<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อกกลุ่มอาชีพ ปฏิบัติภารกิจช่วง&#039;เคอร์ฟิว&#039; ศบค.ห่วงวงเหล้าสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ แถลงคืบหน้ามาตรการแก้โควิด-19 ยัน 100วันที่ได้สู้กันมามียอดผู้ป่วยในระดับที่ควบคุมได้เป็นข้อพิสูจน์ว่าการดำเนินการมีประสิทธิภาพ ประเทศต่างๆ ยกให้เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นมาตรการ มั่นใจประเทศไทยต้องชนะ ย้ำงดจัดงานสงกรานต์ทุกระดับ ออกประกาศฉบับที่ 3 ปลดล็อกให้บางกลุ่มอาชีพออกจากบ้านช่วงเคอร์ฟิวได้ แต่ต้องแสดงเอกสารรับรอง ศบค.เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อตลอดสัปดาห์ลดลง รายใหม่ 50 ราย กังวลกลุ่มวัยทำงานตั้งวงก๊งเหล้าช่วงสงกรานต์เป็นพาหะหลักนำโรคไปติดปู่ย่าตายาย เตือนผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สธ.แจงยังไม่มีมาตรการผ่อนคลายแม้ผู้ติดเชื้อลดลง หวั่นแค่พลาดครั้งเดียวจะทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงานความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ ที่ได้สั่งการ และรัฐบาลได้มีมติในแต่ละด้าน ตามลำดับ ทั้งในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ด้านการควบคุมสินค้า ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศ เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 100 วันแล้วที่เราได้ร่วมต่อสู้กันมาใน &amp;ldquo;สงครามโควิด-19&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ด้วยการเตรียมความพร้อม และการเฝ้าระวังที่เข้มงวดตั้งแต่ต้น ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข และความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้เรามียอดผู้ป่วยในระดับที่ควบคุมได้ มีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศชั้นนำ และมีความพร้อมรับมือในทุกๆ ด้าน เป็นข้อพิสูจน์ว่าการดำเนินการของเรานั้นมีประสิทธิภาพ ประเทศต่างๆ ยกให้เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการรับมือกับโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอให้พวกเราทุกคนเชื่อมั่นในมาตรการของรัฐ และมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติตาม ผมขอให้สัญญาว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หน้าที่ของผมคือดูแลคนไทยทุกคนทั้งประเทศ ขอให้พวกเราจะสู้ไปด้วยกัน พวกเราคือทีมประเทศไทย หากเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ไม่มีศึกใดที่เราจะเอาชนะไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;ldquo;สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย พยาบาล เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาลและสถานีอนามัยต่างๆ พร้อมทั้งสมาชิก อสม.นับล้านคนทั่วประเทศ ที่ทำงานอยู่ในด่านหน้าของพวกเรา รวมถึงเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร และจิตอาสาทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแลและให้บริการประชาชนในวิกฤตินี้ ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพของท่านเอง ผมอยากบอกให้ทุกคนทราบว่า ท่านคือความหวัง คือ &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; ที่อยู่ในหัวใจของผม และหัวใจของคนไทยทั้ง 70 ล้านดวง ผมขอขอบคุณในความเสียสละของทุกท่าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าเป็นช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโควิด รัฐบาลจึงมีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ ทั้งข้อห้ามและข้อแนะนำ ดังนี้ (1) งดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ (2) งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา (3) งดเว้นการรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ทุกกรณี และ (4) งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก หรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาน และมีคุณค่าทางจิตใจ จึงขอให้ปฏิบัติ ดังนี้ (1) สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน (2) การแสดงความกตัญญูขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ที่อยู่ในบ้านเดียวกัน โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร และให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยด้วย (3) ส่งเสริมให้แสดงความรักและความกตัญญูต่อบุพพการี ผู้มีพระคุณที่อยู่ไกลกันผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือสื่อออนไลน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย ผมในนามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล อวยพรให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจขอร่วมต่อสู้วิกฤตินี้ไปด้วยกัน และขอให้สงกรานต์นี้ อยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อครอบครัวกันให้มากที่สุด เราจะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤติในครั้งนี้ให้จงได้ ประเทศไทยจะต้องชนะอย่างแน่นอน&amp;quot; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ปลดล็อกบางอาชีพช่วงเคอร์ฟิว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เผยแพร่ข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 3) โดยออกข้อกำหนดเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ในการบังคับใช้ข้อ 1 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) ให้ยกเลิกความในส่วนที่เป็นข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานตามเวลาดังกล่าว และให้ใช้ข้อยกเว้นดังต่อไปนี้แทน (1.) การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆ &amp;nbsp;ของทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพลเรือนซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอื่น (2.) การสาธารณสุข ได้แก่ ผู้ป่วย ผู้ความจำเป็นต้องพบแพทย์และผู้ดูแลบุคคล ดังกล่าว หรือแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติงาน (3) การขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิง ไปรษณียภัณฑ์ พัสดุภัณฑ์ หนังสือพิมพ์ หรือสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก (4) การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่งหรือขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศของทางราชการหรือของตนเองเพื่อการเฝ้าระวังหรือกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือผู้เดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยานหรือสถานที่ขนส่งตามที่ทางราชการอนุญาตและให้เปิดทำการได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;(5) การบริการหรือการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ได้แก่ ผู้บริการคนไร้ที่พึ่ง ผู้บริการเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้บริการส่งสินค้าหรืออาหารตามสั่ง ผู้บริการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ ระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าชธรรมชาติผู้บริการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอย ผู้บริการซ่อมแซมและปรับปรุงโครงข่ายและอุปกรณ์ในการสื่อสารโทรคมนาคม ผู้บริการด้านธนาคาร ตลาดทุน ประกันภัย การกู้ภัย การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ ผู้จำเป็นต้องดำเนินการในกรณีเกิดอุบัติหตุ หรือจำเป็นต้องติดต่อราชการกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือพนักงานสอบสวน (6) การประกอบอาชีพซึ่งจำเป็นต้องกระทำภายในช่วงเวลาพิเศษ ได้แก่ ผู้เข้าออกเวรยาม กะ หรือการทำงานตามผลัดเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติของทางราชการ เอกขุน โรงงาน หรือการดูแลรักษาความปลอดภัย ผู้ประกอบอาชีพประมง การกรีดยาง การตรวจรักษาสัตว์ (7) เหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีตาม (1) ถึง (6) ให้บุคคลที่มีความจำเป็นดังกล่าวแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น และเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการ การเดินทางหรือหลักฐานอื่นๆ ต่อเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด รวมถึงการยอมรับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สำหรับกรณีตาม (7) ให้แสดงเหตุจำเป็นพร้อมทั้งหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าสถานีตำรวจหรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุญาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 ในกรณีมีความจำเป็นสมควรยกเว้นความในข้อ 1 เพิ่มเติมเป็นการทั่วไป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งยกเว้นผู้ประกอบกิจการอื่นอันมีลักษณะทำนองเดียวกันภายในกรอบของกิจการตามข้อ 1 (1) ถึง (6)เพิ่มเติม โดยอาจกำหนดสถานที่ เงื่อนไข และเงื่อนเวลาด้วยก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 ในกรณีมีการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และเป็นความผิดตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกฐานความผิดนั้นโดยเร็ว
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 มษายน พ.ศ.2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50 ราย ยอดสะสม 2,473 ราย ใน 68 จังหวัด หายป่วยสะสม 1,013 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 33 ราย โดยรายที่ 33 เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวคือโรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 6 เม.ย. มีอาการไข้ 38.9 ถ่ายเหลว อาเจียน หายใจหอบเหนื่อย ความดันโลหิตตก เอกซเรย์พบปอดอักเสบ รุนแรงและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตวันที่ 7 เม.ย. รายนี้แม้อายุไม่มาก แต่มีโรคเอสแอลอี ติดเชื้อง่ายและรุนแรง หากใครมีญาติเป็นโรคนี้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอันตรายถึงชีวิต&amp;nbsp;
หวั่นวัยทำงานนำโรคติดปู่ย่าตาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50 ราย มาจาก 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 27 ราย กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และสัมผัสกับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ รวมถึงอยู่ในสถานที่เสี่ยง 15 ราย กลุ่มที่ 3 อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 8 ราย ซึ่งในส่วนนี้มาจากการตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่ จ.ภูเก็ต 4 คน และเมื่อเทียบอัตราผู้ติดเชื้อต่อจำนวนประชากร จ.ภูเก็ต ยังเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด จึงมีมาตรการที่แรงกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม วันนี้มีผู้ป่วยรายแรกใน จ.พังงา ทำให้เหลือจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ 9 จังหวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เมื่อดูจากสาเหตุผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด พบว่าสาเหตุอันดับ 1 มาจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันรองลงมาคือสัมผัสกับคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และอยู่ในกลุ่มอาชีพเสี่ยง ถ้าดูภาพรวมในสัปดาห์นี้ พบว่าอัตราการติดเชื้อจากทุกกลุ่มเสี่ยงลดลง ทั้งนี้ ช่วงอายุที่เป็นพาหะนำโรคมากที่สุดคือ 20-39 ปี เป็นวัยทำงานที่ต้องออกจากบ้าน มีสังคม ไม่เว้นระยะ ห่างทางสังคม ทำให้เกิดการนำเชื้อมาในบ้าน ใครที่มีคนกลุ่มนี้ในครอบครัว ปู่ย่าตายายต้องช่วยกันเตือน ที่เราต้องรายงานสถานการณ์ทุกวันหน้าที่ของทุกคนคือรับรู้และแปลงไปสู่การปฏิบัติไม่ต้องรอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการเสียสละเพื่อชาติทำได้ง่ายมาก แค่อยู่บ้านนั่งดูโทรทัศน์ก็ช่วยได้แล้ว ไม่ต้องทำอะไรที่เหนื่อยกว่านี้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งโลกวันนี้มีถึง 1,603,984 ราย เสียชีวิต 95,731 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าดูอัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 1 ล้านคน พบว่า สเปน มากที่สุด 316.06 รองลงมาคือ อิตาลี 292.04 ขณะที่ไทยมีเพียง 0.48 อยู่อันดับ 56 ในหลายประเทศที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากมาพร้อมๆ กัน ทำให้เห็นภาพแพทย์ต้องเลือกว่าจะช่วยใคร ซึ่งเป็นความลำบากใจของแพทย์ และสะเทือนใจคนทั้งโลก ดังนั้นเราไม่อยากเจอภาพนั้นในประเทศไทย