<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.คว้าแชมป์”สาขาเกษตร” ผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2563 ชี้ชัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสป.ปลื้มขึ้นแชมป์สาขาเกษตร ด้วยคะแนน 3.7125 คะแนน ผอ.มณเฑียร ลั่น! จะพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน เพื่อให้ อสป.บรรลุเป้าหมายเป็นรัฐวิสาหกิจแนวหน้าของประเทศในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คะแนนผลประเมิน ผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2563 ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ออกมาแล้ว ณ วันที่ 24 ก.พ.2564 ซึ่งองค์การสะพานปลา(อสป.) ถือเป็นม้ามืด ที่กระโดดขึ้นมาเป็นแชมป์รัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนอันดับ 1 ในสาขาเกษตร โดยได้คะแนนสูงถึง 3.7125 คะแนน นอกจากนี้ หากเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ในปีงบประมาณเดียวกัน (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจ ที่ผลการดำเนินงานนับเป็นปีปฎิทิน) คะแนนรวมของ อสป.ก็ถือว่าพุ่งแรง โดยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 จากที่เคยอยู่อันดับที่ 43 ของคะแนนผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม หากคะแนนผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ที่รวมทุกแห่ง คือ 52 แห่ง ทั้งในปีงบประมาณและปีปฎิทินออกมาครบ อันดับของ อสป.และรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่ประกาศผลออกมาแล้วในขณะนี้ อาจมีการขยับขึ้น-ลงบ้าง ซึ่งก็คงต้องจับตาดูกันอีกครั้งว่าใครจะอยู่อันดับที่เท่าไร รวมถึง อสป.ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมากที่ อสป.ติดอันดับเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนอันดับ 1 ในสาขาเกษตร โดยได้ถึง 3.7125 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ อสป.จะพัฒนาต่อในแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นรัฐวิสาหกิจแนวหน้าของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อสป.ยังมีเป้าหมายนำระบบคุณภาพมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการเข้าสู่มาตรฐานระดับสากล พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้กับระบบงานต่าง ๆ ขององค์กร ยกระดับการให้บริการให้มีมาตรฐาน เพื่อสร้างความพึงพอใจกับผู้รับบริการ และพัฒนาระบบบริการของหน่วยงาน จากการพัฒนาและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร กล่าวว่า หลักการทำงานของผม&amp;nbsp; คือ ต้องมีหลักธรรมาภิบาลเป็นหลัก ด้วยคุณธรรม ด้วยสติปัญญา และความมุ่งมั่นอย่างสูงสุด พนักงานทุกคนต้องใส่ใจการทำงาน และต้องมีความภักดีกับองค์กรให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหา ทั้งปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.......................................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนกประชาสัมพันธ์องค์การสะพานปลา โทร.0-2211-7300&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนูแดง&amp;nbsp; 061-1868199&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อร&amp;nbsp; 061-4299643&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิ๊ก 082-5217306&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, ผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2563, ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.), รัฐวิสาหกิจ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), องค์การสะพานปลา(อสป.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60505a547560f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.อสป.สั่งตรวจเข้มโควิด-19 ร้านค้าแพปลา-ต่างด้าว-พนักงาน สกัดเชื้อเต็มสูบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 2564 นายมณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19(ศบค.) ยังพบจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน และเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ก็ยังพบเพิ่มอีก 271 ราย วันที่ 15 มกราคม 2564 ก็มีเพิ่มอีก 188 รายนั้น ในส่วนของ อสป.ในฐานะที่กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 กับพนักงาน อสป.และสะพานปลากรุงเทพ ผู้ประกอบการแพปลา ร้านค้า และชาวต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ในวันที่ 21-22 มกราคม 2564 นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น เป็นต้นไป เพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการแพร่เชื้อโควิด-19 รวมถึงเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

