<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เลื่อนถกกม. ปลดล็อกกัญชา รอสางสิทธิบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานบอร์ด อภ.ลั่น กัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ ยังเป็นยาเสพติดอยู่ ยันสารสกัดไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ขณะนี่ สนช.เตรียมเรียกอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแจงก่อนแก้กฎหมาย หวั่นเสียท่าต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข วันพุธที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดโครงการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ โดยในช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น &amp;ldquo;ผ่อนปรนกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า กรอบการหารือและระดมความคิดเห็นนี้ เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ และการคลายล็อกกัญชา ขอย้ำว่ากัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ แต่จะนำสารสำคัญในกัญชา ทั้ง THC และ CBD มาใช้ประโยชน์ และยังไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อสันทนาการ ประชาชน หรือคนทั่วไป ยังไม่สามารถปลูกได้ กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการปลดล็อกต้องทำเป็นขั้นตอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทาง ครม.ได้เห็นชอบในหลักการให้นำกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนเรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ 11 บริษัท จดสิทธิบัตรสารสกัดกัญชานั้น ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เพราะสารสกัดจากพืชไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเมื่อวันที่ 15 เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมียื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ นพ.โสภณตอบว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน คิดว่าคงไม่ฟ้อง คงมีการนัดคุยกัน แต่ยังไม่มีการระบุวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ครม.ได้รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดของ สนช. แนวทางการปลดล็อกกัญชาก็จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชายังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 5 เหมือนเดิม แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ผู้ดำเนินการต้องเป็นหน่วยงานรัฐ และมีกำหนดระยะเวลาในการใช้ 5 ปี แต่ต้องมีกฎหมายลูกรองรับ ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า &amp;nbsp;การควบคุมกัญชาใช้ในทางการแพทย์ ตามกรอบวางไว้ ว่า ผู้ดำเนินการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก สายพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้กัญชาคุณภาพ นำสารสำคัญมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผู้ขออนุญาตปลูก ต้องเป็นนิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ มีโรงเรือนปิด ปลอดภัย และมีการกำหนดปริมาณในการปลูก เพื่อให้พอกับความต้องการ แต่บุคคลทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ เพราะกัญชายังถือเป็นยาเสพติด การขออนุมัติปลูกยังต้องผ่านคณะกรรมการยาเสพติดด้วย ซึ่งขณะนี้ผู้ขออนุญาตและใช้ประโยชน์จากกัญชา ของกลางยาเสพติด คือมหาวิทยาลัยรังสิต และองค์การเภสัชกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประมวลกฎหมายยาเสพติดของ ป.ป.ส. และร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดฉบับ สนช. มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหน ต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัด ต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทยหรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัย แต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดุลและปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า แนวคิดผ่อนปรนเรื่องกัญชาออกจากยาเสพติดของไทยมีมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ในปี 2559 อันก๊าส (Ungass) กำหนดให้ประเภทภาคีสมาชิกกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดด้านยาเสพติดที่เหมาะสม ซึ่งไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ที่ผ่านมาบางคนมีการครอบครองเพื่อเสพ แต่เมื่อนำเข้ามาที่สนามบินกลับโดนโทษถึงประหารชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ต้องผ่อนปรนอย่างเหมาะสม โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติด 17 ฉบับ 184 มาตรา มาพิจารณาให้เหมาะสม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ คาดว่าในเดือน ธ.ค.จะผ่านการพิจารณาวาระ 1 ซึ่งจะให้อำนาจ รมว.สาธารณสุข ในการผ่อนปรนยาเสพติดเพื่อใช้ในการศึกษาหรืออุตสาหกรรมได้ หลักของประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ครอบคลุมเรื่องของการเพาะปลูกหรือการทดลองเพาะปลูก และการครอบครองต้องเป็นปริมาณที่เหมาะสม อนาคตจะครอบคลุมกระท่อมให้เสพแบบวิถีพื้นบ้านแบบไม่มีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากวิป สนช.ได้ทราบถึงข้อห่วงใยในกรณีที่มีบริษัทต่างชาติดำเนินการมาขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการนำกัญชาไปในทางการแพทย์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ที่ประชุมวิป สนช.มีความเห็นว่าจำเป็นต้องเชิญอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามาชี้แจงต่อวิป สนช.ในวันที่ 20 พ.ย. ก่อนที่ สนช.จะบรรจุร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนช.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการวิป สนช.กล่าวว่า เท่าที่ สนช.ส่วนใหญ่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วมีความเห็นว่า ปัจจุบันกัญชายังเป็นยาเสพติดต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่สามารถเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่จะได้รับการคุ้มครองทางสิทธิบัตรตามกฎหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 9 (5) ของ พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ที่กำหนดว่าการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน จะไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องไม่รับการจดสิทธิบัตรดังกล่าวเอาไว้ และจำเป็นต้องเพิกถอนคำร้องขอยื่นจดสิทธิบัตรทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า สนช.เป็นห่วงว่าหากไม่ดำเนินการเพิกถอนการขอจดสิทธิบัตรออกไปก่อน เกรงว่าหากต่อไปเมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช. และมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้ต่างชาติได้รับรองการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการที่หน่วยงานภาครัฐหรือมหาวิทยาลัยจะทำการวิจัยค้นคว้าทางการแพทย์ เนื่องจากต้องไปขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรที่เป็นต่างชาติก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิณ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์, นพ.โสภณ เมฆธน, นิยม เติมศรีสุข, สมชาย แสวงการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec2e9b77ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
