<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบรางวัล Prime Minister Award เชิดชูศักยภาพกลุ่มสตาร์ทอัพและผู้พัฒนานวัตกรรมสู้วิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;15 กันยายน 2564 - กรุงเทพฯ/ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในงานพิธีประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ (Prime Minister Award: National Startup 2021) และผู้ที่มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (Prime Minister Award: Innovation For Crisis) ภายในงานสตาร์ทอัพ และ งานอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า &amp;ldquo;รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อน เร่งสร้าง และพัฒนาสตาร์ทอัพที่เป็นรูปธรรมในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หรือ COVID-19 นั้น ทำให้เห็นการร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งมีคุณค่าและเกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศ ดังนั้น NIA จึงเห็นว่าในปีนี้ควรจัดมอบรางวัล Prime Minister Award: Innovation For Crisis เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และสนับสนุนนวัตกรรมที่ช่วยแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พิธีมอบรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 และ Prime Minister Award: Innovation For Crisis มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ และผู้ที่มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งสตาร์ทอัพของประเทศไทยให้มีศักยภาพทางธุรกิจและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติม &amp;ldquo;NIA หวังว่าโครงการรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 และ รางวัล Prime Minister Award: Innovation For Crisis ในงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021 ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพรายใหม่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย และกระตุ้นให้มีการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤติระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงเกิดการเผยแพร่ต้นแบบแนวทางการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพและการใช้นวัตกรรมในประเทศมาแก้ปัญหาวิกฤตระดับโลกที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้หรืออนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2021 ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.รางวัล Startup of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่สตาร์ทอัพในสาขาธุรกิจเป้าหมาย โดยต้องมีการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย และดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทต้องมีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ เป็นต้นแบบที่ดีของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ รวมถึงมีธรรมมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ SHIPPOP บริษัทบริการออนไลน์เชื่อมโยงขนส่งมาไว้ในระบบเดียว บริการหน้าร้านเพื่อรับส่งสินค้า ช่วยเหลือเกษตรกรในการขนส่ง สร้างรายได้ให้แก่คนทั่วไปจากสาขาที่เปิดให้บริการ มีอัตราการเติบโตกว่า 30% ในปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขา และมีการส่งพัสดุมากกว่า 1,000,000 ชิ้นต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.รางวัล Global Tech Startup of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ สตาร์ทอัพในสาขาธุรกิจเป้าหมาย ที่มีการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย หรือมีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมในวงกว้างระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างน้อย ตลอดจนมีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ Builk บริษัทสร้างเว็บแอพพลิเคชั่นสำหรับบริหารธุรกิจก่อสร้าง เช็คราคาวัสดุก่อสร้างจากฐานข้อมูลการสั่งซื้อจริง ในปีที่ผ่านมาได้มีการเติบโตและกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน อีกทั้งยังมีการขยายไปต่างประเทศ ได้แก่ พม่า อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.รางวัล Evangelist of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ บุคคลต้นแบบ ที่มีศักยภาพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ สร้างความตระหนักรับรู้และชักนำบุคคลหรือองค์กรใหม่ๆเข้ามาในระบบนิเวศสตาร์ทอัพ เผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสตาร์ทอัพในวงกว้าง และสามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ กรุงศรี ฟินโนเวต และ นางสาวปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุน 500 TukTuks &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.รางวัล Investor of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่บริษัทร่วมลงทุนที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การลงทุนสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการลงทุนของบริษัทร่วมลงทุนในตลาดของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ 500 TukTuks กองทุนที่ร่วมผลักดันวงการสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด และร่วมสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ (Disruptive Digital and Deep Technology Ecosystem) ในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพรวม 70 บริษัท ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนในรอบถัดไปได้รวมเกือบ 7,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.