&amp;ldquo;จากสถานการณ์ในตอนนี้การระบาดของโรคโควิด-19 น่าเป็นห่วงมาก ซึ่งยอมรับว่าพื้นที่ขององค์การสะพานปลา มีชาวต่างด้าวทำงาน และพักอาศัยอยู่จำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับการตรวจหาเชื้อฯ ฟรี แบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เราก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้กับสังคมด้วย&amp;rdquo;

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(14 ม.ค.64) นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร และเจ้าหน้าที่เขตสาทร พร้อมด้วยแพทย์หญิงหทัยกาญจน์ บุญยะรัตเวช ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้วสีบุญเรือง ลงพื้นที่สะพานปลากรุงเทพ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดพื้นที่ในการตั้งจุดตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งการตรวจหาเชื้อฯ ครั้งนี้ จะทำด้วยความระมัดระวัง และมีการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, องค์การสะพานปลา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60013bc6d8006.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.สั่งปิดสะพานปลาสมุทรสาคร-สมุทรปราการ ลดความเสี่ยงโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นายมณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า หลังตรวจพบจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด 19 (covid 19) ที่ จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อสป.ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้มีสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ รวมอยู่ด้วย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ วานนี้ (20 ธ.ค.63) ได้เรียกประชุมด่วนหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาทั้ง 2 แห่ง รวมถึงผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือ และหาแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จำเป็นต้องปิดท่าหรืองดให้บริการสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อลดความเสี่ยง และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิค 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม จะผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการเรือที่ถึงกำหนดเข้าจอดที่สะพานปลาสมุทรสาคร แต่ทั้งนี้จะจำกัดพื้นที่ควบคุม พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เข้ามาทำการตรวจคัดกรองในเชิงรุกป้องกันการแพร่ระบาด ตามมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ในเบื้องต้น จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ของ อสป. แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และเห็นถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ รวมถึงพนักงาน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิค 19 ครั้งนี้ อยู่ในพื้นที่ ที่ อสป. มีสะพานปลาตั้งอยู่ หากยังเปิดให้บริการ อาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นแน่นอน และในช่วงระหว่างปิดท่า ผมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สะพานปลาทั้ง 2 แห่ง รวมถึงสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทุกแห่งให้เตรียมความพร้อมในการป้องกัน และป้องปรามอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตั้งจุดคัดกรอง สแกนอุณหภูมิ สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ควบคุมการเข้า-ออก และทำความสะอาด ฉีดพ่นยาในทุกจุดอย่างเข้มงวด พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกระยะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณเฑียร กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน และอย่าตระหนก หรือวิตกกังวลในเรื่องนี้ เพราะทุกปัญหา ย่อมมีทางออกเสมอ ขอให้ช่วยกันดูแลและป้องกัน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ผู้ใช้บริการสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศของ อสป.แม้จะขาดรายได้ก็ต้องยอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87598</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, นครปฐม, ปิดสะพานปลา, ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.), สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe07e1122f5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.