<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พลาสติก&#039;ความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ในสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขยะพลาสติกในช่วงโควิด

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปี 2563 ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ ของขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นพุ่งพรวด และเมื่อโควิดกลับมาระบาดในระลอกใหม่อีกครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน จนถึงขณะนี้ &amp;nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ปัญหาขยะพลาสติกให้หนักหน่วงมากขึ้น &amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้ โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management:(PPP Plastics)) &amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมเสวนาออนไลน์ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก และวันทะเลโลก &amp;nbsp;หัวข้อ &amp;ldquo;ขยะพลาสติก : การจัดการและโอกาส Post COVID-19&amp;rdquo; เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ที่สนใจ ได้ตระหนักถึงสถานการณ์การ จัดการขยะพลาสติกของไทยและประโยชน์ของพลาสติกช่วงโควิด-19 ในมิติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและขยะพลาสติก สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมนาออนไลน์ ถกปัญหาขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ภาพรวมสถานการณ์ของขยะพลาสติกไทยว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน/ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 90 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2562) โดยคิดเป็น 0.5 ล้านตัน/ปี นำกลับไปใช้ประโยชน์ และ 1.5 ล้านตัน/ปี นำไปกำจัด โดยวิธีฝังกลบหรือเตาเผา และในช่วงต้นปี 2563 การรณรงค์ลดใช้พลาสติก ประชาชนก็ได้ให้ความสนใจและหันมาใช้ถุงผ้ากันมากขึ้น &amp;nbsp;แต่หลังจากที่มีสถานการณ์โควิด -19 ขยะพลาสติกลดลงไม่ถึง 10% &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลปี 2563-2564 พบว่าปริมาณของคนที่ผลิตขยะพลาสติกในประเทศไทย ใช้ขยะพลาสติกมากขึ้น ในปี 2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 40% โดยเฉลี่ยประมาณ 134 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2563) และในสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 45% เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน (เม.ย.2564) และคาดว่าอาจจะมากกว่าเดิม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้พลาสติก ดังนั้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 จะต้องมีการวางแผนเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการขยะพลาสติก

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า ในปี 2565 จะเริ่มดำเนินการลดการนำเข้าเศษพลาสติกประมาณ 20% หรือประมาณ 2 แสนตัน &amp;nbsp;และคาดว่าจะห้ามนำเข้าเศษพลาสติก 100% ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะต้องทำการหารือกับผู้ประกอบการที่นำเข้าเศษพลาสติกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณขยะพลาสติกในช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกในปี 2561-2573 โดยมีเป้าหมายแรก คือ เลิกใช้ขยะพลาสติก 4 ชนิดในปี 2565 คือ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง กล่องโฟม แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ &amp;nbsp;สวนทางกับขยะกล่องโฟมที่ลดลงไปมากถึง 70-80% ในเป้าหมายที่ 2 คือในปี 2565 ต้องการนำขยะพลาสติก 7 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติก ถาด/กล่องอาหาร ฝาขวด ช้อน/ส้อม/มีดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ฟิล์ม ขวดพลาสติก แก้วพลาสติกแบบหนา กลับมาใช้ใหม่ให้ได้50% หรือประมาณเกือบ 7 แสนตัน และคาดว่าจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100% ในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตั้งแต่โควิด19 &amp;nbsp;ระบาดเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทำให้คนต้องทำงานที่บ้านเป็นหลัก จนกระทั่งมาถึงปี2564 ที่มีการระบาดเป็นระลอก และหนักสุดในระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ถึงแม้จะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ แต่รัฐบาลก็ขอร้องให้มีการทำงานที่บ้านทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน &amp;nbsp; จึงทำให้กรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ มีขยะพลาสติกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;จากการที่คนหันมานิยมสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มปริมาณขยะในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อํานวยการส่วนบริการจัดการมูลฝอย สํานักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สํานักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสัดส่วนของขยะพลาสติกในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ &amp;nbsp;25% &amp;nbsp;มีสัดส่วนขยะพลาสติกในเดือน เม.ย. 2564 เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 2564 ร้อยละ 7.61 ทั้งนี้ได้มีการคิดสัดส่วนของขยะในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ขยะพลาสติกสภาพดีประมาณ 5% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ประมาณ &amp;nbsp;15% &amp;nbsp;ในทางกลับกันช่วงโควิด-19 ขยะสภาพดีเพิ่มขึ้นปี 2563 เดือนเม.ย.2564 ขยะพลาสติกสภาพดีเพิ่มขึ้น 7% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้เพิ่มขึ้น 29% หรือเฉลี่ย 3,500 ตัน/วัน จากเดิม 2,000 ตัน/วัน ซึ่งคาดว่าหากโควิด-19 สถานการณ์ดีขึ้นปริมาณขยะพลาสติกก็อาจจะลดลงไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านแผนจัดการขยะ ผอ.ส่วนบริการจัดการมูลฝอย กทม. กล่าวว่า &amp;nbsp;ยืนอยู่บนแนวคิดทำให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) โดยส่งเสริมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมนําขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณขยะที่ต้องกําจัดให้เหลือน้อยที่สุด และกําจัดขยะที่เหลือด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในปี 2570 คาดว่าจะสามารถกําจัดขยะด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีการเผาผลิต ไฟฟ้า (Incinerator) เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) และเทคโนโลยีการหมัก (Composting) แทนการฝังกลบจากปัจจุบันร้อยละ 29 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และในปี 2575 มีเป้าหมายลดปริมาณขยะให้ได้ร้อยละ 20 และเพิ่มการนําขยะไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50 จากปีฐาน 2556 &amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการลดและคัดแยกขยะ เพื่อใช้ประโยชน์ที่แหล่งกําเนิด โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ปริมาณขยะปลายทางที่กำจัด
		
	


&lt;p&gt;

