<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานกี่ทอผ้า เป็นปฐมฤกษ์ให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและเป็นตัวแทนมอบกี่พระราชทานจำนวน 4 หลัง แก่กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน (พช.) ในการนี้ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดอนกอยโมเดล ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากสำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและสมาชิกให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร และร่วมปลูกต้นอินทนิลรอบหนองน้ำสาธารณะ จากนั้น ร่วมปลูกต้นคราม ณ พื้นที่สร้างศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และเยี่ยมชมป่าชุมชน เพื่อต่อยอดเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ รวมถึงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 คราวเสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ 2 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงมีพระราชวินิจฉัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอย ให้มีความทันสมัย สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดทรงได้ออกแบบโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ของดอนกอยที่มีอัตลักษณ์ สื่อความหมายลึกซึ้ง ในการใช้ภาพหัวใจ ที่ประกอบขึ้นจากใจด้าย เปรียบเสมือน เส้นสายของคนดอนกอยที่นำมามัดร้อยรวมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี ความปรารถนาดีต่อชุมชน อีกทั้ง ทรงมีพระดำริให้พัฒนาผ้าทอชุมชน เป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อเป็นปฐมบทแห่งการพัฒนาในโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ดอนกอยโมเดล&amp;rdquo; จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชนบ้านดอนกอย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้แก่กลุ่มทอผ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าลายขอเจ้าฝ้าสิริวัณณวรีฯ พบว่า มียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และลายต่างๆ อีก 270 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำแก่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าครามและผ้าทออื่นๆ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช้สีเคมี ก่อให้เกิดศูนย์เรียนรู้ วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมเอาช่างทอและภูมิปัญญาเรื่องลายผ้าต่างๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดอีกจำนวนนับร้อย โดยได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนกอยที่ได้เสียสละพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกและปฏิบัติงานของกลุ่มบ้านดอนกอยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรติรส&amp;nbsp; ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กล่าวว่า ในนามรองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีความประทับใจกับชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร เป็นอย่างมาก ในเรื่องของกิจกรรมของกลุ่มการย้อมครามและการทอผ้า พระองค์มีพระทัยแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด ของสมเด็จย่าให้มีความทันสมัยให้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง พระองค์ทรงมุ่งมั่น ต่อยอดพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าและมีความทันสมัย พระองค์ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ผ้าครามของชุมชนดอนกอย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะถิ่น จึงขอให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในฝีมือการทอผ้า และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้มีคุณภาพ จนสามารถเเข่งขันเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย โดยทรงพระราชทานกี่ทอผ้า จำนวน 4 หลัง ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการมอบให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย จำนวน 4 กลุ่ม ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย 1) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย 2) กลุ่มสร้างเสริมอาชีพบ้านดอนกอย 3) กลุ่มเยาวชนบ้านดอนกอย&amp;nbsp; 4) กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง เพื่อเป็นเครื่องมือในการทอผ้า ทำให้เส้นไหมคมชัด และสวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สามารถส่งผ่านเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาลายผ้า ออกแบบ การย้อมคราม และสีธรรมชาติอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเพิ่มมากขึ้น จากฝีมือของช่างทอผ้าทุกท่าน เพื่อเป็นต้นแบบและทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยให้ดำรงไว้ในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116374</URL_LINK>
                <HASHTAG>Premium OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย, การอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ชุมชนบ้านดอนกอย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ดอนกอยโมเดล, นางสาวรติรส  ภู่วิภาดาวรรธน์, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พช., สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน, สืบสาน รักษา ต่อยอด, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6e731e1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช.เปิดเวทีเฟ้นหาผ้าถิ่นล้านนา ลายพระราชทาน &quot;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&quot; กระแสดี ทั่วภาคเหนือร่วมส่งผลงานเข้าประชันกว่า 400 ผืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 มิถุนายน 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในการประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ระดับภาค โดยมี นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วยคณะกรรมการประกวดระดับภาค และผู้อำนวยการโรงเรียน OTOP จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นย้ำมาตรการป้องการเว้นระยะห่างระหว่างกัน สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นการต่อยอดการพัฒนาผ้าลายพระราชทาน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งมอบต่อให้กับกลุ่มทอผ้าในทุกจังหวัด เพื่อนำไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น ตามพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค และส่งเสริม กระตุ้น ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลเป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัยและทุกโอกาส ตลอดทั้งเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้จัดประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ระดับภาค ภายใต้โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ซึ่งเป็นตัวแทนระดับภาค ในการจัดประกวดระดับภาคผ่านมาแล้ว 2 ภาค คือ ภาคกลาง จังหวัดอยุธยา ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคเหนือ เป็นภาคที่ 3 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกวดมากกว่า 400 ผืน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp; ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564 นำไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป เพื่อนำไปสู่สายพระเนตรแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 27-29 กรกฎาคม 2564 และในงาน OTOP City ที่ผ่านมา