<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CIBA มธบ. เผยการเรียนการสอนระบบออนไลน์ฉลุย เหตุเด็กเก่งเทคโนโลยี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5พ.ค.63- ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash;19 มหาวิทยาลัยได้ปรับการเรียนการสอนในห้องเรียนโดยจัดการเรียนการสอนออนไลน์ทดแทน สำหรับ CIBA นักศึกษาและบุคลากรได้มีการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์และมีการใช้เครื่องมือ โปรแกรมต่างๆ อยู่แล้ว จึงคุ้นเคยกับระบบเทคโนโลยี โดยนักศึกษาของวิทยาลัย CIBA ได้รับแจกไอแพดจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1 ภาคเรียนที่ 2 ดังนั้น นักศึกษาจึงมีอุปกรณ์พร้อมในการเรียนประกอบกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถใช้เทคโนโลยี เครื่องมือต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมีความพร้อมอยู่แล้วจึงปรับตัวได้เร็วเมื่อเกิดวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของเนื้อหาการเรียนการสอนได้กำหนดให้อาจารย์จัดแบ่งการเรียนการสอน เป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า (3 ชั่วโมง) และช่วงบ่าย (3 ชั่วโมง) ในแต่ละช่วงจะแบ่งเป็น 2 section แต่ละ section ประกอบด้วย 1.30 ชม ซึ่งการสอนแบบไลฟ์สดดังกล่าว กำหนดให้แต่ละsection จะมีการแบ่งการไลฟ์โดยกำหนดให้ไลฟ์ครั้งละ 15-20 นาที แต่สูงสุดไม่เกิน 50 นาที และอีก 30 นาที กำหนดให้นักศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิเคราะห์จากกรณีศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นก็จะดำเนินการสอนในแต่ละ section เช่นนี้ต่อไป จนกว่าจะครบทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย เมื่อการดำเนินการสอนแบบไลฟ์และการทำกรณีศึกษาเสร็จสิ้น อาจารย์ผู้สอนก็จะมอบหมายงานให้นักศึกษาจัดทำโปรเจค ที่สอดคล้องกับวีดีโอคลิปที่อาจารย์มอบหมายให้ เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนรู้ไปในแต่ละวัน ทั้งนี้วีดีโอคลิปดังกล่าว จะมีความยาวไม่เกินกว่า 8 นาที เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของให้นักศึกษาในการทบทวนได้เป้นอย่างดี และการทบทวนจากวีดิโอคลิปดังกล่าวจะถูกนำมาตั้งเป็นคำถามกับนักศึกษาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสรุปผลร่วมกันก่อนเริ่มเรียนในบทเรียนถัดไป ทั้งนี้การเรียนการสอนแบบไลฟ์นี้จะเหมาะกับนักศึกษา 30-40 คนต่อชั้นเรียนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับคลาสเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักศึกษาประมาณ 80 คน ผู้สอนควรจะใช้ Google docs หรือ Google Sheets ควบคู่กับโปรแกรม Zoom Video Conferencing&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการระดมสมองร่วมกันระหว่างนักศึกษาในชั้นเรียน และใช้เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เนื่องจากการสอนออนไลน์แบบไลฟ์สดนั้น จะแตกต่างอย่างมากกับการเรียนในชั้นเรียน เนื่องจากอาจารย์ไม่สามารถสังเกตหน้าตาของนักศึกษาที่กำลังสงสัย หรือเวลาที่นักศึกษาตั้งคำถาม อาจารย์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เครื่องมือที่ได้กล่าวข้างต้นมาช่วยเพื่อเพิ่มพูนกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนั้น ทางวิทยาลัย CIBA มีการอบรมทำความเข้าใจกับอาจารย์เกี่ยวกับการสอนออนไลน์ แม้ว่าอาจารย์จะมีความคุ้นชินอยู่แล้ว แต่ก็มีบางอย่างที่อาจารย์ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมร่วมกัน เช่น การเลือกใช้สี เลือกใช้ตัวอักษร เพื่อทำให้นักศึกษาสนใจการเรียนแบบออนไลน์เพิ่มมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวในตอนท้ายว่า การเรียนการสอนออนไลน์นั้น เหมาะกับการเรียนของเด็กยุคใหม่ที่เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้อย่างชำนาญอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการใช้ระบบสอนออนไลน์ทั้งหมด กลับพบว่า กลุ่มนักศึกษาที่ชื่นชอบการเรียนออนไลน์นั้น เป็นกลุ่มนักศึกษาภาคพิเศษ (ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่แล้ว) ซึ่งพวกเขามองว่าเหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มของนักศึกษาภาคปกติ ถึงแม้ว่าจะเรียนออนไลน์ได้ดี แต่ด้วยความเป็นมนุษย์สังคม ยังอยากมีปฎิสัมพันธ์ อยากมาสื่อสาร อยากมาเรียนรู้กับผู้อื่นในชั้นเรียนมากกว่า ดังนั้น ถ้าให้วิเคราะห์ในขณะนี้ การเรียนการสอนผ่านออนไลน์ทั้งหมดนั้น อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมของนักศึกษามากนัก เพราะนักศึกษาไทย คนไทยยังคงชอบปฎิสัมพันธ์ พูดคุยสื่อสารกันมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศิริเดช คำสุพรหม, มธบ., เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb14a43a1c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“CIBA-มธบ.” เปิดหลักสูตร Business Innovation สร้างเด็กมี Passion เป็นนวัตกรหวังป้อนตลาดแรงงานยุค 5 G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;CIBA-มธบ.