ในความจริงสถานการณ์โควิด-19 พลาสติกกลายเป็นสิ่งที่คนต้องการ วีระขวัญ เลิศจิตต์ ผู้อํานวยการสถาบันพลาสติก ได้ให้มุมมองว่า ในภาวะการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและส่วนที่มีการเติบโตขึ้น แบ่งเป็น 4 ด้านหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ อย่าง ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(E-Commerce) ในอดีตมีการเติบโตเพียง 11% ต่อมาในช่วงปี 2560-2562 มีการเติบโตเพิ่มประมาณ 20% และการคาดการณ์ในปี 2563 โตขึ้นกว่าปี 2562 ถึง 35% ขณะเดียวกันการทำงานที่บ้านหรืออยู่เพื่อความปลอดภัย ทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโตขึ้นถึง 70-80% อีกธุรกิจที่มีเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ E-Commerce ก็คือ ธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปกติเติบโตในแต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% แต่ช่วงปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 9% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการพลาสติกเกิดขึ้นขณะนี้ ส่วนด้านสังคม ทุกคนต้องใช้ชีวิตแบบ New N ormol ทำให้พลาสติกมีความจำเป็นสำหรับ 4 ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ขวดใส่เจลล้างมือ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.สถาบันพลาสติก กล่าวต่อว่า ด้านสาธารณสุข พลาสติกถูกนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์การแพทย์ ด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา สะอาดปลอดภัย ใช้งานได้หลาสภาวะ และสามารถผลิตได้จำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว เช่น ชุด PPE หน้ากาก N-95, Face Shield, PVC Boot และเข็มฉีดยา ที่ประเทศไทยมีการวางแผนในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากร 50 ล้านคน คนละ 2 ล้านโดส เท่ากับว่าต้องมีเข็มฉีดยา 100 ล้านเข็ม นั้นก็หมายถึงปริมาณขยะพลาสติกจะเพิ่มปริมาณขึ้นด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม จากการประเมิน Life Cycle Assessment(LCA) คือการประเมินวัฏจักรของผลิตภัณฑ์โดยดูจากการใช้ทรัพยากร การก่อให้เกิดมลพิษและการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการเปรียบเทียบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการใช้ถุงแต่ละชนิดคิกเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทั้งนี้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตครอบคลุมทั้งวงจรของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เริ่มผลิตไปจนถึงหลังบริโภค การยกระดับและประสิทธิภาพของการรีไซเคิล โดยเฉพาะในประเทศ ขณะนี้การสร้างมาตรฐานการรับรองวัตถุดิบหรือผลิตภัณพลาสติก Post Consumer Recycled(PCR) อยู่ในระหว่างการสร้างมาตรฐาน ที่กล่าวมาทั้งหมดสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารออกไปให้สังคมได้รับรู้ และตระหนักถึงการรีไซเคิล การจัดการ จนเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง&amp;rdquo; ผอ.ได้บอกถึงแนวทางจัดการขยะพลาสติก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการลดปริมาณนำเข้าเศษพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า มีการคาดการณ์ได้ว่าทั่วโลกภายในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ จะส่งผลทําให้มีขยะหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมมากถึง 700 ล้านตัน โดยวิธีการ แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ การลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมบูรณาการความร่วมมือกันในการลดการใช้งานพลาสติก ที่ไม่จําเป็น โดยเฉพาะการลด ละ เลิก การใช้พลาสติกแบบใช้คร้ังเดียวท้ิง (Single-Used Plastic) และการนําหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามวาระแห่งชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG มาปรับใช้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะคัดแยก การนำรีไซเคิล การใช้ซ้ำ เพื่อสร้างรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106333</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพลาสติก, ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, นายอรรถพล เจริญชันษา, วีระขวัญ เลิศจิตต์, สถาบันพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c709a8dbdb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“โรงไฟฟ้าขยะ” ทางออก &quot;วิกฤติขยะล้นเมือง&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมต้นแบบโรงไฟฟ้าขยะที่ได้มาตรฐาน ณ ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยที่หนองแขม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านขยะชุมชนจากบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต สำนักงาน สถานที่ต่างๆ และสารพัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน อยู่ในขั้นวิกฤติ ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนคนในชุมชนที่หนาแน่นมากขึ้น เมืองขยายตัว ยิ่งชุมชนใดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ยิ่งพบปัญหาขยะอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน รักความสะดวกสบาย นิยมใช้บริการอาหารเดลิเวอรี่มากขึ้น ก็เป็นตัวสร้างปริมาณขยะให้สูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติก เวลานี้เกิดปริมาณของเหลือทิ้งจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองและชุมชนใหญ่ๆ ภาพขยะกองเท่าภูเขายังมีให้เห็น ข่าวร้องเรียนบ่อฝังกลบขยะส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งรบกวนชาวบ้านปรากฏตามสื่อและโลกออนไลน์เป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ ปี 2562 ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 28.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 3 จำนวนนี้เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตันต่อปี อัตราการเกิดขยะเฉลี่ย 1.1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ขยะถูกคัดแยกนำไปรีไซเคิลและทำปุ๋ยอินทรีย์ คิดเป็นร้อยละ 44 และร้อยละ 34 นำไปกำจัดอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่น่ากังวลยังมีขยะชุมชนที่เหลืออีกร้อยละ 22 กำจัดอย่างไม่ถูกต้อง โฟกัสที่ขยะพลาสติก 1.5 ล้านตันทิ้งปะปนกับขยะอื่น ขยะส่วนใหญ่ไหลผ่านชุมชนมาตามแม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำเน่าเสีย กีดขวางการระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเวลาฝนตกหนักๆ และขยะเหล่านี้ยังไหลออกสู่ทะเล เนื่องจากประเทศไทยมีแม่น้ำลำคลองที่เชื่อมต่อกับทะเลไม่ต่ำกว่า 900 สาย นับเป็นการทำลายระบบนิเวศในทะเลและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ รวมถึงส่งผลกระทบหลายด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีการเสนอแนวคิดจัดการขยะชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพ ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อม หนึ่งในทางเลือกมีแนวคิดในการนำขยะชุมชนไปแปลงเป็นพลังงานด้วยกระบวนการต่างๆ ตามนโยบายรัฐ ภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปี 2558-2570 ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากขยะชุนชม 900 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 หลายพื้นที่มีศักยภาพผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน หลายพื้นที่อยู่ระหว่างเตรียมโครงการ แต่อีกด้านหนึ่งโรงไฟฟ้าขยะมีเสียงต่อต้านจากชุมชนและองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังคาใจด้านมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดสัมมนา &amp;ldquo;การพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะ&amp;rdquo; เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน (Public-Private-People Partnership: 4P) ในการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กกพ. ปี พ.ศ.2562 และร่วมรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางพัฒนาความร่วมมือในการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากขยะในอนาคต โดยมีผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ห้องแกรนด์ บอลรูม-2 โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ทุกคนยอมรับขยะเป็นปัญหาสำคัญ รัฐบาลก็มีนโยบายแก้ไข แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าจากขยะ อุปสรรคคือ ขาดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ และความรู้ความเข้าใจว่า โรงไฟฟ้าขยะมีหน้าที่หลักกำจัดขยะ พลังงานไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้ รวมถึงการทำให้ชุมชนยอมรับ ทั้งที่ในต่างประเทศมีแบบอย่างโรงไฟฟ้าจากขยะที่บริหารจัดการขยะได้ดี พร้อมระบบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้เรามีขยะ 27 ล้านตัน จัดการถูกวิธีไม่ถึงครึ่ง จากรายงานประเทศสหรัฐปี 55 ไทยถูกจัดอันดับประเทศมีปัญหาขยะพลาสติกอันดับ 6 ของโลก ปีนี้ขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ประเมินจากการจัดการขยะไม่ถูกต้อง 62% ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าขยะที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบันและกองทุนพัฒนาไฟฟ้า นำมาสู่การศึกษา วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากขยะในระดับพื้นที่ ซึ่งการแก้ปัญหาขยะต้องจัดระบบให้ครบวงจร ยึดหลัก 3 R ส่วนการมีโรงไฟฟ้าจากขยะต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพราะทุกท้องถิ่นไม่สามารถตั้งโรงไฟฟ้าขยะได้หมด ปัจจัยขึ้นกับปริมาณขยะ บางท้องถิ่นมีปริมาณขยะน้อย ฉะนั้น ต้องช่วยกันออกแบบกระบวนการและมีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นมากกว่าปัจจุบัน&amp;quot; วิจารย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน เบญจมาศ โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางวิชาการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เราต้องการเรียนรู้กรณีศึกษาในประเทศไทย ถอดบทเรียนจากการดำเนินงาน เชิญ อปท.จากทั่วประเทศเข้าร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนไปด้วยกัน อยากเห็นรูปแบบความร่วมมือในการทำงานด้านนี้มากขึ้น ปัจจุบันคัดเลือก อปท. 8 แห่ง จาก 30 &amp;nbsp;แห่งที่สมัครเข้าร่วมโครงการ พิจารณาจากศักยภาพในพื้นที่ ได้แก่ อบต.เชียงหวาง จ.อุดรธานี อบต.ท่าโรงช้าง จ.สุราษฎร์ธานี ทม.ปราจีนบุรี ทม.สุรินทร์ ทม.คูคต จ.ปทุมธานี ทม.อุบลราชธานี เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ อบจ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการตั้งแต่กันยายนปี 62 จะสิ้นสุดโครงการธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการทำงานมีคู่มือพัฒนาความร่วมมือ สำหรับผู้บริหารหน่วยงานและผู้นำชุมชน, คู่มือพัฒนาความร่วมมือสำหรับประชาชน และมีแผนจะเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งต้องลดขยะตั้งแต่ต้นทาง จัดเก็บ รวบรวม และผลิตไฟฟ้าจากขยะ พื้นที่ที่เหมาะสมตั้งโรงไฟฟ้าขยะ 1 แห่ง จะต้องมีปริมาณขยะ 400-500 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการกระบวนการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะต้องมีข้อมูลขยะ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในพื้นที่ให้ครอบคลุม &amp;nbsp;เข้าใจขั้นตอนและกฎในการรวบรวมขยะ ทั้งยังพบว่าการคัดเลือกเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากขยะเหมือนติดกระดุมเม็ดแรกให้ผู้ประกอบการและท้องถิ่น หากมีความรู้ความเข้าใจไม่เพียงพอจะเกิดข้อผิดพลาด แต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและจุดด้อย ต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะและปริมาณขยะ จากการศึกษาบทเรียนในต่างประเทศ การจัดการขยะเข้มงวดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงจัดการเถ้าจากการเผาไหม้ ต้องทำให้ชุมชนในพื้นที่ยอมรับ สำหรับรูปแบบความร่วมมือ 4P นั้น จะเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เดิมคุ้นเคยแบบ PPP เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ เน้นการลงทุน แต่ PPPP เพิ่มให้ความสำคัญกับภาคประชาชนมากขึ้น และมีกลไกความร่วมมือตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีเสวนาประเด็นการพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะ เมื่อเร็วๆ นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรูปแบบและกลไกความร่วมมือ 4P ผู้อำนวยการคนเดิมระบุทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน อปท.ต้องทำงานร่วมกับท้องถิ่นด้วยกัน ไม่ใช่แค่ส่งขยะให้ แต่ร่วมวางแผนทำงาน และมีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ตลอดจนความร่วมมือกับชุมชนโดยรอบโครงการ และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ก่อขยะ อยากให้ตั้งคณะทำงานและมีสัญญาที่ครอบคลุมด้านความร่วมมือ มีข้อตกลงความร่วมมือ ตลอดจนเทศบัญญัติและข้อบัญญัติท้องถิ่น รวมถึงแผนงานดำเนินกิจกรรม CSR ของภาคเอกชน ไม่อยากให้เป็นเพียงงานอีเวนต์ โดยเรามี 6 ข้อเสนอ ทำพลังงานไฟฟ้าจากขยะที่จะเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กฎระเบียบด้านขนาดและการวางแผนใช้พื้นที่ ให้มีพื้นที่เพียงพอในการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ ทั้งการปลูกต้นไม้เป็นแนวกันชน ระบบบำบัดน้ำเสีย จากน้ำชะล้าง การฝังกลบเถ้าอย่างถูกวิธี 2.เงื่อนไขการคัดแยกขยะและกำจัดขยะอินทรีย์/ขยะอาหาร เพราะมีข้อกังวลขยะในท้องถิ่นเป็นขยะอินทรีย์ร้อยละ 50 ต้องจูงใจให้คัดแยกขยะ และส่งเสริมให้มีการกำจัด โดยเทคโนโลยีทางชีวภาพ เช่น ไบโอก๊าซ เพื่อลดการกำจัดด้วยวิธีเผา ช่วยลดต้นทุนและมลพิษ 3.ศึกษาเพื่อกำหนดกรอบการจัดเก็บค่ากำจัดขยะเป็นธรรมและเหมาะสมกับการกำจัดขยะแต่ละรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เพิ่มบทบาทคณะกรรมการปฏิกูลมูลฝอยจังหงวัด ให้ครอบคลุมจัดการทั้งระบบ 5.กำหนดพื้นที่และตั้งคณะกรรมการระดับคลัสเตอร์ ที่มีความยืดหยุ่น และมีปริมาณขยะที่สอดคล้องความคุ้มทุนในการทำโครงการ ควรมีการตั้งคณะกรรมการระดับคลัสเตอร์ที่มาจาก อปท. 6.ตั้งคณะทำงานระดับโครงการและจัดทำแผน CSR ยั่งยืน ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและมีการป้องกันผลกระทบอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวทีเสวนาประเด็นการพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะ &amp;nbsp;กิตติพงษ์ ภิญโญตระกูล รองเลขาธิการ กกพ. ได้อัพเดตสถานการณ์ไฟฟ้าจากขยะของไทยว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 ครม.มีมติอนุมัติแผน PDP 2018 ปรับปรุงครั้งที่ 1 กำหนดโควตาสำหรับโรงงานพลังงานไฟฟ้าจากขยะจำนวน 400 เมกะวัตต์ จะเริ่มปี 2565 ก่อนหน้านี้มีโรงไฟฟ้าจากขยะ 2 ประเภท ได้แก่ ขยะชุมชน โควตาเดิมมีอยู่ 500 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าไปแล้ว 36 โรง รวม 328 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 13 โรง ที่ 121 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกว่า 450 เมกะวัตต์ ขณะนี้กำลังเริ่มจัดกระบวนการใหม่ตามแผน PDP ซึ่งผู้ประกอบการสนใจมาก แต่ต้องมองปริมาณขยะเชื้อเพลิงนำสู่ปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาฯ กพพ. ให้ข้อมูลอีกว่า ไฟฟ้าจากขยะ 450 เมกะวัตต์ที่ผ่านมา มาจากเทคโนโลยีไบโอแก๊สจำนวนหนึ่ง ที่เหลือเป็นเทคโนโลยีทางความร้อน เทคโนโลยีทางกล &amp;nbsp;ส่วนอีก 400 เมกะวัตต์ หาก อปท.และเอกชนสนใจต้องติดตามข่าวสาร ส่วนจะเริ่มเมื่อใด หรือแบ่งเป็นเฟสๆ มั้ย พิจารณาจากปัจจัยหลายด้านทั้งสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศ มุ่งเน้นความมั่นคงเป็นสำคัญ ส่วนแนวคิด 1 ชุมชน 1 โรงไฟฟ้าขยะ เป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์และสำรวจพื้นที่หรือท้องถิ่นที่มีความพร้อม มีศักยภาพเพียงพอ สร้างโรงไฟฟ้าตามจำนวนเชื้อเพลิงที่มีรองรับ เพื่อลดการขนส่งขยะป้องกันผลกระทบที่จะตามมา จากนั้นตรวจสอบคุณสมบัติของชุมชน และเอกชนที่ร่วมทุนจัดสัดส่วนโควตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกพ.ไม่ได้ส่งเสริมให้เกิดการผลิตไฟฟ้าที่กระทบกับราคาที่เป็นธรรม โรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและจากขยะ ต้องถือว่ามีต้นทุนสูงกว่าที่เราซื้อไฟ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเข้าไปชดเชย แต่รัฐไม่ได้มองมิติเดียว ในมุมกลับกันช่วยกำจัดขยะ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าเม็ดเงินที่ชดเชย กกพ.