<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost เริ่มต้นบันทึกเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ด้วยคติธรรมที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชทานแก่พุทธศาสนิกชนทุกคน...วันอาสาฬหบูชา นอกจากจะเตือนใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุดของพุทธบริษัทแล้ว ยังนำพาให้เราทั้งหลายมั่นคงแน่วแน่ด้วยปณิธานแห่ง &amp;quot;ความกรุณา&amp;quot; เพราะฉะนั้น หากท่านกำลังเผชิญความเหนื่อยยากจากการบำเพ็ญกรณีกิจด้วยความกรุณา ขอจงอย่าลดละหรือท้อแท้ ...0 ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ..เป็นสัจธรรมบนโลกใบนี้ จะช้าหรือจะเร็วแบบ &amp;quot;กรรมติดจรวด&amp;quot; เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ก็เท่านั้น!! ฉะนั้นเข้าใจตรงกันแล้ว ใครที่รู้สึกเหนื่อยหน่าย อ่อนใจ กับ &amp;quot;ปาหี่&amp;quot; การเมืองเรื่องชำแหละงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เพราะไม่มีอะไรเป็นสาระนอกจากการแสดงวาทกรรม ประดิษฐ์ถ้อยคำ เพื่อทำลายเครดิตระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแล้ว ก็อย่าเพิ่งถอดใจ ...0 วิกฤติเศรษฐกิจที่เป็น &amp;quot;หัวข้อใหญ่&amp;quot; ณ เวลานี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรู้เท่าๆ กับทุกคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ชี้นำทั้งหลายนั่นแหละ แต่ &amp;quot;คนพูดเก่ง&amp;quot; กับ &amp;quot;คนทำเป็น&amp;quot; มันคนละเรื่องเดียวกัน ...0 แค่มองไปทั่วโลก สัญญาณมันฟ้อง วิคตอเรียซีเคร็ท แบรนด์ชุดชั้นในดังประกาศล้มละลายในเมืองผู้ดี และเตรียมปิดร้านค้าปลีก 250 สาขา ซาร่า แบรนด์เสื้อผ้าที่มีสาขาทั่วโลกก็ประกาศปิดร้าน 1,200 แห่ง ไมเคิล คอร์ เครื่องหนังกระเป๋ารองเท้าก็จะหยุดทำการกว่า 4,000 แห่ง แม้กระทั่งไนกี้ สตาร์บัคส์ ก็หนีไม่พ้นปลดพนักงาน ฯลฯ นาทีนี้เชื้อเชิญ &amp;quot;เทวดา&amp;quot; เหาะลงมาช่วยแก้ปัญหายังอาจจะมีการเกี่ยงกันว่า ขออยู่เฉยๆ ดีกว่า ...0 ทะเลาะกันอวดโวหารแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยน้ำลายในสภา ขณะที่สถานการณ์การเงินการลงทุนเข้าขั้น CCU นายแบงก์แทบทุกสีพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาตรการพักหนี้ 6 เดือน ที่จะสิ้นสุด 23 ต.ค.ศกนี้ ยังไงๆ ก็คงต้องยืดเวลาต่ออายุ มิเช่นนั้นไม่รอด!! เช่นเดียวกับ มาตรการเตี้ยอุ้มค่อม อัดฉีดเงินทุนเข้าไปในระบบเอสเอ็มอีที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ &amp;quot;ขาลอย&amp;quot; ง่อนแง่นพยายามจะกดดันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้น ถือว่าเป็นเรื่องเปราะบางที่สุด เพราะดูเหมือนชีวิตจริงคือเอสเอ็มอีมากกว่า 50% ในระบบนั้นใช้เงินผิดประเภท จึงส่งผลต่อการหมุนเวียนของรายรับ-รายจ่าย..โจทย์ปัญหาเหล่านี้ &amp;quot;นายแบงก์&amp;quot; ที่ชื่อ ปรีดี ดาวฉาย บิ๊กบอสกสิกรไทยและประธานสมาคมธนาคารไทยรู้ซึ้งที่สุด ...0 ความยากของการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลให้การปรับ ครม.ที่ถูกกระแสกดดันจากพรรคและพวกทั้งหลายที่สร้างแรงกระเพื่อมมาตั้งแต่ก่อนและหลังปรับ กก.บริหารพรรค พปชร.นั้น &amp;quot;ทำตามอำเภอใจ&amp;quot; ระบบโควตามุ้งเล็กมุ้งใหญ่ยากสสส์ บรรยากาศตอนนี้ในทำเนียบรัฐบาลจึงเหมือน &amp;quot;งดเล่าเข้าพรรษา&amp;quot; หุบปากเงียบกริบ เพราะดูออกแล้วว่า ปรับเปลี่ยน ครม.นั้นมีปัจจัยข้างเคียงเยอะแยะ มิใช่แค่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จะสามารถกดปุ่มไฟเขียวได้คนเดียวซะ..เมื่อไหร่??? ...0 เรียกว่า &amp;quot;กรมประชาสัมพันธ์&amp;quot; ยุคนิวนอร์มอล พี่ไก่อู-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่เงียบๆ ไปพักใหญ่แล้วจน &amp;ldquo;แม่ยก&amp;rdquo; คิดถึง ตอนนี้เปิดหน้า ขายตรง ผ่านคลื่นวิทยุของตัวเองนี่แหละ&amp;nbsp; ..