สกัด &#039;โควิด 19&#039; คุมเข้มทุกสะพานปลา-ท่าเทียบเรือประมงทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค. 2563 นายมณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า การระบาดรอบ 2 ของโควิด 19 (covid 19) องค์การสะพานปลาในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ และมีคนทำงานอยู่ในพื้นที่แต่ละแห่งจำนวนมาก ก็ได้มีการวางแผนและหามาตรการต่างๆ มาไว้รองรับอยู่ตลอดเวลา อยู่แล้ว เพื่อป้องกันการระบาดของโรคต่างๆ รวมถึงไวรัสโคโรน่า (covid 19) ด้วย โดยได้ออกหนังสือเวียน กำชับ และตรวจเข้มให้ทุกสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทุกแห่งเข้มงวดในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด พร้อมให้บูรณาการประสานงานร่วมกับส่วนราชต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือในการป้องกันโรคระบาด
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมได้กำชับเจ้าหน้าที่สะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่ง ขององค์การสะพานปลา ให้ตรวจเข้ม คัดกรองการเข้า - ออก ของผู้คนที่เข้ามาใช้บริการตลอดทั้งวัน ทั้งในเรื่องการวัดอุณหภูมิร่างกาย การสวมหน้ากากอนามัย และจัดเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไว้ให้บริการหลายจุดด้วย นอกจากนี้ยังสั่งฉีดพ่นฆ่าเชื้อ พร้อมล้างทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการระบาดของโรคโควิด 19 อยู่ในพื้นที่การดูแลทุกแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการว่า นอกจากจะได้อาหารทะเลและสินค้าสัตว์น้ำที่สด สะอาด ปลอดภัย ไร้สารฟอร์มาลีนแล้ว ยังปลอดภัยจากการระบาดของโรคโควิด 19 ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา แม้ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 จะคลี่คลาย อสป.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงเฝ้าระวัง ป้องปราม และป้องกันการระบาดของโรคอยู่ต่อเนื่อง ไม่เคยการ์ดตก เนื่องจากสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศ ต่อวันมีผู้คนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขอให้มั่นใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdd6b433e871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.เฮ! รับ 2 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ม้ามืดคว้า &quot;พัฒนาองค์กรดีเด่น”รอบ67ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การสะพานปลา คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น และรางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับบริหารจัดการองค์กร ประเภทดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ในรอบ 67 ปี วันจันทร์ที่ 16 พ.ย.63 นี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ผอ.อสป.ปลื้ม นำทัพถึงฝั่งฝัน ผลประกอบการกำไรสูงสุดครั้งแรกรอบ 20 ปี ลั่นพร้อมทำงานเชิงรุก เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จัดงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2563 องค์การสะพานปลา(อสป.) รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจม้ามืด ภายใต้การบริหารงานของ ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) ได้เข้าชิงและได้รับรางวัลถึง 2 รางวัลด้วยกัน คือ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น และรางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับบริหารจัดการองค์กร ประเภทดีเด่น ถือว่ามาแรงแซงโค้ง จึงเป็นที่น่าจับตาในเรื่องของการบริหารงาน และการปลุกปั้นองค์กรขนาดเล็ก ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักและเห็นความสำคัญ จนเป็นที่ยอมรับของสังคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง เห็นความสำคัญ ถึงกับมอบรางวัลให้ถึง 2 รางวัล ในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างเวลา 12.00-15.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) เปิดเผยว่า รู้สึกได้รับเกียรติและยินดีเป็นอย่างมากที่องค์การสะพานปลา(อสป.)ได้รับถึง 2 รางวัล คือ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น และรางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับบริหารจัดการองค์กร ประเภทดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ซึ่งสำหรับรางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 67 ปี หรือนับตั้งแต่องค์การสะพานปลา เปิดดำเนินการมา ซึ่งน่าจะมาจากปี 2563 นี้ อสป.