<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนสุดท้าทาย &quot;เปลี่ยนผ่าน&quot;พลังงาน-คมนาคม สู่คาร์บอนฯเป็นศูนย์      </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการนำเสนอแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเทศไทย ภาคพลังงานเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก &amp;nbsp;43% ภาคขนส่ง27% รวมแล้ว 70% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ปัญหา คือ พลังงานที่ใช้ในบ้านเรามาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ภาคการขนส่งเองก็เผชิญปัญหา เพราะทุกวันนี้ 99.95% &amp;nbsp;ของยานพาหนะทั้งหมดในไทยเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันซึ่งเป็นที่มาของฝุ่นพิษ PM2.5

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ สภาพการจราจรที่ติดขัดติดติดอันดับ 10 ของโลก จากความหนาแน่นของจำนวนรถยนต์ ทุกวันนี้มีรถยนต์จดทะเบียนสะสมมากกว่า &amp;nbsp;10 ล้านคัน ทุกปีคนเมืองเสียเวลาไปกับนั่งแช่บนท้องถนน 8 วัน กับอีก 15 ชั่วโมง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึง 11 พันล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กล่าวมาล้วนเป็นที่มาของปัญหามลพิษ PM2.5และสภาพอากาศที่ย่ำแย่ ที่ทำให้ไทยติดอันดีบด้านความเสี่ยงและความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ &amp;nbsp;ในอันดับ 9 ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานทั้งภาคการผลิตและเพื่อการขนส่งจากน้ำมัน หรือพลังงานฟอสซิล &amp;nbsp;มาเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีเป้าหมายคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ ถือเป็นเครื่องมือต่อสู้และบรรเทาผลกระทบจากภาวะ&amp;quot;โลกร้อน&amp;quot; ซึ่งนับวันส่งผลกระทบชัดเจน ในรูปของภัยแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยและยาวนานขึ้น รวมทั้ง ไฟป่าที่เป็นผลพวงจากภัยแล้ง &amp;nbsp;หรือการเกิดอุทกภัยถี่ขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 53 จาก 115 ประเทศ ที่มีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่วนสวีเดนครองแชมป์มีประสิทธิภาพสูงสุด &amp;nbsp; แต่ในด้านเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกในอาเซียน ไทยอยู่ในอันดับ 6 ร่วมกับเวียดนาม ยังตามหลังฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์และกัมพูชา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุนี้ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม จับมือกับสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เสนอการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและคมนาคมขนส่งของประเทศไทยจากปัจจุบันไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนผ่านงาน &amp;rdquo;พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต&amp;rdquo; ซึ่งเปิดให้คนรักโลกเข้าชมตั้งแต่วันที่ 12-18 มี.ค.นี้ ที่ลานกิจกรรรมชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไฮไลต์มีการนำเสนอแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกในสาขาคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2564-2573 &amp;nbsp;ซึ่งมีเป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซในภาคขนส่งราว 35% &amp;nbsp;ภายในปี 73 &amp;nbsp; ในแผนมีการนำเสนอแนวทาง&amp;rdquo;ลด-เปลี่ยน-ปรับปรุง&amp;rdquo; ดังนี้ 1.ลดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทาง เช่น วางแผนพื้นที่เมืองแบบกระชับ &amp;nbsp;การสนับสนุนการทำงานจากบ้าน และการพัฒนาพื้นที่รอบระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนสามารถเดินทางด้วยระบบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;หนึ่งในคมนาคมแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.เปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยสนับสนุนให้เกิดการใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว และการเดินทางด้วยรูปแบบที่ไม่ปล่อยมลพิษ เช่น การเดิน หรือการปั่นจักรยาน &amp;nbsp; ซึ่งลดปัญหารถติด ลดฝุ่นละอองขนาดเล็กในเวลาเดียวกัน 3.ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในยานยนต์ &amp;nbsp;โดยพัฒนาเทคโนโลยีระบบการจัดการจราจรอัจฉริยะ เทคโนโลยีประหยัดพลังงานในยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรพงศ์&amp;nbsp;ไพฑูรย์พงษ์&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไทยต้องมีแผนและนโยบายเพื่อรักษาอุณหภูมิโลกตามข้อตกลงปารีส &amp;nbsp;ซึ่งเป็นข้อตกลงนานาชาติ ทางกระทรวงคมนาคมอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีมาตรการการต่างๆ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะ และเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่วนหนึ่งมาจากจราจรที่ติดขัดในเขตเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบขนส่งทางราง ช่วยลดก๊าชเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การขนส่งสาธารณะในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ขณะนี้เริ่มใช้เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งภายใต้แผนการฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี กำลังวางแผนจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 2,511 คัน &amp;nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนได้ใช้ภายในปลายปีนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสำเร็จจะทำให้เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนระบบรางมีการผลักดันต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจุบัน &amp;nbsp;เปิดให้บริการรถไฟฟ้าระยะทางมากกว่า 170 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 160 กิโลเมตร อีกไม่กี่ปีข้างหน้า กทม.จะเป็นศูนย์กลางพัฒนาระบบขนส่งทางราง นอกจากนี้ จะมีรถไฟฟ้าถึง 14 สาย รวม 553 กิโลเมตร โดยเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ที่กำลังก่อสร้าง ระยะทาง 600 กิโลเมตร เชื่อมกับ 3 สนามบิน