ประกาศว่า ห้างร้านใดอยากโฆษณาสินค้าในช่วงข่าวของวิทยุกรม บอกมาเลย..จัดให้&amp;hellip; เป็นมิติใหม่ ไม่เคยทำมาก่อน ...0 คนนี้ก็หายหน้าหายตาไปจากแวดวงทุกสังคม วัชระ พรรณเชษฐ์ อดีตผู้แทนการค้าไทย ปรากฏมีคนพบเห็นอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และใบอนุญาตทำงานระบุว่ามีสัญชาติกัวเตมาลา ..เส้นทางเหมือนใครบางคนเลยนะ ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย ..ขยายเวลาสมัคร &amp;quot;ผู้ว่าการแบงก์ชาติ&amp;quot; ไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากเหตุผลง่ายๆ จะให้ &amp;quot;รมว.คลัง&amp;quot; คนใหม่มีส่วนรู้ส่วนรับผิดชอบน่าจะเหมาะกว่า..อิอิ ...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บันทึกหน้า4, ปรีดี ดาวฉาย, ปิยสาร์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, วัชระ พรรณเชษฐ์, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;ว๊ากอย่าถามเรื่องปรับ ครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจสร้างไทย ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสำคัญ ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ต้องถามเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) คนเก่าไป คนใหม่มา เก่าไม่ไป หรือคนใหม่มา ไม่ต้องพูด ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญ

เรื่องสำคัญคือไม่ว่าเก่าจะอยู่ หรือใหม่จะมาต้องเดินตามหลักการ คือ ต้องทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง สร้างงานให้คนไทย ถ้าคนเก่าอยู่แต่ทำงานไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ ถ้าคนใหม่จะมาแต่ทำงานไม่ได้ ทำไม่เป็น จะมาทำไม ถ้ารัฐบาลจะอยู่แล้วขับเคลื่อนประเทศไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ นี่คือหลักการบริหารประเทศ

&amp;quot;เวลาเปลี่ยนไป รัฐมนตรีก็ต้องเปลี่ยนไป แต่หลักการ ธ.ก.ส.ห้ามเปลี่ยนไป ธ.ก.ส.ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขัน แต่ ธ.ก.ส.เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา&amp;quot; นายสมคิด กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2d1a63f907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;ไม่ตอบเรื่อง&#039;บิ๊กป้อม&#039;นั่งหัวหน้าพปชร. ลั่น!ผมทำงานให้นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์​ เพียงแต่ยิ้มเมื่อถูกถามถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคจะส่งผลอะไรหรือไม่และพูดคุยกับพล.อ.ประวิตรแล้วหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถูกถามถึงส่วนของ 4 กุมาร นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง รักษาการหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์​ รมว.พลังงงาน รักษาการเลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รักษาการรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษากรรมการบริหารพรรค จะอยู่มีตำแหน่งต่อภายในพรรคหรือไม่ นายสมคิด ตอบว่า&amp;quot;อยากรู้เรื่องอะไรให้ไปถามเจ้าตัว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ. ประวิตร มาเป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้การเมืองภายใน​ พปชร.เรียบร้อยขึ้นหรือไม่ นายสมคิด ตอบว่า&amp;quot;ผมจะรู้ได้อย่างไง ผมไม่ได้อยู่ในพรรค&amp;quot;เมื่อถามว่า ท่านยังกำลังใจดีอยู่ใช่หรือไม่ในการทำงาน นายสมคิด กล่าวว่า &amp;quot;ผมทำงานให้นายกฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเห็นพล.อ.