<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งขยายรร.โมเดล &#039; Active Learning &#039;กระจายทั่วภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ก.ย.64- ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมวิชาการและประกาศนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง &amp;quot;ประกาศเดินหน้าพลิกโฉมสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน ก้าวข้ามสภาวะวิกฤตโควิด-19 แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดชั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps&amp;quot; ซึ่งมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ศธ.ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิษณุ กล่าวว่า เนื้อหาของการจัดงานในครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มาก และในอนาคตจะต้องมีนิทรรศการเรื่อง Active Learning แบบสัญจรทุกภูมิภาค เพราะเรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นของการก้าวเดินแบบพลิกโฉมการศึกษาไทย เพราะทุกวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สามารถบูรณาการด้วยการสอนแบบ Active Learning ได้ เนื่องจากเป็นการสร้างนวัตกรรมของครูสู่นักเรียน เพื่อทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบรู้ลึก รู้จริง และรู้นาน ซึ่งควรจะมุ่งเน้นการสอนในรูปแบบนี้ตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา เนื่องจากรูปแบบ Active Learning ถือเป็น New normal ของการศึกษา ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบิ๊กล็อกปฏิรูปการศึกษา โดยที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเรียนกาสอนรูปแบบนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้มีการเรียนรู้อย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวตรีนุช กล่าวว่า เพื่อเป็นโมเดลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและในราชกิจจานุเบกษาที่กำหนดให้แก้ปัญหาด้านการศึกษาด้วยวิธีปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และกำหนดให้ปรับกระบวนการเรียนการสอนในหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard-based curriculum) ในปัจจุบัน ให้ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะในยุคใหม่ (Competency-based Learning) โดยศธ. ได้ดำเนินการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการพัฒนาการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในลักษณะของการเรียน &amp;quot;วิธีเรียนรู้ (How to learn)&amp;quot; ที่ผู้เรียนสามารถนำไปเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ผ่านการรวบรวมข้อมูล (Gathering) การจัดข้อมูลให้เกิดความหมายผ่านการคิดวิเคราะห์ เพิ่มคุณค่า คุณธรรม ค่านิยม ออกแบบสร้างสรรค์ สร้างทางเลือก ตัดสินใจเลือกเป้าหมายแนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ (Processing) วางแผนลงมือทำ ตรวจสอบแก้ปัญหา พัฒนาไปสู่ระดับนวัตกรรม (Applying 1) โดยผู้เรียนสามารถสรุปเป็นความรู้ระดับต่าง ๆ จนถึงระดับหลักการ สามารถนำเสนอได้อย่างมีแบบแผน (Applying 2) และประเมินภาพรวมเพื่อกำกับความคิดและขยายค่านิยมสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางขึ้น (Self-Regulating) ซึ่งการเรียนรู้ในลักษณะนี้ สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน และทางออนไลน์ เพื่อเข้ากับบริบทของผู้เรียนอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่เป็นจุดเด่นของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว คือ การที่ผู้เรียนนำเอากระบวนการสร้างความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและการเรียนเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยผู้เรียนสามารถสร้างนวัตกรรมได้และยังให้เด็กได้เรียนรู้แบบปฏิบัติการเชิงวิจัยนำไปเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน เด็กแต่ละคนจะสามารถออกไอเดียในการยกระดับคุณภาพชีวิต ครอบคลุมการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ รวมถึงการประกอบอาชีพในอนาคต ทั้งในเชิงพาณิชย์ เชิงอุตสาหกรรม เชิงบริการ และอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย นับว่าเป็นการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง และขณะนี้มีโรงเรียนต้นแบบรวม 30 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 10 โรงเรียน โรงเรียนขนาดกลาง 10 โรงเรียน และโรงเรียนขนาดใหญ่ 10 โรงเรียน พบว่า ประสบผลสำเร็จและเกิดผลงานจากการปฏิบัติ เป็นนวัตกรรมทั้งของครูและนักเรียนจำนวนมากกว่า 1,500 นวัตกรรม และมีความคาดหวังว่าจะเกิดนวัตกรรมในปีการศึกษาต่อไปจำนวนกว่า 5,000 นวัตกรรม
.