ถือเป็นประวัติศาสตร์ของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ด้วยพระบารมีของพระองค์ครั้งนั้น นำความปลาบปลื้มใจมาสู่พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP เป็นอย่างมาก สามารถสร้างรายได้แก่พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP ให้ผ่านลุล่วงไปได้ จากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และในวันนั้นเองพระองค์ท่านทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ไม่เพียงแต่วงการทอผ้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการสร้างคุณค่าในงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย สมดังคำพระราชดำรัส เมื่อยามไปเยี่ยมหัวเมืองต่างๆ เช่น สกลนคร นครศรีธรรมราช นราธิวาส ได้มีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงอุทิศพระวรกาย พระราชทรัพย์&amp;nbsp; ในการอุ้มชูนำเอาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาเป็นเครื่องมือให้กับเกษตรกรที่ยากไร้ ให้มีอาชีพเสริมตามมา ส่งเสริมหัตถกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตามมา รวมถึงการส่งเสริมอัตลักษณ์ของความเป็นไทยไม่ให้สูญหายไป โดยเฉพาะ เสื้อผ้า ที่สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อพสกนิกรของพระองค์มาอย่างยาวนาน ด้วยทรงมีพระราชดำริในการอนุรักษ์ สืบสานผ้าไทยมากกว่า 60 ปี ทรงชุบชีวิตผ้าไทยขึ้นมา และนับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสาน และต่อยอดงานของพระองค์ท่าน โดยได้มีการพระราชทาน ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ แก่พสกนิกรชาวไทย ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบดีขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะ เดิมเสื้อผ้าส่วนใหญ่เน้นถักทอด้วยลวดลายแบบเดิม ไม่เกิดการพัฒนา แต่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการดีขึ้น มีผู้สั่งจองเป็นจำนวนมาก ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ฝ่าฟันไปได้อย่างมั่นคง จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์พระราชทานว่า &amp;ldquo;เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย&amp;rdquo; และด้วยพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ที่เสด็จฯ ไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ให้กลับกลายเป็นความหวังและต่อยอดในการสร้างงาน สร้างรายได้ อย่างทั่วถึง ซึ่งตอบย้ำในการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่มุ่งมั่น ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้เกิดการสร้างรายได้ และทรงพระราชทานแนวคิด รณรงค์ให้คนไทยสวมใสผ้าไทย ภายใต้แนวคิด ผ้าไทยใส่ให้สนุก และดีไซน์เนอร์ช่วยในการออกแบบตัดเย็บ ให้เป็นที่ถูกใจแก่ผู้สวมใส่เป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้มีการประกวดหาช่างฝีมือทอผ้าสุดยอดในแต่ละภูมิภาค และไปแข่งในระดับประเทศต่อไป โดยผ้าที่ชนะเลิศจะได้รับเหรียญรางวัลจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และจะเป็นชุดฉลองพระองค์ในโอกาสต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ซึ่งสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ มีสมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงาน พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา ในการพลิกฟื้นผ้าไทย จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์ที่สวมใส่ให้คนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้ ทำให้สตรีไทยเกิดอาชีพเสริม จนปัจจุบันกลายเป็นอาชีพหลัก โดยการสืบสานต่อยอดในพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นต่อปวงชนชาวไทย สืบสานมายังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระเมตตาในการที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมสิ่งที่สำคัญที่สุดของความเป็นไทย เรื่องหนึ่งคือ เรื่องของวัฒนธรรมการแต่งกาย สนับสนุน ส่งเสริม รื้อฟื้น ชีวิตผ้าไทย ทำให้วงการทอผ้าไทย มีความคึกคักเป็นอย่างมาก เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้วยลมหายใจของช่างทอ ซึ่งผ้าทุกผืนเกิดจากการถักทอด้วยลมหายใจของสตรี หากคนไทยพร้อมใจกันสวมใส่ผ้าไทยทุกวันทั้งประเทศ จะช่วยเป็นการส่งเสริมการทอผ้าในชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดปัญหาการว่างงาน ก่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มสตรี การจัดการประกวดครั้งนี้จะเป็นการรักษา สืบสาน และต่อยอดภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ทำให้ผ้าทอไทยทุกผืนเกิดจากการถักทอด้วยลมหายใจของพี่น้องประชาชน เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจครัวเรือน และเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปยังลูกหลานเพื่อรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ จึงขอเชิญชวนทุกท่านสวมใส่ผ้าไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้ยั่งยืนสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติม ขอขอบคุณท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการประกวดทุกท่านและประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ที่ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย รณรงค์ส่งเสริมคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาคเหนือได้มีการส่งผ้าเข้าร่วมประกวด จำนวน 416 ผืน ประกอบด้วย ผ้าปักมือ จำนวน 77 ผืน, ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ จำนวน 64, ผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ จำนวน 60 ผืน, ผ้ายกดอก จำนวน 57 ผืน, ผ้าตีนจก (ตีนซิ่น) จำนวน 32 ผืน,ผ้าจกทั้งผืน จำนวน 28 ผืน, ผ้าขิด จำนวน 18 ผืน, ผ้าบาติก/มัดย้อม จำนวน 18 ผืน,ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป จำนวน 16 ผืน, ผ้ายกเล็ก จำนวน 15 ผืน, ผ้าเทคนิคผสมลาย จำนวน 12 ผืน, ผ้าลายน้ำไหล จำนวน 9 ผืน, ผ้ายกใหญ่ จำนวน 7 ผืน และ ผ้าพิมพ์ลาย จำนวน 3 ผืน รวมผ้าที่ส่งเข้าประกวด จำนวน 416 ผืน&amp;nbsp; จึงเป็นดั่งดอกผลของความมหัศจรรย์ที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานแก่พี่น้องคนไทยที่ได้นำลายผ้าพระราชทาน ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ไปรังสรรค์แสดงผลงานเข้าประกวดกันในครั้งนี้ ทำให้วงการผ้าไทยเกิดความคึกคัก ปลุกกระแสผ้าไทยสู่สากล สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107227</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP CITY, กระทรวงมหาดไทย, การต่อยอดการพัฒนาผ้าลายพระราชทาน, การประกวดผ้าลายพระราชทาน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นางรชตภร โตดิลกเวชช์, นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าไทยใส่ให้สนุก, รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, วงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d19b9199423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนภาคใต้ ปลื้มปีติ ส่งประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” กว่า 200 ผืน ยกระดับความร่วมสมัย ก้าวไกลสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในการประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ระดับภาค ร่วมด้วย นายไกรสร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผศ.ดร.