ประวิตร บอกว่าจำเป็นต้องเข้ามาเพราะในพรรคคุยกันไม่รู้เรื่อง เพื่อให้สามัคคีกัน นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องของพรรคตนจะรู้เรื่องได้อย่างไร ต้องไปถามคนในพรรค เมื่อถามว่า แต่ท่านเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค นายสมคิด ตอบว่า &amp;quot;ผมไม่ได้ตั้งพรรค แต่ผมคิดให้นายกฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69465</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลังประชารัฐ, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef18a0fc9720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบโจทย์บีโอไอ ฮับอาหาร-เกษตร แข่งขันระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด&amp;quot; มอบโจทย์ &amp;quot;บีโอไอ&amp;quot; ยกระดับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพสู่ระดับยูนิคอร์น มุ่งเป็นฮับอาหาร-เกษตร สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในประเทศ ดึงดูดลงทุนจากต่างชาติ &amp;nbsp;ด้าน &amp;quot;ดวงใจ&amp;quot; เผยบอร์ดจ่อปรับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์หนุนอุตสาหกรรมการเกษตร หวังแข่งขันระดับโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าหารือและตรวจเยี่ยมการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่าได้มอบหมายให้บีโอไอเร่งศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการไทยมีการลงทุนในประเทศมากขึ้น ตั้งเป้าหมายยกระดับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพขนาดกลางและรายย่อย ไปสู่การเป็นยูนิคอร์นภายใน 5 ปี มีมูลค่ากิจการมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิดกล่าวว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของไทยมีความได้เปรียบในแง่ของผลผลิตด้านการเกษตรที่มีคุณภาพเป็นวัตถุดิบที่ต่างชาติให้การยอมรับ การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ สิทธิประโยชน์ และมีห่วงโซ่การผลิตที่เข้มแข็ง แม้จะมีอัตราค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศอื่น แต่ไทยก็ยังเป็นประเทศที่ต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุน ซึ่งในระยะข้างหน้าอุตสาหกรรมบริการด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ดิจิทัล ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตสดใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ให้โจทย์บีโอไอไปว่าถ้าไทยจะเป็นฮับเหล่านี้จะดึงดูดให้เกิดการลงทุนได้อย่างไร โดยให้ระดมสมองร่วมกับสถาบันการศึกษา เน้นการพัฒนาและยกระดับเกษตรกรรมในระดับท้องถิ่น จูงใจให้คนไทยกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง ทำให้เกิดการจ้างงาน เกิดรายได้ ซึ่งอยากให้บีโอไอสร้างการเชื่อมโยงกับเกษตรอัจฉริยะ (สมาร์ทฟาร์มเมอร์) นำไปสู่การเชื่อมโยงการตลาดโลก ซึ่งเชื่อว่าบีโอไอจะสามารถออกแบบมาตรการส่งเสริมได้ไม่ยากนัก&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวนับเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางเชิงนโยบายจากที่เคยเน้นดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มาเป็นการส่งเสริมการลงทุนและผลิตสินค้าในไทยเป็นหลักก่อน ช่วยสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจในประเทศ สุดท้ายนักลงทุนต่างชาติก็จะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน ที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม บีโอไอจะนำเสนอมาตรการดังกล่าวให้ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาเห็นชอบต่อไปเร็วๆ นี้ เพิ่มเติมจากที่ผ่านมาที่คณะกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจามีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนขนาดวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาทได้ทันทีโดยไม่ต้องเสนอให้บอร์ดบีโอไอพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า เบื้องต้นบีโอไอได้มีโปรเจ็กต์ใหม่เพิ่มเติมที่เป็นกิจกรรมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคการเกษตร &amp;nbsp;โดยจะทำการจับคู่ให้มีการส่งวัตถุดิบทางการเกษตรเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยจะเริ่มต้นจากกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือรวมถึงเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐานต่างๆ ทั้งนี้ ในวันที่ 17 มิ.