จึงต้องช่วยกันป้องกัน ตอนนี้แพทย์ยังสามารถดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ สามารถคำนวณปริมาณน้ำเกลือและยาได้อยู่ แต่ถ้าล้นเป็นหมื่นไม่เพียงพอแน่จึงต้องร่วมมือกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีจังหวัดที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 11 จังหวัด ส่วนผู้ที่มีการกักตุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วมาสังสรรค์กันช่วยเทศกาล ถ้าเกิดมีการรวมตัวกันแล้วทำให้เกิดเสียงดัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาดำเนินคดีได้ เพราะอยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการประชุมของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรายังเห็นพฤติกรรมที่เกิดจากการร่วมกลุ่มเล็กๆ แม้ร้านค้าจะไม่ให้นั่ง ก็ยังเห็นจับกลุ่มนั่งยองๆ ก๊งเหล้า ถือว่าสุ่มเสี่ยงมาก จึงขอร้องคนหนุ่มสาวทั้งหลายวัยทำงาน การไปรวมกันจะเป็นพาหะนำโรคไปติดปู่ย่าตายาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง เรากังวลมาก เพราะกำลังคุมกันได้ดีๆ ลุ้นตัวเลขผู้ติดเชื้อกันทุกวัน อยากให้ลดลง จึงอยากให้คนในครอบครัวช่วยกันดูแลอย่าให้ไปชุมนุมมั่วสุม นอกจากนี้ มีจังหวัดที่ผู้ว่าฯ ประกาศระงับการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ภูเก็ต สตูล ตราด น่าน ยะลา พัทลุง สงขลา บึงกาฬ ระนอง ร้อยเอ็ด ตรัง มุกดาหาร นครพนม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคนไทยที่เตรียมเดินทางกลับประเทศ ตามหลักคนไทยมีสิทธิกลับประเทศ แต่เราก็ต้องดูแลคนไทยในประเทศอีกกว่า &amp;nbsp;60 ล้านคน จึงต้องจัดสมดุลให้ดี จึงนำมาสู่แนวคิดที่ว่า ในเมื่อเราเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบในประเทศ คนที่อยู่ในต่างประเทศก็ถือเป็นคนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ถ้าให้เกิดการเคลื่อนย้ายคนให้น้อยที่สุด หากเขาอยู่ต่างประเทศแล้วถูกหยุดจ้างงาน ไม่มีรายได้ จะทำอย่างไรให้เขาอยู่ได้ จะส่งเงินไปได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมองว่ามันเป็นเหตุเป็นผล ต้องดำเนินการให้เขาดำรงชีพอยู่ได้ เพราะก็เป็นคนไทย หลายคนในที่ประชุม ศบค.เห็นด้วย เหลือแค่หลักปฏิบัติที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ไปดูตัวเลขและกลับมารายงานว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไร แล้วจึงจะสรุปแนวทางออกมา ดังนั้นเรื่องนี้จึงถือเป็นแนวคิดอยู่
สธ.ย้ำยังไม่ผ่อนคลาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วิธีการจัดการปัญหาในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เท่ากัน แต่นอกเหนือจากสถานการณ์แล้วความสำคัญที่สุดคือความร่วมมือกัน ซึ่งยังคงย้ำให้งดการเดินทางออกจากบ้าน งดการรวมตัวกันเป็นกลุ้มก้อน ที่หากมีการร่วมกลุ่มกัน และมีผู้ติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเพียงคนเดียว ก็อาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก่อนอีก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคใต้ มีผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นจากกลุ่มที่เดินทางมาจากอินโดนีเชีย ทำให้โรงพยาบาลมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้แพทย์มีอยู่จะต้องดูแลรักษาเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นแรงกดดันในส่วนของการเพิ่มปริมาณงานให้กับโรงพยาบาล ดังนั้นก็อยากให้ทุกคนช่วยกัน ซึ่งให้ภาระงานของจังหวัดภาคใต้เพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่พบผู้ป่วยในแต่ละวันน้อยลง จะสามารถผ่อนคลายมาตรการบางอย่างได้หรือไม่ นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องดีใจหรือติดปีกผ่อนคลายมาตรการใดๆ โดยปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงต้องให้ผู้ป่วยลดลงมากกว่านี้ ทั้งนี้ จะสามารถวางใจได้ว่าเชื้อโควิด-19 ได้หมดไปจากพื้นที่แล้ว คือเมื่อผ่านไป 14 วัน และเจอผู้ป่วยคนสุดท้าย เราถึงจะวางใจว่าพื้นที่นั้นไม่เชื้อเหลืออยู่แล้ว ขอให้อย่าประมาท เพราะโรคนี้มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และมีความรุนแรง ซึ่งไม่สามารถปล่อยให้ระบาดได้อย่างตามใจเชื้อโรคได้ อย่าลืมเหตุการณ์ที่สนามมวยและเหตุการณ์ในสถานบันเทิงที่ทองหล่อ แค่เราพลาดเพียงครั้งเดียวก็จะทำให้ผู้ป่วยมีมากขึ้น ในส่วนของมาตรการผ่อนคลาย ตอนนี้ทุกฝ่ายพยายามดูว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจะผ่อนคลายมาตรการอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เมื่อเวลา &amp;nbsp;09.30 น. ที่ห้องประชุมสถาพร กวิตานนท์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารจังหวัดปทุมธานี แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลในจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;
โดยมี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ, นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และหัวหน้าส่วนราชการ และคณะแพทย์ พยาบาล ผู้บริหารโรงพยาบาลอำเภอในจังหวัดปทุมธานี ร่วมประชุม &amp;ldquo;สามัคคีที่ปทุมธานีเราจะรบร่วมกันในสงครามโควิด-19&amp;rdquo; เพื่อผลักดันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นศูนย์กลางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานี โดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จะเป็นแกนรับเคสทุกเคสที่เกินกำลังโรงพยาบาลอำเภอทุกแห่ง ทั้งที่จะส่งต่อ (refer) เข้า โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลสนาม โดยถือว่าเป็นการรับจากโรงพยาบาลเครือข่ายของตัวเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุทินกล่าวว่า เห็นความพร้อมของบุคลากรทางแพทย์ ถือว่าทำได้เยี่ยมมาก ย้ำว่าไทยเดินมาถูกทางแล้ว เชื่อมั่นว่าจะชนะโควิด-19 ได้แน่นอน สิ่งที่เรียนรู้จากสถานการณ์ของระบาดโควิด-19 นั่นคือเรา ยืมจมูกใครหายใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ต่อไปเราต้องตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างจริงจัง&amp;nbsp;