สามารถทำผลประกอบการ มีกำไรสูงสุดในรอบ 20 ปี จากการบริหารงานเชิงรุกทุกรูปแบบ รวมถึงการปรับปรุงสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศ ให้ทันสมัยมากขึ้น เป็น &amp;rdquo;Hub of Seafood&amp;rdquo; เป็น destination จุดหมายปลายทางของการช็อปปิ้งอาหารทะเล สินค้าสัตว์น้ำ เป็นจุดเชคอิน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับบริหารจัดการองค์กร ประเภทดีเด่น นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ตนเข้ามาบริหารงาน องค์การสะพานปลา ซึ่งถือว่าการบริหารงานของตน และทีมผู้บริหาร รวมถึงพนักงาน เดินมาถูกทางแล้ว จากนี้ไปก็พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง และมุ่งเน้นอาหารทะเลสด สะอาด ปลอดภัย ปลอดสารฟอร์มาลีนปนเปื้อน ถูกสุขอนามัย เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า การเข้ามาซื้อสินค้าอาหารทะเลและสัตว์น้ำทุกชนิด ที่สะพานปลาและท่าเรือประมงทุกแห่ง ภายใต้การดูแลขององค์การสะพานปลา(อสป.) ปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อนแน่นอน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ อสป.ให้ความสำคัญมาก ในการคัดกรองเบื้องต้น ที่จะให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ปลอดภัย และมีสุขภาพดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมใช้ประสบการณ์การทำงาน ที่เคยทำมาหลากหลาย ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนมาปรับใช้กับการบริหารงานที่ อสป.ซึ่งจะพยายามทำงานเชิงรุก ให้ อสป.มีผลประกอบการดี มีผลกำไรเพิ่มขึ้นในทุกๆปี สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ที่เห็นความสำคัญ และมอบรางวัลให้กับ อสป. ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ และแข็งแกร่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, พัฒนาองค์กรดีเด่น, รัฐวิสาหกิจดีเด่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facf958081fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.อสป.รับลูก”ประภัตร” เร่งเครื่อง! ปรับปรุงพัฒนาท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตยกใหญ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การสะพานปลาเปิดหวูดพัฒนาท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตครั้งใหญ่ เร่งปรับภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อมโดยรอบและสุขอนามัยท่าเทียบเรือ พร้อมคุณภาพสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐาน อาหารปลอดภัย (Food &amp;nbsp;Safety) สนองนโยบาย รมว.และรมช.เกษตรฯ มั่นใจผลักดันท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต เป็น Phuket Sire Fishery Town เมืองท่องเที่ยวนานาชาติของประเทศ และเป็นศูนย์กลางด้านการประมงทูน่าในภูมิภาคได้แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) เปิดเผยว่า จากนี้ไป อสป.จะเร่งดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบและสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต พร้อมพัฒนาคุณภาพสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐาน อาหารปลอดภัย (Food &amp;nbsp;Safety) ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ อสป.เร่งดำเนินการ พร้อมผลักดันท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตเป็น Phuket Sire Fishery Town หรือเมืองประมงภูเก็ต(สิเหร่) และเป็นศูนย์กลางด้านการประมงทูน่าในภูมิภาค รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังจะเร่งดำเนินการในเรื่องเร่งด่วนอีก &amp;nbsp;6 ข้อสำคัญด้วย คือ 1.เร่งเจรจากับผู้เช่าพื้นที่บริเวณด้านหน้าท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ที่หมดสัญญาและกำลังจะหมดสัญญาให้ย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ พร้อมประสานจัดพื้นที่รับรองให้ตามความเหมาะสม 2.เร่งเจรจากับคานเรือ เพื่อปรับปรุงใหม่ 3.รื้อถอนบริเวณด้านหน้าทางเข้าทั้งหมดที่สิ้นสุดสัญญาและไม่มีคนอยู่อาศัย ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2563 4.ย้ายกลุ่มผู้ประกอบการปลากะตัก 5 ราย โดยให้ไปอยู่ในพื้นที่ ที่ได้จัดสรรไว้แล้วจำนวน 10 ไร่ 5.ขอคืนพื้นที่ทั้งหมดกับผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ภายในท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตทั้งหมด เพื่อมาพัฒนาใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นตลาดค้าสัตว์น้ำครบวงจร โดยผู้เช่าเดิมยังสามารถเข้ามาใช้ประกอบธุรกิจได้ หลังพัฒนาพื้นที่ใหม่แล้วเสร็จ และ 6.ประสานกับกรมเจ้าท่า เพื่อขุดลอกบริเวณหน้าท่าที่ตื้นเขิน อำนวยความสะดวกให้กับชาวประมงที่นำเรือเข้ามาขนถ่ายสินค้าประมง เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สภาพแวดล้อมโดยรอบพื้นที่โครงการฯ สวยงาม มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามแผน ที่ อสป.