<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูนิลีเวอร์ เปิดตัวโครงการ “TRASH” แปลงขยะให้มีค่านำร่อง กระบี่ ที่แรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมควบคุมมลพิษ, เทศบาลเมืองกระบี่, บ.ซีโร่เวสท์โยโล, บ.เบสท์โพลิเมอร์อินเตอร์เนชั่นแนล และ บ.จีอีพีพี สะอาด ฯลฯ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกนำร่องที่เมืองกระบี่ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ขยะพลาสติก ประเภทถุงขนม ถุงเติมสบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน ฯลฯ หรือซองแชมพูประเภท Multilayer และขวดขุ่นประเภท HDPE หรือขวดทึบที่เป็นขวดนม ขวดสบู่เหลว แชมพู น้ำยาซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากเป็นชนิดพลาสติกที่ไม่มีมูลค่า หรือมูลค่าเชิงพาณิชยน์น้อย ทำให้ไม่เป็นที่นิยมรับซื้อ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;TRASH&amp;rdquo; ย่อมาจาก Tourism to Recycling Actions for the Schools and Homes เป็นโครงการที่เกิดจากพันธมิตรที่หลากหลายไม่ว่าจะ ชุมชน หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชนที่จะร่วมสร้างวงจรชีวิต แก่ขยะพลาสติกที่ไม่ได้ถูกจัดเก็บ เพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลไปสู่สิ่งแวดล้อม ชุมชน และทำลายทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยว แต่นำกลับมารีไซเคิลผลิตเป็นข้าวของเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์คืนสู่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายโรเบิร์ต &amp;nbsp;แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน หนึ่งในความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญคือเรื่องขยะพลาสติก ประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลเป็นอันดับ 6 โดยมีขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่สัดส่วนที่นำไปรีไซเคิล กลับน้อยกว่า 20% จึงเป็นเรื่องเศร้าที่ขยะพลาสติกส่วนที่เหลือสุดท้ายก็ไหลลงสู่คลอง บ่อฝังกลบ หรือเป็นขยะบนท้องถนน ซึ่งในบ้านทุกหลังของเมืองไทยน่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ชิ้นต่อวัน เราจึงต้องแสดงความรับผิดชอบอีกครั้งด้วยการเป็นผู้นำในการกำหนดเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่จะจัดการกับขยะพลาสติก และเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายให้เป็นจริงที่ยูนิลิเวอร์ ได้ให้คำสัญญาว่าภายในปี 2568 จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเรา ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ สามารถรีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ 100% &amp;nbsp;และยังจะลดการใช้พลาสติกใหม่ในบรรจุภัณฑ์ลงครึ่งหนึ่ง และจะเก็บแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้มากกว่าที่ขาย ทั้งนี้ทางยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกใหม่เป็นพลาสติกรีไซเคิล &amp;nbsp;post-consumer recycled (PCR) 100% สำหรับแบรนด์ที่ขายดีที่สุดอย่างซันไลต์และคอมฟอร์ท และแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว เซเว่นท์เจนเนอเรชั่น และเลิฟ บิวตี้ แอนด์ แพลนเน็ตแล้ว และบริษัทยังมีแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้พลาสติก PCR ในบรรจุภัณฑ์ทุกแบรนด์ของยูนิลีเวอร์ภายใน 2 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายโรเบิร์ต กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ TRASH ถือกำเนิดขึ้น เพื่อป้องกันขยะบนดินไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมและเพื่อลดการใช้บ่อฝังกลบโดยการสร้างระบบนิเวศน์ที่จะหมุนเวียนพลาสติก ผ่านการสร้างองค์ความรู้แก่ชุมชนเพื่อระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เป็นระบบ ด้วยการแยกขยะ ทำความสะอาด และการสร้างระบบจัดเก็บเพื่อสามารถนำไปรีไซเคิลในท้ายที่สุด ภายใต้ผู้สนับสนุนหลักคือแบรนด์ซิตร้าที่มีปรัชญาจะคืนความสวยงามแก่ธรรมชาติ และลดขยะในสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 11 องค์กรที่ร่วมลงนามและประกาศความร่วมมือ โดยเริ่มที่กระบี่ เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของไทยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;Trash จะตั้งเหมือนเป็นเครื่องฮอตสปอร์ต ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมพลาสติกที่ชุมชนเอามาทิ้งในพื้นที่ แล้วเราก็จะทำงานกับหัวหน้าชุมชนในการส่งเสริมให้คนในชุมชนคัดแยกขยะ และนำขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ไปทำความสะอาดเข้าสู่ศูนย์ Upcycling จะมีเครื่องจักรีรีไซเคิลอยู่ในโรงงาน ซึ่งเครื่องจักรนี้ ทางยูนิลีเอวร์ได้ลงทุนและมอบให้กับชุมชน ทำหน้าที่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหล่านี้โดยการบดและอัดให้กลายเป็นเศษเล็กๆ ให้สามารถนำมาทำเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ บริจาคให้กับชุมชน&amp;rdquo; นายโรเบิร์ต กล่าวรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) กล่าวว่า โครงการ TRASH เป็นโครงการที่สอดคล้อง กับนโยบายของ ททท. ที่รณรงค์เพื่อสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม และปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว มุ่งเป้าที่พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว หรือ Single-use plastic และสนับสนุนการใช้วัสดุธรรมชาติทดแทน โดยททท.ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ลดโลกโลกเลอะ&amp;rdquo; และได้ทำปฏิญญา &amp;ldquo;เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ&amp;rdquo; ร่วมกับหน่วยงาน ต่างๆ เมื่อปี 2561 จากนั้นได้รณรงค์ไปสู่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงรณรงค์ให้เจ้าของพื้นที่ได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้น โครงการ TRASH จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว อันจะส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยยังคงความสวยงามและน่าเที่ยวต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ทาง Trash พยายามทำโครงการขึ้นมา โดยจะสร้างความตระหนักกับชุมชน ในการจัดการพลาสติก &amp;nbsp;หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแยกพลาสติกในครัวเรือน การเก็บพลาสติกตามจุดฮอตสปอร์ต แปรพลาสติกให้เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม เพราะ 10 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาพลาสติกในประเทศไทย มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด &amp;nbsp;หรือประมาณ 12% ของจำนวนขยะทั้งหมด รัฐบาลจึงให้ความสำคัญถึงปัญหานี้อย่างต่อเนื่องโดยได้จัดทำโร้ดแมป การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2573 ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศโดยมีเป้าหมายที่ 1 คือ ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ใน ปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และอีก 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบางกว่า 36 ไมครอน โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบาง และหลอดพลาสติก เป้าหมายที่ 2 คือ การนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ร้อยละ 100 ภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ปัญหาสำคัญคือ พลาสติกพวกนี้เป็น multi-layer และ HDPE &amp;nbsp;ค่อนข้างเป็นปัญหายากต่อการสลายหรือกำจัด หากเรายังไม่ช่วยกัน ปล่อยให้ภาครัฐทำฝ่ายเดียวมันก็ทำได้แค่ระดับหนึ่ง ปัญหาไม่จบง่ายๆ วันนี้ทางกรมควบคุมมลพิษ พยายามทำกฏหมาย กฏระเบียบ และพยายามคุยกับผู้ประกอบการแล้วว่า ถ้าหากยังใช้หูหิ้วแบบเดิม 400 ปีก็ยังไม่ย่อยสลาย ตัวเลข 2 ล้านตันที่เราพูดถึง เป็นเพียงแค่ตัวเลขจากขยะ 27.8 ล้านตันทั่วประเทศ เรายังไม่รู้เลยว่ายังมีจำนวนขยะที่ไม่ได้อยู่จำนวนนี้อีกกี่ล้านตัน เราต้องหาอะไรมาทดแทนพลาสติกให้ได้ เช่นพวกพลาสติกที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในสามเดือน ส่วนการร่วมงานกันครั้งนี้ นำร่องที่กระบี่แล้ว ก็หวังว่าจะมีการดำเนินการขยายไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ อีกทั่วประเทศในลำดับต่อไป&amp;rdquo; นายประลอง กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนนายชาญณรงค์ &amp;nbsp;ลีลาบูรณพงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า กระบี่ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 6 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยปีละ 118,000 ล้านบาท ที่ผ่านมากระบี่ มีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ สร้างโรดแมปการจัดการขยะแบบยั่งยืนให้เป็น &amp;ldquo;เมืองกระบี่สะอาด&amp;rdquo; ขยะที่รีไซเคิลได้ มี ขวดใสประเภท PET กระป๋องอะลูมิเนียม เหล็ก กระดาษ และเศษไม้ จะมีการซื้อขายผ่านศูนย์รับซื้อและซาเล้ง &amp;nbsp;ในขณะที่ขยะที่ผู้คนเข้าใจว่ารีไซเคิลไม่ได้ อาทิ ขวดขุ่น ขวดทึบ ประเภทโพลีเอทีลีน และถุงขนมที่เคลือบ อะลูมิเนียม หรือฟอยล์ ถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบ ปีหนึ่งมากถึง 25 ตัน ส่วนโครงการ TRASH จะสร้างความรู้แก่ชุมชนและ เปลี่ยนทศันคติของคนในชุมชนต่อ ขวดพลาสติกที่ใส่ แชมพู สบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือถุงขนมคบเขี้ยว ที่เคยถูก มองว่าเป็นขยะแท้จริงแล้วเป็นวัตถุดิบในสร้างข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอีพีพี สะอาด จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ บริษัท ยูนิลีเวอร์ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบรรจุภัณฑ์โดยการสร้างมูลค่า โดยนำเอา &amp;ldquo;เก็บ&amp;rdquo; แพลตฟอร์มเข้ามาบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ของโครงการฯ เพื่อทำให้การติดตามผลและการขยายผลมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ตอบสนองเป้าหมายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ให้ได้ 100% โดยบรรจุภัณฑ์ ทุกๆ ชิ้นที่ผ่านเข้ามาในระบบจะถูกบันทึกและรายงานผลบน &amp;ldquo;เก็บ&amp;rdquo; แพลตฟอร์ม ทำให้เรามั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นได้เดินทางไปสู่การรีไซเคิลจนถึงการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51051</URL_LINK>
                <HASHTAG>TRASH, ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร, ยูนิลีเวอร์, ยูนิลีเวอร์ เปิดตัวโครงการ “TRASH” แปลงขยะให้มีค่านำร่อง กระบี่ ที่แรก, โรเบิร์ต  แคนเดลิโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7c4c5113aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.ลุยต่อยอดโมโตจีพีชู“บุรีรัมย์ โมเดล” ปี’63 ดันอีสานผงาดขึ้นฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรื่องและภาพโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -บล็อกเกอร์ : gurutourza&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขัน &amp;ldquo;โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019&amp;rdquo; ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; ที่ &amp;ldquo;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; (ททท.) ลุยทำประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบเมื่อ 4-6 ตุลาคม 2562 ปิดฉากลงอย่างสวยงาม เป็นต้นแบบการพัฒนา &amp;ldquo;เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา-SPORT TOURISM CITY&amp;rdquo; สามารถดึงดูดคนไทยและต่างชาติเข้าชมกว่า 2 แสนคน สร้างรายได้กระจายสู่อีสานใต้กว่า 3,100 ล้านบาท เป็นสัญญาณการใช้ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ โมเดล&amp;rdquo; คืนความสุข ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความมั่งคั่ง สร้างเศรษฐกิจ ต่อยอดขยายผลอนาคตภาคอีสานให้กลายเป็นศูนย์กลาง (HUB) การท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ถึงเวลาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวกับกีฬาให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันโดยใช้ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ โมเดล&amp;rdquo; ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก &amp;ldquo;โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019&amp;rdquo; นำร่องขยายเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาทั่วประเทศในปี 2563 อีก 14 เมือง เพราะการจัดแข่งขันโมโตจีพีเพียง 3 วัน สามารถดึงดูดคนและรายได้เข้าพื้นที่กว่า 3,100 ล้านบาท ประการสำคัญมีนักกีฬาต่างชาติหันมาเลือกพักโฮมสเตย์บ้างแล้ว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ซึ่งตั้งเป้ารณรงค์ให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้บริการโฮมสเตย์ชุมชนทั่วประเทศปัจจุบันจดทะเบียนถูกต้องกว่า 300 แห่ง เพื่อช่วยกระจายรายได้เพิ่มเข้าชุมชนโดยตรงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดการแข่งขันโมโตจีพีทางบุรีรัมย์ยังได้นำรถของเกษตรกรกว่า 80 คัน ดัดแปลงเป็นรถ Shutle ตกแต่งด้วยศิลปะพื้นบ้านอีสาน นำมาให้บริการผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับประโยชน์จากการจัดงานและเป็นเจ้าบ้านที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ยืนยันว่า พร้อมนำทีมเดินหน้าตามนโยบายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้ ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน วางแผนรองรับการจัดงานซึ่งปีนี้มีผู้จองใช้ห้องพักมากกว่า 300 % จึงต้องกระจายจากบุรีรัมย์ ไปยังนครราชสีมา สุรินทร์ ขอนแก่น รวมถึงเร่งเพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวเชื่อมโยงเสริมเข้าไปด้วย ในปี 2563 เตรียมรุกหนักโดยนำต้นแบบ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ โมเดล&amp;rdquo; ไปต่อยอดรุกขยายฐานตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งอีสานมีโมโตจีพีเป็นแม่เหล็กสำคัญ อีกทั้งปีหน้าได้รับความไว้วางใจให้จัดการแข่งขันโมโตจีพีอันดับต้น ๆ ของเซอร์กิต ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ยิ่งต้องเร่งผลักดันการขายท่องเที่ยวเชื่อมโยง เพิ่มรายได้กระจายสู่ชุมชนให้ได้มากยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ&amp;nbsp; รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ตลอดการจัดงานโมโตจีพี 2562 ที่บุรีรัมย์ ได้ใช้ช่องทางการสื่อสารทั้งการนำนักบิดระดับโลกอย่าง &amp;ldquo;ฮอร์เก ลอเรนโซ&amp;rdquo; ชาวสแปนิชจากเรปโซล ฮอนด้า&amp;nbsp; &amp;ldquo;คาล ครัทช์โลว&amp;rdquo; นักบิดอังกฤษจากแอลซีอาร์ ฮอนด้า และสมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งไทยวัย 20 ปี จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาในกรุงเทพฯ กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬามอเตอร์สปอร์ต เผยแพร่เข้าถึงแฟนคลับทั่วโลกกว่า 800 ล้านคน และยังให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนจากญี่ปุ่น อังกฤษ สาธารณรัฐเช็ค แอฟริกาใต้ โดยนำเสนอกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างภาพจำใหม่จากการเน้นปริมาณ (mass tourism) เพิ่มจุดขายใหม่ 2 เรื่อง คือ 1.อาหารที่ไทยประสบความสำเร็จทั้งการเชิญชวนมาชิมสตรีทฟู้ดเรื่อยไปจนถึงร้านอาหารหรูติดดาวมิชลิน 2.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ชี้ให้เห็นถึงความพยายามก้าวสู่ SPORT DESTINATION ด้วยการเสนอข้อมูลให้ทางคณะที่ปรึกษาการคัดเลือกเมืองกีฬา (SPORT CITY) ของ กกท.หันมายกระดับไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการ Training และ Coaching กีฬาเจาะตลาดนานาชาติ ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายครอบคลุมทั้งทางด้าน ที่พักระยะยาว อาหาร และกลุ่มตลาดครอบครัวที่มาพร้อม ๆ กัน ควบคู่กับการดึงมหกรรมการแข่งขันระดับโลกเข้ามาจัดในไทยไฮไลต์ 5 ประเภท ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเภทแรก การแข่งขันรถแข่งระดับโลกโมโตจีพี สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งมีกลุ่มตลาดหลักส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 2 การแข่งขันกอล์ฟ ททท.