประตูน้ำได้จัดการมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในคนชื่อเสรีพิศุทธ์ ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องสำเร็จ ปัญหาใหญ่ของชาติที่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขก็คือเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นำคณะลงพื้นที่เขต 8 ลาดพร้าว วังทองหลาง เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครของพรรค โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า คนที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง สังคมไทยต้องติดตามกันให้ดี เช่นเดียวกับความแตกแยก วันนี้คือความเห็นต่าง เหมือนนายสุเทพประกาศชัดเจนว่าไม่ร่วมมือกับตระกูลเพื่อ แต่ความจริงนั้น วันนี้ไม่ใช่เรื่องตระกูลเพื่อแต่เป็นเรื่องว่าจะเอา พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ มีสองฝ่ายเท่านั้นในทางการเมือง และเชื่อว่าคนที่อยู่ในพรรค พปชร.ขาด พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ แต่หากประชาชนขาด พล.อ.ประยุทธ์ ชีวิตประชาชนดีขึ้นอย่างแน่นอน
จวก&amp;ldquo;อนค.&amp;rdquo;บิดเบือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีนายธนาธรปราศรัยถึงนโยบายการประมงที่มหาชัย โดยกล่าวหารัฐบาลแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) สุดโต่ง ไม่ฟังเสียงชาวบ้าน จ้องเอาใจนายทุนระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายตั้งแต่ 2558 กระทั่งไทยได้รับการปลดใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรป จึงพอมีความรู้ความเข้าใจปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายบ้าง และเพื่อให้เกิดการถกเถียงด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นระบบ ระหว่างพรรคการเมืองที่นำเสนอนโยบายด้านการประมงด้วยกัน จึงขอเชิญร่วมอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ในวัน เวลา และสถานที่ที่สะดวกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายธนพรกล่าวเพิ่มว่า ที่นายธนาธรกล่าวหาการแก้ปัญหาประมงว่าเป็นการเอื้อทุนใหญ่ นายธนาธรไม่ทราบหรือว่าที่เราโดนใบเหลืองประมงเพราะอะไร การแก้ปัญหาประมงไม่ใช่การอุ้มกลุ่มทุน เป็นการทุบทุนใหญ่ให้เจ๊งต่างหาก และการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นการอุ้มกลุ่มทุนตรงไหน นายธนาธรไม่รู้เรื่องหรือ ขอให้เข้าใจใหม่ พรรคอนาคตใหม่ควรฟังให้เยอะ ไม่ใช่ไปฟังแต่พวกโจร IUU ที่ทำผิดกฎหมายทั้งนั้น พรรคอนาคตใหม่ควรประกาศจุดยืนเลยจะส่งเสริมค้ามนุษย์และแรงงานทาสใช่ไหม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการหาเสียงของพรรค อนค. ว่าได้ชมการไลฟ์ของพรรค อนค.แล้ว ต้องชื่นชมนายธนาธรนำเอาข้อมูลและเรื่องราวประเด็นเศรษฐกิจที่หลายๆ คนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ขอแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงครั้งต่อๆ ไป รวมถึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานบริหารประเทศในอนาคตด้วย ว่าคืออย่าใช้ข้อมูลมาบิดเบือนเพื่อหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คุณธนาธรมีป้ายหาเสียงที่บอกว่า 5 ปีรวยกระจุก จนกระจาย แต่ตัวเลขจริงๆ GINI coefficient ของไทยเราปรับตัวลดลงมาโดยตลอด จากระดับ 0.508 สมัยนายทักษิณ ลงมาเป็น 0.484 สมัยนายอภิสิทธิ์ ลดเป็น 0.465 สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเป็น 0.453 สมัย พล.อ.ประยุทธ์ นั่นแปลว่าการกระจายรายได้ของเราดีขึ้นตลอดในช่วงที่ผ่านมาครับ ไม่ใช่ 5 ปี รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; ดร.ปิติกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ปิติยังกล่าวอีกว่า นายธนาธรบอกอีกว่าเพราะเราไม่เป็นประชาธิปไตย การกระจายรายได้เราถึงแย่ แต่ไปดูประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์เลยครับ GINI ของจีนอยู่ที่ 0.422 ดีกว่าประเทศประชาธิปไตยหลายๆ ประเทศครับ หรือเวียดนามก็ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ GINI อยู่ที่ 0.353 ทั้งที่เขาไม่ใช่ประชาธิปไตย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, ธนพร ศรียากูล, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c7550e412418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
