<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเป้าสร้างตลาดกลาง&quot;กัญชง&quot;ไทยเชื่อมต่อครบวรจรต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64- ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานกัญชาและกัญชง ว่า การดำเนินงานด้านกัญชาและกัญชงในเฟส 2 เรามีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ใช้ประโยชน์ และการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง &amp;nbsp;วางแผนให้ครบทั้ง value chain คือ ต้นทาง กลางทางและปลายทาง โดยเฉพาะกัญชง ที่ข้อกฎหมายเปิดมากกว่ากัญชา ให้ประชาชนและเอกชนปลูกได้ จึงเป็นโอกาสที่ดีต่อการพัฒนามาก ในวันที่ 25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา การประชุมของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ได้มีการพูดคุยถึงการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนของภาครัฐ รวมถึงระบบการขออนุญาต เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้เลย เมื่อกฎกระทรวงของกัญชง (Hemp) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 มกราคม 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ดร.ภก.อนันต์ชัย ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในการเตรียมการเพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์กัญชงที่มีคุณภาพ สนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พูดคุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้มีเมล็ดพันธุ์กัญชงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 4 สายพันธุ์ แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาของกัญชงในบ้านเราไม่ได้ทำการอย่างกว้างขวาง ทำให้ปริมาณของ CBD ในกัญชงไทยจึงไม่ได้สูงมาก การนำมาสกัดเป็นสาร CBD อาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร จึงต้องมีมาตรการบางอย่างขึ้นมารองรับ เช่น การขออนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์กัญชงที่มี CBD สูงจากหน่วยงานที่ครอบครองไว้แล้ว มาทำการขยายพันธุ์ให้แก่เกษตรกร และในกลางน้ำ จะมีตลาดกลางในการซื้อขายที่มีการจัดสรรที่แยกกันระหว่างกัญชา และกัญชง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้นแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำ test kit เพื่อให้เกษตรกรใช้เพื่อแยกกัญชงและกัญชาเมื่อปลูกในแปลง รวมทั้งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพพืชและผลิตภัณฑ์จากกัญชงที่จะมีการกระจายไปทุกภูมิภาคเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่าย &amp;nbsp;ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดทำแนวทางในการขออนุญาตกัญชา รวมถึงประเภทผลิตภัณฑ์กัญชงที่สามารถขอรับอนุญาต ซึ่งผู้ประกอบการสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับกัญชงที่ถูกต้องได้ในหลากหลายช่องทาง ทั้งเวบไซด์ของกัญชาทางการแพทย์ (https://www.medcannabis.go.th/) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://www.fda.moph.go.th/) เพจเฟซบุ๊คสถาบันกัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการไปควบคู่กันกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การสื่อสารกับประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงผลิตภัณฑ์กัญชาและกัญชงที่มีคุณภาพ ผ่านช่องทางที่หลากหลายโดยเราได้ตั้งคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ขึ้นมาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างให้ตลาดกัญชาและกัญชงไทยเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน, ตลาดกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013aee3763d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ เร่งพัฒนาระบบข้อมูล กำกับ ติดตาม&quot;กัญชา-กัญชง&quot; ตั้งแต่&quot;เมล็ดพันธุ์&quot;ยันถึงมือผู้บริโภค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ม.ค.64- ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการประชุมออนไลน์ มีวาระติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานเร่งรัด (Quick win) เพื่อผลักดันกัญชา-กัญชงสู่พืชเศรษฐกิจ ด้วยการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่งานต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ได้ให้รายละเอียดการประชุมในครั้งนี้ว่า ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้จะทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดเป็นหลัก แต่ก็จะทิ้งงานใดไปไม่ได้ ทุกนโยบายยังคงต้องดำเนินต่อ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขที่มีความตั้งใจขับเคลื่อนดำเนินการตามแผนงาน จนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น การลดระยะเวลาและขั้นตอนในกระบวนการขออนุญาตปลูก ผลิต และจำหน่ายให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น การใช้ประโยชน์จากส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ในทางเศรษฐกิจ โดยการนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ และคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาได้มากขึ้น
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ งานต้นน้ำ ได้แก่ การจัดธนาคารเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชา-กัญชง ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้ทันกับกฎกระทรวงว่าด้วยกัญชงจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชงที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน โดยได้ประสานงานเบื้องต้นไปกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อช่วยจัดหาให้ในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานปลายน้ำ ได้แก่ การจัดทำแนวทางการอนุมัติผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งจากประสบการณ์การใช้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การจัดการความเสี่ยงของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ และการจัดทำแนวทางการจัดบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ โดยความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์ กับ กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่ง นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผอ.สถาบัน กัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการตามภารกิจของสถาบัน ฯ ต่อไป
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ประเด็นที่ได้รับความสนใจในการประชุมครั้งนี้คือ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการกำกับดูแลและติดตามกัญชา-กัญชง ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงมือผู้บริโภค โดยอย. &amp;nbsp;ได้ดำเนินการมาในระดับหนึ่งแล้ว และจะมีการยกระดับให้สามารถประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้ประกอบการ และเพื่อให้สามารถวางแผนเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การศึกษาในต่างประเทศพบว่า ทิศทางและแรงลมสามารถทำให้เกสรปลิวได้ไกลถึง 10 ไมล์ ดังนั้น ในการขออนุญาตปลูกกัญชา-กัญชง จะต้องมีการกำหนดระยะห่างระหว่างต้น &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการผสมของเกสร เนื่องจากดอกเพศเมียมีมูลค่าสูงกว่าและเป็นที่ต้องการในตลาดอุตสาหกรรม จากตรงนี้ อย. ก็จะมีข้อมูลให้ผู้ประกอบการพิจารณาในระหว่างที่มาขออนุญาตปลูกกัญชา-กัญชง ซึ่งระบบเรียลไทม์นี้คาดว่าจะเปิดใช้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&amp;rdquo; ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89588</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์, ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd6d6590d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