วิชิต สุขทร รองอธิการบดีรักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ทีมคณะกรรมการ นำโดย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ และคณะ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เพื่อฟื้นฟูมรดกงานศิลป์ล้ำค่าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้คุณูปการที่เกิดขึ้นจึงไม่เพียงแต่วงการทอผ้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการสร้างคุณค่าในงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ยังคงสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ฝ่าฟันไปได้อย่างมั่นคง จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานว่า &amp;ldquo;เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย&amp;rdquo; และด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ พระองค์ได้มีพระกรุณาแนะแนวทางการพัฒนา ยกระดับ ให้กลุ่มหัตถกรรมทั้งหลายได้เพิ่มความประณีต ใส่ฝีมือ ใส่ลูกเล่นลงไป ผลงานที่ปรากฏในวันนี้จำนวน 203 ผืนในส่วนของภาคใต้ และ 3,215 ผืนจากทั่วประเทศ จึงเป็นดั่งดอกผล ของความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค ในวันนี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่กรมการพัฒนาชุมชน ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;nbsp; และทุกภาคีเครือข่าย ได้มีโอกาสน้อมนำเอาแนวพระราชดำริในวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องกลุ่มทอผ้าทั้งหลาย ได้พัฒนาฝีมือ ค้นหาเทคนิควิธีการในการผลิตผ้าไทยให้ดีขึ้น เหมาะสมแก่การตัดเย็บเสื้อผ้าสมัยใหม่ เหนือล้ำไปกว่าการมุ่งหวังผลแพ้ชนะ คือการการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพไทย ที่ทรงริเริ่มนำหัตถกรรมพื้นถิ่น เสน่ห์ของงานฝีมือดั้งเดิม และวิถีชีวิตให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านอย่างมั่นคง สำหรับการประกวดในวันนี้ เป็นการประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;ระดับภาคใต้ โดยในพื้นที่ภาคใต้มีจังหวัดที่เข้าร่วม 14 จังหวัด เพื่อคัดเลือกผ้าพื้นถิ่น จาก 4 ภูมิภาค เหลือเพียง 75 ผืน เข้าตัดสินในระดับประเทศ ซึ่งสำหรับการประกวดผ้าของจุดดำเนินการภาคใต้ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีจำนวนผ้าที่ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 203 ผืน แยกเป็น 10 ประเภท ส่วนใหญ่เป็นผ้าบาติก/ผ้ามัดย้อม จำนวน 105 ผืน รองลงมา คือ ผ้ายกดอก 21 ผืน, ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ 20 ผืน, ผ้าพิมพ์ลาย 16 ผืน, ผ้าปักมือ 16 ผืน, ผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ 11 ผืน, ผ้ายกเล็ก 8 ผืน, ผ้าเทคนิคผสม 4 ผืน, ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป 1 ผืน และผ้าจกทั้งผืน 1 ผืน ตามลำดับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการดำเนินการประกวดโดยเริ่มจากระดับภาค ไปสู่ระดับประเทศ โดยจุดแรกในพื้นที่ภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564, จุดที่ 2 ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 13 &amp;ndash; 14 มิถุนายน 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช, จุดที่ 3 ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17 &amp;ndash; 18 มิถุนายน 2564 จังหวัดเชียงใหม่ และจุดที่ 4 จุดสุดท้าย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 24 &amp;ndash; 26 มิถุนายน 2564 จังหวัดอุดรธานี ต่อด้วยการประกวดในรอบ Semi Final รอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และประกาศผลรอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 สำหรับการประกวดในระดับประเทศ รอบตัดสินรางวัล ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 29 กรกฎาคม 2564 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม โดยกรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมน์ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นขวัญและกำลังใจอย่างยิ่งกับพี่น้องวงการผ้าไทย ปลุกกระแสวงการผ้าไหม ให้เกิดการสืบสาน รักษาและต่อยอดภูมิปัญญาให้ดำรงเอกลักษณ์ไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์งดงาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106434</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, กระทรวงมหาดไทย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายศิริชัย ทหรานนท์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, นายไกรสร วิศิษฏ์วงศ์, ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, ผศ.ดร.วิชิต สุขทร, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ภูมิปัญญาไทย, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สืบสานพระราชปณิธาน, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน, เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c845eb2e097.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนึ่งในน้ำพระทัย &quot;เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ&quot; พระราชทานแบบลายผ้าบาติก สู่ชาวไทย พช.ชวนประทับใจ ยกระดับความร่วมสมัย ก้าวไกลสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันที่ 10 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;ปิติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานลายผ้าบาติก ในโอกาสเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวีฯ โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค พื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานในการประกวด ฯ ร่วมด้วย นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม ทีมคณะกรรมการ นำโดย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ และคณะ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ&amp;nbsp; โรงแรมแคนทารี โฮเทล อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกวดในวันนี้ ถือเป็นปฐมฤกษ์ โดยเริ่มต้นจากภาคกลาง เพื่อคัดเลือก 75 ผ้าพื้นถิ่น จาก 4 ภูมิภาค เข้าตัดสินในระดับประเทศ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานการตัดสิน ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 และนับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ โดยพระองค์ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย เป็นดังของขวัญพระราชทานอันมีนัยยะถึงความรักและความห่วงใยในพสกนิกรไทย ที่สะท้อนมาจากพระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปะ วัฒนธรรมอันงดงามของไทย กับความเป็นสากล ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทุกลวดลาย สีสัน ล้วนสื่อความหมาย ได้แก่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; สื่อถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่งดงาม ลวดลายประกอบด้วย ลายนกยูง หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นน้ำ หมายถึง ท้องทะเลภาคใต้ ที่มีธรรมชาติอันสวยงาม ,ลายเรือกอและ หมายถึง วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของภาคใต้ที่ควรรักษาไว้ ,ลายดอกไม้โปรย สื่อถึงมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ ลายพระอาทิตย์ หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ,ลายกรอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; ด้วยแรงบันดาลพระทัยในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมของท้องทะเลไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบลายผ้าบาติกพระราชทาน &amp;lsquo;ท้องทะเลไทย&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริ ให้เป็นการจุดประกายความคิดเพื่อให้ ผู้คนเกิดจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาทรัพยากรทางทะเลไทยอันมีค่า