&amp;ldquo;จากความสำเร็จดังกล่าว ศธ.จะเร่งขยายผลให้มีโรงเรียนต้นแบบในทุกภูมิภาคให้ทั่วประเทศโดยเร็ว และเร่งขยายผลให้ครอบคลุมทุกสถานศึกษา เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และปฏิบัติตามนโยบายปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ACTIVE LEARNING, ดร.วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149b311ac98e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ &#039;เร่งประกาศใช้พ.ร.บ.ปฐมวัย  เพื่อให้มีผลทางปฎิบัติ พร้อมดึง4กระทรวงหารือหาช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งแผนดังกล่าวอยู่ภายใต้ความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีสภาการศึกษา (สกศ.)เป็นเจ้าภาพในการจัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในลักษณะของการบูรณาการนั้น ขณะนี้ สกศ.ได้จัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และเมื่อเร็ว ๆนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สกศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กเล็ก เพื่อให้รับทราบว่า ครม.ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการวางแผนปฎิบัติการในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และให้จัดส่งแผนปฏิบัติการมาที่ สกศ.ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสกศ.จะได้ช่วยวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆว่ามีช่องโหว่อะไรหรือไม่ อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กส่วนใหญ่จะมีแผนและมาตรฐานในการดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมาช่วยกันดูว่ามีปัญหาหรือไม่ ต้องพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างไร เพื่อที่การทำงานพัฒนาเด็กจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน สกศ.จะจัดเวิร์คช็อปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะจาก 4 กระทรวงหลักคือ มท. ศธ. สธ.และพม. เพื่อมาคุยกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงานว่ามีปัญหาตรงจุดไหน มีช่องโหว่อะไรบ้าง รวมถึงดูตัวชี้วัดต่างๆร่วมกัน และการทำงานเป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กหรือไม่ หรือมียุทธศาสตร์ไหนบ้างที่หน่วยงานยังไม่ได้ทำจะได้เร่งทำ โดยคาดว่าจะจัดเวิร์คช็อปได้ช่วงเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใน พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19 ยังได้กำหนดไว้ว่า เมื่อ ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และต้องประกาศให้รับทราบทั่วกัน ดังนั้น รองนายกฯวิษณุ ขอให้ สกศ.ช่วยเร่งดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวด้วย ซึ่งทาง สกศ.ได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว และจะนำเสนอ นายวิษณุ ลงนามในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 จากนั้นจะไปสู่ขั้นตอนลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศให้ทุกคนได้รับทราบและปฎิบัติตามกฎหมายต่อไป &amp;rdquo;เลขาฯ สกศ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112850</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.ปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; แจงชัดข้อกำหนดป้องกันข่าวปลอมโควิด ถ้าเสนอความจริงไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 ก.ค.64 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีข้อกำหนดฉบับที่ 27 ระบุการเผยแพร่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ถ้าเป็นกรณีที่นำเสนอข้อเท็จจริงแต่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวจะถือว่ามีความผิดหรือไม่ว่า ถ้าเสนอข่าวข้อเท็จจริงไม่ถือว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตการกำหนดเช่นนี้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่าข้อความดังกล่าวลอกมาจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพก็ขัดรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ตอนออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ส่วนกรณีข้อกำหนดดังกล่าวจะใช้เป็นเวลา 14 วันเว้นแต่จะประเมินสถานการณ์ความเหมาะสมต่อไปนั้น ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องเขาประเมินอยู่ทุกวันโดยดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เ้สียชีวิต จำนวนการฉีดวัคซีนว่ามีมากน้อยอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, พรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd40dd669b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; วิษณุ&#039; มอบสกศ. ปรับยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้ยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ค.64- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิษณุ เครืองาม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 และการรายงานผลการติดตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยอภิปรายอย่างกว้างขวางถึงภาวะสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยที่จำเป็นต้องสร้างการบูรณาการกันทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้มอบหมายให้ สกศ.ปรับยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับดังกล่าวให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด เพื่อขจัดอุปสรรคต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยใช้กลไกขับเคลื่อนสำคัญภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ที่ต้องย้ำติดตามการดําเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติของหน่วยงานต้นสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแล พัฒนาและจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดําเนินงานตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับตัวชี้วัดอย่างละเอียด ในแต่ละยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเด็กปฐมวัย &amp;nbsp;พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ มาตรการขับเคลื่อน และการติดตามประเมินผล เพื่อลดความซ้ำซ้อนการบริหารงาน เพราะการพัฒนาเด็กไม่ได้มีแค่พัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ สติปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีทักษะการบริหารจัดการตนเองขั้นสูง (Executive Functions : EF) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเพิ่มเสาหลักการพัฒนาตัวตนในเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นกระบวนการความคิดระดับสูงของสมองส่วนหน้าที่มีความเกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเด็กปฐมวัย ผนวกเข้ากับแผนการขับเคลื่อนต่อเนื่องกันทุกกระทรวงในสถานการณ์โควิด จะทำให้ไม่ขาดตอนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.2561&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108825</URL_LINK>