ย.63 ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) โดยจะหารือเพื่อการปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มความเหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์ในการกำหนดมาตรฐานให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้มีการเพิ่มประเภทในอุตสาหกรรมการเกษตร 1 ประเภท ได้แก่ โรงงานผลิตพืชแห่งอนาคต หรือแพลนต์แฟคตอรี (Plant Factory) โดยเป็นโรงงานผลิตพืช ที่มีระบบการปลูกพืชที่ควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณก๊าซ และสารละลายธาตุ ช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง และได้ผลผลิตสม่ำเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวดวงใจกล่าวอีกว่า ได้หารือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) ถึงสถานการณ์ความเชื่อมั่นการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่น โดยได้รับคำยืนยันว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังมองประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนอยู่ ด้วยความเหมาะสมของที่ตั้ง และความพร้อมของวัตถุดิบ แม้จะมีข้อเสียเปรียบในเรื่องของค่าแรงที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายอุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจจะลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรและอาหารด้วย โดยบีโอไอจะต้องเน้นการเจรจาที่เข้าถึง เพื่อให้สามารถดึงเข้ามาลงทุนในประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลการประเมินระดับโลก เห็นว่าในปีนี้เอฟดีไอจะลดลงกว่า 30-40% ซึ่งเรามั่นใจว่าหากบีโอไอสามารถดึงธุรกิจที่สำคัญเข้ามาลงทุนในประเทศได้ ก็จะทำให้เอฟดีไอของไทยนั้นมีตัวเลขที่ดีกว่าระดับโลก ขณะที่ภาพรวมการขอส่งเสริมการลงทุนในปีนี้บีโอไอยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขที่ชัดเจน ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะมีระดับที่ลดลงจากเดิมพอสมควร แต่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด&amp;quot; นางสาวดวงใจกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee7797003141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมคิด&quot;จี้ &quot;อว.&quot;หาทางเพิ่มจ้างงาน รายได้ไปถึงชนบท และคนที่จะตกงานนับล้าน ไม่ใช่อยู่แค่ในมหา&#039;ลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11มิ.ย.63-ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร อาคารอุดมศึกษา 1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) - นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ อว. โดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ข้าราชการระดับสูงของ อว. และอธิการบดีมหาวิทยาลัย เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมคิด ได้มอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เนื่องจากขณะนี้พระราชกำหนดกู้เงินได้ผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว ตนจึงต้องการให้ อว. มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอโครงการต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ ซึ่งโครงการต่างๆ ที่ อว.ได้ขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นโครงการ อว.สร้าง หรืออื่นๆ นั้น ถือเป็นการก่อให้เกิดการจ้างงาน และตนมองออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การจ้างคนลงไปทำงาน เรื่องนี้ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และ 2.