จะส่งเสริมพลังงานสะอาดให้กับสังคมไทย โรงไฟฟ้าขยะถือเป็นกระบวนการหนึ่งของการบริหารจัดการขยะ ไม่ได้เป็นทางออกการกำจัดขยะ เพราะขยะจำนวนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเป็นเชื้อเพลิงขยะ คนไทยต้องตระหนัก&amp;quot; กิตติพงษ์เน้นย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ธนกร วนะกิจกุลพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองสุรินทร์มีปริมาณขยะ 50 ตันต่อวัน กระบวนการจัดการขยะใช้วิธีฝากฝังไว้ในที่เทศบาลวารินทร์ เดิมใช้เทกองและขนถ่าย งบประมาณจัดการ 2 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อขนถ่ายไม่หมด ก่อปัญหามลภาวะชุนโดยรอบ จึงสร้างโรงงานบีบอัดขยะงบกว่า 90 ล้านบาท เพื่อให้เหลือปริมาณขยะน้อยลง แก้ปัญหาไม่มีพื้นที่ฝังกลบและลดขยะตกค้างได้ส่วนหนึ่ง เคยทำ MOU กับ 7 อบต.ข้างเคียง หากจะขนส่งขยะมาจัดการในเมือง เราคิดค่าจัดการขยะ แต่ได้รับความร่วมมือน้อยมาก ปัจจุบันเทศบาลเมืองสุรินทร์มีกระบวนการคัดแยกขยะแต่ต้นทาง มีจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ตั้งธนาคารขยะ และขยะรีไซเคิลสงเคราะห์ รวมถึงเก็บขยะตามเวลา แต่ทุกวันนี้ก็ยังฝากฝังขยะ 45 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลามีข่าวทำโรงไฟฟ้าขยะในเมืองจะเกิดการต่อต้านทันที จำเป็นต้องปรับความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้นว่า โรงไฟฟ้าขยะหัวใจสำคัญมีหน้าที่กำจัดขยะในท้องถิ่น แต่ได้พลังงานไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ รัฐบาลประกาศขยะคือวาระแห่งชาติ หลักการดีมาก แต่ถามว่าดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม ผมเห็นว่าต้องให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการขนส่งขยะและการรวบรวมขยะ อย่าไปมองว่าท้องถิ่นได้เงินใต้โต๊ะ มีเงินทอน ล็อกสเปกเอื้อบริษัท การพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะกระบวนการต้องปรับให้ทันสมัย ลดขั้นตอน และไม่ใช่ท้องถิ่นเดินขาเดียว&amp;quot; ธนกรเผยอุปสรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีบางชุมชนที่ประสบปัญหาขยะล้นสุกงอม ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน อาทิ ชุมชนในสุราษฎร์ธานี นิภาพันธ์ ภักดี รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงช้าง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทุกวันนี้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีไม่มีพื้นที่ทิ้งขยะ ขนไปทิ้งนครศรีธรรมราช ก็ถูกประท้วง ร้องเรียน สุดท้ายตำบลท่าโรงช้างแบกรับภาระขยะ มีขยะเข้าพื้นที่เกือบ 400 ตันต่อวัน ปล่อยให้ อบต.เดินอยู่ลำพัง ขาดหน่วยงานที่ปรึกษา ท้องถิ่นไม่มีทรัพยากรบุคคลทำเรื่องนี้ ไม่เข้าใจด้านเทคโนโลยีเลย แต่เรามีแนวคิดจัดการขยะแปรรูปเป็นพลังงาน การนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงเป็นผลดี จนมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยสำรวจและชวนร่วมโครงการความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าจากขยะ แต่เป็นโครงการร่วมทุนกับภาคเอกชน เดินต่อด้วยความยากลำบาก บ่อขยะและพื้นที่เป็นของเอกชน ประชุมระดับคลัสเตอร์ครั้งแรกปี 61 ขั้นตอนต่างๆ เพิ่งเสร็จเดือน พ.ย.นี้ ใช้เวลา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากเสนอให้มีหน่วยงานกลางโดยตรงรับผิดชอบด้านโรงไฟฟ้าขยะทั้งกระบวนการและให้คำปรึกษา รวมถึงโรงฟ้าขยะที่จะเกิดขึ้นจะสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ให้เกิดร่วมกันอย่างไร จ.สุราษฎร์ธานี แบ่งเป็น 6 คลัสเตอร์ พื้นที่เกาะ 3 แห่ง สมุยก็เกิดปัญหาเรือขนส่งขยะล่ม บนบก ซึ่งท่าโรงช้างเป็นเจ้าภาพหลักคลัสเตอร์หนึ่ง มี 92 อปท. ในกลุ่ม ลงนาม MOU ร่วมกัน 60 แห่ง ปริมาณขยะรวมกันแล้ว 402 ตันต่อวัน เสนอโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ ใช้ปริมาณขยะ 400 ตันต่อวัน ก็ขับเคลื่อนโครงการมาระยะหนึ่ง&amp;quot; รองปลัด อบต.ท่าโรงช้างแชร์ประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะมีบางชุมชนต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะ แต่สำหรับ โรงไฟฟ้าขยะ ที่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว อย่างบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้นแบบโรงไฟฟ้าขยะที่ได้มาตรฐาน ณ ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ที่หนองแขม กลับสามารถลดแรงต้านจากชุมชนได้ระดับหนึ่ง ด้วยระบบจัดการที่เป็นระบบปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหอ หนิง ประธานบริหารบริษัท ซีแอนด์จีฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหอ หนิง ประธานบริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ดำเนินโรงไฟฟ้าขยะ 8 แห่งที่ประเทศจีน ปัจจุบันในจีนมีโรงไฟฟ้าขยะ 600 แห่ง และวางเป้าลดการฝังกลบขยะให้เหลือ 15% รวมถึงส่งเสริมหลักการ 3R อย่างเต็มที่ ออกมาตรการลดหย่อนภาษีดึงดูดลงทุน สำหรับการทำโรงไฟฟ้าขยะหนองแขมในไทย เปิดดำเนินการมา 5 ปีแล้ว โรงงานตั้งอยู่บนบ่อขยะเดิม ลึกลงไป 16 เมตร มีขยะฝังกลบอยู่ โครงการจึงลดแรงต้านจากชุมชนได้ส่วนหนึ่ง โรงงานเป็นระบบปิดทั้งหมด แต่ละวัน กทม.จะส่งขยะจาก 6 เขต ปริมาณ 500 ตัน เข้าโรงงาน มีส่วนจัดการขยะ และกำจัดขยะ นำขยะไปทำลายและแปรรูปเป็นไฟฟ้า ระบบการทำงานเป็นเตาเผา เป้าหมายหลักคือกำจัดขยะ มีรายได้จากการผลิตไฟ ผลประกอบการโรงงานไฟฟ้าขยะหนองแขมได้กำไร และสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เส้นทางรายได้ของโรงงานมาจากค่ากำจัดขยะหน่วยงานท้องถิ่นและรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. แต่โรงงานก็ต้องได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม มีระบบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและตั้ง 5 สถานีตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีการนำข้อมูลมาเทียบกัน นอกจากนี้ สร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้เข้ามาเยี่ยมชม การดูแลชุมชนโดยรอบ นำมาสู่การยอมรับของชุมชน มีการจัดการขี้เถ้าจากโรงไฟฟ้า โดยนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป&amp;quot; เหอ หนิง ผู้บริหาร ซีแอนด์จีฯ กล่าว และพร้อมเปิดโรงงานต้อนรับคณะมาศึกษาดูงาน ไม่ต้องเดินทางไปไกลต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการสัมมนาครั้งนี้ ทางสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะรวบรวมเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะของประเทศต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงษ์ ภิญโญตระกูล, ขยะชุมชน, จ.สุราษฎร์ธานี, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, ธนกร วนะกิจกุลพัฒน์, นิภาพันธ์ ภักดี, บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย, เบญจมาศ โชติทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc2ffdd5c608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ขยะจากโควิด-19  ซุกวันนี้ รอจัดการวันหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่รัฐบาลมีมาตรการจำกัดการเดินทาง ให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ปิดร้านค้าและบริการทุกอย่าง ยกเว้นที่จำเป็น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านยา เป็นต้น และสนับสนุนการทำงานจากบ้าน หรือ&amp;nbsp; Work From Home&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสั่งซื้ออาหารการกินสารพัดเมนูผ่านแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น อาทิ&amp;nbsp;LINE MAN , GRAP FOOD , GET FOOD , FOOD PANDA&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นผลพลอยได้ให้ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่มีการเติบโตมากขึ้นเป็นเท่าตัว สวนทางภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัญหาที่ตามมาพร้อมบริการส่งอาหารถึงบ้าน นั่นคือ ขยะพลาสติกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทั้งกล่องพลาสติกใส่อาหารสำเร็จรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช้อนส้อมพลาสติก แก้วพลาสติก หลอดดูดที่ใช้เครื่องดื่ม และถุงพลาสติกใส่อาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงขยะทางการแพทย์หรือขยะติดเชื้อ ซึ่งเป็นขยะอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.