<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยภูเบศรย้ำ &quot;ฟ้าทะลายโจร&quot;ใช้แทน&quot;วัคซีน&quot;ป้องกันโควิดไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.พ.64-จากกรณีมีการแชร์ต่อในโลกโซเชียล ถึงการใช้ฟ้าทะลายโจรเป็นทางเลือกในกรณีที่ยังไม่แน่ใจประสิทธิผลของวัคซีนนั้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกที่ให้ข้อมูลฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 ตั้งแต่แรก ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การเปรียบเทียบการใช้ฟ้าทะลายโจรกับวัคซีนในแง่ของการป้องกันการติดเชื้อโควิดนั้นคงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะฟ้าทะลายโจรถึงแม้จะมีงานวิจัยสนับสนุนว่าน่าจะมีผลต่อภูมิคุ้มกัน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินของโรคโควิด-19 แต่ยังเป็นงานวิจัยในระดับหลอดทดลอง ซึ่งไม่ยังไม่เพียงพอต่อการแนะนำให้ประชาชนใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในขณะที่วัคซีนมีการศึกษาวิจัยในคนแล้วตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีการใช้กว้างขวางในประเทศไทย จีน และในหลายประเทศในยุโรป ในประเทศไทยเองนั้นมีการศึกษาวิจัยว่า ส่วนดอกเป็นส่วนที่มีสารสำคัญสูงที่สุด รองลงมาเป็นใบ ดังนั้นเวลาที่ทางโรงพยาบาลส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูก และเก็บเกี่ยว จะรอจนมีดอกประมาณ 30% แล้วตัดส่วนยอดมาใช้ &amp;nbsp;ตรงนี้จะทำให้ได้สารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์สูงถึง 4% ในช่วงของการระบาดของโควิด-19 ในระลอกแรกกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดหยาบฟ้าทะลายโจรและสารแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสโควิด-19 และทั้งสารสกัดหยาบฟ้าทะลายโจรและสารแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ยั้บยั้งการเพิ่มจานวนของไวรัส ในเซลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็นำมาศึกษาในผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยให้สารสกัดฟ้าทะลายโจรครั้งละ 60 มิลลิกรัม หรือ 3 เท่าของขนาดปกติ วันละ 3 ครั้ง จำนวน 6 ราย พบว่าสารสกัดฟ้าทะลายโจรมีแนวโน้มในการลดความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภญ.ผกากรอง ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยประสิทธิผลของฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากขึ้น ต้องรอฟังผลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แพทย์ทางเลือก และยังมีได้นำไปใช้ในผู้ป่วยโควิด-19 ในผู้ป่วยที่มีอาการน้อยด้วย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อประชาชนเข้าข่ายว่ามีความเสี่ยงโควิด-19 ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ก็สามารถไปตรวจและหากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ก็สามารถรักษาได้ฟรีอยู่แล้ว และในบางโรงพยาบาลก็มีการใช้ฟ้าทะลายโจรกับผู้ป่วยอยู่แล้ว &amp;nbsp;ส่วนกรณีของการกินเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันนั้นไม่มีความจำเป็นต้องกิน เพราะการทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงนั้นต้องการการดูแลสุขภาพที่เป็นองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่เพียงพอ ออกกำลังกาย กินผักผลไม้ อาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการได้รับวัคซีนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92464</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฟ้าทะลายโจร, ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว, รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, วัคซีนป้องกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60222a184fc72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เภสัชกร รพ.อภัยภูเบศร ชี้ใช้กัญชากำหนดตายตัวไม่ได้ ต้องปรับให้เหมาะร่างกายแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
จากกรณีนายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ และหัวหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.วิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่าพบผู้ป่วยใช้น้ำมันกัญชาโดยการหยดใต้ลิ้นเพื่อให้นอนหลับ โดยใช้เกินขนาด กว่า 40 หยดจนประสาทหลอน และต้องส่งห้องฉุกเฉินในกลางดึก พร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้ทุกวันจะมีคนไข้หลายคนขอใบรับรองแพทย์จากหมอ เพื่อยืนยันว่าป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับและโรคอื่นๆ เพื่อไปขอรับกัญชา ถึงแม้จะไม่มีรายงานว่ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดทำให้ถึงตาย แต่ก็ทำให้ป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลได้ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีคนไทยที่กินน้ำมันกัญชาเกินขนาดมาเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าถ้ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฎการณ์ผู้ป่วยแห่เข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชาจาก โรงพยาบาลหนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยเชื่อว่าจะสามารถรักษาได้หลายโรคนับพันราย ตามที่มีการนำเสนอข่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร &amp;nbsp;กล่าวว่าขณะนี้ กระแสกัญชา การใช้น้ำมันกัญชา ค่อนข้างได้รับความนิยม และมีการส่งต่อข้อมูลกันอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว ประกอบกับประชาชนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ &amp;nbsp;ถึงแม้การใช้กัญชาจะมีระบุอยู่ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก &amp;nbsp;แต่ในการรักษา หรือการใช้ทางการแพทย์ยังจำเป็นต้องมีการควบคุมและส่งเสริมประชาชนเรียนรู้เข้าใจอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;มีการค้นพบว่าร่างกายเราสามารถสร้างสารที่มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกัญชาได้ คือ ECS ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกระบบของร่างกาย ปรับสมดุล และมีฤทธิ์ลดการอักเสบ ลดปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องระบบประสาทและสมอง &amp;nbsp;เมื่อร่างกายเกิดภาวะพร่องสารดังกล่าวก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยหรือผิดปกติได้ &amp;nbsp;จึงมีการให้สารจากพืชกัญชาเพื่อฟื้นฟู&amp;rdquo; ดร.ภญ.ผกากรอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขนาดการใช้ที่เหมาะสมนั้น ดร.ภญ.ผกากรอง กล่าวว่า &amp;nbsp;จากข้อสรุปการวิจัย เนื่องจากยากัญชาค่อนข้างมีความซับซ้อนในการใช้ และแตกต่างจากยาแผนปัจจุบันอื่นๆมาก ทำให้กำหนดขนาดตายตัวไม่ได้ ต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละราย หลักการคือ ต้องเริ่มทีละน้อย จากนั้นจึงเพิ่มขนาดจนควบคุมอาการเจ็บป่วยได้ &amp;nbsp;โดยการพิจารณาขึ้นกับสาเหตุหลักคือ 1.ชนิดของกัญชาที่นำมาใช้ &amp;nbsp;สายพันธุ์ ความเข้มข้นของยาสกัด รูปแบบที่ใช้ย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน &amp;nbsp;2. โรคที่ผู้ป่วยเป็น &amp;nbsp;3. การตอบสนองต่อยากัญชา ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้ยาจากกัญชาแต่ไม่ทราบขนาดที่เหมาะสม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินร่างกาย และทราบขนาดยาที่เหมาะสมของตนก่อน ไม่ควรใช้เอง เพราะอาจเกิดอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเองกำลังเก็บข้อมูล และทำการศึกษาอย่างจริงจัง ถึงผลดีผลเสียและความปลอดภัย การใช้อย่างเหมาะสมของยาจากกัญชา และภายในงานวันครบรอบ 78 ปี โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เราจะจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชารวมถึงวิธีการใช้อย่างถูกต้องให้กับประชาชน เรายังคงเชื่อว่า กัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ช่วยบำบัดรักษาโรคได้จริง แต่ต้องใช้อย่างมีสติและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ &amp;rdquo; &amp;nbsp;หากท่านที่ต้องการปรึกษาการใช้ยาสมุนไพร หรือการใช้ยาจากกัญชา สามารถโทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ฯ 037-211289 ในวันเวลาราชการ หรือ เฟซบุ๊คสมุนไพรอภัยภูเบศร&amp;rdquo; ดร.ภญ.ผกากรอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36689</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กัญชาเพื่อการแพทย์, ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว, รพ.อภัยภูเบศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a160f67812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