ด้าน ดร.สุรพลกล่าวว่า ต่อไปนี้เราคือเพื่อนร่วมรบ ขาดอะไรธรรมศาสตร์จะหาให้ พวกเราทุกคนจะได้ทำงานแบบมั่นใจ ถ้าพวกคุณหนักใจอะไรก็บอกธรรมศาสตร์ เราพร้อมไปช่วยทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ผอ.ศบภ.ทบ.) เปิดเผยว่า จำนวนกำลังพลของกองทัพบกที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงสะสมเท่าเดิมอยู่ที่ 11 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นกำลังพลในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม โดยออกจากโรงพยาบาลแล้ว 10 ราย แต่ยังคงกักตัวอยู่ที่บ้านตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด ซึ่งรวมถึง พล.ต.ราชิต อรุณรังสี เจ้ากรมสวัสดิการกองทัพบกด้วย&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กองทัพบกเดินหน้าสนับสนุนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในการจัดตั้งสถานที่เฝ้าระวังและสังเกตอาการของรัฐ (State Quarantine) ทั้งในส่วนกลางและในแต่ละจังหวัด รองรับการส่งผู้เดินทางเข้าประเทศและกลุ่มเสี่ยง โดยล่าสุด พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้แม่ทัพภาคในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ให้การสนับสนุนขับเคลื่อนการจัดตั้งสถานที่ควบคุมและสังเกตอาการของจังหวัด ซึ่งบูรณาการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทุกพื้นที่มีความปลอดภัยและมีความมั่นใจในการเตรียมสถานที่เพื่อรองรับสถานการณ์ให้ดีที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เชิญชวนประชาชนโหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง เพราะเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจ ที่มีการสนับสนุนการทำงานของแพทย์ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ และประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง และยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ เสริมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พินิจ บุญเลิศ, นพ.พฤหัส ต่ออุดม, นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง, พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e906ad71b500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แซ่ซ้องพระบารมี พสกนิกร ทำดีถวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์-เราทำดีด้วยหัวใจ ก่อนที่จะรับชมพระราชพิธีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ บ้างก็เดินทางเข้า กทม.เพื่อเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ที่หน้าซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.ปทุมธานี เป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และร่วมชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยและสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค โดยมีนายเวทย์ พัฒนชัยวงษ์คูณ หัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี นายธีรศักดิ์ เงยวิจิตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี นางดลวสา บุญเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นายผล ดำธรรม รอง ผวจ.ปทุมธานี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา ประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลือง ร่วมรับฟังและชมการถ่ายทอดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพินิจนำข้าราชการและประชาชน ถวายดอกบัวเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดปทุมธานีได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้บริเวณชั้นล่างศาลากลางจังหวัดปทุมธานี และจัดสถานที่ให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายพระพร บริเวณห้องเจ้าพระยาปทุมธานี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 พร้อมนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สวมเสื้อสีเหลืองร่วมลงนามถวายพระพร โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.นครราชสีมา นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ร่วมกิจกรรม เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 10 รวมทั้งให้ประชาชนได้แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ นำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายประจวบ อาจารพงษ์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ประชาชนจิตอาสา และประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน พร้อมใจสวมใส่ชุดจิตอาพระราชทาน และเสื้อสีเหลืองร่วมพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จนถึงเวลา 16.30 น. พสกนิกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกหมู่เหล่าร่วมรับชมการถ่ายทอดสด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม พร้อมด้วยนางวิไลวรรณ ไกรโสดา นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.นครพนม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชน ประกอบพิธีถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฤกษ์เวลา 09.00 น. และรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามชมพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ ส่วนช่วงบ่ายเวลา 16.30 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ถ่ายทอดสด เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจเจริญ ที่สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ (ศาลหลักเมือง) ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ นายวงเทพ เขมวิรัติน์ รอง ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นประธาน นำเหล่าจิตอาสากว่า 500 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยการพัฒนาปรับปรุง ทำความสะอาดบริเวณสวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ และบริเวณคลองสวนพุทธอุทยาน ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่บริเวณซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายวงเทพเป็นประธานนำข้าราชการทุกหมู่เหล่า โดยมีนายธนูสินธ์ ไชยสิริ รอง ผวจ.อำนาจเจริญ นางสุภวรรณ อมรโรจน์วรวุฒิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ คณะข้าราชการ เหล่าจิตอาสา ประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง และร่วมในพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีถวายพระพรชัยมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่วนภูมิภาคจังหวัดกาฬสินธุ์ และรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วงเช้าเริ่มเวลา 08.40-12.00 น. และช่วงบ่ายเวลา 15.30 น. โดยมี พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา และประชาชน ร่วมพิธี กว่า 3,100 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นำหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ออกรับบริจาคโลหิตที่บริเวณชั้น 1 หอประชุมจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลากลางจังหวัด โดยมีข้าราชการ จิตอาสา ประชาชน มาบริจาคโลหิตจำนวนมาก เพื่อร่วมทำบุญในโอกาสครั้งสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองบัวลำภู ที่สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.หนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น ผวจ.หนองบัวลำภู พร้อมข้าราชการทุกหน่วย และประชาชน ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาก ที่หน้าศาลากลางจังหวัดตาก นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก เป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีข้าราชการระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสากว่า 5,000 คน ร่วมงาน พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างทอง ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือมะห์ ตลาดทรัพย์ทวี ถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี ต.ย่านซื่อ อ.เมือง นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง นำอาหารคาวหวาน ก๋วยเตี๋ยวเรือ ลาบ น้ำตก ส้มตำ เฉาก๊วย นำดื่ม มาบริการฟรีแก่พี่น้องประชาชนชาวอ่างทอง ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. พร้อมทั้งยังแจกคูปองเพื่อให้ลุ้นรับรางวัล สร้อยคอทองคำ 1 สลึง 5 รางวัล พัดลมอีก 20 รางวัล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นจุดจอดรถให้บริการรับ-ส่งประชาชนที่ต้องการเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 โดยทางจังหวัดอ่างทองร่วมกับ อบจ.อ่างทอง จัดรถไว้รองรับ พร้อมอาหารว่างรับประทานระหว่างเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา ที่บริเวณหน้าศากลากลางจังหวัด นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าประกอบพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยพสกนิกรที่มาร่วมพิธีต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง และชุดจิตอาสาพระราชทาน เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดสถานที่ให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายพระ พร้อมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครนายก นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นครนายก เป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก โดยมีข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสาและประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมพิธี พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ จังหวัดนครนายกได้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมจัดสมุดลงนามเพื่อให้พสกนิกรชาวจังหวัดนครนายกร่วมลงนามถวายพระพร และตั้งโรงครัวพระราชทานบริการอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้มาร่วมพิธีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สระแก้ว นายวิชิต ชาตไพสิฐ​ ผวจ.สระแก้ว พร้อมด้วยนางสุปราณี ชาตไพสิฐ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด​สระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาและประชาชน พร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและชุดจิตอาสา ร่วมลงนามถวายพระพร และร่วมพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะ​เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว​ พร้อมร่วมรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สร้างความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี เวลา 09.00 น. พสกนิกรชาวจังหวัดจันทบุรีทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองเข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชื่นชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยที่วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รอง ผวจ.จันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน ร่วมพิธีตักบาตรอาหารแห้ง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระภิกษุสงฆ์ 69 รูป ทั้งยังมีการตักบาตรอาหารแห้งที่วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) วัดจันทนาราม วัดป่าคลองกุ้ง และวัดประจำอำเภอทั้ง 10 อำเภอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราด ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.ตราด เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะ พร้อมทั้งนำเหล่าข้าราชการ ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร นายศุภมิตร ชิณศรี รอง ผวจ.ตราด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ประชาชนจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ นักเรียน นักศึกษา และพสกนิกรจังหวัดตราดจากทั้ง 7 อำเภอ จำนวนนับหมื่นคนเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลา 05.30 น. นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมประชาชนและสมาชิกชมรมวิ่งจากหลายชมรมกว่า 300 คน สวมเสื้อเหลืองวิ่งเทิดพระเกียรติ &amp;ldquo;Run For King&amp;rdquo; ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากหน้าวังไกลกังวลไปวนกลับที่สนามบินบ่อฝ้าย ผ่านถนนข้างวัดวังไกลกังวล ผ่านสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ถึงหน้าวังไกลกังวล จากนั้นนักวิ่งทุกคนได้ร่วมกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ส่วนบริเวณลานพิธีอเนกประสงค์ หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถนนสละชีพ จังหวัดได้จัดสร้างซุ้มเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เพื่อประกอบพิธีถวายราชสักการะ ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมพิธีแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีเหลือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นราธิวาส บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รอง ผวจ.