รางวัล Best Brotherhood of the year เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่บริษัทขนาดใหญ่ หรือ หน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพสร้างการเติบโตให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ มีส่วนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ การส่งเสริมสามารถสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในระดับประเทศ สามารถยกระดับการเติบโตระบบนิเวศของสตาร์ทอัพของประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ SCG บริษัทที่ผลักดันลงทุนในสตาร์ทอัพต่อเนื่อง มีแผนการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาทเพื่อลงทุนสตาร์ทอัพที่น่าสนใจผ่าน AddVentures หน่วยงานลงทุนของบริษัทเป็นระยะเวลา 5 ปี ในกลุ่ม Industrial,Enterprise และ B2B โดย AddVentures by SCG เป็นบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อเสริมศักยภาพวิสาหกิจเริ่มต้นทั่วโลกสนองนโยบายการทำ Digital Transformation&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Crisis ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. รางวัลประเภทหน่วยงานภาครัฐ (Government Sector) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ หน่วยงานประเภทหน่วยงานภาครัฐ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานในกำกับของรัฐที่มี พรบ. เฉพาะ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ และมีผลงานนวัตกรรมที่สนับสนุน ส่งเสริม และใช้ในการดำเนินการเพื่อการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid 19) (เพิ่มเติม: ระบุลักษณะของผลงานที่สามารถส่งเข้าประกวด Product/ Process/ Public Service) โดยคุณลักษณะของนวัตกรรมต้องมีความใหม่ อรรถประโยชน์ สามารถนำไปใช้งานได้จริง มีจำนวนการใช้งานและมีศักยภาพที่ดีในการใช้งาน มีโอกาสในการพัฒนาและขยายผลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบบการดูแลผู้ป่วยกักตัวสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว (weSAFE@Home) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นวัตกรรมตู้ความดันบวกเพื่อใช้ในกระบวนการเก็บสิ่งส่งตรวจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับใช้ในโรงพยาบาลขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. รางวัลประเภทหน่วยงานภาคเอกชน (Private Sector) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ หน่วยงานประเภทหน่วยงานภาคเอกชน เช่น องค์กรขนาดใหญ่ วิสาหกิจขนาดกลาง วิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดย่อย ที่มีความเป็นนวัตกรรม ครอบคลุมถึงการบริการ การจัดการ มีการใช้งานจริงและเกิดผลกระทบที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านในด้านหนึ่ง สามารถชี้แจงทุนจดทะเบียนบริษัทและงบประมาณของโครงการเพื่อสะท้อนถึงขนาดและคุณภาพของผลงาน มีความร่วมมือหรือบูรณาการจากหลายภาคส่วน ก่อให้เกิดความยั่งยืน และมีการพัฒนาต่อยอดหลังจบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด แอพลิเคชั่นไข่ต้ม ฮอสพิทอล สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย ตู้แช่เก็บวัคซีนที่ติดอุปกรณ์ Monitoring บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติสำหรับการบริการทางการแพทย์ บริษัท สมาร์ท เฮลท์เทค จำกัด ดีฟาร์ม DPharm&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. รางวัลประเภทบุคคลทั่วไป (Individual Award) เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ ที่มอบให้แก่บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพด้านการส่งเสริม สนับสนุนการแก้ปัญหา และรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 เดือน มีผลงานที่ก่อประโยชน์ต่อสังคม ระบบสาธารณสุข หรือการแก้ปัญหาสถานการณ์อย่างเป็นรูปธรรม มีการใช้นวัตกรรมในการดำเนินงาน และมีผลกระทบกับสังคมในวงกว้าง เป็นที่กล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต คุณคริส โปตระนันทน์ และ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116790</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, Prime Minister Award: Innovation For Crisis, Prime Minister Award: National Startup 2021, STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สตาร์ทอัพ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), อินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61419eafb9602.