จะผลักดันให้ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติของประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต เป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพมาก เพราะมีท่าเทียบเรือความยาว 880 เมตร พร้อมระบบผลิตน้ำสะอาดและระบบบำบัดน้ำทิ้ง นอกจากนี้ยังเป็นท่าเทียบเรือที่มีระบบสุขอนามัยได้มาตรฐานด้วย ซึ่ง อสป.พร้อมมาก ที่จะพัฒนา ปรับปรุงท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ให้มีมาตรฐาน และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของจังหวัด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4d1c27184f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.อสป.เปิดแผนพัฒนาท่าเทียบเรือประมงชายแดนใต้ เล็งเป็นแหล่งท่องเที่ยว-จุดเชคอินใหม่ของสงขลา-ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
องค์การสะพานปลาเดินหน้าพัฒนาท่าเทียบเรือประมงชายแดนใต้เต็มสูบ หวังปั้นท่าเทียบเรือประมงสงขลาเป็นตลาด&amp;ldquo;Seafood Market&amp;rdquo;และท่าเทียบเรือประมงปัตตานีเป็น One Stop Everything รองรับลูกค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทัพนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว-จุดเชคอินแห่งใหม่ด้วย
&amp;nbsp;
ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้พาคณะผู้บริหารขององค์การสะพานปลา(อสป.) และคณะกรรมการองค์การสะพานปลา(บอร์ด) นำโดยดร.ประยูร ดำรงชิตานนท์ และนายภัทระ คำพิทักษ์ รวมถึงนางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านบริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเทียบเรือประมงสงขลา และท่าเทียบเรือประมงปัตตานี เพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน และสำรวจตลาดการซื้อขายสัตว์น้ำ ซึ่งในส่วนของท่าเทียบเรือประมงสงขลา 2 (ท่าสะอ้าน) อสป.มีแผนที่จะทำให้เป็นตลาดสัตว์น้ำกลางวัน &amp;ldquo;Seafood Market&amp;rdquo; มีการซื้อขายทั้งปลีก และส่ง ไม่ใช่เป็นท่าเทียบเรือที่เอาแค่สัตว์น้ำลงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งคนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำเอาสัตว์น้ำที่มีจุดเด่น และจุดขายของท่าเทียบเรือประมงสงขลา มาทำเป็นไฮไลท์ เพื่อส่งขายที่สะพานปลากรุงเทพฯ หรือในพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯด้วย เพื่อสร้างจุดขาย และรายได้เพิ่มให้กับชาวประมง ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และจุดเชคอินแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลาด้วย
&amp;nbsp;
สำหรับท่าเทียบเรือประมงปัตตานี การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้มีโอกาสเดินสำรวจตลาดการซื้อขายสัตว์น้ำในช่วงเช้าด้วย ซึ่งพบว่ามีสัตว์น้ำมากมาย รวมถึงปลาทะเลที่หายาก อาทิ ปลาโฉมงามขนาดใหญ่ เป็นต้น ที่ขึ้นที่ท่าเทียบเรือแห่งนี้ จึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี ทั้ง 96 ไร่ 62 ตารางวา ให้เป็นศูนย์กลางการค้าขาย เป็นตลาดที่มีสุขอนามัย อาหารปลอดภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดชมวิว แบบ One Stop Everything ที่ไม่ใช่เป็นแค่ตลาดปลาหรือตลาดอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในอำเภอใกล้เคียง และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวในอนาคต
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เท่าที่เห็นตลาดเช้าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี เป็นตลาดขายสัตว์น้ำขนาดใหญ่กลางเมือง ที่ไม่ได้เป็นแค่ตลาดปลา แต่เป็นตลาดหรือแหล่งรวมสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล และอาหารทั่วไป(Non Fish) ของคนปัตตานี และในอำเภอใกล้เคียง อาทิ ยะหา ยะหริ่ง บันนังสตา รวมถึงจ.ยะลา จ.นราธิวาสด้วย ซึ่งสามารถต่อยอดทำอื่นๆ รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวเข้ามาเที่ยว มาช็อปปิ้ง มากินอาหารทะเล เพื่อเป็นแลนด์มาร์คใหม่ เป็นจุดเชคอินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ดร.มณเฑียร กล่าวว่า งานนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสิรภพ ดวงสอดศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปัตตานี ด้วย ในฐานะคนพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานีในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, ประมงชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f7849a091067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