นราธิวาส นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ตุลาการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา และพสกนิกรชาวจังหวัดนราธิวาสทุกหมู่เหล่าสวมชุดจิตอาสา เสื้อสีเหลือง ร่วมพิธี จากนั้นรับชมการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมพร ข้าราชการทหาร ตำรวจ จิตอาสา ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ได้พร้อมกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด จากนั้น นายสนิท ศรีวิหค รอง ผวจ.ชุมพร ประธานในพิธี ได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ส่วนที่ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดชุมพร มีการตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยมีพสกนิกรชาวชุมพรร่วมลงนามถวายพระพรจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นได้รับชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมด้วยนางอุรสา จินโต ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงสาธารณสุข และนักศึกษาหลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 (ปธพ.7) เตรียมจัดโครงการ &amp;ldquo;หน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค. ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้จัดคลินิกตรวจโรค 22 คลินิกแพทย์เฉพาะทาง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทันตแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากหลายสถาบันการแพทย์กว่า 500 คน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ท้องถิ่นขาดแคลน ให้บริการตรวจรักษา-ผ่าตัดโดยไม่คิดมูลค่า คาดว่าจะสามารถตรวจรักษาผู้รับบริการได้มากกว่า 10,000 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิกา กองฉลาด, ดร.พินิจ บุญเลิศ, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร, สนั่น พงษ์อักษร, สยาม ศิริมงคล, สุภวรรณ อมรโรจน์วรวุฒิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190505/image_big_5ccee037a7132.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยร่วมกิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผูกผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 วันที่ 13 ต.ค. และวันคล้ายวันสวรรคต ร.5 วันที่ 23 ต.ค. &amp;nbsp;&amp;quot;มท.1&amp;quot; นำคณะพัฒนาคลองเปรมประชากร ปทุมธานี &amp;nbsp;กำจัดขยะมูลฝอย แหล่งน้ำเน่าเสีย เพื่อตัดวงจรแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) &amp;nbsp;ประธานในพิธีโครงการหน่วยพระราชทานจิตอาสาพัฒนาคลองเปรมประชากร จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมที่ดิน, นายชยพล ธิติศักดิ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ พร้อมใจใส่เสื้อโทนสีเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน โดยมีกำหนดการปฏิบัติงานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กำจัดวัชพืช ขยะและสิ่งปฏิกูลกีดขวางทางน้ำในลำคลองในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ คลองเปรมประชากร และคลองรังสิต 1 ถึง 15 ในวันที่ 14-22 ต.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ต.ค.2561 และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 23 ต.ค.2561 ในช่วงระหว่างวันที่ 12-23 ต.ค.2561 ประกอบกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ภายใต้ชื่อ พัฒนาคลองเปรมประชากรปทุมธานีใสสะอาดอย่างยั่งยืน จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย โดยเน้นกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำที่เน่าเสีย จัดเก็บขยะและวัชพืช การกำจัดขยะหรือสำรวจภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชนของจังหวัดปทุมธานี เน้นที่หมู่บ้าน ชุมชน วัด โรงเรียน และพื้นที่โดยรอบในทุกตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเก็บกวาดขยะ สิ่งปฏิกูล ระบายน้ำขังตามร่องต่างๆ สุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลาย ปิดภาชนะน้ำขัง เก็บ คว่ำหรือทำลายภาชนะน้ำขังที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคน ทุกฝ่ายต่างตระหนักและให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาดของบ้านเรือนถิ่นฐานที่อยู่ ช่วยกันค้นหาและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และเก็บน้ำ ปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค คือ ไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รมว.มหาดไทยพร้อมคณะได้ลงเรือตรวจสำรวจพื้นที่ตำบลหลักหกคลองเปรมประชากรและช่วยกันเก็บขยะและผักตบชวา บริเวณชุมชนวัดรังสิต และเดินทางดูประตูระบายน้ำคลองเปรมประชากรฝั่งใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 วันที่ 13 ต.ค.61 และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ต.ค.61 อย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสาแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผูกผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน จำนวนกว่า 2,000 คน ร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณสนามด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯ นครพนม พร้อมฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยทุกคนพร้อมใจกันแต่งกายสวมใส่เสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ติดบัตรประจำตัวที่หน้าอกด้านซ้าย จ.นครพนม ระหว่างวันที่ 12-23 ต.