&amp;rdquo; เปิดตัว หลักสูตรแนวใหม่ บริหารธุรกิจ สาขานวัตกรรมธุรกิจ (Business Innovation) เน้นสร้างนวัตกรที่สามารถประยุกต์แนวคิดสร้างนวัตกรรมใหม่หรือต่อยอดนวัตกรรมเดิม คาดตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค 5 G &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) เปิดเผยว่า CIBA เตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ภายใต้ชื่อ หลักสูตรบริหารธุรกิจสาขานวัตกรรมธุรกิจ (Business Innovation) จะเป็นหลักสูตรแนวใหม่ที่จัดการเรียนการสอนเป็นกลุ่มวิชา (Module) เป็นกลุ่มวิชาพื้นฐานที่จัดขึ้นมาใหม่ให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเน้นการสร้างนวัตกรที่สามารถไปสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือต่อยอดนวัตกรรมเดิม ให้ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ โดยกลุ่มวิชาที่จัดขึ้นมาใหม่ ใน 3 โมดูล สำหรับนักศึกษาปี 1-2 ประกอบด้วย กลุ่มวิชาการเป็นผู้ประกอบการ กลุ่มวิชาดิจิทัล และกลุ่มวิชานวัตกรรม และในแต่ละกลุ่มวิชานี้จะมีการเรียน 5 รายวิชาด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิชาที่เรียนนั้นจะปลูกฝังให้นักศึกษามีความเป็นนวัตกร (Innovator) เพื่อไปสร้างนวัตกรรม (Innovation) และหลังจากเรียนครบทั้ง 3 กลุ่มวิชานี้แล้ว เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 นักศึกษาสามารถจะเลือกวิชาเอกอะไรก็ได้ในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่นดีไซน์ การท่องเที่ยว การโรงแรม การบิน การตลาด การบัญชี การเงิน ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในกลุ่มวิชาความเป็นผู้ประกอบการ ก็มีการผสมผสานระหว่าง การตลาด โลจิสติกส์ การจัดการองค์กร สตาร์อัพบิสิเนส ไฟแนนซ์และการลงทุน การบริหารจัดการ ขณะที่กลุ่มวิชาดิจิทัล จะมีการเขียนโปรแกรมสำหรับธุรกิจ ซึ่งก็จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ยากนัก การจัดการฐานข้อมูล การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพารวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับธุรกิจดิจิทัล ส่วนกลุ่มวิชาสุดท้าย นักศึกษาจะได้ถอดรหัสสำหรับการเป็นนวัตกร ฝึกการบริหารสมองสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม การเข้าถึงความรู้สึกของลูกค้า และการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา&amp;rdquo; ดร.ศิริเดชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คณบดีCIBA กล่าวด้วยว่า ในแต่ละโมดูลจะวัดทักษะของเด็กโดยการผ่านการทำโปรเจค เพื่อวัดว่า ความรู้ในการเรียนของนักศึกษาครอบคลุมศาสตร์ทุกศาสตร์ที่ได้เรียนมาหรือยัง CIBA ไม่เน้นการสอบ แต่จะเน้นการปฏิบัติมากกว่า ใช้ทักษะในการวัดผลมากกว่าการสอบ เพราะการสอบไม่ได้วัดทักษะทั้งหมดของเด็ก แต่ในโปรเจคที่ให้ทำจะวัดทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการคิดสร้างสรรค์รวมถึงความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นทีม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;หลักสูตร Business Innovation ปลูกฝังเรื่องการเรียนรู้ เน้นการสร้างนวัตกรให้คิดเก่งแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้ก็สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับยุคสมัยได้โดยเฉพาะยุค 5G ที่เทคโนโลยีมีความรวดเร็วมาก ดังนั้น หากเรายังสร้างนวัตกรรมเป็นชิ้นออกไป แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปนวัตกรรมชิ้นนั้นอาจไม่ตอบโจทย์แล้วก็ได้ ธุรกิจบัณฑิตย์เน้นให้เด็กที่จบออกไปจะต้องทำงานได้และสามารถนำเสนอแนวคิดใหม่ๆให้กับองค์ได้ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.ศิริเดช กล่าวอีกว่า CIBAยังมีความร่วมมือมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีความโดดเด่นและมีความเป็น International Startup อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม โดยแต่ละประเทศจะร่วมมือกันตามความถนัดของแต่ละแห่ง เช่น นักศึกษาสนใจด้านความงาม ก็จะส่งไปเรียนที่เกาหลีใต้ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็จะส่งไปที่ญี่ปุ่น แต่หากเด็กสนใจเรื่องแนวคิดทางตะวันตก เราก็มีความร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรเลีย โดยจะเป็นการส่งนักศึกษาไปเรียนแบบให้ทุน เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขานวัตกรรมธุรกิจ ลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะจัดให้สำหรับปริญญาโท แต่เราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่จัดขึ้นสำหรับปริญญาตรี ปีการศึกษานี้จะเปิดรับเฉพาะเด็กที่มี Passion เท่านั้น เด็กที่อยากเป็นนวัตกรจริงๆ โดยมีเป้าหมายไม่ใช่แค่เฉพาะเด็กไทย ยังรวมถึงเด็กต่างชาติด้วย เพราะหลักสูตรนี้ใช้ถึง 3 ภาษาด้วยกัน คือ ไทย จีน อังกฤษ เนื่องจากการสร้างนวัตกรที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมที่หลากหลายจะช่วยให้นวัตกรออกแบบหรือคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ตรงกับใจของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละทวีป ทั้งนี้ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ เช่น จากจีนที่เด็กส่วนใหญ่จะมี Passion อยากทำธุรกิจ&amp;rdquo; คณบดีCIBAกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศิริเดช คำสุพรหม, ตลาดแรงงานยุค 5 G, นวัตกรรมธุรกิจ, วิทยาลัยบริหารธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08608e0e5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
