<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.คึกแห่รับ‘ประยุทธ์’ ตรวจนํ้าท่วมเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; การันตีมีแนวทางรับมือแม่น้ำเจ้าพระยาไว้หมดแล้ว กำชับลูกพรรคให้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน &amp;ldquo;ไผ่ ลิกค์&amp;rdquo; ยันแผนลงทัวร์ของ &amp;ldquo;ประยุทธ์-ประวิตร-ธรรมนัส&amp;rdquo; ไม่ใช่แข่งอวดพลัง และไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภา แค่ต้องการกระจายดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีปริมาณสูงขึ้นเราได้รับเอาไว้หมดแล้ว
ด้าน ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กำชับ ส.ส.ของพรรคเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในทุกพื้นที่ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด และยังกำชับ ส.ส.กทม.ที่ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำ บริเวณจุดเสี่ยงนอกแนวเขื่อนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่ ว่าส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 32 จังหวัด รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน
ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตรจะมีการเดินสายไปดูปัญหาน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ โดยนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวถึงการเตรียมพร้อมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ว่า เบื้องต้นทราบว่าจะมีรัฐมนตรีหลายคนร่วมคณะมากับนายกฯ ขณะที่ ส.ส.ภาคใต้ของ พปชร.ก็ยืนยันว่าจะมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง โดยเป้าหมายหลักการลงพื้นที่ของนายกฯ เพื่อมาติดตามแผนบริหารจัดการน้ำ ถือเป็นการมากระชับมาตรการป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่มักจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การมาของนายกฯ ไม่ได้มาเพราะเกิดน้ำท่วมแล้ว เหมือนภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ แต่มาตรวจสอบ ให้กำลังใจ กระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือสถานการณ์ ซึ่งจากการลงพื้นที่ ชาวบ้านต่างดีใจที่นายกฯ ให้ความสำคัญ&amp;rdquo;นายรงค์กล่าว
นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีของคนภาคใต้ ที่นายกฯ ลงมาติดตามปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งไม่มีนัยทางการเมืองหรือแสดงพลังอะไร เพราะเมื่อนายกฯ ในฐานะผู้บริหารประเทศลงพื้นที่มา ในช่วงที่สภาปิดสมัยประชุม ส.ส.ก็ต้องไปต้อนรับ ถือเป็นเรื่องปกติ
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ในวันที่​ 8 ต.ค.​กับ พล.อ.ประวิตร ​ว่าตนเองและ ส.ส.นครราชสีมา และ ส.ส.บางส่วน ประมาณ 20 คน จะลงพื้นที่ไปด้วย เพื่อรับฟังปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไผ่​ ลิกค์​ ส.ส.กำแพงเพชร​ ในฐานะรองเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงการลงพื้นที่ทั้งในส่วนของ​ พล.อ.ประยุทธ์​, พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค​ ว่าเป็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าตรงไหนมีปัญหา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเน้นลงพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยก่อน โดยนายกฯ จะลงพื้นที่​ จ.นครศรีธรรมราชวันที่ 7 ต.ค. จากนั้นวันที่ 8 ต.ค. พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่​ จ.สระแก้ว​ ส่วน​ ร.อ.ธรรมนัสลงพื้นที่​ จ.ลพบุรีในวันที่ 7 ต.ค.​ ถือเป็นการช่วยกันลงพื้นที่ ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องของการวัดพลัง เพราะพรรคพลังประชารัฐประกาศแล้วว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และได้ย้ำกับ ส.ส.ไปแล้วว่าหากไม่ติดภารกิจอะไรหรืออยู่พื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ไปร่วมลงพื้นที่ด้วย​&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกเหนือจากการลงพื้นที่ช่วงน้ำท่วมแล้ว หลังจากนี้จะต้องลงพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต​ และขอยืนยันว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการยุบสภา หรือจะมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลยังต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาโควิด-19​ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาอื่นๆ ตรงนี้ก่อน จากนั้นค่อยมาว่ากันทีหลัง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรต้องการให้ ส.ส.ทำงานช่วยประชาชนได้อย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายไผ่กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156bc3b4ead0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กป้อม’บี้ส.ส.พปชร.