วิจารย์&amp;nbsp; สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาขยะหลายประเภทเพิ่มขึ้น โดยมีแหล่งกำเนิดมาจาก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มขยะจากการส่งอาหารออนไลน์ ผลจากมาตรการควบคุมโรค ทำให้ประชาชนอยู่บ้าน เลี่ยงการเดินทาง และไปจับจ่ายสินค้าตามตลาดนัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนให้วิธีสั่งอาหารให้พนักงานมาส่งที่บ้าน แทนการนั่งกินที่ร้าน ทำให้ปริมาณขยะจากฟู้ดเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;15-20%&amp;nbsp;ประกอบด้วยถุงพลาสติก กล่องพลาสติก และพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นช้อน ส้อม ไม้จิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่า ปริมาณขยะเศษอาหารหรือขยะเปียกถูกทิ้งปะปนมากับขยะทั่วไปมีปริมาณเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่เพียงแต่เศษอาหารเดลิเวอรี่ ยังมีการปรุงอาหารที่บ้านด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และที่เป็นปัญหามาก คือ ขยะกลุ่มหน้ากากอนามัย หน้ากาก&amp;nbsp;N95&amp;nbsp;ถุงมือทางการแพทย์ ถือเป็นขยะติดเชื้อ เดิมขยะอันตรายเกิดในโรงพยาบาล ปกติขยะกลุ่มนี้โรงพยาบาลส่งไปทำลายที่เตาเผาอุณหภูมิสูงที่มีมาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือนมานี้ ประชาชนใช้หน้ากากทุกวัน ทิ้งทุกวัน ถือเป็นขยะติดเชื้อเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หน้ากากอนามัย จำนวนมากใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง กลายเป็นขยะติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;ถ้าพลเมืองทั้งประเทศ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้านคน ใช้หน้ากากอนามัยประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านคน สร้างขยะเฉลี่ย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านชิ้นต่อวัน เพราะบางคนอาจใช้ซ้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขยะหน้ากากที่ผ่านการใช้งานแล้ว ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง สิ่งสกปรกต่างๆ หรือแม้กระทั่งมีเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ต้องทิ้งอย่างระมัดระวัง ผมไม่เห็นด้วยที่มีข้อแนะนำให้พับหน้ากากก่อนทิ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะเป็นการสัมผัสกับเชื้อโรค ทุกวันนี้ทิ้งปนกับขยะธรรมดา&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างปัญหากับพนักงานเก็บขยะ กลุ่มคนเหล่านี้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค และอาจกลายเป็นคนแพร่กระจายเชื้อโรคในวงกว้าง หากไม่ดูแลจะสร้างผลกระทบตามมา ที่ฮ่องกงก็เกิดปัญหา หน้ากาก ถุงมือทิ้งเกลื่อนกลาด บางส่วนไปโผล่ในทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้ากากเหล่านี้ย่อยสลายยาก ก่อปัญหาระบบนิเวศ ทุกวันนี้ยังไม่มีระบบรองรับกับขยะพวกนี้&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.วิจารย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถังขยะที่รับทิ้งขยะติดเชื้อ แต่อาจไม่เพียงพอกับปริมาณขยะในช่วงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในสถานการณ์แพร่ระบาดยังไม่ยุติ ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันติดเชื้อโควิด ต้องมีวิธีจัดการอย่างถูกต้อง ดร.วิจารย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านช่วยแยกขยะติดเชื้อใส่ถุงพลาสติกใช้แล้วที่สามารถมองเห็นขยะด้านในได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกำหนดวันที่พนักงานจะมาเก็บขยะอันตราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปกติจะเก็บทุกวันพุธ &amp;nbsp;แต่สถานการณ์ปัจจุบันควรจะเพิ่มจัดเก็บขยะอันตรายวันเว้นวันตามบ้านเรือน ตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำไปทำลายต่อไป ซึ่ง กทม.&amp;nbsp;มีเตาเผาขยะติดเชื้ออยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่จะรวบรวมอย่างไร ส่วนในต่างจังหวัดหรือชุมชนชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าไม่รอรัฐ ผู้นำชุมชนควรมีบทบาทสร้างระบบเก็บขยะขึ้นเองได้ โดยคนเก็บขยะติดเชื้อต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ใส่ถุงมือให้ถูกหลักอนามัย โดยขอคำแนะนำการปฏิบัติจากโรงพยาบาลสาธารณสุขตำบล หรือ รพ.สต.&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้คนเก็บขยะเหล่านี้ปลอดภัย อีกแนวทางรัฐบาลนอกจากแจกหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์แล้ว ต้องแจกถุงพลาสติกสีแดงสำหรับใส่ขยะหน้ากากอนามัย หากสร้างระบบจัดการขยะติดเชื้อให้ประชาชนมั่นใจ ขยะกลุ่มนี้จะจัดการอย่างถูกต้อง ประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ธุรกิจ รับส่งอาหารเฟื่องฟูสุดขีด สะท้อนคนสั่งอาหารมากขึ้นหลายเท่าตัวในช่วง Locked Down กรุงเทพ ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับแนวทางลดขยะจากอาหารเดลิเวอรี่ ทำได้หลายวิธี ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ทางร้านอาหารที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไม่ควรบริการช้อนส้อมพลาสติกให้ลูกค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะเป็นการเพิ่มขยะพลาสติกโดยไม่จำเป็น เพราะที่บ้านก็มีช้อนตัวเองอยู่แล้ว ในระยะต่อไปต้องมองระบบจัดการขยะอาหารเดลิเวอรี่ เพราะธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างขยะต่อวันมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องการความสะดวกสบายและอยู่กับโลกออนไลน์ หลังวิกฤตโควิดต้องมาหาแนวทางร่วมกัน นอกจากส่งอาหารแล้ว ต้องรับคืนบรรจุภัณฑ์ด้วย นี่คือ โอกาสลดขยะพลาสติก รวมถึงร้านควรปรับเปลี่ยนใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนขยะเศษอาหารก็สามารถนำไปหมัก ทำปุ๋ยชั้นดี ใช้เป็นสารบำรุงดิน นี่คือ การเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ แต่จะเป็นมาตรการบังคับหรือสมัครใจ โจทย์นี้ต้องช่วยกันคิดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น แต่ขยะได้รับการจัดการอย่างถูกต้องมีเพียง&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;โครงการเตาเผาขยะก็มีเสียงต่อต้าน ขณะที่การทำหลุมฝังกลบต้องใช้พื้นที่เยอะ ขณะที่ท้องถิ่นมีขนาดเล็กและปริมาณขยะน้อย แนวทางโรงไฟฟ้ากำจัดขยะเป็นอีกทางเลือก ท้องถิ่นไม่ต้องทำ แต่ให้เอกชนลงทุน ภายใต้กำกับดูแลของภาครัฐ จะเกิดประโยชน์และทำให้การจัดการมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อนบ้านของเรามีระบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งสิงค์โปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ทำมานานแล้ว แต่ประเทศไทยยังก้าวไม่ข้ามเสียที ขยะจากโควิดเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างระบบให้มีประสิทธิภาพ แต่อานิสงส์ทำให้คุณภาพอากาศกรุงเทพฯ ดีขึ้น เพราะคนอยู่บ้าน ใช้รถน้อยลง การจราจรเบาบาง และตัวเลขปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;ดร.