ค.61 ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะยุงลาย&amp;rdquo; มุ่งเน้นกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำเสีย ในบริเวณที่มีน้ำขัง กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อตัดวงจรแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย มีพื้นที่เป้าหมายทุกแห่ง เช่น ชุมชน หมู่บ้าน วัด และโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ &amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล บริเวณโดมอเนกประสงค์ 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยได้นำจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ จากหลายสาขาอาชีพ พร้อมด้วยกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 26 และ ร.23 พัน 4 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก รวมกว่า 2,000 คน ร่วมกันล้างทำความสะอาดพื้นผิวถนนบริเวณถนนคนเดินเซราะกราว เก็บกวาดขยะ กำจัดวัชพืช รอบคลองละลมโบราณทั้ง 6 ลูกในเขตเทศบาลเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิจิตร นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าฯ พิจิตร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; โดยมีจิตอาสากว่า 1,000 คนเข้าร่วมทำกิจกรรมใส่ทรายอะเบทในภาชนะตามบ้านเรือนประชาชนของชุมชนพิจิตรธานี เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุงลาย จากนั้นได้ปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นต้นไม้มงคล และได้ร่วมกันทำความสะอาดสวนสาธารณะชุมชนพิจิตรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อ่างทอง นายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าฯ อ่างทอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ภายใต้โครงการจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยมีข้าราชการ เอกชน &amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน และประชาชนผู้มีจิตอาสา จำนวนกว่า 500 คน แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการร่วมกันปฏิบัติการจิตอาสาอย่างพร้อมเพรียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสากว่า 5,000 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; ภายใต้ชื่อ &amp;quot;จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย&amp;quot; โดยกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำที่เน่าเสียบริเวณที่มีน้ำขัง การกำจัดขยะหรือภาชนะที่มีน้ำขังเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พื้นที่เป้าหมายคือทุกตำบล เน้นที่หมู่บ้าน ชุมชน วัดโรงเรียน และพื้นที่โดยรอบของทุกตำบล ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.-23 ต.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง นายณัฐพงษ์ เนียมสม นายกเทศมนตรีตำบลนาตาล่วง อ.เมืองตรัง พร้อมข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างเทศบาลฯ และพสกนิกรชาว ต.นาตาล่วง พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมกันขุดลอกคลองน้ำผุด กำจัดวัชพืชและผักตบชวา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบรอบ 2 ปี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน โดยการขุดลอกคลองน้ำผุดในครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดเส้นทางเพื่อให้น้ำไหลสะดวกมากขึ้น กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ณัฐพงษ์ เนียมสม, ดร.พินิจ บุญเลิศ, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, สุธี มากบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc34bbb41c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงทีมหมูป่าเหมือนญาติ ทั่วไทยขอพรให้ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยห่วงใย &amp;quot;13 ชีวิต&amp;quot; เหมือนญาติตัวเอง ทั่วประเทศร่วมตั้งจิตภาวนา สวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอดภัย นักเรียน ม.ปลายพับนกกระเรียนพันตัวส่งแรงใจ &amp;quot;โจ้ 5 หลา&amp;quot; ให้กำลังใจทีมหมูป่าฯ พร้อมเป็นโค้ชส่วนตัวสานฝันฟุตบอลอาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพลความห่วงใย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,044 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-27 มิ.ย. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.3 สนใจติดตามข่าวช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง มีเพียงร้อยละ 2.7 ไม่ได้สนใจติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.4 ติดตามข่าวจนรู้สึกห่วงใยมากที่สุดเหมือนจะเป็นญาติของตนเอง เห็นแล้วตื้นตันใจความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนไทย, ร้อยละ 45.5 รู้สึกห่วงใยมาก ขณะที่เพียงร้อยละ 3.1 รู้สึกเฉยๆ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.3 รับรู้ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 44.4 รับรู้มาก และร้อยละ 1.3 รับรู้น้อยถึงไม่รับรู้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงการรับรู้ต่อการทุ่มเททำงานหนักของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.7 รับรู้ถึงการทุ่มเททำงานหนักของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และร้อยละ 45.1 รับรู้มาก และร้อยละ 1.2 รับรู้น้อยถึงไม่รู้เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 เห็นด้วย ถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อเหตุการณ์ช่วยชีวิตคนยามฉุกเฉิน ทุกวินาทีมีค่าที่ต้องช่วยเหลือกัน มีเพียงร้อยละ 1.4 ที่ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความปลอดภัยที่ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำตก ภูเขา ถ้ำ และเกาะแก่งต่างๆ ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยมากขึ้น พบว่า ร้อยละ 89.3 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในขณะที่ร้อยละ 10.7 ไม่เห็นด้วยถึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครราชสีมา ก่อนการประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมาและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครราชสีมา ประจำเดือน มิ.ย. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดทุกกระทรวงทบวงกรม ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กร นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า คหบดีผู้ที่เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน ได้ลุกขึ้นยืนพนมมือไหว้สวดมนต์ พร้อมสวดอธิษฐานขอพรพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลประทานพรให้เด็กๆ และโค้ชรวม 13 คน รวมถึงผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือน้องๆ ให้ออกจากถ้ำเขาหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเจติยภูมิ หรือวัดพระธาตุขามแก่น &amp;nbsp;ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง นำคณะสงฆ์และชาวขอนแก่น รวมกว่า 300 คน ร่วมกันประกอบพิธีสืบต่อดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ให้กับทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ยังคงสูญหายอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ โดยพิธีกรรมดังกล่าวเป็นไปตามความเชื่อของชาวอีสาน เพื่อต่อดวงชะตาให้กับทั้ง 13 คน ให้รอดพ้นจากอันตราย กลับบ้านคืนสู่อ้อมอกครอบครัวได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอล ขอนแก่น ยูไนเต็ด ได้จัดทำเสื้อชุดพิเศษ ที่เป็นการนำชุดแข่งทีมในบ้านของสโมสร สีแดง สกรีนหมายเลข 13 ไว้ที่ด้านหลังเสื้อ และทำการสกรีนชื่อทีม &amp;ldquo;MOOPA FC&amp;rdquo; เพื่อส่งกำลังให้กับทีมนักฟุตบอลเยาวชน &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี&amp;rdquo; และโค้ช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนากล่าวว่า ทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้ง 13 คนจะปลอดภัย และกลับสู่อ้อมกอดของคนในครอบครัว และก้าวสู่วงการฟุตบอลตามที่ใฝ่ฝัน ซึ่งสโมสรฟุตบอลขอนแก่นฯ พร้อมรับน้องๆ ทั้ง 12 คนเข้าสู่กระบวนการการเรียนการสอนฟุตบอล และเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพตามที่แต่ละคนนั้นต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรายุทธ ชัยคำดี หรือ โจ้ 5 หลา อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลขอนแก่นฯ กล่าวว่า ได้ทำคลิปโพสต์ในโซเชียลฯ เพื่อส่งกำลังใจให้กับทั้ง 13 คน และคณะทำงานที่ทำงานกันอย่างหนัก และเพื่อสานฝันให้กับเด็กๆ ทั้ง 12 คน พร้อมที่จะเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับทุกคนเพื่อก้าวสู่วงการฟุตบอลอาชีพ และเป็นกำลังหลักของวงการฟุตบอลไทยในอนาคตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายปัณณทัต วิวัตรชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม พร้อมคณะครู บุคลากร และนักเรียนกว่า 3,000 คน พร้อมใจกันร่วมสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน และนั่งสมาธิตั้งจิตภาวนาขอให้นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีม &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี&amp;rdquo; &amp;nbsp; ทั้ง 13 คนปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือทุกคนออกมาได้โดยเร็วด้วย นอกจากนี้นักเรียนยังได้รวมพลังกันตะโกนคำว่า &amp;ldquo;หมูป่าอะคาเดมี สู้ๆ&amp;rdquo; เพื่อให้กำลังใจทั้ง 13 คน รวมถึงครอบครัวของทีมหมูป่าฯ &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมใจกันสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และยืนสงบนิ่ง ส่งกำลังใจไปให้กับน้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ที่ยังคงติดอยู่ในถ้ำเป็นวันที่ 6 ภาวนาขอให้ทั้ง 13 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เข้าไปช่วยเหลือปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าพระพุทธมหาธรรมราชา พุทธอุทยานเพชบุระ อ.เมืองฯ จ.เพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนายอธิวัฒน์ ชิดอรุณธนวัฒน์ อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์, นายอดิเทพ กมลเวชช์ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวเพชรบูรณ์ พร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อหน้าพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอให้คุ้มครองปกปักรักษาให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ และโค้ช จำนวน 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ ออกมาจากถ้ำได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายอัสนาวี มุคุระ ประธานอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู และกรรมการมัสยิดทุกพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ได้มาร่วมกิจกรรมในการจัดงานอิดิ้ลฟิตรี ที่โรงแรมมารีไทม์ปาร์คแอนด์สปารีสอร์ท จังหวัดกระบี่ &amp;nbsp; ทำกิจกรรมสงบนิ่งเพื่ออธิษฐานและขอพรจากพระเจ้า จงดลบันดาลให้เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าฯ และโค้ชทั้งหมด 13 ชีวิต พร้อมด้วยกองกำลังเจ้าหน้าที่ที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ให้มีความปลอดภัยและประสบความสำเร็จ ออกมาโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนกะทู้วิทยา จำนวน 1,180 คน ร่วมสวดมนต์ &amp;ldquo;โมรปริตร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทสวดมนต์เพื่อความแคล้วคลาด ปลอดภัย พร้อมกับภาวนาและนั่งสมาธิ &amp;nbsp;ส่งจิตให้กับกลุ่มนักฟุตบอลทั้ง13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ ให้ออกมาจากภายในถ้ำอย่างปลอดภัย กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอันเป็นที่รักต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นักเรียนภาษาญี่ปุ่น ชั้น ม.5 และ ม.6 โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ได้ร่วมกันพับนกกระเรียนให้ได้มากกว่า 1,000 ตัว ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ความหวัง ความโชคดี และความสุข เพื่อส่งกำลังใจให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ให้ยังคงมีชีวิตและช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พินิจ บุญเลิศ, นครราชสีมา, นพดล กรรณิกา, ปัณณทัต วิวัตรชัย, พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร, วัฒนา ช่างเหลา, วัดเจติยภูมิ, วิเชียร จันทรโณทัย, ศรายุทธ ชัยคำดี, ศุภชัย ลีเขาสูง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิเทพ กมล, อธิวัฒน์ ชิดอรุณธนวัฒน์, อัสนาวี มุคุระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34f06d8f705.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