เร่งลุยช่วยพื้นที่น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564- ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ได้กำชับ ส.ส.ของพรรคเร่งลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย จากอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ในทุกพื้นที่ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังกำชับส.ส. กทม. ที่ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำ บริเวณจุดเสี่ยงนอกแนวเขื่อน ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;หลังวันที่ 5 ตุลาคม &amp;nbsp;2564 นี้ ที่จะมีมวลน้ำสมทบ จากการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านหัวหน้าพรรค ได้ขอให้ ส.ส.ทุกคน คอยเป็นหูเป็นตา สอดส่องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงให้กับประชาชน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรับมือปัญหา &amp;nbsp;พร้อมให้เสนอแผนระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อรับมือปัญหาอุทกภัย ในระยะยาว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, น้ำท่วม, พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, ส.ส.กทม., โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d63076ed29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พัชรินทร์&#039; หนุนคนกรุง ปลูกฟ้าทะลายโจรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ​ กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนชาว กทม. ร่วม &amp;quot;ปลูกฟ้าทะลายโจร คู่บ้าน ต้านโควิด&amp;quot; พร้อมมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกในครัวเรือน เช่นเดียวกับพืชผักสวนครัว ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตมาใช้ได้ทันทีเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลตนเองในสถานการณ์โควิด-19 ที่ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรขาดตลาดและหายาก ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณมากมาย โดยได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ให้ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง นอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า &amp;nbsp;ตนเองได้นำร่องในพื้นที่เขต 2 กรุงเทพมหานคร คือ ปทุมวัน บางรัก สาทร และได้มอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้คำแนะนำวิธีการปลูกและวิธีรับประทานแก่ประชาชนที่สนใจร่วมโครงการดังกล่าว และต้องขอขอบคุณภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเพาะปลูก ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการเพาะปลูกด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรในพื้นที่ต่างจังหวัด ในส่วนของพื้นที่ กทม. นั้น หากเราสามารถช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลางกรุง ร่วมกันทำเรือนเพาะชำเล็กๆ ของแต่ละบ้านปลูกฟ้าทะลายโจรและพืชสมุนไพรอื่นๆ ให้สามารถเก็บผลผลิตมาใช้ได้ทันที ก็จะมีส่วนช่วยในการลดความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ฟ้าทะลายโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61191333602b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พัชรินทร์’จับมือส.ส.หญิงดันกฎหมายป้องกันกระทำผิดซ้ำคดีอุกฉกรรจ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 - ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่าหลังจากที่ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อน &amp;quot;Smart Safety Zone&amp;quot; เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมและแหล่งมั่วสุมอาชญากรแล้วนั้น ล่าสุดตนเองและเพื่อน ส.ส.พปชร. โดยเฉพาะ ส.ส.หญิงขอเดินหน้าต่อในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ &amp;nbsp;เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของงผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยจะครอบคลุมถึงผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์บางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง เช่น การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายสาหัส การนำตัวบุคคลไปเรียกค่าไถ่ &amp;nbsp;และวางเพลิงเป็นเหตุให้คนตาย เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบายความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง ที่พยายามผลักดันมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พัชรินทร์ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะนำมาใช้กับผู้กระทำผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรงที่กำลังจะพ้นโทษ หากกระบวนการพิจารณาพบว่าบุคคลดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะกระทำผิดซ้ำอีก ก็จะมีมาตรการควบคุมต่างๆ ภายหลังจากพ้นโทษไปแล้ว เช่น ให้คุมประพฤติ (ไม่เกิน 15 