วิจารย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลจัดการ,&amp;nbsp;ควบคุม,&amp;nbsp;ดูแล และรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดมลพิษ ได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า ขยะที่เกิดจากหน้ากากใช้แล้วเพิ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและแก้ปัญหาขยะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว สำหรับประชาชนทั่วไปให้รวบรวมถุงขยะที่มีหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วแยกออกจากถุงขยะอื่นๆ พร้อมระบุข้อความบนถุงขยะว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้เห็นได้อย่างชัดเจน จากนั้นส่งให้กรุงเทพมหานครหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อแนะนำสำหรับสถานที่ราชการ สถานที่ทำงานเอกชน สถานประกอบการ อาคารชุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะต้องจัดให้มีถังขยะสำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยเฉพาะ และติดสัญลักษณ์รูปภาพข้อความที่สื่อถึงหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ควรวางไว้ในจุดรวบรวมที่สามารถเห็นได้ชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และไม่ควรมีจุดรวบรวมเกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด สิ่งที่ทำควบคู่กันคือ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วในองค์กรอย่างต่อเนื่อง แสดงแผนผังหรือรูปภาพ แสดงวิธีการที่ถูกต้องไว้บริเวณที่ตั้งถังขยะ จากนั้นรวบรวมโดยแยกทิ้งจากขยะอื่นๆ เพื่อส่งให้ กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ อปท.&amp;nbsp;หรือส่งให้สถานที่กำจัดเอกชนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี การทิ้งถูกที่ กำจัดถกทาง จะช่วยลดปัญหาขยะ และป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19&amp;nbsp;สร้างความปลอดภัยต่อตนเองและส่วนรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อาหารสำเร็จรูป ที่บรรจุกล่องโฟม เป็นที่ต้องการ ในช่วงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีช่วยลดขยะพลาสติก ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;อธิบดี คพ.&amp;nbsp;ให้คำแนะนำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน หากไม่มีครัว สั่งแบบเดลิเวรี่ อย่าลืมแจ้งทางร้านหรือคนขับของแอพต่างๆ ที่ให้บริการว่า ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกทุกครั้งด้วย เพื่อช่วยกันลดขยะพลาสติก&amp;nbsp;&amp;nbsp;และใช้ช้อนตัวเอง ที่ล้างทำความสะอาดด้วยตัวเอง มั่นใจต่อสุขภาพอนามัยมากขึ้น เพราะการสั่งเดลิเวอรี่แต่ละละครั้ง สร้างหลายชิ้น ในส่วนร้านอาหารควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรบริโภคอาหารแบบแพ็คห่อพอประมาณ ลดการสร้างขยะพลาสติก ช่วงกักตัวหากสามารถทำอาหารทานเองได้ควรทำให้บ่อยขึ้นแทนการบริโภคอาหารสำเร็จรูป ที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และการซื้อสินค้าอาหาร ควรตรวจสอบวันหมดอายุก่อนซื้อ และซื้อไว้ในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับการบริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด&amp;nbsp;Food waste&amp;nbsp;หรือขยะอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากช่วยกันปฏิบัติแนวทางนี้จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันและมีส่วนบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะจากหน้ากากอนามัย, ขยะจากโควิด-19, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, ธุรกิจส่งอาหาร, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9518a5c5e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานต่อเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรระดับกระทรวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เป็นที่น่าวิตกปัญหาสุขภาพของข้าราชการและบุคลากรในหน่วยงานรัฐที่เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีน้ำหนักเกิน และมีภาวะความเครียดสูง ฉะนั้น การสร้างเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของคนในองค์กร จะช่วยให้ข้าราชการมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น มีสุขภาพดี สมองกระตือรือร้นคิดสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐที่ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนเสริมสร้างสุขภาวะองค์กร ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีการขยายผลการดำเนินกิจกรรมระดับกระทรวงอย่างเข้มข้น ทั้งเก็บรวบรวมวิเคราะห์ขอมูลปัญหาสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของข้าราชการ เพื่อกำหนดนโยบาย จัดอบรม กระตุ้นจิตสำนึกในการดูแลสุขภาพ ปรับพื้นที่ในองค์กรให้เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีการแข่งขันสร้างเสริมสุขภาพระหว่างหน่วยงานอย่างสนุกสนาน เกิดผลในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด สสส. ร่วมกับ ทส. และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดตัว &amp;ldquo;โครงการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมองค์กรแห่งความสุข&amp;rdquo; ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ บรรยากาศงานแกรนโอเพนนิ่งครั้งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คนทำงาน ทส. เข้าร่วมงานกว่า 600 คน ทั้งข้าราชการ ทสจ. จาก 76 จังหวัด สิ่งแวดล้อมภาค ฯลฯ มีเสวนาบอกเล่าสรรสาระจากการสร้างสุขภาวะองค์กร รวมถึงการระดมความคิดเห็นจัดทำโครงการย่อยสำหรับทุกกรม  เพื่อขอสนับสนุนงบ รวมทั้งจัดบูธแสดงผลงานที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้รับงบประมาณจาก สสส. ในกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะองค์กร เริ่มที่สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) เมื่อปี 2556 มีกิจกรรมให้ข้าราชการสังกัด สป.ทส. สร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ต่อมาขยายผลมาสู่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เพื่อสร้างเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการ ส่งเสริมออกกำลังกายภายในหน่วยงาน ลดพุง ลดโรค ส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารปรุงอาหารถูกหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม สร้างสุขภิบาลในโรงอาหาร ตั้งชมรมศิลปะ ชมรมจักรยาน จากนั้นได้หารือกับ สสส. มีวัตถุประสงค์อยากให้ ทส.เป็นกระทรวงนำร่องสร้างสุขทั้งองค์กร เราเห็นตรงกันถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำโครงการเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรมาขยายผลการให้เกิดความต่อเนื่องในระดับกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ทส.องค์กรแห่งความสุขจากนี้จะมีหน่วยงานในสังกัดระดับกรมทุกกรม จำนวน 10 กรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 3 หน่วยงาน และองค์การมหาชน จำนวน 2 หน่วยงาน มีจำนวนข้าราชการและบุคลากร 41,414 คน เข้าร่วมโครงการ วางแผนระยะเวลาดำเนินการโครงการฯ 2 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2562-2564 คาดว่าจะสามารถสร้างนักสร้างสุของค์กรตัวคูณได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 คน เป็นผู้นำในการเสริมทัพขับเคลื่อนแนวคิดการเสริมสร้างองค์กรสุขภาวะเสริมสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้บุคลากรในหน่วยงาน &amp;ldquo; วิจารย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัด ทส. แกนนำขับเคลื่อนคนสำคัญ กล่าวต่อว่า ตลอดสองปีนี้จะจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างสุขภาวะให้เกิดในองค์กรเพิ่มขึ้น ยึดหลักการความสุข 8 ประการในที่ทำงานเพื่อสนับสนุนการสร้างสมดุลชีวิต และถอดบทเรียนการเรียนรู้ภายใต้การหนุน สสส. เราหวังให้ข้าราชการ ทส. สุขภาพดีขึ้น ทำงานอย่างมีความสุข มีส่วนร่วมพัฒนาองค์กร อยากให้ทำด้วยใจ เปิดใจกับเพื่อนร่วมงาน ทุ่มเทในการทำงานของตนเองให้ดีที่สุดและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร นอกจากนี้ บุคลากรของแต่ละกรมต้องพัฒนาตัวเอง เปิดรับความรู้ใหม่ๆ จะหยุดนิ่งกับที่ไม่ได้ ส่วนเรื่องตำแหน่งในการทำงาน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะพบกับความสำเร็จ จากโครงการนี้ค่าเฉลี่ยความสุขของพี่น้องกระทรวงทรัพย์เพิ่มขึ้นในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สุจิตต์ ไตรพิทักษ์ กรรมการบริหารแผน คณะที่ 4 สสส. กล่าวว่า โครงการเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรภาครัฐ ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้ เป็นการขยายผลความสำเร็จต่อเนื่องหลังจากกระทรวงได้ดำเนินการครั้งแรกในปี 2556 และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ จากการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง สสส.สถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยมีเป้าหมายให้เกิดการเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรในระดับกระทรวง ครอบคลุมทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; อยากให้กระทรวงอื่นๆ นำต้นแบบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริหารให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เน้นให้คนในองค์กรมีความสุข ซึ่ง สสส. เน้นสุขภาวะ 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ปัญญา และสังคม ทส. เกาะติดเรื่องเสริมสร้างสุขภาวะองค์กรมาตลอด หัวใจที่ทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพ คือ คนมีความสุข ภารกิจของข้าราชการ ทส. หนัก เพราะต้องดูแลทรัพยากรของชาติ ก่อนหน้านี้ มีกระทรวงสาธารณสุขที่เดินหน้าสู่องค์กรสุขภาวะได้อย่างดี ถัดมากระทรวงแรงงานกำลังขับเคลื่อน สำหรับกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นกระทรวงที่ 3 จะขยายผลต่อไป เราเน้นเครื่องมือในการสร้างองค์กรสุขภาวะ เป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารนำไปปรับใช้ได้ เครื่องมือดังกล่าว สสส. สร้างไว้มากมาย ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ องค์กรสามารถเลือกเครื่องมือที่ถนัด ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุจิตต์ กล่าวต่อว่า  สสส.จุดประกาย แต่กระทรวงทรัพย์ฯ ต้องเดินต่อด้วยตัวเอง กระทรวงไหนที่อยากทำโครงการก็ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อสร้างองค์กรสุขภาวะอย่างยั่งยืน ผลลัพธ์จะดีขึ้นในภาพรวม จากการขับเคลื่อนแนวคิดสร้างองค์กรสุขภาวะ มีการประเมินผลและติดตาม พบว่า สุขภาวะคนในองค์กรดีขึ้น ข้าราชการมีความเครียดลดลง โรคเจ็บป่วยเรื้อรังลดลง น้ำหนักเกินลดลง พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป ออกกำลังกายมากขึ้น ช่วยลดโรคไม่พึงประสงค์ และแค่นักสร้างสุของค์กรกลับไปทำหน้าที่สร้างสุขในครอบครัวก็สำเร็จแล้ว  ถือเป็นทิศทางที่ สสส. จะสนับสนุนต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนเครื่องมือองค์ความรู้ happy workplace โดยร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องพร้อมสำรวจปัจจัยด้านที่มีผลต่อการสร้างสุขภาวะองค์กร ผ่านดัชนีชี้วัดการประเมินสุขภาวะองค์กร HOA. (Healthy Organization Assessment) ตัวมาตรวัดคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากร เกิดเป็นโมเดลสร้างสุขภาวะองค์กรภายใต้สูตร &amp;#39;5-4-3 ความสุของค์กรเสริมด้วยเรา&amp;#39; เพื่อเป็นต้นแบบอันดีในการสร้างสุขภาวะองค์กรในระดับกระทรวง ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่จะต่อยอดไปยังแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โมเดลสร้างสุขภาวะองค์กรภายใต้สูตร &amp;quot;5-4-3ความสุของค์กรเสริมด้วยเรา&amp;quot; ประกอบด้วย &amp;#39;5 ส.&amp;#39; ได้แก่ สถานการณ์ สร้างแกนนำขับเคลื่อนต้องมีเครือข่ายและบุคลากร สนับสนุนพื้นที่คิด เครื่องมือ ส่งเสริมสู่การปฏิบัติภายในให้เกิดนโยบาย และ สื่อสาร ส่วน &amp;#39;4 ต.&amp;#39; เป็นการติดตั้งความรู้การใช้เครื่องมือ ติดตามเพื่อบ่มเพาะ เติมเต็มสิ่งที่ยังขาดด้วยวิธีการโค้ช และต่อยอด เป้าหมายสุดท้ายที่เป็นความสำเร็จ 3 ส่วน คือ สู่องค์กรสุขภาวะอย่างถาวร สู่การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรภาครัฐกับหน่วยงานกำกับนโยบาย และสู่นโยบายระดับชาติ&amp;quot; ดร.ประกาศิต กล่าวทิ้งท้ายมาสร้างองค์กรแห่งความสุขกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและองค์กรก้าวหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, สุขภาวะองค์กร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b201ddb9ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. จัดเวทีเยาวชนอาเซียน เล็งแก้ไขปัญหาขยะทะเลระดับภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเยาวชนอาเซียน ด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Plus Three Youth Environment Forum 2019 ) ร่วมด้วย นายสุพจน์ รอดเรือง&amp;nbsp; ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายสุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวว่า ประเทศไทย ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา (ASEAN Working Group on Environmental Education - AWGEE)&amp;nbsp; เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ให้เป็นเจ้าภาพจัดเวทีเยาวชนอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Plus Three Youth Environment Forum 2019) ที่กำหนดจัดขึ้นทุก 2 ปี โดย ครั้งที่ 1 และ 2 ประเทศบรูไน เป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 3 และ 4 ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ และครั้งนี้ ครั้งที่ 5 ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Clean up Our Sea, Change Our Future&amp;rdquo; มุ่งเน้นปัญหาขยะทะเล ที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งพบว่า หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล ติดอันดับสูงสุด 20 ประเทศของโลก โดย 80% มาจากขยะบนบก ไหลลงแม่น้ำ และลงสู่ทะเล ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกคนและทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเยาวชน ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนต่อไปในอนาคต การเปิดโอกาสให้เยาวชนอาเซียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีบทบาทในการคิด สร้างสรรค์ ลงมือปฏิบัติ และพัฒนางานด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้พวกเขาเกิดความตระหนัก หลงรักและหวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว พร้อมที่จะเป็นแนวร่วมในการบอกต่อและมีส่วนช่วย&amp;nbsp; ในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เยาวชนประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวม 60 คน เยาวชนไทย&amp;nbsp; 40 คน ตลอดจน ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 คน โดยกิจกรรม มีทั้งการนำเสนอสถานการณ์ปัญหาขยะ/ขยะทะเล และการจัดการของแต่ละประเทศสมาชิกฯ การบรรยายพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;Clean up Our Sea, Change Our Future&amp;rdquo; โดย ปลัด ทส. การเล่าประสบการณ์&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขยะจากแม่น้ำสู่ทะเล : บทเรียนประเทศไทย&amp;rdquo; โดย ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ริเริ่มกิจกรรม &amp;ldquo;พายเรือเพื่อเจ้าพระยา - เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงอ่าวไทย&amp;rdquo; รวมทั้งการบรรยาย &amp;ldquo;การจัดการปัญหาขยะทะเลของประเทศญี่ปุ่น&amp;rdquo; โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ เยาวชนยังจะได้ฝึกปฏิบัติในการสร้างสรรค์สื่อและการสื่อสารสู่สาธารณะเพื่อการรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมของเทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลรางวัลชนะเลิศด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (เทศบาลขนาดใหญ่) ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะแบบศูนย์รวม ที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีการจัดการขยะต้นทาง ลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ระบบกำจัด มีการนำขยะบางประเภทไปใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้โรงเรียนสังกัดเทศบาลคัดแยกขยะรีไซเคิล ส่งเสริมการคัดแยกขยะในสถานประกอบการและชุมชน ตลอดจนมีโรงงานเตาเผาขยะเพื่อจัดการขยะปลายทางจากครัวเรือนและชุมชนที่ผ่านการคัดแยกแล้ว มาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปัญหาและการจัดการขยะทะเลของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ขยะทะเล, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d774906d1d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.