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” มั่นใจไทยก้าวสู่ประเทศนวัตกรรม ที่กำลังจะดีดตัวเองออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม  NIA จัดงานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่นไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงลึกให้ผู้ประกอบการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวเปิดงานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021) หรือ SITE 2021 จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) ว่า ปีที่แล้ว ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถในด้านนวัตกรรม โดย The Global Innovation Index 2020 เป็นอันดับที่ 43 ของโลก และมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในด้านนวัตกรรม เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งการที่นวัตกรรมจะเดินหน้าได้ จะต้องขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของภาคเอกชนด้วย นั่นถือเป็นข่าวดี และจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วงปีเศษที่ผ่านมา ได้ให้สัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังจะดีดตัวเองออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม เราสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยสู้วิกฤตโควิดที่ทำได้สำเร็จแล้วมากมาย เช่น ชุด PPE หน้ากาก PAPR และห้องไอซียูความดันลบ ซึ่งมีราคาถูกเป็นหนึ่งในสิบของราคาต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังมีการผลิตวัคซีนไฮเทคจากฝีมือคนไทยกว่า 4 ชนิด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดลองขั้นสุดท้ายในคน ซึ่งมั่นใจว่าในปี 2565 จะสามารถผลิตออกมาให้คนไทยได้ใช้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้คนไทยเชื่อมั่นว่า ประเทศของเราเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมได้ นอกจากผลงานในปัจจุบันแล้ว ประเทศไทยยังมีที่ตั้งที่เป็นเลิศ เป็นดินแดนที่มีนวัตกรรมมาช้านาน เรารับอารยธรรมจากจีนและอินเดีย นำมาผสมผสานและต่อยอดจากของดีแต่เดิมของเราจนกลายเป็นนวัตกรรมของไทย รวมทั้งเรามีคนที่เป็นเลิศ เป็นนักผสมผสาน นักสร้างสรรค์ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของไทยในวันนี้จึงมีรากฐานความเป็นมาที่ยาวนานมาก เราต้องมั่นใจในตัวเอง เชื่อว่าเราเป็นนวัตกรได้ เราเป็นเลิศทางนวัตกรรมได้ เราสามารถผ่านวิกฤตต่างๆ มาได้ด้วยตนเอง และเราจะก้าวไปสู่การเป็น 1 ใน 30 ประเทศแห่งนวัตกรรมของโลกต่อไป&amp;rdquo; ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ. NIA กล่าวว่า ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิต สังคม และเศรษฐกิจ แต่ในวิกฤตนั้นทำให้มองเห็นความท้าทายที่จะสร้างให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย &amp;ldquo;นวัตกรรมและเทคโนโลยี&amp;rdquo; จึงเป็นเสมือนตัวช่วยที่สำคัญ และอาจจะเป็นทางรอดของหลายประเทศในเวลานี้ โดยเฉพาะการรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมคลื่นลูกที่ 4 ระบบเศรษฐกิจของโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การจัดงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021 หรือ &amp;ldquo;SITE2021&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ต้องการสร้างเวทีแสดงศักยภาพของ &amp;ldquo;นวัตกรรมไทย&amp;rdquo; และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตอบโจทย์ความท้าทายให้กับคนไทย และสามารถนำไปต่อยอดหรือขยายผลเป็นโอกาสในมิติต่างๆ มากขึ้น โดยในปีนี้ได้รวมการจัด 2 งานยิ่งใหญ่ระดับประเทศ STARTUP THAILAND และ INNOVATION THAILAND EXPO เข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;DEEP TECH RISING &amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; ที่มุ่งเน้นถ่ายทอดแนวทางการส่งเสริม พัฒนา และสร้างโอกาสการเติบโตใน &amp;ldquo;เทคโนโลยีเชิงลึก&amp;rdquo; หรือ Deep Tech ซึ่ง NIA เป็นหน่วยงานหลักที่ได้ริเริ่มและส่งเสริมสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีเชิงลึกนี้ จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีอื่น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างทัดเทียมประเทศชั้นนำของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ SITE 2021 จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ วันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116779</URL_LINK>
                <HASHTAG>DEEP TECH RISING …The Next Frontier of Innovation, SITE 2021, STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2021, The Global Innovation Index 2020, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, งานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2021, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, นวัตกรรมและเทคโนโลยี, นวัตกรรมไทย, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA), อว., เทคโนโลยีเชิงลึก, เวทีแสดงศักยภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141830070b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NIAจัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 “เปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก”  เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 15 – 18 ก.ย.นี้  ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup&amp;nbsp; x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก &amp;ldquo;Deep Tech Rising&amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก...นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน &amp;ldquo;STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO&amp;rdquo; พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical) สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในวงการทั้งสตาร์ทอัพและนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021&amp;rdquo; หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ &amp;ldquo;DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (Space Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ&amp;nbsp; 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online Business Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360&amp;rsquo; virtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar) รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listening เพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช้อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพงาน และทิศทางของแนวโน้มและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะผลักดันให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นกลไกหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมต่อไป และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115517</URL_LINK>
                <HASHTAG>360’ virtual exhibition, Deep Tech Rising…The Next Frontier of Innovation, Nia, Physical, SITE 2021, Startup  x Innavation Thailand Expo 2021, Virtual World, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก, การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก, การแพทย์, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน), อว., อวกาศ, อาหาร, เกษตร, โลกนวัตกรรมเสมือนจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e5939e9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มารู้จัก &#039;ขยะกำพร้า&#039; ที่ใครๆ ก็ไม่รัก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ตลอดช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี่ ซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ จนนำมาซึ่งขยะประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) เช่น ช้อน ส้อม ถุงพลาสติก กล่องโฟม กล่องพัสดุ รวมไปถึงขยะติดเชื้ออย่างหน้ากากอนามัย สิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ้นเปลืองทรัพยากร และส่งผลต่อการจัดการให้เหมาะสม โดยขยะที่ไม่มีที่ไปเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา จนนักวิชาการได้มีการบัญญัติศัพท์ใหม่เกี่ยวกับขยะที่ไม่มีใครรับรีไซเคิลเหล่านี้ว่า &amp;ldquo;ขยะกำพร้า&amp;rdquo; ซึ่งกำลังเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่จำเป็นต้องร่วมกันแก้ปัญหา และยิ่งไปกว่านั้นอาจต้องเริ่มต้นมองหาวิธีการนำขยะเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มีขยะชิ้นไหนถูกทิ้งจนกลายเป็นขยะกำพร้าแบบที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้

เพื่อให้บรรดาภาคส่วนทางสังคม ผู้ประกอบการ และนักบริโภค ได้ตระหนักถึงวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ล่าสุด &amp;ldquo;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)&amp;rdquo; หรือ NIA ได้หยิบเอาความท้าทายนี้มาเป็นโจทย์หลักในการสร้างทางออกของสังคม ด้วยวิธีการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานNIA

ทำไมใครๆ ก็ไม่รัก &amp;nbsp;ไม่อยากได้ &amp;quot;ขยะกำพร้า&amp;quot; ซึ่งจริงๆแล้ว &amp;ldquo;ขยะกำพร้า&amp;rdquo; คือนิยามของขยะมูลฝอยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ &amp;ldquo;จัดการขยะในขั้นตอนกลางทาง&amp;rdquo; หรือขั้นตอนการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ปรับปรุงสภาพ ให้มีคุณลักษณะเหมาะสมต่อการจัดการ เช่นเดียวกับขยะพลาสติกทั่วไป เนื่องจากขยะกำพร้าประกอบด้วยวัสดุที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อ เพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หรือนำไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน หรือไม่สะอาด มีการปนเปื้อน ไม่เป็นที่ต้องการของทั้งภาคธุรกิจและภาคที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะ เราอาจพบเห็นขยะเหล่านี้ได้ตามริมทาง ในที่รกร้าง หรือแม้กระทั่งริมทะเล เพราะขยะเหล่านี้ถูกมองว่าไม่มีคุณค่าจึงไม่มีใครรับไปจัดการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ใครๆ ก็ไม่อยากรับอุปถัมภ์ขยะกำพร้า ทั้งที่ก่อนที่จะมาเป็นขยะกำพร้า &amp;nbsp;สิ่งของเหล่านี้เคยเป็นของที่มีค่า แต่ใช้แค่เพียงพริบตาเดียว หรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) เช่น กล่องโฟมใส่อาหาร ช้อนส้อมพลาสติก ถุงแกง ซองขนม ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้หมดประโยชน์ใช้งานไปแล้ว &amp;nbsp;ก็กลายเป็นขยะประเภทที่ไร้ค่า &amp;nbsp;ซาเล้งไม่รับซื้อ เนื่องจากขยะเหล่านี้ไม่มีราคา นำไปรีไซเคิลไม่ได้ และไม่รู้วิธีกำจัดการต่ออย่างไร &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็กลายเป็นขยะที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตะขิดตะขวงใจถึงอันตราย &amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่คนทั่วไป ซาเล้ง คนเก็บขยะ ตลอดจนโรงงานแปรรูปขยะต่างก็มีความกังวลต่อการสัมผัสขยะที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค &amp;nbsp;ทำให้ขยะเหล่านี้ไม่ถูกนำไปเข้ากระบวนการจัดการกลางทาง และปลายทาง &amp;nbsp;สุดท้ายจึงกลายเป็นภาพชินตาที่เราได้เห็นปลายทางของขยะเหล่านี้ถูกกำจัดด้วยวิธีการเผา ฝังกลบ หรือโยนลงคลอง ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่นอกจากจะไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp; แล้วจะจัดการยังไงกับ&amp;ldquo;ขยะกำพร้า&amp;rdquo; ซึ่งก็คือขยะมูลฝอยชนิดหนึ่ง &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆ เรามีวิธีจัดการกับมันอยู่แล้ว &amp;nbsp;แต่ขยะกำพร้าเพิ่้มขึ้นมากในช่วงโควิดระบาด &amp;nbsp;การคิดละขยะกำพร้า อาจจำเป็นต้องพิจารณา&amp;quot;รอบคอบยิ่งขึ้น&amp;quot; มองตั้งแต่ต้นทาง &amp;nbsp;ด้วยการปฏิเสธไม่รับช้อน ส้อม ถุงพลาสติก &amp;nbsp;เมื่อสั่งซื้อสินค้า ก็เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการปัญหาขยะ
นอกจากนี้เพื่อให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบขยะให้น้อยที่สุด &amp;quot;การคัดแยก&amp;quot;เพื่อทำให้เกิดการนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์หรือแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เป็นขั้นตอนที่สำคัญจะทำให้ขยะกำพร้า ไม่ไร้ค่า และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ซึ่งขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ แต่ถ้าได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้องก็สามารถไปสู่กระบวนการขนส่งขยะเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถึงแม้การคัดแยกขยะกำพร้าจะต้องลงเอยในเส้นทางของประเภทขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าขยะที่เข้าสู่เส้นทางนี้จะต้องถูกทิ้งไปและไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถแปรสภาพสิ่งที่แทบจะไม่มีมูลค่าแล้ว ให้กลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นั่นคือ &amp;ldquo;เทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม การนำขยะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการจัดการอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้นทางและกลางทาง เพื่อให้แน่ใจว่าขยะที่ผ่านการคัดแยกเหล่านี้จะสามารถเข้าสู่การเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น &amp;ldquo;ขยะกำพร้า&amp;rdquo; ที่ผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกต้องก็สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ที่ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือเป็นพลังงานทดแทนได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม้การเผาขยะสามารถให้พลังงานได้ก็จริง แต่พลังงานไฟฟ้าจากขยะเป็นเพียง &amp;ldquo;ผลพลอยได้&amp;rdquo; จากการกำจัดขยะเท่านั้น และวิธีนี้นับว่าก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจน้อยกว่าการนำไปรีไซเคิล ดังนั้นเพื่อให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรที่ดีกว่า จึงควรใส่ใจลดจำนวนขยะตั้งแต่ต้นทางหรือจัดการขยะให้ถูกวิธี เพราะสามารถปูทางไปสู่การจัดการขยะได้แบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy เป็นการนำขยะมาสร้างประโยชน์แปรสภาพให้เป็นพลังงาน เนื่องจากแม้ว่าจะมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง หรือนำขยะกลับไปรีไซเคิลใช้ประโยชน์อย่างไร ก็จะยังคงเหลือขยะจำนวนมากที่กำจัดได้ไม่หมด จนทำให้ปริมาณขยะที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในโครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) ภายใต้การดำเนินงานของ NIA และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะเป็นโครงการที่ถ่ายทอดองค์ความรู้การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือ Waste to Energy ภายใต้หลักสูตรบูรณาการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างสรรค์นวัตกรรม (STEAM4INNOVATOR) ไปสู่นักเรียนระดับมัธยมศึกษากว่า 10,000 คน ใน 50 โรงเรียน รวมไปถึงครูและบุคลากร ผู้ปกครอง องค์กรหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเยาวชนและประชาชนที่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground) เป็นโครงการน่าจับตามองแห่งปีที่จะได้เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมกันประลองไอเดียที่สดใหม่ในการแก้ปัญหาเรื่องขยะล้นเมืองที่อยู่กับเรามานาน โดยการใช้นวัตกรรมอันชาญฉลาดเข้ามามีส่วนแก้ไขปัญหา ซึ่งโครงการนี้เป็นความหวังที่จะได้เห็นสังคมไทยเข้าใกล้การใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;แม้การเผาขยะสามารถให้พลังงานได้ก็จริง แต่พลังงานไฟฟ้าจากขยะเป็นเพียง &amp;ldquo;ผลพลอยได้&amp;rdquo; จากการกำจัดขยะเท่านั้น และวิธีนี้นับว่าก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจน้อยกว่าการนำไปรีไซเคิล ดังนั้นเพื่อให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรที่ดีกว่า จึงควรใส่ใจลดจำนวนขยะตั้งแต่ต้นทางหรือจัดการขยะให้ถูกวิธี เพราะสามารถปูทางไปสู่การจัดการขยะได้แบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ส่วนโครงการปั้นนวัตกรรุ่นเยาว์ที่จะร่วมกันแก้ปัญหาขยะ &amp;nbsp;ของNIA ดูความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่&amp;nbsp;www.facebook.com/TheElectricPlaygroundThailand/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107784</URL_LINK>
                <HASHTAG>#NIA, ขยะกำพร้า, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, โครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า (The Electric Playground)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d81ac8c812c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