การจ้างงานคนในชนบทในลักษณะฝึกทักษะ ซึ่งต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจน ว่า แต่ละคนควรที่ฝึกทักษะด้านไหน เช่น พื้นที่ต้องการที่จะสร้างฟาร์มออร์แกนิคเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ก็ให้คนในพื้นที่มาฝึกทักษะ และให้ผลตอบแทน คนในพื้นที่ดังกล่าวก็จะมีงานมีความรู้มีรายได้ ทั้งนี้ตนยังต้องการให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่สัมผัสวิธีชุมชน เนื่องจากเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นสิ่งที่นักศึกษาทุกคนควรที่จะได้สัมผัส เพื่อเป็นประสบการณ์ส่าประเทศไทยจริงๆ แล้วเป็นเช่นไร จากนั้นก็นำความรู้ที่เรียนมาช่วยในการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงมหาวิทยาลัยก็สามารถร่วมกับนักศึกษาเป็นการทำวิจัยเชิงพื้นที่ได้ ดังนั้น อว.ต้องทำหน้าที่ประสานกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือตามความสามารถของแต่ละพื้นที่ และหากเราสามารถขับเคลื่อนไปในแนวทางนี้ได้ ตนเชื่อว่าการจ้างงานในพื้นที่จะเพิ่มขึ้นเป็นระดับแสนคน เพราะต่อจากนี้จะมีคนตกงานเป็นระดับล้านคน อีกทั้งเราจะต้องทำให้รายได้ตกไปถึงประชาชนไม่ใช่อยู่แค่ในมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอให้มหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ คิดค้น เรื่องเครื่องมือที่เป็นแค่เทคโนโลยีขั้นพื้นฐานง่ายๆ เครื่องมือแปรรูปสินค้าทางการเกษตรให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น และในส่วนของคณะบัญชี ก็สามารถเข้าไปสอนให้เขารู้จักเรื่องการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสร้างท้องถิ่นให้เข้มแข็งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สำคัญจากนี้ คือ การปรับเปลี่ยนงบประมาณ อว.จะต้องไปดูว่าปีงบประมาณ 2564 มีงบฯ ในส่วนไหนบ้างที่จะสามารถแปรไปในเรื่องของท้องถิ่นได้เพียงใด เพราะเราจำเป็นที่จะต้องมีโครงการที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ในชนบท&amp;rdquo;รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนมองว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะต้องมีความร่วมมือกัน ทั้งมหาวิทยาลัยหลัก มหาวิทยาลัยราชภัฏและอื่นๆ ดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยในการสร้างสตาร์ทอัพให้ก้าวไปสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ สร้างความต่อเนื่องระหว่างภาคประชาชน เอกชน มหาวิทยาลัยและรัฐ ซึ่งจุดแข็งของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องสินค้าไฮเทค แต่จะเป็นในส่วนของภาคบริการ เช่น การสร้างแพลตฟอร์มการให้บริการด้านต่างๆ เป็นต้น และยังมีระบบการขนส่งสินค้าต่างๆ อีกทั้งจะต้องลงพื้นที่เข้าให้ถึงชุมชน ไม่ใช่เปิดหลักสูตรรอคนเข้ามาเรียน อีกทั้งการที่เราจะเป็น Thailand 4.0 ได้เราต้องทำให้ประชาชนทุกคนมีความรู้ระดับพื้นที่ใน 4 ด้าน คือ ทักษะเทคโนโลยี ทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะด้านการเงินและ ทักษะการทำงานภายในเครือข่ายทางสังคม และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ตนมองว่าเป็นการสร้างชื่อให้กับประเทศไทย ว่า เรามีระบบสาธารณสุขที่ดี ซึ่งหากเรานำตรงนี้มาขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ อาหารด้านสุขภาพ ได้ก็จะเป็นการเปิดช่องทางในการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง และตนต้องการให้มีการสร้างบุคคลใหม่ๆ เข้ามาเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ เพราะตอนนี้เงินกระจายอยู่ทั่วโลก เพียงแต่หาแหล่งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้น แม้แต่มหาวิทยาลัยเองก็สามารถหารายได้ได้เอง ไม่ต้องรองบฯ จากรัฐบาล ถ้าหากสามารถดึงคนรุ่นใหม่ คนเก่งที่มีแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมมาอยู่ในมหาวิทยาลัย โดยการให้ทุนการศึกษา เพื่อทำให้เกิดธุรกิจและสามารถสร้างรายได้ได้ แต่มหาวิทยาลัยจะต้องเปลี่ยนแนวคิดของตัวเอง&amp;rdquo;รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมุ่งเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ การสอนต่างๆ ต้องลงพื้นที่คู่กับการวิจัย และพรก.