ลวดลายประกอบด้วย ลายกะละปังหา หมายถึง ต้นกะละปังหาที่แตกกิ่งก้านออกเป็นรูปพัด เป็นบ้านของสัตว์ทะเลหลายชนิด ,ลายม้าน้ำ ม้าน้ำที่ขดตัวเป็นอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่น ลูกคลื่นที่ล้อไปกับอักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง ความห่วงใยใน สิ่งแวดล้อมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายดาวทะเล หมายถึง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ,ลายขอบตัว S อักษรพระนามาภิไธย S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; สื่อถึงวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ จึงได้ทรงออกแบบผ้าบาติกลายพระราชทาน &amp;lsquo;ป่าแดนใต้&amp;rsquo; ด้วยทรงพระดำริให้เป็นการจุดประกายความคิด ในเรื่องของการอนุรักษ์ป่าฝนเขตร้อนที่มีระบบนิเวศอันอุดม ลวดลายประกอบด้วย ลายดอกดาหลาสัญลักษณ์ของดอกไม้พื้นถิ่นภาคใต้ ,ลายนกเงือก 10 ตัว หมายถึง พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังหมายถึงความรักที่ซื่อสัตย์ ,ลายเถาไม้รูปตัว S หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายคลื่นตัว S และลายลูกปลากุเลา หมายถึง ความห่วงใยในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของภาคใต้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ,ลายปารังและลายต้นข้าว สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยทรงมีพระประสงค์ให้ประชาชนใช้เวลาว่างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้านให้เป็นประโยชน์&amp;nbsp; มีรายได้เสริม และสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อจรรโลงจิตใจ ในยามวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย เพื่อฟื้นฟูมรดกงานศิลป์ล้ำค่าของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้คุณูปการที่เกิดขึ้นจึงไม่เพียงแต่วงการทอผ้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการสร้างคุณค่าในงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย ด้วยพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา หนุนให้พี่น้องช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ยังคงสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเลี้ยงดูครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ฝ่าฟันไปได้อย่างมั่นคง จึงนำมาซึ่งความซาบซึ้งจนมีคำกล่าวถึงสิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานว่า &amp;ldquo;เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หยาดลงในทะเลทราย&amp;rdquo; และด้วยพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ พระองค์ได้มีพระกรุณาแนะแนวทางการพัฒนา ยกระดับ ให้กลุ่มหัตถกรรมทั้งหลายได้เพิ่มความประณีต ใส่ฝีมือ ใส่ลูกเล่นลงไป ผลงานที่ปรากฏในวันนี้จำนวน 197 ผืนในส่วนของภาคกลาง และ 3,215 ผืนจากทั่วประเทศ จึงเป็นดังดอกผล ของความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงพระราชทาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับการประกวดในวันนี้ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทาน แบบผ้าบาติกลายพระราชทาน 3 ลาย &amp;ldquo;ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ท้องทะเลไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ป่าแดนใต้&amp;rdquo; ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ พระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้ เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพ และความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจเป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวดผ้าลายพระราชทาน&amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ระดับภาค ในวันนี้เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่กรมการพัฒนาชุมชน ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;nbsp; และทุกภาคีเครือข่าย ได้มีโอกาสน้อมนำเอาแนวพระราชดำริในวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อกระตุ้นให้พี่น้องกลุ่มทอผ้าทั้งหลาย ได้พัฒนาฝีมือ ค้นหาเทคนิควิธีการในการผลิตผ้าไทยให้ดีขึ้นเหมาะสมแก่การตัดเย็บเสื้อผ้าสมัยใหม่ เหนือล้ำไปกว่าการมุ่งหวังผลแพ้ชนะ คือการการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพไทย ที่ทรงริเริ่มนำหัตถกรรมพื้นถิ่น เสน่ห์ของงานฝีมือดั้งเดิม และวิถีชีวิตให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ชาวบ้านอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากนี้ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชน จะมีการดำเนินการประกวดโดยเริ่มจากระดับภาค ไปสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ภาคกลางเป็นจุดแรก จากนั้นไปภาคใต้ เป็นจุดที่ 2 ระหว่างวันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช จุดที่ 3 ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17 - 18 มิถุนายน 2564 จังหวัดเชียงใหม่ และสุดท้ายจุดที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ต่อด้วยการประกวดในรอบ Semi Final รอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และประกาศผลรอบตัดสิน 75 ผืนสุดท้าย ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 สำหรับการประกวดในระดับประเทศ รอบตัดสินรางวัล ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 29 กรกฎาคม 2564 ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมน์ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในการตัดสิน นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นขวัญและกำลังใจอย่างยิ่งกับพี่น้องวงการผ้าไทย ปลุกกระแสวงการผ้าไหม ให้เกิดการสืบสาน รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาให้ดำรงเอกลักษณ์ไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์งดงาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน ขอน้อมนำพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเพิ่มคุณค่า และมูลค่ายกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน โดยพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;rdquo; และผ้าบาติกลายพระราชทาน ทั้ง 3 ลวดลาย เปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทย ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105951</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กรมหม่อนไหม, กระทรวงมหาดไทย, การประกวดผ้าลายพระราชทาน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ท้องทะเลไทย, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายชาย นครชัย, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายปราโมทย์ ยาใจ, นายภานุ แย้มศรี, นายศิริชัย ทหรานนท์, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, บรรณาธิการบริหารของนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ประธานสภาสตรีแห่งชาติ, ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง, ป่าแดนใต้, ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ผ้าบาติกลายพระราชทาน, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พระราชทานลายผ้าบาติก, ลายกรอบตัว S, ลายคลื่นน้ำ, ลายดอกไม้โปรย, ลายพระอาทิตย์, ลายเรือกอ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1f80bee60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. ร่วมกับ สภาสตรีแห่งชาติฯ สนองแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ตามโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย โดยมี นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางนวินดา สุจินพรหม ประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา ร.13 พัน.3 นายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน (พช.) คณะผู้บริหาร ข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมคณะที่ปรึกษา คณะทำงาน คณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณะศิลปกรรมศาสตร์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการ Coaching ในครั้งนี้มี ศิลปินช่างทอผ้า กลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า จาก 20 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี รวม 50 คน เข้าร่วม ณ กลุ่มทอผ้าชุมชนคุณธรรมโนนสว่าง หมู่ที่ 9 ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สนองแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระทัยตั้งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์แห่งศิลปาชีพ เพื่อสืบสานอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาผ้าไทยให้ทรงคุณค่า จนเกิดรูปธรรมของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของพสกนิกรชาวไทย และต่อยอดการพัฒนาลายผ้าพระราชทาน ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;ตามพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ในกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) โดยร่วมบูรณาการกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย โดยการ Coaching ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทยทั้ง 4 ภูมิภาค และเตรียมความพร้อมในการประกวดผ้าลายพระราชทาน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการผ้าไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มีพระดำริพระราชทานแก่วงการผ้าไทยว่า &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค พร้อมทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ และแรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จฯ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กว่า 50 ปี ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ผ้าไทยเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ และรักษาภูมิปัญญาอันล้ำค่านี้ไม่ให้สูญหาย และเพื่อสะท้อนให้เห็นอีกว่า การสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยมีความงดงามอยู่ทุกยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นโชคดีของคนไทยที่พวกเรามี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดพระราชปณิธานด้วยการผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรม ศิลปหัตถกรรมมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ จากการที่พระองค์ท่านทรงพระวิริยะอุตสาหะเสด็จไปยังหัวเมืองทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทยไม่ว่าจะในชนบทและเมือง กล่าวได้ว่า พระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; และการออกแบบ พระราชทานลายผ้า &amp;ldquo;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ให้แก่ พสกนิกร ชาวไทย เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าผ้าไทยยังคงอยู่คู่กับสังคมไทย ทำให้พี่น้องทั้งหลาย กล้าที่จะออกจากกรอบความคิดที่มีต่อผ้าไทยแบบดั่งเดิม ในวันนี้ผ้าไทยจึงมีความน่าสนใจ ทั้งในแง่ของคนทั่วไปที่สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส และช่างฝีมือ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการด้านผ้าไทยที่ได้รับพระกรุณาธิคุณหนุนเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์ จนทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่า และรายได้ แม้ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ มาสู่พี่น้องประชาชนในกิจกรรมการอบรม Coaching ครั้งนี้ โดยเป้าประสงค์สูงสุดคือการสนองแนวพระดำริ ด้วยวิถีของการการวิจัยและพัฒนา หรือ R&amp;amp;D ผ้าไทยให้ได้รับการยกระดับ และคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในสิ่งที่พระองค์ทรงเน้นย้ำ อาทิ การต่อยอดให้ช่างทอพัฒนาขยายหน้ากว้างของผ้าที่จากเดิมทำได้เพียง 80 เซนติเมตร &amp;ndash; 1 เมตร ให้ขยายได้มากกว่า 1.20 เมตร ถึง 1.50 เมตร ทำให้ผ้านำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และสร้างทางเลือก ความต้องการให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ประการต่อมาคือการส่งเสริมให้ใช้สีธรรมชาติ&amp;nbsp; เลี่ยงกระบวนการใช้สารเคมี เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย และในด้านการออกแบบตัดเย็บ ให้ใส่ใจในรายละเอียดความประณีต การเก็บรายละเอียดงานของผ้าทุกด้านทุกมุม ตลอดถึงการเก็บตัวอย่างผ้า กระบวนการ กรรมวิธี อัตราส่วน ด้วยการบันทึก เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้รักษาภูมิปัญญา และการถักทอที่เป็นมาตรฐานเหมือนกันในทุก ๆ ผืน คงไว้ซึ่งจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ ในวันนี้จึงเป็นนิมิตรหมายอันดี ในการนำทั้งศิลปินช่างทอดั่งเดิมในชุมชน ท้องถิ่น และคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะฝีมือและเห็นถึงคุณค่าผ้าไทย เข้ามารับการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากคณาจารย์ วิทยากร ที่การันตีได้ว่ามีความเชี่ยวชาญ เป็นสุดยอดฝีมือในด้านต่างๆ แห่งวงการแฟชั่นไทย และเป็นที่ไว้วางพระทัยของพระองค์อีกด้วย ขอให้ทุกท่านจงมีความภาคภูมิใจในการร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด ผ้าไทยให้มีความโดดเด่น งดงาม และเก็บเกี่ยวประยุกต์องค์ความรู้ในวันนี้ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าศักยภาพของทุกท่านจะ สร้างสรรค์ผ้าไทยให้มีชีวิตชีวาสืบไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของไทย ทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพขึ้น เมื่อ 21 กรกฎาคม 2519 เพื่อทำการฝึกอาชีพเสริมให้กับราษฎร อีกทั้งยังมีพระประสงค์ เพื่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เมื่อมาศึกษาพระราชกรณียกิจ โดยเฉพาะผ้า ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องแต่งกายประดับอาภรณ์เท่านั้น แต่เปรียบเสมือนวัฒนธรรม สายใยแห่งความผูกพัน ความรักพระองค์ท่านที่มีต่อปวงสตรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงงานหนัก ศึกษาหาความรู้อย่างมากมาย มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของผ้า เพื่อให้ชีวิตของปวงประชามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทย ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่ความทันสมัยแก่วงการผ้าไทย อย่างเป็นประจักษ์ผ่านลายผ้าพระราชทาน ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo;ตามพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทย ใส่ให้สนุก&amp;rdquo; ในปี 2563 ที่ผ่านมา มาจนถึงในปีนี้พวกเรายังได้รับพระเมตตา ในการส่งคณาจารย์ วิทยากร ผู้ทรงความรู้ความเชี่ยวชาญด้านแฟชั่น มาเพื่อยกระดับองค์ความรู้ และมาตรฐานคุณภาพการพัฒนาผ้าไทย ในกิจกรรมการอบรม Coaching ครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนศิลปิน ผู้มีฝีมือด้านผ้า ได้ร่วมกันส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดผ้าลายพระราชทาน ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการผ้าไทย