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดคมนาคม กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสำคัญ &amp;nbsp;คมนาคมกำลังกำลังเร่งศึกษาโครงการรถไฟทางไกล จะมีการเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นพลังงานไฮโดรเจน และการใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า โดยจะผลักดันในเขตเมืองใหญ่ อย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต และขยายในเมืองอื่นต่อไป นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกจะร่วมลดมลภาวะอากาศ กำลังหารือเรื่องการลดภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์อีวี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ใช้งานรถอีวีแพร่หลายในไทย &amp;nbsp;ซึ่งตามแผนปฏิบัติการคมนาคมแบบใหม่นี้ จะเปลี่ยนวิถีของคน จะทยอยเปลี่ยนผ่านพลังงานในหมวดต่างๆต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทุกโครงการตั้งอยู่บนหลักขนส่งปลอดภัย เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ทำการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ สร้างการเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเท่าเทียม มุ่งสู่การเดินทางในเมืองระยะใกล้และระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ตัวการโลกร้อน&amp;quot;รองปลัดฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พูลพัฒน์&amp;nbsp;ลีสมบัติไพบูลย์&amp;nbsp;ผอ.กองการต่างประเทศสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเดินหน้่าเปลี่ยนผ่านพลังงานช่วยลดปล่อยก๊าซคาร์บอน &amp;nbsp;เพื่อเป็นไปตามคำมั่นข้อตกลงปารีส โดยตั้งเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้ที่ 20% &amp;nbsp;ในกรณีปกติ ภายในปี 2573 &amp;nbsp; ในฐานะกลไกอีกตัวที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไปสู่พลังงานสะอาด ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2561-2580 &amp;nbsp;กำหนดให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าราว 30% &amp;nbsp;ภายในปี 80 แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2561-2580 &amp;nbsp;กำหนดให้ลดความเข้มข้นการใช้พลังงานลง 30% &amp;nbsp;ภายในปี 80 เช่นกัน นอกจากนี้ จะใช้เทคโนโลยีดูแลระบบพลังงาน ลดคาร์บอนให้ได้มากสุด เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;และระบบพลังงานต้องกระจายตัวเกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น รวมถึงจะปรับปรุงกฎระเบียบให้ตอบสนองการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทย-เยอรมันจัดงาน&amp;rdquo;พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต&amp;rdquo;&amp;nbsp;เสนอแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ยังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด &amp;nbsp;โดยในส่วนพลังงานหมุนเวียน ผลผลิตทางการเกษตรชาวบ้านนำมาสู่เชื้อเพลิงโรงงาน โดยได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม อีกส่วนใช้ไบโอดีเซลเพิ่มความมั่นคงพลังงานไทย รวมถึงใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในเขตเมืองมุ่งเน้นการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ระดับครัวเรือน กระทรวงพลังงานอยู่ในระหว่างจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ มุ่งเน้นแนวคิดเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงพลังงาน โดยแผนนี้จะเปลี่ยนภาคพลังงานให้สะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมด้านพลังงานจะเป็นกุญแจสำคัญ ทำให้ไทยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน และสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในปี 2565 ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ภายใต้แนวคิด โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว &amp;nbsp;หรือ BCG เน้นที่นำทรัพยากรด้านพลังงานของไทยมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แปรสภาพขยะเกิดประโยชน์ทางพลังงาน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.พูลพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96021</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซเรือนกระจก, คาร์บอนไดออกไซด์, ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์, ภาวะโลกร้อน, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์, องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เ, ”พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dba0e89cc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