กู้เงิน จำนวนกว่า 4 แสนล้าน ไม่ใช่จำนวนที่น้อย ซึ่งเงินตรงนี้รัฐบาลหามาให้เพื่อที่จะกระจายลงสู่ท้องถิ่น และหากโครงการที่เสนอมายังไม่วามารถกระจายไปถึงประชาชนได้ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน ดังนั้นทุกมหาวิทยาลัยต้องหารือร่วมกันกับทุกคณะว่าใครจะทำอะไร อย่างไร เน้นไปที่ชนบท เพื่อให้เม็ดเงินได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คนได้มีงานทำ &amp;rdquo;รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68418</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด-19, การจ้างงาน, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เงินกู้4แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1f3d6717c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังประชาเละ!&#039;ชัยวุฒิ&#039;ไล่&#039;สมคิด&#039;ไปเลี้ยงหลานที่บ้าน​ เหน็บคนที่ยังดีไม่พอก็ควรถอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.63- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรักษากรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมคิด​ จาตุศรีพิทักษ์​ รองนายกรัฐมนตรี​ ระบุว่าเพราะการเมืองทำให้คนดีๆอยู่ไม่ได้​ ว่า​ นักการเมืองที่ดีมีอีกมากมาย​ ถ้าไม่ทำความดีไว้คงไม่ผ่านการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน วันนี้พวกเรากำลังหาคนที่ดีที่สุดมาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน​ คนที่ยังดีไม่พอก็ควรถอยออกไป ไปอยู่ในที่ที่เหมาะกับความดีของท่าน กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน หรือกลับไปเป็นนักวิชาการ คงจะเหมาะกับความดีของท่านมากกว่า​ วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีคนที่ดีกว่าพวกท่านอีกมากมายที่พร้อมมาทำงาน เราต้องการคนดีที่มาช่วยทำให้พรรคสามัคคี เข้มแข็ง และเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มองว่าที่ออกมาพูดเช่นนี้ เป็นเพราะรู้ตัวว่าอำนาจต่อรองในพรรคจะลดลง เพราะหัวหน้าและเลขาธิการพพรคที่ทุกคนต่างรู้ว่าเป็นสายนายสมคิดไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่ ท่านอาจไม่พอใจ อีกทั้งที่การพูดแบบนี้ทำให้คนในพรรคพลังประชารัฐไม่พอใจ เพราะพูดให้ตัวเองดี​ แต่คนที่อยู่ต่อไม่ดี สิ่งที่ท่านทำมาตลอดก็สร้างปัญหาภายในพรรคจนต้องแก้อยู่ทุกวันนี้ การโจมตีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า​ เป็นเพราะต้องการรักษาตำแหน่ง​ ไม่ยอมไปหรือไม่​&amp;quot;นายชัยวุฒิ​ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68210</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนดี, ชัยวุฒิ ธณาคมานุสรณ์, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d0649d06920c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost&amp;nbsp; ..บันทึกในวัน พ.ร.ก. 3 ฉบับผ่านการพิจารณาของสภาเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรในกอไผ่ ...0 รู้สึกปลอดโปร่งโล่งหูสักที หลังจากต้องทนฟังซ้ำๆ ซากๆ กับการอภิปรายของท่านผู้ทรงเกียรติในสภาถึง 5 วัน ...จากวันนี้ใครที่พูดอะไรไว้ ใครที่สัญญา ใครที่รับปาก ก็ช่วยกันลงมือทำให้มันเป็นชิ้นเป็นอัน อย่าปล่อยปละละเลยคิดว่า ปาหี่การเมืองปิดฉากแล้ว..