ปี), ห้ามออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด, หากย้ายที่ทำงานต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงาน เป็นต้น รวมถึงสามารถใช้มาตรการทางการแพทย์ในการแก้ไขฟื้นฟูได้หากได้รับความยินยอม ซึ่งในระหว่างการควบคุมภายหลังพ้นโทษนั้น หากพบว่ามีพฤติการณ์ที่ใกล้จะกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรงอีกและไม่มีมาตรการอื่นที่ยับยั้งได้ ก็สามารถขอคุมขังฉุกเฉินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาแม้ว่าผู้กระทำผิดที่ได้รับการปล่อยตัวกลับสู่สังคมแล้ว จะมีการติดตามจากเจ้าพนักงานตำรวจหรือฝ่ายปกครอง แต่ก็ไม่มีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย ทำให้ไม่เกิดประสิทธิผลในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะด้านการใช้ความรุนแรงและข่มขืนกระทำชำเรา จึงได้ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเพื่อผู้หญิงเท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน&amp;rdquo; ดร.พัชรินทร์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของงผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ..., ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พัชรินทร์&#039;หนุนสตช.ลุย &#039;Smart Safety Zone&#039;เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้คนกรุง-เมืองท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ระบุว่า ตนได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เคยหารือกันไปก่อนหน้านี้ ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Smart Safety Zone) ทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มต้นนำร่องใน 15 พื้นที่จุดเสี่ยง โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์ค และย่านเศรษฐกิจ เช่น พื้นที่ลุมพินี เขตปทุมวัน, เขตห้วยขวาง, เขตภาษีเจริญ ส่วนในต่างจังหวัด เช่น พัทยา และเชียงใหม่ เป็นต้น &amp;nbsp;โดย ดร.พัชรินทร์ ได้ยกตัวอย่างพื้นที่ลุมพินี เขตปทุมวัน ที่นับว่าเป็นย่านเศรษฐกิจ ใจกลางกรุงเทพมหานคร หากเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และประชาชนในพื้นที่ จึงถูกหยิบยกขึ้นมานำร่องในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสร้างพื้นที่ปลอดภัย จะเป็นการดำเนินการอย่างรอบด้าน อาทิ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้มีสภาพเป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง การปิดอาคารร้างไม่ให้เป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากร, การทำงานร่วมกันของบุคลากรเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราพื้นที่ ทั้งสายตรวจ อาสาสมัคร ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นผู้เข้าใจพื้นที่ดีที่สุด ว่าจุดใดที่อาจเป็นจุดเสี่ยงอันตราย โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเฝ้าติดตามปัญหาอาชญากรรม เช่น การใช้กล้อง AI ควบคู่ไปกับกล้องของทุกหน่วยงาน ทั้งของ กทม. สตช. และภาคเอกชน รวมทั้งยังจัดช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส หรือแจ้งพิกัดพื้นที่อันตราย เช่น พบการมั่วสุม ไฟฟ้าดับ พื้นที่รกร้าง เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงานเข้าดำเนินการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ และรับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินนโยบายนี้ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) &amp;nbsp;เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้จนเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดตนได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และพร้อมให้ความร่วมมือในการประสานงานผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน ตามที่ตนได้ขับเคลื่อนผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาโดยตลอด และยังถือเป็นการพลิกวิกฤตในช่วงนี้ที่ผู้คนไม่ออกมาสัญจรมากนัก &amp;nbsp;ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่รกร้าง ให้กลับมาปลอดภัย ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวลในทุกตรอกซอกซอย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, สตช, สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Smart Safety Zone), โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปฉ.พปชร. โชว์ผลงาน55วันช่วยเหลือประชาชนป่วยโควิด369เคส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​20 มิ.ย. 2564 น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า การดำเนินงานของศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด 19 &amp;nbsp;(ศปฉ.พปชร. ) ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 25 เมษายน &amp;nbsp;จนถึงวัน 18 มิถุนายน 2564 ทางศปฉ.พปชร. ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้เข้าถึงความช่วยเหลือทางการแพทย์และสถานพยาบาลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์พร้อมการบริการอื่นๆ อาทิ การพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 369 ราย &amp;nbsp;ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนภาครัฐให้การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ของประเทศได้กลับมาสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับการช่วยเหลือดังกล่าวแบ่งเป็น &amp;nbsp;การประสานส่งตัวผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา ณ รพ.รัฐ-เอกชน รพ.สนาม และHospitel จำนวนทั้งสิ้น 273 ราย &amp;nbsp;ประสานหน่วยคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อและติดตามผลตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวน 61 ราย และประสานให้ความช่วยเหลือกรณีอื่นๆ จำนวน 35 ราย ทั้งนี้โดยความส่วนเหลือดังกล่าวส่วนใหญ่พบอยู่ในพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ทั้งนี้การปฏิบัติการของศูนย์ยังเข้าไปดำเนินเชิงรุกในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ตามนโยบาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคฯ ที่มอบหมายให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปฉ.พปชร. เข้าไปดำเนินการจัดหาและส่งมอบถุงยังชีพให้กับหัวหน้าภาค และส.ส.ในพื้นที่ไปมอบให้กับประชาชนครอบคลุม ทั้งพื้นที่คลัสเตอร์และชุมชนอื่นๆ โดยเฉพาะในย่านคลองเตย บ่อนไก่ มหานาค สำเพ็ง บางแค และอื่นๆ เป็นต้น ส่วนในต่างจังหวัดได้เข้าไปมอบถุงยังชีพใน คลัสเตอร์ระดับจังหวัด อาทิ จ.นนทบุรี จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo; ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือได้ครบทุกเคสแล้วโดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพปชร. ในพื้นที่เข้าไปดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็วและทั่วถึง และเรายังได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในในการดูแลความเป็นอยู่ การมอบถุงยังชีพผู้ที่กักตัวในบ้านในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการระบาดในระลอกแรกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยลงพื้นที่สนับสนุน พร้อมการแจกเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ทั้งหน้ากากอนามัย เจล แอลกอฮอล์ล้างมือ &amp;nbsp;&amp;rdquo;น.ส.พัชรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตาม ศปฉ.พปชร. ยังคงเปิดให้บริการประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องการแพร่ระบาดโควิด -19 สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ต่อเนื่อง ผ่าน สายด่วน Call Center 02-939-1111 จำนวน 30 คู่สาย หรือ Inbox มาในเพจ Facebook ของพรรคพลังประชารัฐ โดยแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของพรรค จะดำเนินการเข้าตรวจสอบ และเร่งนำข้อมูลส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด 19  (ศปฉ.พปชร. ), โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร.ปลุกปีใหม่กู้ภาพลักษณ์นักการเมือง เลิกวาทกรรมขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค. 64&amp;nbsp;- นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์&amp;nbsp; ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ โจทย์ใหญ่ของประเทศ คือการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; และ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่รุนแรง ปีใหม่ พ.ศ. 2564 นี้ อยากเห็นทุกพรรคการเมือง หันหน้าเข้าหากัน ทำการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ เลิกใช้วาทกรรมการเมือง ที่จะนำมาสู่ความขัดแย้ง&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจผิดสู่สังคม หันมาช่วยกันเดินหน้าประเทศ สิ่งใดดีแล้วก็ส่งเสริมให้ลุล่วงอย่างรวดเร็ว สิ่งใดไม่เห็นด้วยก็เสนอแนะความคิดว่าควรจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เชื่อมั่นว่า ทุกข้อเสนอที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ว่าจากฝ่ายใด รัฐบาลพร้อมรับฟัง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับแนวทางการบริหารสถานการณ์ในภาวะวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบัน ภาพลักษณ์ของนักการเมืองตกต่ำมาก ในสายตาของประชาชน ถึงเวลาแล้วที่เรา นักการเมืองทุกคนต้องช่วยกัน สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ จริงใจ และสร้างสรรค์ ให้เป็นที่พึ่ง และไว้วางใจของประชาชนต่อไป&amp;quot; โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, พปชร., ภาพลักษณ์ตกต่ำ, เลิกวาทกรรมขัดแย้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff124e5ada89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