                <HASHTAG>#แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc74dd419670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้คลายล็อกก่อสร้าง4ประเภทต้องรอจังหวัดประกาศก่อนถึงมีผล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)ให้อนุญาตสำหรับการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบางประเภทและเคลื่อนย้ายแรงงานในกรณีมีเหตุจำเป็นว่า ตามขั้นตอนหลังจากนายกฯ ในฐานะผอ.ศบค.อนุมัติแล้ว ทางจังหวัดแต่ละจังหวัดจะต้องไปออกประกาศของตัวเองอีกครั้ง หากจังหวัดยังไม่ออกประกาศก็ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยแต่ละจังหวัดจะต้องไปสำรวจก่อนว่าจังหวัดของตัวเองมีงานก่อสร้างตรงไหนที่ยังค้างคาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การคลายล็อกดังกล่าวไม่ได้เป็นการคลายล็อกถาวร แต่เป็นการคลายล็อกชั่วคราว และเฉพาะบางงานที่ทำให้เกิดอันตรายหากทิ้งไว้ เนื่องจากหลังมีการออกข้อกำหนดฉบับที่ 25 มีการรายงานกลับมาว่างานก่อสร้างบางประเภทต้องหยุดทันที อุปกรณ์อะไรต่างๆ ยังอยู่ที่เดิม บางแห่งปั้นจั่นยังคาไว้ จึงต้องคลายล็อกชั่วคราวเพื่อให้หัวหน้าช่างพาคนงานไปเก็บงานให้เสร็จ จะปล่อยเคว้งไว้ไม่ได้ ส่วนงานก่อสร้างอื่นๆ ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงจะทำให้เกิดอันตรายยังหยุดเหมือนเดิมตามข้อกำหนดฉบับที่ 25 อย่างไรก็ตาม ในส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดฉบับที่ 25 นั้น ยังมีการเยียวยาอยู่เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ณัฐพล มอบหมายให้นายสรพงศ์ ศรียานงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศปก.ศบค. ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร และอีกฉบับหนึ่งถึงผู้ว่าฯกทม.โดยตรง เพื่อแจ้งให้ทราบว่านายกรัฐมนตรีเห็นชอบข้อเสนอ ศปก.ศบค. โดยอนุมัติหลักการให้ผ่อนคลายคำสั่งห้ามการก่อสร้างในโครงการก่อสร้างบางประเภท ซึ่งการหยุดก่อสร้างชั่วคราวอาจจะส่งผลกระทบให้ความเสียหายเชิงโครงสร้างทางวิศวกรรม หรือโครงการก่อสร้างบางประเภทที่มีความจำเป็นอันสมควรได้รับการยกเว้น และการเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้าง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรค โควิด-19 และประโยชน์ด้านสาธารณสุข 4 ประเภทก่อสร้าง โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108597</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, จังหวัด, ดร.วิษณุ เครืองาม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd40dd669b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้มท.แก้ระเบียบปลดล็อกท้องถิ่นซื้อวัคซีนได้ไม่ต้องขอครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด​ (อบจ.)​ หลายแห่งต้องการจะนำงบประมาณไปจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; แต่ติดขัดระเบียบบางข้อทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ว่า อบจ.ควรไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเท่าที่ตนทราบ กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาอยู่&amp;nbsp; โดยระเบียบที่ติดขัดอยู่เป็นเรื่องการใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางข้อ ที่ได้กำหนดไว้ว่าสามารถนำเงินไปใช้ในการพัฒนาหรือเรื่องอื่นใดได้บ้าง แต่ไม่ได้เขียนเผื่อไว้ให้นำไปจัดซื้อวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอดีตยังไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อวันนี้เริ่มมีกรณีตัวอย่าง กระทรวงมหาดไทยสามารถนำมาพิจารณาและดำเนินการแก้ไขได้เอง เพราะเขามีคณะกรรมการที่รับผิดชอบตรงนี้อยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเสนอเรื่องมาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าบางฝ่ายเสนอให้เปิดช่องแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดต่อขอซื้อจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้โดยตรง&amp;nbsp; นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนยังต้องการขายให้หน่วยงานภาครัฐ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถติดต่อขอซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ดังนั้นถ้าเขาต้องการจะจัดซื้อในช่วงนี้ สามารถติดต่อหน่วยงานอย่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, มหาดไทย, วัคซีน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37e942ef10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.รับลูกรองนายกฯ เร่งขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ตั้งคณะทำงานปรับปรุงแนวปฎิบัติเรื่องความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7เม.ย.64-นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีนายอัมพร พินะสา เลขาธิการกพฐ.เป็นประธาน ว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สพฐ.จึงได้นำข้อสั่งการดังกล่าวมาหารือเพื่อนำหปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปการศึกษา มาตรฐานจริยธรรมครู ความปลอดภัยในสถานศึกษา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งประเด็นเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ สพฐ. ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมข้อมูล และนำเสนอให้นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เป็นนโยบายเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนิท กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สังคมมีความห่วงใยเรื่องความรุนแรงในสถานศึกษานั้น สพฐ.ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลครู นักเรียน และโรงเรียนขอชี้แจงว่าที่ผ่านมาเรามีมาตรการเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น อีกทั้งนางสาวตรีนุช และนายวิษณุ ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ซึ่งมีข้อสั่งการว่าโรงเรียนจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดมากกว่าครอบครัวของนักเรียน ดังนั้น สพฐ.จะตั้งคณะทำงานปรับปรุงแนวปฏิบัติเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาใหม่ เพื่อให้มีความเข้มข้นมากกว่าเดิม โดยต่อจากนี้ไปหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับเด็กไม่ว่าจะเป็นเรื่องบลูลี่ ล่วงละเมิดทางเพศ หรือครูลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุผู้บริหารโรงเรียนจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการดูแลนักเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98679</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.วิษณุ เครืองาม, อ.สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1db4ba7d84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
