<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟื้นอย่าง&#039;ทุลักทุเล&#039; ดีกว่า&#039;เจ้าหญิงนิทรา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยจะฟื้นจากวิกฤติโควิด-19 เมื่อไหร่? คือคำถามที่รอคำตอบจากทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องยอมรับกันตั้งแต่ต้นว่าไม่มีใครมีคำตอบที่แน่นอน...เพราะมีปัจจัยสำคัญๆ ที่ &amp;ldquo;อยู่เหนือการควบคุม&amp;rdquo; มากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยผัวผวนที่สำคัญที่สุดคือจะมีวัคซีนเมื่อไหร่...ถึงวันนี้เป็นคำถามที่มีคำตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลักของการฟื้นจากวิกฤติในประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมาบอกชัดว่าจะต้องมี 3 R&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ Relief เยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นต้องเป็น Recovery คือฟื้นฟู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ Reform คือการปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เรายังอยู่ใน R ตัวแรก และยังไม่รู้ว่าจะเข้าสู่ R ตัวที่สองเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเข้าสู่ R ตัวที่สองแล้วจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ใช้เงินอีกเท่าใด ก็ไม่มีใครบอกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าจะเข้า R ตัวที่สามคงจะไม่น้อยกว่า 3-5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฟื้นฟูต้องทำให้ได้ 3 T ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ Targeted หมายถึงการแก้ปัญหาให้ตรงจุด มีเป้าหมายที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาด้วย Timing ซึ่งแปลว่าจะต้องได้จังหวะที่ถูกต้องเหมาะสม ช้าไปนิดเดียวก็พลาดเป้า และเร็วเกินไป แรงเกินไปก็จะมีผลกระทบจนผู้ป่วยอาจเข้าสู่อาการหนัก ล้มหายตายจากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งหมดนี้จะต้องไม่ลืมว่าทุกอย่างต้องเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ลากยาว ไม่ยืดเยื้อ ไม่เอาเรื่องระยะสั้นกลายเป็นแผนถาวร จึงเป็นที่มาของ T ตัวที่สามคือ Temporary
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราอยู่ในช่วงแรกๆ ของกระบวนการอันหนักหน่วง และจำเป็นจะต้องมีสมาธิและยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง อีกทั้งต้องปรับตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นด้วยกับ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่บอกว่าการฟื้นสู่ภาวะปกติจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะเป็นการฟื้นแบบ &amp;ldquo;ทุลักทุเล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นภาพเลยใช่ไหมว่าจะไม่มีอะไรราบเรียบ จะไม่มีสูตรที่ไม่เจ็บปวด และจะไม่มีสูตรไหนที่จะทำได้อย่างสบายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศุภวุฒิบอกในการสัมมนาของ &amp;ldquo;ประชาชาติธุรกิจ&amp;rdquo; สัปดาห์ก่อนว่าเศรษฐกิจไทยก่อนโควิด-19 ก็เริ่มอ่อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2561 ซึ่งจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2562 โตแค่ 1.9-2% พอมาเจอโควิดก็ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยลดลงต่ำสุดในไตรมาส 2 ปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจติดลบถึง 10%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะที่เราจะยังไม่ผ่านพ้นโควิด-19 และจะต้องอยู่กับโควิดไปประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้น เพราะว่าหากมีการค้นพบวัคซีนที่ทำได้สำเร็จจริงๆ ภายในต้นปีหน้า กว่าทุกคนจะได้ฉีดวัคซีนคงกลางปีหน้าเป็นอย่างเร็ว และอย่างที่ทราบว่าจะมีไวรัสตัวอื่นๆ ที่จะมาเยือนเราอีก 4-5 ปีมาสักครั้ง แต่ตอนนี้ทุกคนเริ่มตื่นตัวแล้ว รอบหน้าต้องเตรียมให้ดีกว่านี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศุภวุฒิบอกว่าถ้ารัฐบาลยังไม่เร่งผ่อนคลายการเปิดเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า จะฟื้น &amp;ldquo;แบบพิการ&amp;rdquo; หรือฟื้นตัวอย่าง &amp;ldquo;ทุลักทุเล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ลองคิดดูง่ายๆ ตามเงื่อนไขมาตรการ social distancing ลิฟต์ที่เราจะขึ้นตึกจะเขียนว่าสามารถจุได้ 24 คน แต่ตอนนี้เหลือ 8 คน รถโดยสาร เครื่องบินต่างๆ เช่นเดิมทีบินได้ 300 คน ก็จะเหลือสักกว่า 100 คน เช่นที่ซีอีโอสายการบินแควนตัสออกมาบอกว่า ถ้าให้ทำแบบนั้น ค่าโดยสารจะต้องปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า เพราะฉะนั้น การฟื้นตัวจะเป็นไปแบบทุลักทุเลแน่นอน&amp;rdquo; ดร.ศุภวุฒิบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศุภวุฒิเปรียบเทียบว่า มาตรการล็อกดาวน์เศรษฐกิจเพื่อปราบโควิด เปรียบเสมือนให้ &amp;ldquo;เศรษฐกิจกลั้นหายใจ&amp;rdquo; ซึ่งกลั้นนานไม่ได้ ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านสาธารณสุข ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ 3-4 คน ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่เกิน 100 คน สาธารณสุขของประเทศยังเอาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องกล้าเปิดเศรษฐกิจให้มากๆ เพื่อให้ประชาชนเอาตัวเองรอด ขณะที่ระบบสาธารณสุขประเทศทำได้ดีมานานแล้ว แต่ทำไมยังไม่ให้ธุรกิจสตาร์ท ซึ่งน่าจะให้รีบวิ่งได้เร็วๆ ที่สุด โดยรัฐรับความเสี่ยงตรงนี้ไป เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจรับความเสี่ยงในการไปฟื้นธุรกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ตอนนี้รัฐบาลบอกให้คอยอยู่ที่เส้นรอสตาร์ท ซึ่งระหว่างรอนี่เหมือนกลั้นหายใจ และมีความเสี่ยงสูงมาก การกลับมาทำธุรกิจก็ไม่ง่าย ข้อมูลภัทรพบว่า กลุ่มเอสเอ็มอีไทยมีสายป่านอยู่ได้แค่ 2 เดือน เอสเอ็มอีนับล้านแห่งจะมีปัญหามาก แม้กระทั่งบริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากการประเมินก็พบว่ามีสายป่านประมาณ 5 เดือนเท่านั้น&amp;rdquo; ดร.ศุภวุฒิบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับดุลระหว่าง &amp;ldquo;สุขภาพสาธารณสุข&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;สุขภาพปากท้อง&amp;rdquo; จึงต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพราะสถานการณ์เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะฟื้นแบบทุลักทุเลก็ยังดีกว่าหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่เป็น!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุขภาพดีต้องลงทุนทำเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากวงเสวนาการเปลี่ยนของชีวิตในวัย 100 ปีของสำนักข่าวไทยพับลิก้า เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลกของธุรกิจ อีกทั้งมักจะได้ชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีแทบทุกยุคสมัยเมื่อมีปัญหาด้านทีมงานเศรษฐกิจ กล่าวได้อย่างน่าสนใจว่า สุดท้ายแล้ว เงินทองจะซื้อสุขภาพไม่ได้ หากเราไม่ทำด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความเป็นนักคิดนักบริหาร ในการพูดเรื่องของชีวิตวัยเกษียณ ระดับดอกเตอร์ก็ต้องยกข้อมูลและตัวเลขมาอธิบายว่า มีข้อมูลทั้งของประเทศไทยและข้อมูลของประเทศที่ดีที่สุดในโลก คือ คนญี่ปุ่นอายุยืนที่สุดในโลก แต่คนที่อายุยืนแบบสุขภาพดีที่สุดในโลก คือ คนสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมดูตรงนี้ เพราะผมต้องการที่จะดูว่าบรรทัดฐานที่เราจะก้าวข้ามไปอยู่ตรงไหน อย่างบรรทัดฐานที่ดีที่สุดในโลกคือ เป็นผู้ชายสิงคโปร์ เป็นผู้หญิงสิงคโปร์ที่มีสุขภาพยาวนานที่สุด ผมก็ดีใจเพราะผมอายุ 60 ปีแล้ว ยังมีสุขภาพดีอีก 10 ปีเท่านั้น ถือว่าไม่เยอะ ทำอย่างไรจะให้ได้มากกว่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคนที่มีอายุ 50-60 ปีแล้ว เมื่อเปรียบเทียบว่า expectancy ของอายุควรจะเป็นเท่าไร และ expectancy ของอายุที่มีสุขภาพดีควรเป็นเท่าไร แล้วพบว่าจะมีอายุที่เหลือ 10 ปีเหมือนกัน ดูแล้วไม่ค่อยรู้สึกดีเท่าไร แต่เราต้องเริ่มต้นจากจุดนี้ ถ้าเราเหลือเวลาอีกไม่กี่ปี โดยดูว่าอีก 10 ปีวิทยาศาสตร์จะช่วยให้อายุยืนได้เท่าไร มีอายุยืนที่มีสุขภาพดีเท่าไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่เก็บข้อมูลจากการดำเนินชีวิตของพยาบาลและบุรุษที่ทำงานด้านสุขภาพ ซึ่งสรุป ถ้าทำตามกฎเหล็ก 5 ข้อ อายุจะยืนขึ้นมาก อายุยืนได้อีกกว่า 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการเก็บข้อมูลยาวนานกว่า 20 ปี ซึ่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดคงไม่ทำการศึกษาแบบไม่มีพื้นฐาน ไม่มีหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คือกินอาหารให้ถูกต้อง ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง รักษาน้ำหนักให้ดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 18.5-24.9 ซึ่งตรงนี้ยากที่สุด ต้องลดอาหารลงไปเยอะ ดื่มไวน์วันละไม่เกิน 2 แก้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด อันนี้เป็นสูตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่สำหรับผม 5 ข้อนี้ยังขาดอีกอย่างหนึ่ง คือ นอนให้พอ เรื่องนอนจะต้องเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำให้ได้ โดยหลักจะมีอาหาร ออกกำลังกาย นอน ข้อสุดท้าย ยาวิเศษ มียาวิเศษไหมที่จะทำให้อายุยืนสุขภาพดี ก็ต้องบอกว่าเริ่มมีแล้ว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..เอาล่ะ...5 ข้อไม่ยากเลย ส่งท้ายปีเก่า อดนอนให้หนำใจ แล้วมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทำให้ได้นะคะ ในปีหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ, ป้าเอง, มองมุมสูง, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