ผ่านผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในส่วนของประชาชนทั่วไปขอเชิญร่วมอุดหนุนและสวมใส่ผ้าไทย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการพัฒนาชุมชมและวิถีชีวิตชาวบ้านให้ดำเนินไปได้กับความร่วมสมัยอย่างมีความสุข ตลอดจนมติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 โดยการรณรงค์เชิญชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ผ้าไทยทุกผืน เป็นสิ่งที่สามารถเล่าสะท้อนเรื่องราววัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคได้เป็นอย่างดี คุณค่าของผ้าทุกผืนคือ การสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ตัวผู้ทอ ในอีกด้านหนึ่งคือการสร้างชีวิต และลมหายใจ ให้ศิลปะหัตกรรมของไทยเรายังคงมีชีวิตชีวาต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงใช้วิชาและประสบการณ์ที่ได้ไปทอดพระเนตรแฟชั่นจากต่างประเทศ และได้นำวิชาเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้คณะทำงาน ให้คณะทำงานได้ทำการ Coaching นำกระแสแฟชั่นมาเพื่อให้กลุ่มทอผ้าได้ประยุกต์ไปสู่สากลได้ โดยคณะทำงานผ้าไทยใส่ให้สนุก ถือเป็นตัวแทนในการนำพระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์ พัฒนาผ้าไทยสู่สากล และพระเมตตาในการช่วยเหลือพสกนิกร ผู้ประกอบการผ้าไทยทุกภูมิภาคให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง โดยนำลายผ้าพระราชทาน &amp;ldquo;ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; เป็นตัวตั้งเป็นดังแบบฝึกให้พี่น้องประชาชนช่วยกันพัฒนาฝีมือ และกระตุ้นด้วยกระบวนการ การประกวดที่กำลังจะมาถึง ในระดับภาค ระหว่างวันที่ 7 &amp;ndash; 26 มิถุนายน 2564 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการประกวด คือ&amp;nbsp; การฟื้นฟูและส่งเสริมให้ช่างทอที่มีฝีมือที่มีอยู่ทั่วประเทศ หันกลับมาอนุรักษ์และส่งเสริมงานหัตกรรมไทย ซึ่งการที่คณะได้เข้ามา Coaching ในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คาดหวังว่าการประกวดครั้งนี้จะมีผู้สนใจเข้าร่วมราว 3,000 คน โดยการประกวดในระดับประเทศเดือนกรกฎาคม 2564 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินด้วยพระองค์เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้มอบหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 ให้แก่ตัวแทนผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 10 คน โดยเป็นหนังสือที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการด้วยพระองค์เอง เพื่อพัฒนาและชี้นำทิศทางแนวโน้มการออกแบบผ้าไทยสู่สากล เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้นำไปใช้ประกอบสัมมาอาชีพ และร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่า สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผ้าไทย (Coaching) &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ทั้ง 8 ครั้ง ในจังหวัดสกลนคร มหาสารคาม ขอนแก่นลำพูน สุราษฎร์ธานี อุทัยธานี นครราชสีมา และอุดรธานี โดยผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับองค์ความรู้ อาทิ คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง ,การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับผ้าไทย ,การผสมผสานผ้าไทยในคอลเลคชั่น โดยในทุกครั้งได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103016</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผู้ประกอบการด้านผ้าไทย, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าไทยใส่ให้สนุก, พช., สภาสตรีแห่งชาติฯ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609fbcd2467c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ พช. - กลุ่ม OTOP 14 จังหวัดภาคใต้ ชื่นชมพระปรีชาชาญ สืบสานยกระดับคุณค่าหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาถิ่นไทย ก้าวไกลสู่ระดับสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ณ อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และพัฒนาการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดจนผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคใต้ เฝ้ารับเสด็จฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรการจัดแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ผ้าทอประจำถิ่นลวดลายต่างๆ และหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัด จำนวน 71 กลุ่ม อันประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ผ้า และเครื่องแต่งกาย 53 กลุ่ม และงานหัตถกรรม 18 กลุ่ม ทั้งนี้ ทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้ประกอบการ ที่เฝ้ารับเสด็จฯ และพระวินิจฉัยแนะแนวทางการพัฒนากรรมวิธี คุณภาพ ลวดลาย เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป ด้วยทรงเล็งเห็นถึงการอนุรักษ์หัตถกรรมศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่สะท้อนถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้วยพระดำริแห่งการคงวิถีความเป็นอัตลักษณ์ผสานกับการยกระดับให้ร่วมสมัยสู่สากล นำความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจอย่างที่สุดแก่ผู้เฝ้ารับเสด็จฯ ที่ได้รับโอกาสอันดี ในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เป็นมิ่งมงคลของกรมการพัฒนาชุมชน พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP 14 จังหวัดภาคใต้ ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาเสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ในครั้งนี้ ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านไทย ที่สืบทอดงานศิลปะเป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่ทรงมีพระราชดำริจะอนุรักษ์ และฟื้นฟูงานศิลปะเหล่านั้นให้ดำรงอยู่ยั่งยืน นับเนื่องจากพระองค์ทรงมีโอกาสเสด็จฯไปทรงเยี่ยมชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน 3 ภูมิภาค โดยทรงมีพระราชวินิจฉัยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรมชุมชน จำนวนกว่า 195 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในการเสด็จดำเนินเยือนกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวภูไทย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร อันเป็นที่มาของพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; และมีพระกรุณาธิคุณประทานแบบลายผ้า ชื่อลาย&amp;quot;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสื่อความหมาย ถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่ ชาวไทยทุกคน ไปสู่กลุ่มช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ทั่วทุกภูมิภาค สร้างปรากฏการณ์ปลุกกระแสกลุ่มทอผ้า 4 ภาค และวงการผ้าไทยให้เกิดความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงห่วงใยพี่น้องทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีพระประสงค์มาทรงงานที่จังหวัดนราธิวาส โดยการเสด็จเยือนพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 สืบเนื่องจากการเสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และทรงเยี่ยมประชาชน ทอดพระเนตรการทอผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ผ้าพื้นเมือง และงานศิลปหัตถกรรมภาคใต้ ณ โรงละคร สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 โดยในคราวนั้นทรงพระดำรัสแนะนำ ในการปรับปรุงต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จวบจนปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อเกิดการเพิ่มพูนรายได้ และคุณภาพ ได้อย่างดียิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่อไปว่า &amp;ldquo;สำหรับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้า เครื่องแต่งกายและหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ในครั้งนี้ ได้รวบรวมสุดยอดฝีมือ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 4 &amp;ndash; 5 ดาว ทั้งหมด 71 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แยกเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า 53 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม 18 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนการจัดนิทรรศการ และส่วนกิจกรรมการสาธิต โดยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ โดดเด่น อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้ายกเมืองนคร กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย นางวิไล จิตเวช ผ้ายกเมืองนคร ผ้าพื้นเมืองเอกลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช สวยงามแบบอย่างผ้าชั้นดีในหมู่คนชั้นสูง อัตลักษณ์สำคัญ คือ ดอกผ้าจะยกนูนขึ้นเห็นลายชัดเจน และมีความละเอียดประณีต กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค เดิมทอผ้าฝ้าย ขนาด 2 หลา จำหน่ายในราคา 4,000 บาท เมื่อได้รับคำวินิจฉัยให้ทอสลับดิ้นเงิน ดิ้นทอง เปลี่ยนเส้นผ้าฝ้ายใช้เส้นนิ่ม และให้ใช้เส้นยืนสีดำ เส้นพุ่งสีน้ำเงินสลับดิ้นเงิน เมื่อนำออกจำหน่ายทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด จำหน่ายผ้าขนาด 2 หลา ราคาผืนละ 10,000 บาท ยอดจำหน่ายตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึง เดือนมีนาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 880,000 บาท (55,000 ต่อเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มกระจูด บ้านทอนอามาน จังหวัดนราธิวาส โดย นางพัชรินทร์ บินเจ๊ะมิง และกลุ่มกระจูด บ้านโคกพะยอม จังหวัดนราธิวาส โดย นางเจ๊ะเสาะ แวฮูลู โดยการรับสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกระเป๋ากระจูดที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระดำริให้จักสานกระเป๋าใบใหญ่ๆ ลายเล็กๆ ซึ่งทางกลุ่มก็ได้จักสานให้เป็นกระเป๋าแฟชั่นมากยิ่งขึ้น ใช้ได้ทุกวัยคงทนสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส โดย พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้เครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ ปี 2528 โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เน้นการนำทรัพยากรธรรมชาติ วัสดุและแรงงานในท้องถิ่นเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าบาติก กลุ่มเยาวชนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส โดย นางสาวคอยรุนนีซาอ์ งานฝีมือที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการในการวาด เป็นผ้าเก่าแก่ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ยาวนาน เผยแพร่หลายในประเทศไทยตอนล่างมาหลายร้อยปี ปัจจุบันยังคงรักษาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาและมีการพัฒนาสานต่อให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มผ้าปักบ้านบือแรง จังหวัดนราธิวาส โดย นางสิติมา ดุรอแม ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มทั้งสิ้น 50 คน โดดเด่นด้วยการใช้ด้ายไหมที่สมาชิกย้อมสีเอง ฝีปักที่ละเอียดอ่อนประณีต และหลากหลายแบบ อาทิ งานลายธรรมชาติและงานฉายที่แสดงออกถึงเรื่องราว วัฒนธรรม ประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้ายกดอกจันทน์กะพ้อ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกาหลง จังหวัดนราธิวาส โดย นางอำไพ โพธ์พันธุ์ โดดเด่นด้วยกรรมวิธีโบราณจำนวน 24 ตะกอโดยการยกเขาเก็บตะกอลายเพื่อคัดยกเส้นยืนบางเส้นขึ้นข่มบางเส้นลง และทอสอดเส้นด้ายพุ่ง ระหว่างกลางซ่องที่เปิดอ้าก่อเกิดเป็นลวดลายดอกจันทน์กะพ้อที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกจันทน์กะพ้อ พัฒนาเป็นลวดลายผ้ายก โดยใช้กระบวนการย้อมเส้นใยด้วยสีธรรมชาติทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าเกาะล้วงทางช้าง บ้านสายบน ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสายบน จังหวัดนราธิวาส โดย นางวรรณณี แสงมณี ผ้าฝ้ายทอสองตะกอทอลายขัดธรรมดาใช้ด้ายพุ่งสลับสีเป็นช่วงๆ พุ่งสอดเกาะเกี่ยวกับเส้นยืนให้เป็นเกิดลวดลาย สร้างสรรค์เป็นลวดลายผ้าทอที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตของคนในชุมชน เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางที่มีลักษณะสูงชันคดเคี้ยวซิกแซกในการสัญจร ขึ้น-ลง บ้านสายบนเส้นทางดังกล่าวนี้เรียกกันว่า &amp;ldquo;ทางช้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มศิลปาชีพย่านลิเภา จังหวัดนราธิวาส โดย นายยะโกะ สามาเต๊ะ จากพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระประสงค์ให้พสกนิกรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีรายได้มีงานทำพร้อมกับสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ จึงได้มีพระราชดำรัสให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2519&amp;nbsp; เข้ามาส่งเสริมอาชีพการผลิตย่านลิเภาและพัฒนาฝีมือของตนเองจนได้เป็นครูศิลปาชีพเมื่อปี 2524&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าไหมยกดอกลายดาวล้อมเดือน กลุ่มทอผ้า บ้านท่ากระจาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย นางอะ คชสวัสดิ์ กลุ่มทอผ้าของชุมชนชาวมุสลิม ปัจจุบันมีการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย&amp;nbsp; ซึ่งมีผ้ายกดอกลายดาวล้อมเดือน ลายดอกเครือวัลย์ ราชวัตรโดม ดอกพิกุลล้อม เป็นผ้าพื้น ผ้าขาวม้า ผ้าทอที่นี่ยังคงทอด้วยกี่พื้นเมือง หรือกี่กระทบมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ศิวะนาฎกนกไทย จังหวัดพัทลุง โดย นายยุทธพล ซุ่นเซ่ง ผ้าย้อมสีธรรมชาติชัยบุรี เมืองพัทลุง อันมีขั้นตอนที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ก่อนจะเริ่มพิมพ์ลายผ้าแต่ละครั้ง จะต้องมีการไหว้ครูเพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีรูปแบบการวางลายและแบบผ้า ที่มีรูปแบบเฉพาะ เหมือนตำรายันต์พิชัยสงครามหรือรูปแบบการจัดทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าฝ้ายมัดหมี่ ย้อมสีธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านสะพานพลา จังหวัดสงขลา โดย นางสุวรรณี รักวิจิต ปัจจุบันมีสมาชิก 12 คน ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม คือ ผ้าฝ้ายและผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากพืชในท้องถิ่น ทางกลุ่มได้ผลิตเป็นผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมสี หินลูกรัง ซึ่งจะได้สีโอรสที่สวยงาม ซึ่งเป็นสีที่ทางกลุ่มยึดเป็นสีหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มผ้าทอ นิคมกือลอง จังหวัดยะลา โดย นางหนูเตียน ผันผ่อน เป็นกลุ่มแรกกลุ่มเดียวในจังหวัดยะลา ที่มีความพิเศษในการใช้เทคนิคการย้อมสีธรรมชาติจากท้องถิ่นอำเภอบันนังสตา 100% สู่การประยุกต์ลงบนผืนผ้าทอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าปะลางิง ศรียะลาบาติก จังหวัดยะลา โดย นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ ผ้าทอมือพิมพ์ลายด้วยบล็อกไม้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบเห็นผ้าชนิดนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2472 ในขบวนรับเสด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คราที่เสด็จประพาสที่รัฐปัตตานี จากนั้นผ้ามรดกเมืองใต้นี้ก็สูญหายไป พร้อมกับการเลิกเลี้ยงไหมในภาคใต้ กลุ่มศรียะลาบาติก สืบสานภูมิปัญญาผ้าปะลางิง ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสคุณค่ามรดกสิ่งทอจากปักษ์ใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าทอจวนตานี กลุ่มทอผ้าบ้านตรัง จังหวัดปัตตานี โดย นางสาวสิริอร ทับนิล ด้วยการสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพเสริมด้วยการทอผ้า ผ้าทอลายจวนตานี หัตถศิลป์บนผืนผ้าที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานเส้นสาย มี 5 ลาย ได้แก่ ลายกอซัง ลายก้นหอย ลายปักเป้า ลายดอกศรีตรัง และลายโคมไฟ แต่ละลายมีแถบสีคั้นอยู่ 7 สี 7 เส้น ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบ้านตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาถิ่นใต้ ซึ่งหลากหลายผลิตภัณฑ์มีลักษณะพิเศษเฉพาะที่ไม่สามารถผลิตได้ในโรงงานอุตสาหกรรม หากแต่ต้องใช้ฝีมืออันประณีต ควรค่าต่อการพัฒนาต่อยอดให้ภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าโด่งดังไกลสู่สากล สมดังพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานอันแน่วแน่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งหัตถศิลป์ไทย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีความยินดียิ่งในการน้อมนำแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทยที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงพระราชทาน ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97005</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059aad230cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SPCG มั่นใจกำไรทะยาน 5 ปีซ้อนโซลาร์ EEC หนุนรายได้โต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.2564 &amp;nbsp;นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยถึงผลดำเนินงานในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาว่า บริษัทสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ทุกปีมาอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์แนวโน้มผลดำเนินงานในปี 2564 นี้ว่า ยังคงเติบโตต่อไป เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% หรือราว 5,500 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 5,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่คาดว่า จะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตตามเป้าหมาย มาจากการลงทุนทำโซลาร์ฟาร์มเพิ่มอีก 500 เมกะวัตต์ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ (EEC) ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่าง SPCG กับบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ในเครือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดตั้งบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด ซึ่งเริ่มทยอยกำลังผลิตเฟสแรกที่ 300 เมกะวัตต์ และเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะรับรู้รายได้ทันที บริษัทจึงตั้งเป้ากำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ ในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตรวมโครงการโซลาร์ฟาร์ม 36 โครงการอยู่ที่ 385 ล้านหน่วย รวมทั้งในปีนี้บริษัทยังบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพและขยายโครงการลงทุนใหม่ทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลดำเนินงานของบริษัท นับตั้งแต่ปี 2559 มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 มีรายได้รวม 5,544.30 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,617.47 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้รวม 6,122 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,822.11 ล้านบาท, ปี 2561 มีรายได้รวม 6,046 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,923.58 ล้านบาท, ปี 2562 มีรายได้รวม 5,322 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,011.26 ล้านบาท, ปี 2563 มีรายได้รวม 5,047 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,062.37 ล้านบาท (ตามตารางประกอบข่าว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนายพิพัฒน์ วิริยธรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บมจ.เอสพีซีจี กล่าวว่า รายได้ปีนี้ที่จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์ฟาร์มใน EEC เฟสแรก ซึ่งผลตอบแทนการลงทุนโครงการดังกล่าวมากกว่า 10% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 200 เมกะวัตต์ คาดจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากโครงการโซลาร์ฟาร์มใน EEC ดำเนินการครบ 500 เมกะวัตต์ จะสร้างรายได้ประมาณ 2.5 พันล้านบาท สามารถเข้ามาทดแทนโซลาร์ฟาร์มบางแห่ง ที่ทยอยหมด Adder ตั้งแต่ปี 2564-2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ บมจ.เอสพีซีจี มีรายได้มาจาก 2 ธุรกิจหลักคือ 1.ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm 36 โครงการ) รวมกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ และยังมีโครงการที่ญี่ปุ่นอีก 2 แห่ง มีความคืบหน้ามาก โดยเฉพาะโครงการ Tottori Yonago Mega Solar Power Plant กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ได้ผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2018 และบริษัทได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลไปแล้ว 3 งวด หรือ 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกปี และมั่นใจว่าปีนี้ยังคงได้รับผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านโครงการโซลาร์ฟาร์ม Ukujima Mega Solar Project ขนาดกำลังการผลิตรวม 480 เมกะวัตต์ SPCG ถือหุ้น 17.92% เป็นโครงการขนาดใหญ่และเป็นโครงการระหว่างประเทศ ยังเดินหน้างานก่อสร้างตามปกติ แม้จะล่าช้าไปบ้างในช่วงวิกฤติโควิด แต่ปัจจุบันทางญี่ปุ่นได้เร่งเดินหน้างานก่อสร้าง และน่าจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ COD ได้ราวไตรมาส 3 ปี 2023 ตามแผนงานเดิม ส่วนเงินทุนงวดที่ 3 ที่จากตามกำหนดการเดิมจะต้องใส่เข้าไปราวสิ้นปีที่แล้ว บริษัทยังยืนยันที่จะใส่เงินทุนงวด 3 ตามสัญญาความก้าวหน้าโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ที่บริษัทตั้งเป้าเติบโตรายได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR บริษัทในเครือ SPCG ที่ขณะนี้ได้ติดตั้งให้ภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย ทั้งปัจจุบันกำลังเจรจากับโรงงานอีกหลายแห่งที่สนใจติดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง &amp;nbsp;ออกบทวิเคราะห์ถึงหุ้น SPCG ว่า เป็นหุ้นปันผลเด่นของกลุ่มพลังงาน เนื่องจากบริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลมาได้อย่างต่อเนื่อง หลายปีติดต่อกัน และให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนในระดับสูงถึง 6% แบบนี้ติดต่อกันมา 3 ปีต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงผลดำเนินงานที่เติบโตมาตลอด เพราะจากการจ่ายเงินปันผลงวดที่ 2 ของครึ่งปีหลัง 63 อีก 0.65 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) 3.2% และหารวมงวดครึ่งแรกของปี 63 ที่ 0.55 บาท เท่ากับว่า SPCG ให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน งวดปี 2563 น่าพอใจ 6.0%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96978</URL_LINK>
                <HASHTAG>SPCG, กำไรโต, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059774eea348.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