ทางใครทางมันนะจ๊ะ ...0 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำจะโวยวายอารมณ์เสียเวลา &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; แสดงความไม่ไว้วางใจในเรื่องความโปร่งใสของการบริหารจัดการเงินจำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ถือเป็นธรรมชาติ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ส่วนรับได้ไม่ได้?!? เป็นอีกเรื่อง แต่ถ้าจะให้ดี ยึดโยงยุค &amp;quot;นิวนอร์มอล&amp;quot; ที่โควิด-19 มาช่วยชีวิตต่ออายุรัฐบาลแล้ว สมควรที่ &amp;quot;ท่านผู้นำ&amp;quot; ต้องพิเคราะห์พิถีพิถันกับกรณีเป็นพิเศษ เพราะเงินมันแยะ เค้กมันก้อนใหญ่ ภาษีของประชาชนล้วนๆ นะ ...0 และว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว ห้วงระยะเวลาที่โควิดระบาด ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องไม่ชอบมาพากลให้น่ากังขากับรัฐนาวาตู่ แบบปิดหูปิดตาไม่ได้!! แม้กระทั่งวันนี้ &amp;quot;พ&amp;quot; เก็บค่าหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัว มันก็ยังขมุกขมัว..จริงไหม?? ...0 เสียดายจริงๆ ที่ไม่เห็น &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ตีเหล็กตอนร้อนฉวยจังหวะนี้พิสูจน์ทราบว่า &amp;quot;พ&amp;quot; เกี่ยวโยงกับใครในรัฐบาลหรือไม่ อย่างน้อยก็เป็นพยานหลักฐานที่หยิบจับต้องได้ว่า ทำไม?? จึงควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อกำกับดูแลตรวจสอบการใช้เงินกู้ก้อนมหาศาลนี้..ไม่ใช่แค่แสดงโวหารฟื้นฝอยหาตะเข็บตั้งแต่ครั้งรัฐประหารมาพ่นกันพันกันไปมาไม่รู้จบอย่างน่าเบื่อหน่าย ...0 ลองคิดดูสิขนาด ศรีสุวรรณ จรรยา ยังมีข้อมูลในมือเลยว่า ใคร??งาบหัวคิวทำมาหากินบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไฉน?? ฝ่ายค้านจะไม่มีหนทางตามล่าหาความจริง ..เอ..หรือว่ากลัวเจอตอ ขว้างงูไม่พ้นคอหนอ??? ...0 โหวตผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินเป็นเรื่องไม่เหนือความคาดหมาย แต่หวังว่าอย่าแค่เป็นประเพณีที่เปิดช่องหายใจให้ ส.ส.หายน้ำลายบูด อย่างน้อยเก็บเกี่ยวประเด็นจาก ส.ส.หลายคนที่มีกึ๋นและรู้จักทำการบ้านเพื่อไป &amp;quot;ต่อยอด&amp;quot; ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะรัฐบาลบอกเองนี่นาว่านี่เป็นเวลาที่ต้องร่วมมือร่วมใจ&amp;nbsp; ...0 ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ &amp;quot;กันเงิน&amp;quot; ส่วนหนึ่งไว้เผื่อรับมือกับการระบาดรอบที่สอง การขับเคลื่อนระบบออนไลน์กับการใช้วิถีชีวิตประจำวันต่อ เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองล้วนรู้จักเริ่มปรับตัวใช้แอปพลิเคชันต่างๆ แล้ว และที่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ ใช้เม็ดเงินจ้างแรงงาน ฟื้นฟู ปรับปรุง ซ่อมแซม ทัศนียภาพแวดล้อม ส่วนที่สึกหรอของสถานที่ท่องเที่ยว เตรียมเปิดโฉมใหม่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติ การลงทุนกับสิ่งเหล่านี้คือความยั่งยืนอย่างแน่แท้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวฯ ทำการบ้านหรือยัง ...0 คลายล็อกเข้าสู่เฟส 3 แล้ว ดูเหมือนชีวิตมีชีวามากยิ่งขึ้น แม้แต่ &amp;quot;การเมือง&amp;quot; ที่ดูดี๊ด๊าปล่อยข่าวกันล็อตใหญ่ เป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุดก็ &amp;quot;ปรับ ครม.&amp;quot; รื้อทีมเศรษฐกิจ อาการร้อนอกร้อนใจของลิ่วล้อบริวารเดินตามหลัง รมต.มีให้เห็นแรงกระเพื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แต่เห็นใจทีม 4 กุมารที่ต้องคอยตอบคำถามนี้จนเมื่อยปาก เพราะหัวหน้าทีม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขี้คร้านจะใส่ใจ ตอนนี้ขอเอา &amp;quot;สุขภาพ&amp;quot; ตัวเองให้สบายก่อนจะดีกว่า ฉะนั้นโปรดแซ่บ!! ที่ป่วยนั้นป่วยจริง ไม่เคยเล้ยที่จะป่วยการเมือง ...0 บันทึกบรรทัดส่งความห่วงใยถึงรัฐวิสาหกิจใหญ่ที่ยังคงตกอยู่ในกระแสวังวนแดนสนธยา..อะไรกันนักกันหนาสำหรับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ไม่เคยว่างเว้นเล่นการเมืองกันเสียเอง มาถึงวันนี้น่าจะรู้ร้อนรู้หนาวจากกรณีของการบินไทย ที่ปล่อยให้การเมืองเข้าไปวุ่นวายจนต้องเข้าฟื้นฟูกิจการ ...0 ทะเลาะกันเองเข้าไป!!! คนนั่งหัวเราะอยู่ในทำเนียบรัฐบาลโน่น แล้วสักวัน &amp;quot;สหภาพ&amp;quot; ก็จะมีสภาพไม่ต่างจากปรากฏการณ์ของเจ้าจำปีนะจ๊ะ ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