จัดงาน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ยุติหมอกควัน ปลุกคนไทยร่วมกำจัดมลพิษทางอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมจัดวันสิ่งแวดล้อมโลก &amp;ldquo;Beat Air Pollution : หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; วันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ปลุกคนไทย-ประชาคมโลกใส่ใจต่อปัญหามลพิษทางอากาศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทั่วโลกตื่นตัวกับวิฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ร่วมกันหาแนวทางป้องกันและลงมือแก้ไข โดยปีนี้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) รณรงค์ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;Beat Air Pollution&amp;rdquo; หรือที่ประเทศไทยใช้คำขวัญรณรงค์ว่า &amp;ldquo;หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ซึ่งปีนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพการจัดงาน เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก ทั้งกระทบต่อการดำเนินชีวิต กระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งผลต่อการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลจาก UNEP พบว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน ในจำนวนนี้ เกินครึ่ง (4 ล้านคน) อยู่ในแถบเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และในปีนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อรณรงค์พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางอากาศของสถานประกอบการ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม การตรวจวัดฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และยานยนต์ไฟฟ้า ยังได้ดำเนินการส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองทั่วประเทศ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันตั้งแต่ตอนนี้ ทุกคนสามารถป้องกันและแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Beat Air Pollution : หยุดหมอกควันและอากาศพิษเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างความตื่นตัว มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์ และเชิดชูเกียรติบุคคล ดารานักแสดง รวมทั้งองค์กรต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าร่วมงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 17.00 น.กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;บทเรียนการแก้ไขมลพิษทางอากาศระดับประเทศ การเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;การขับเคลื่อนให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหามลพิษคุณภาพอากาศ&amp;rdquo; รวมทั้งนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น UNEP สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), วันสิ่งแวดล้อมโลก, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0fa23986ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เปิดหลักสูตรธรรมมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เสริมแนวรบอนุรักษ์-สร้างผู้นำองค์กรสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้จัดการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 (ปธส.7) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงขององค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ให้เป็นนักบริหารยุคใหม่ที่มีหัวใจสีเขียว และเป็นต้นแบบการบริหารจัดการแบบองค์รวมและบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันภัยคุกคามจากวิกฤติสิ่งแวดล้อมได้แผ่ลามไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ทำให้เกิดมลพิษ ภัยพิบัติ รวมถึงปัญหาความมั่นคงของทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ อาหาร และพลังงาน โดยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ได้มุ่งแก้ปัญหาโดยให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งกลไกหนึ่งที่จะทำให้สำเร็จได้ คือ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่ต้องแสดงบทบาทผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) ขึ้น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงขององค์กรต่าง ๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวมและบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาล สามารถวิเคราะห์และบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานจริยธรรมสิ่งแวดล้อม ตัดสินใจแก้ไขปัญหาบนหลักเหตุและผล คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงและเป็นต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม มีการเชื่อมโยงไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ปธส.7 ประกอบด้วย ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการทหารและตำรวจ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เอกชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และผู้นำท้องถิ่น รวม 60 คน โดยมีการเรียนทุกวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ถึง 23 สิงหาคม 2562 เป็นเวลา 4 เดือน หรือใช้เวลาการอบรมทั้งสิ้น 231 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการดำเนินงานในหลักสูตร กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับความร่วมมือจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์สูงด้านการบริหารจัดการและนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม มาช่วยดูแลเนื้อหาด้านวิชาการและบริหารจัดการหลักสูตร โดยเนื้อหาในการเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มวิชา ประกอบด้วย กลุ่มวิชาที่ 1 หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสำหรับผู้บริหาร, กลุ่มวิชาที่ 2 กระแสโลกและแนวโน้มด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มวิชาที่ 3 เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มวิชาที่ 4 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มวิชาที่ 5 การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงประจักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การเพิ่มขีดความสามารถให้แก่นักบริหารระดับสูงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม ให้เป็นนักบริหารยุคใหม่ที่มีหัวใจสีเขียวและเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการแบบองค์รวมและบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ถือเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันองค์กรให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายความร่วมมือ เพื่ออนุรักษ์ดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศชาติต่อไปในอนาคตด้วย&amp;rdquo; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ทส., สส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca30d57e7836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