สนับสนุนกอล์ฟรายการใหญ่ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ทุกปี มีนักกอล์ฟทั่วโลกเข้าร่วมนับพันคน โดยมีตลาดหลักทั้ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ทั้งเอเชียและอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 3 มวยไทย ททท.จัดกิจกรรมระดับนานาชาติซึ่งได้รับความสนใจล้นหลามงาน &amp;ldquo;ไหว้ครูมวยไทย&amp;rdquo; จัดทุกปีช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม ปี 2563 เตรียมจำลองงานไหว้ครูมวยไทยไปไว้ในงาน ITB 2020 ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมัน จะมีความเข้มและขลังไม่แพ้พระนครศรีอยุธยา แล้วชวนชาวต่างชาติทั่วโลกที่ชื่นชอบเข้ามาร่วมพิธี เพื่อเข้าถึงมวยไทยแล้วหาโอกาสมาเที่ยวเมืองไทยในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 4 มาราธอน เตรียมจัด Bangkok Marathon 2020 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ททท.สนับสนุนงบประมาณจัดยิ่งใหญ่เสริมภาพลักษณ์ประเทศให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยเจาะตลาดเอเชีย และยุโรป ต่างสนใจมาเพื่อฝึกฝนและเทรนการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นเทรนด์มาแรงที่จะทำให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางของการเทรนนิ่งและโค้ชชิ่งกีฬา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 5 ไตรกีฬา และการปั่นจักรยาน โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพจัด L&amp;rsquo;etape by Le Tour de France เดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ ที่พังงา ททท.สนับสนุนเงิน 5 ล้านบาท เป็นการแข่งขันเปิดให้มือสมัครเล่นนานาชาติเข้าร่วมโชว์ฝีมือเต็มที่ ขณะนี้มีนักปั่นจองห้องพักในพังงาเกือบเต็มแล้ว ทำให้วันพักเฉลี่ยการท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคใต้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ช่วง 8 เดือน ระหว่างมกราคม-สิงหาคม 2562 มีรายได้รวมประมาณ 1,823.8 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5.2 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 1.72 % สร้างรายได้ 1,116.3 ล้านบาท คนไทย 147 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 706.8 ล้านบาท เพิ่ม 3.24 % ตามเป้าตลอดปีนี้จะต้องทำรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10 % ซึ่งจะได้จากการจัดงานโมโตจีพีที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า การจัดโมโตจีพีมีผู้เข้าชมงานต่างชาติและคนไทยจองพักโรงแรมในสุรินทร์ด้วยกว่า 70 % ปี 2563 เตรียมโปรโมตการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ โดยจะกระตุ้นจากเพื่อนบ้าน สสป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ขับรถผ่านด่านแดนทางช่องจอม และช่องสะงำ (ศรีสะเกษ) เข้ามาเที่ยวสุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้หญิง พร้อมใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รักษาพยาบาล และซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิสุรินทร์โด่งดังมาก นักท่องเที่ยวจีน และชาติอื่น ๆ นิยมเข้ามาซื้อกลับบ้าน รวมทั้งยังมีจุดขายท่องเที่ยวอีกหลากหลายมุมใหม่ของสุรินทร์ กับศรีสะเกษ พร้อมเข้าสู่ตลาดอย่างมีคุณภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลพวงจากโมโตจีพี &amp;ldquo;บุรีรัมย์ โมเดล&amp;rdquo; ได้สร้างโอกาสและเศรษฐกิจชุมชนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปี 2563 จะเป็นปีทองของภาคอีสานที่จะก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47920</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร, บุรีรัมย์ โมเดล, พิพัฒน์ รัชกิจประการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1dd4d121db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
