<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก่อนจะปลดล็อก &#039;กัญชา&#039; พัฒนา &#039;กัญชง&#039; ไปถึงไหนแล้ว?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่จะปลดล็อกให้ใช้ &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; เพื่อการแพทย์ได้ ผมไปดูการปลูก &amp;ldquo;กัญชง&amp;rdquo; มาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่ากัญชงไม่มีในภาษาทางการ มีแต่ &amp;ldquo;เฮมพ์&amp;rdquo; หรือ Hemp ซึ่งเป็นตระกูล Cannabis เหมือนกับกัญชาแต่มีปริมาณสารเสพติดหรือ THC ต่ำกว่ากัญชามาก จึงไม่เข้าข่ายยาเสพติดอันตราย แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชงถือเป็น Cannabis ชนิดย่อยของพืชกัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไปเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงปางดะ ที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่วิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์กัญชงเพื่อนำมาผลิตสินค้าที่ใช้เส้นใยเพราะมีคุณภาพดี มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทานสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุณาอธิบายที่มาที่ไปของกัญชงให้ผมฟังคือ ดร.สริตา ปิ่นมณี นักวิจัย 5 และ ดร.รัตญา ยานะพันธุ์ นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมีเรื่องกัญชาออกมาเป็นข่าวร้อนๆ ก็มี &amp;ldquo;นักฉวยโอกาส&amp;rdquo; แอบไปถ่ายรูปกับไร่กัญชงไปหลอกคนอื่นให้มาลงทุนกับพวกเขา จนเจ้าหน้าที่สถานีเกษตรฯ แห่งนี้ต้องจัดการปิดรั้วห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามากระทำการอันน่าเชื่อได้ว่าจะเป็นการสร้างเรื่องบิดเบือนให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สริตาเล่าว่าก่อนจะมีการวิจัยกัญชงอย่างเป็นทางการนั้น เฮมพ์ถูกจัดเป็นพืชเสพติดเช่นเดียวกับกัญชา ทำให้เกิดปัญหามีการจับกุม ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกัญชงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่กว่า 30 ประเทศทั่วโลกผลิตเฮมพ์เชิงอุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างเป็นกิจจะลักษณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี พ.ศ.2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชเสาวนีย์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมควรศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกกัญชงเพื่อใช้เส้นใยผลิตเครื่องนุ่งห่มและจำหน่ายเป็นรายได้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 1 มีนาคม 2548 มอบให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) และมูลนิธิโครงการหลวงเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานจนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของชื่อพืชทั้งสองชนิด หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อจากกัญชงมาใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;เฮมพ์&amp;rdquo; (Hemp)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงปี 2554 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์เฮมพ์ที่มีปริมาณสารเสพติด &amp;nbsp;THC ต่ำจากกรมวิชาการเกษตร 4 พันธุ์ และนำไปขยายเพื่อใช้ต่อยอดการวิจัยในทุกๆ ด้าน รวมทั้งมีระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การปลูกเฮมพ์ยังต้องอยู่ภายใต้ระบบควบคุม มีข้อปฏิบัติและข้อบังคับต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวม้งปลูกเฮมพ์เพื่อเอาเส้นใยทอเสื้อผ้าเก็บไว้สวมใส่วันปีใหม่ และตามความเชื่อดั้งเดิมชาวม้งเอาเส้นด้ายที่ทำจากเส้นใยเฮมพ์มัดมือให้เด็กเกิดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวม้งที่เสียชีวิตแล้วศพต้องใช้เครื่องแต่งกาย รองเท้าและเชือกมัดศพที่ทำจากเฮมพ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศใช้เฮมพ์ทำเสื้อเกราะกันกระสุน และใช้เป็นวัสดุธรรมชาติเพื่อผลิตชิ้นส่วนตกแต่งในรถยนต์ราคาแพง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัยพบว่ายังสามารถนำมาสกัดน้ำมันเพื่อผลิตเป็นอาหารสุขภาพได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เฮมพ์ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำมาใช้ซ้ำได้ อีกทั้งยังนำมาทำพลาสติกชีวภาพ &amp;nbsp;(biodegradable plastics) ทำอาหาร น้ำมันซึ่งเชื่อว่ามีสาร anti-oxidant สูงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณสาร THC ของเฮมพ์กำหนดไว้ต่ำกว่า 1.0% ขณะที่กัญชามีสารนี้เกิน 10% ดังนั้นจึงเป็นพืชคนละตัวแม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกันก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮมพ์ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มีพันธุ์ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 มีปริมาณสาร THC ต่ำกว่า 0.3% &amp;nbsp;ดำเนินการผลิตในพื้นที่ของเกษตกรในพื้นที่ สวพส. หรือมูลนิธิโครงการหลวง มีเจ้าหน้าที่ควบคุมให้ได้เมล็ดพันธุ์ตามมาตรฐาน สำหรับจ่ายแจกให้เกษตรกรใช้เป็นพันธุ์ปลูกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาเฮมพ์ในประเทศไทยคือกระบวนการขออนุญาตของหน่วยงานรัฐที่มีสิทธิ์ขอปลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด เข้าคณะกรรมการอาหารและยา และต้องผ่านการอนุมัติของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมระยะเวลาขออนุญาตเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการวางแผนปลูกเพื่อพัฒนาและวิจัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งถ้าหากจะผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเพื่อการพาณิชย์ สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ หากกฎระเบียบยังเป็นเช่นนี้อยู่ก็ยังห่างจากความจริงมากมายทีเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชง, กัญชา, กาแฟดำ, ดร.รัตญา ยานะพันธุ์, ดร.สริตา ปิ่นมณี, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
