<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ เคลียร์ชัด &#039;พระไลฟ์ขายขำ&#039; ปรับเปลี่ยนวิธีสอนธรรมะหรือด้อยค่าพระศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ดร.มงคล นาฏกระสูตร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครร และอดีตผู้ชำนาญการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา อ้างว่า ผู้วิจารณ์พระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปอง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของพระรุ่นใหม่ การไลฟ์สอนธรรมะคือ การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย&amp;nbsp;หากดูตามระเบียบสงฆ์ก็ไม่ได้มีข้อห้ามเอาไว้ พระสงฆ์ใช้เทคโนโลยีเผยแผ่ศาสนาจึงเป็นสิ่งที่กระทำได้และไม่จำเป็นต้องสำรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ดร.มงคล วิเคราะห์ว่า สงฆ์ไลฟ์สด : #ขายขำขายศรัทธา เมื่อวันก่อนมีคนส่งคลิปคนที่เรียกตนว่าเป็นอาจารย์มาให้ดูว่า ทำไมชาวพุทธถึงรับไม่ได้กับวิธีเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เป็นการปรับวิธีสอน เหมือนเอาน้ำตาลไปเคลือบยา วันนี้เชิญมาร่วมวิเคราะห์ด้วยกันว่าปรับเปลี่ยนตามที่ว่าจริงหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศน์ขายขำ : วิธีการที่แสนโบราณ&amp;nbsp;การที่พระสองรูปขายขำไลฟ์สด เป็นที่วิธีการแสนโบราณ พระวิทยากรอบรมค่ายคุณธรรมเด็ก พูดขำกว่าสองรูปนี้หลายเท่านั้น และพระเทศน์มหาชาติ เทศน์แหล่สามารถพูดตลกให้คนขำจนตกเก้าอี้มีมามากมาย ทั้งภาคกลาง เหนือ อีสานใต้ &amp;nbsp;มีทุกที่ แต่เทศน์ให้กลุ่มคนเฉพาะงาน เฉพาะท้องถิ่น จึงดูไม่น่าเกลียด ไม่ใช่เผยแพร่ในสื่อที่สาธารณะรับรู้ เป็นวิธีที่เก่าแก่โบราณ มหาสมปองก็เลียนแบบมาจากสิ่งนี้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิ่งตามก้นชาวบ้าน : ทั้งช่องทางและวิธีการ ที่บอกว่าปรับเปลี่ยนวิธี ไม่เห็นปรับอะไร เลียนแบบรายการที่ชาวบ้านทำทั้งนั้น ทั้งช่องทางไลค์สดชาวบ้านแลก k ยอดไลค์คนดู เขาทำกันทั้งนั้น ยิ่งใช้ภาษาวัยรุ่นที่เด็กวัยรุ่นๆเขาพูด ก็ตามเด็กทั้งนั้น ไม่มีอะไรใหม่ พระที่วิ่งตามก้นชาวบ้านจนลืมสมณสารูปตัวเองว่าอยู่ในฐานะอะไร คุณปรับเปลี่ยนสิ่งใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกสอนเด็ก : แต่รู้จักเด็กแค่ไหน&amp;nbsp;ผู้เขียนเฝ้าดูพฤติกรรมการเผยแพร่ธรรมะของสองรูปนี้มานาน ไม่ได้ช่วยเหลือเยาวชนของเราเท่าที่ควร เพราะไปเน้นแค่เสียงหัวเราะกับชื่อเสียงตนเท่านั้น ที่จริงปัญหาเยาวชนมีมากมาย เช่น เสพยา เรื่องเพศ บ้านแตก ไม่อยากเรียนหนังสือ ความรุนแรง หรือมีช่องว่างระหว่างพ่อแม่และครูอาจารย์ เป็นต้น และสิ่งที่พวกเขาอยากได้ เช่น เสรีภาพ ความท้าทายสิ่งใหม่ หรือพื้นที่ในการแสดงออก เป็นต้น &amp;nbsp;แทบจะไม่เห็นในการบรรยายให้ทางออกแก่เยาวชนเหล่านั้น ปัญหาวัยรุ่นจึงไม่เคยได้รับการแก้ไขจากการแสดงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาธรรมะมาเร่ขาย = ด้อยค่าพระศาสนา พระพุทธศาสนามีคำสอนที่เป็นสัจจธรรมและมีความลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพ ไม่ใช่เอามาล้อเล่นกันสนุกสนาน ศาสนาอื่นเขาเห็นจะพลอยดูถูกไปด้วย&amp;nbsp;ที่จริงสงฆ์ทั้งสองเพียงแค่ใช้รูปแบบการเทศนาและใช้รูปแบบของความเป็นพระมาใช้เท่านั้น หาได้ปลูกฝังอุดมการณ์แบบพุทธ ที่ต้องการให้พุทธศาสนิกชนพ้นจากทุกข์ไม่ เพียงเปลี่ยนจาก offline มาเป็น online เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังฆะเพื่อสังคม : แนวทางของสงฆ์รุ่นใหม่&amp;nbsp;ที่จริงในคณะสงฆ์มีทั้งตัวอย่างที่ไม่ดีและที่ดีมากมาย ที่ดีเช่น หลวงพ่อพุทธทาส หลวงพ่อปัญญานันทะหรือเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ล้วนเป็นแบบอย่างแห่งเผยแพร่ธรรมร่วมสมัยที่สังคมยอมรับและเคารพนับถือ และสงฆ์ต่างประเทศ เช่น องค์ดาไล ลามะ ท่านติช นัท ฮันท์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสงฆ์รุ่นใหม่บทบาทที่ชาวบ้านคาดหวังคือ สังฆะเพื่อสังคม เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การต่อต้านยาเสพติด การช่วยเหลือสาธารณะสงเคราะห์ เป็นต้น ยิ่งทำยิ่งมีคนสนับสนุน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่บอกว่าวิจารณ์ไร้เหตุผล คนพูดแบบนี้ก็เลอะเทอะเช่นกัน เพราะศรัทธาประชาชนเกิดจากการเห็นพระสำรวมในพระธรรมวินัยและเห็นอุดมการณ์การเผยแผ่แบบพุทธแท้ เมื่อพระไม่เป็นอย่างนนั้น วิจารณ์จะไร้เหตุผลได้อย่างไร การพูดเอามันให้ตนดูเด่นกว่าคนอื่น เพื่อหนุนพรรคพวกตน โดยไร้ภูมิรู้และภูมิธรรมที่แท้จริงในสื่อสาธารณะ ไม่ช่วยให้พระพุทธศาสนาให้ดีขึ้นในมิติใดๆเลย...ด้วยจิตคารวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117046</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ จงอาษา, ดร.มงคล นาฏกระสูตร, พระพุทธศาสนา, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61337776131cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ ลากไส้พระขายขำมีวาระแอบแฝง ใช้โซเชียลสร้างพรรคพวก เด็กรุ่นใหม่ตามไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - ดร.มงคล นาฏกระสูตร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครร และอดีตผู้ชำนาญการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;พส. ตลกไลฟ์สด : ท้าทายศรัทธาไทย&amp;quot;&amp;nbsp;กรณีพระวัดสร้อยทอง 2 องค์ได้ทำการถ่ายทอดสดในเฟซบุ๊คอย่างตลกโปกฮา...มีคนติดตามจำนวนมาก กลายเป็นที่กล่าวขวัญ (Talk of The Town) ว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด หรือทำได้หรือไม่ เมื่อตนห่มจีวรกาสยะ อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์อยู่ เรื่องนี้จึงท้าทายต่อศรัทธาและสติปัญญาของชาวพุทธไทยในปัจจุบัน ที่พระทั้ง 2 กล้าทำเช่นนี้มีสาเหตุมาจากอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิยมพระตลก : สัญญาณความเสื่อมของพระศาสนา&amp;nbsp;องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในกิมพิละสูตร อังคุตรนิกายว่า &amp;quot;ดูกรกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในพระธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา ไม่เคารพยำเกรงซึ่งกันและกัน นี้แลกิมพิละ เป็นเหตุ เป็นปัจจัยทำให้พระสัทธรรมอยู่ไม่ได้นาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่พระมหากัสสปะเถระ กล่าวไว้ในคราวสังคายนาว่า &amp;quot;ในคราวหน้า สภาวะมิใช่ธรรมจักรุ่งเรือง ธรรมจักเสื่อมถอย สภาวะมิใช่วินัยจักรุ่งเรือง วินัยจักเสื่อมถอย ภายหน้าอธรรมวาทีบุคคลจักมีกำลัง ธรรมวาทีจักเสื่อมกำลัง อวินัยวาทีบุคคลจักมีกำลัง อวินัยวาทีจักเสื่อมกำลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้คนเป็นแสนมาเข้าชมพระพูดตลกโปกฮา เพื่อเรียกยอดไลค์ เรียกยอดโฆษณา เป็นสัญญาณหนึ่งชาวพุทธตระหนักว่าศาสนาของเราจะอยู่ยาวนานหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดตลกคะนอง : ผิดทั้งธรรมและวินัย พระพุทธองค์ห้ามพระพูดตลกคะนองและพูดเรื่องชาวบ้าน &amp;nbsp;ห้ามพูดเดรัจฉานกถา เช่น พูดเรื่องทางโลก เป็นต้น และในพระวินัยมหาวิภังค์ ตรัสไว้ว่า ภิกษุไม่พึงเปล่งคำตลกคะนอง ปรารภพระรัตนตรัยโดยปริยายใดๆ มีโทษชัดเจน แต่ยังกล้าขัดพระวินัยและชาวบ้านก็ติดตามเป็นอันมาก...เป็นสิ่งที่น่าห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างพรรคพวก : เพื่อปกปิดพฤติกรรมตน&amp;nbsp;ยุทธวิธีของพระกลุ่มนี้ คือ หาพรรคพวก สร้างความนิยมในหมู่ประชาชน ผ่านสื่อสารมวลชนและกลุ่มการเมือง เพื่อเป็นเกราะกำบังปกปิด พฤติกรรมที่หย่อนยานในพระธรรมวินัยของตนและพวกตน เพราะเมื่อถูกตรวจสอบก็จะมีกลุ่มพรรคพวกออกมาช่วยว่าถูกรังแกจากฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อให้มองข้ามเลยหลักพระธรรมวินัยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงฆ์หิวแสง : เพราะปกป้องผลประโยชน์&amp;nbsp;พระที่ใช้สื่อโซเซียลสร้างชื่อเสียง โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยรู้นะรู้โม ล้วนมีวาระซ่อนแอบอยู่หลังฉาก เช่นเป็นเครื่องมือนักการเมืองที่ฝักฝ่าย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ในการชิงอำนาจการเมืองและการเมืองในคณะสงฆ์เอง หรืออาจจะมาจากเรื่องความขัดแย้งเรื่องนิกายที่ตนสังกัด ดูเหมือนออกมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ แต่แท้ที่จริงเป็นแค่ตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและคณะสงฆ์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยปกป้องพระดี : เป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน&amp;nbsp;ในปัจจุบันยังมีพระดีมากมายในบ้านเมืองที่รักษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แต่ไม่ค่อยมีชื่อมีเสียง เพราะถูกพระผู้เก้อยากและไม่ค่อยมีความละอาย แย่งซีนในสื่อสารมวลชนไปแทบไปหมด เนื่องด้วยพุทธศาสนิกชน ไม่มีเวลาสนใจพระศาสนา เหมือนศาสนิกศาสนาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระที่มีความเป็นสมณะ สงบ บริสุทธิ์ด้วยศีลจารวัตร ยังมีมากพอ แต่ชาวพุทธต้องมีสติปัญญามากพอที่มองเห็น อย่าไปสนับสนุนหรือให้กำลังแก่พระอธรรมวาทีเลย เพราะเป็นแค่สัญลักษณ์ของพระศาสนาเท่านั้น ทำบุญไปจะไม่ได้บุญ ปฏิบัติตามคำสอนของพระพวกนี้แล้วจะประสบแต่ความทุกข์และความเสื่อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต คราวนี้เป็นความท้าทายศรัทธาของชาวพุทธอีกครั้งว่าจะรักษาพระพุทธศาสนาไว้กับบ้านเมืองของเราต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิรํ ติฏฺฐตุ พุทฺธสาสนํ&amp;nbsp;ขอให้พระพุทธศาสนา จงตั้งมั่นต่อไปตลอดกาลนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มงคล นาฏกระสูตร โพสต์ข้อความอีกว่า &amp;quot;ได้เวลาดูแลฆราวาสในร่างสงฆ์..อย่างจริงจังหรือยัง?&amp;quot; , &amp;quot;แน่ใจนะว่า เปลี่ยนวิธีแบบนี้เด็กจะชอบ เด็กเดี๋ยวนี้เขาฉลาด ดูพระออกเพราะมีพระไตรปิฎกในมือ&amp;quot; ,&amp;nbsp;&amp;quot;บอกความจริงดีกว่า ไม่ต้องอ้างสอนเด็กหรอกว่าทำงานให้ใคร&amp;quot; และ &amp;quot;พรุ่งนี้จะเขียน ทำไมคนไทยไม่ยอมให้พระสงฆ์เปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะนี่คือหัวใจของรักษาพระศาสนาติดตามได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มงคล นาฏกระสูตร, พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61337776131cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
