<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วินิจ&#039;ทำ&#039;รมช.สาธิต&#039;โดนทัวร์ลง หลังขอบคุณที่ช่วย&#039;น้าค่อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากตัวเองจะโดนทัวร์ลง วินิจ เลิศรัตนชัย อดีตนักจัดรายการวิทยุคนดัง &amp;nbsp;ก็ยังพาทัวร์ชุดใหญ่ไปลง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกด้วย โดยทางวินิจนั้น ได้โพสต์ภาพและข้อความ ขอบคุณ ดร.สาธิต ที่เป็นธุระช่วยให้ น้าค่อม ชวนชื่น ได้ย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเขียนข้อความระบุว่า &amp;ldquo;กราบแทนหัวใจทุกคนครับพี่ตี๋ รมช.สาธิต ช่วยเป็นธุระทุกทางให้น้าค่อม ได้ย้ายไป รามาฯ เช้านี้&amp;quot; ก่อนที่เจ้าตัวจะลบภาพดังกล่าวออกไป แต่ก็มีชาวเน็ตแคปภาพไว้ได้ทัน แล้วมีการนำมาโพสต์และวิจารณ์กันอย่างหนักถึงความเหลื่อมล้ำ ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด หรือการมีอภิสิทธิ์ของดาราที่เข้าถึงการรักษาได้ง่ายกว่าคนธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม vinijdj&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, ย้ายโรงพยาบาล, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, วินิจ เลิศรัตนชัย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60840f65797e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;ยันพี่ชาย&#039;นายกช้าง&#039;ติดโควิดไม่มีปกปิดไทม์ไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.64-นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;quot;หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ&amp;quot; ระบุว่า กรณีพี่ชายผม นายก ช้าง เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ผมได้กำชับให้การสอบสวนโรค และการชี้แจง Time line เป็นไปตามกฏเกณฑ์ทุกประการ ต้องไม่แตกต่างจากกรณีอื่น เพื่อความปลอดภัยของชาวระยองและผู้สัมผัสใกล้ชิดครับ หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือเห็นว่าไม่ตรงข้อเท็จจริง ติดตามสอบถามได้ที่ สนง . สาธารณสุขจังหวัด ระยอง ทั้งนี้ผมได้เร่งทำ Timeline แนบมาด้วย สุดท้าย ผมขอให้ทุกท่านไม่ประมาท &amp;ldquo;เพื่อตัวคุณ และคนที่คุณรัก&amp;rdquo; เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99871</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, นายกช้าง, โควิด-19, ไทม์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f181476c450b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาเฟ่ อเมซอน รับรางวัลเชิดชูเกียรติที่ร่วมขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ ของกระทรวงสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ในโอกาสที่ คาเฟ่ อเมซอน ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ นำร่อง (เฟส 1) ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คาเฟ่ อเมซอน นับเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟสดรายแรกที่ได้รับตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ และเป็นหนึ่งกำลังสนับสนุนให้คนไทยบริโภคเครื่องดื่มหวานน้อย โดยร่วมนโยบาย &amp;ldquo;หวานน้อยสั่งได้&amp;rdquo; กับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วยการใช้ &amp;ldquo;Sweetness Scale&amp;rdquo; เป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ซึ่งเริ่มนำร่องที่ร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาเฟ่ อเมซอน สาขากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2563 และเริ่มใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2563 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมี &amp;ldquo;เมนูทางเลือกสุขภาพ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Light Menu&amp;rdquo; ที่เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่รักสุขภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98360</URL_LINK>
                <HASHTAG>Light Menu, Sweetness Scale, กระทรวงสาธารณสุข, คาเฟ่ อเมซอน, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, นายสุชาติ ระมาศ, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), หวานน้อยสั่งได้, เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ, เครื่องดื่มหวานน้อย, เมนูทางเลือกสุขภาพ, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a8e58666db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมช.สาธิต&#039;อึดอัดบ่อนระยองเตรียมจม.เปิดผนึกแฉผ่านเพจหมอตี๋</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.จังหวัดระยอง โพสต์ภาพและข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ&amp;quot; ระบุว่า ติดตาม &amp;ldquo;จดหมายเปิดผนึก &amp;ldquo; เร็วๆนี้ ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพประกอบการโพสต์ข้อความดังกล่าวของนายสาธิต เป็นรูปนายสาธิต พร้อมข้อความระบุ &amp;quot;บ่อนระยอง ความอัดอั้นตันใจของหมอตี๋ ที่ทำหน้าที่หมอ เลยต้องขอพูด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จม.เปิดผนึก, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, บ่อนระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe875b1a89a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.สร้างยุว อสม. 2.24แสนคนทั่วประเทศในปี 64 รอบรู้สุขภาพ ป้องกันตัวพ้นโควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.63 - ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกและสร้างความร่วมมือเครือข่ายยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) โดยมีภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน และแกนนำเครือข่ายเยาวชน เข้าร่วมประชุม
ดร.สาธิต กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. กำลังสำคัญในการดูแลประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด 19 &amp;nbsp;การสร้างแกนนำในกลุ่มเด็กและเยาวชน ให้เป็น ยุว อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ ยุว อสม. (Gen Health ) เพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขภาพของประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เพราะยุวอสม.คือ เด็กและเยาวชนที่มีจิตอาสา และมีความสนใจเป็นอาสาสมัครในการดูแลสุขภาพเพื่อน รวมทั้งคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ &amp;nbsp;รวมทั้งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสังคมยุคดิจิทัล ที่มีความเชี่ยวชาญ รู้เท่าทันและใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;จึงเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคปัจจุบันที่ประชาชนตื่นตัว ใส่ใจหาความรู้เรื่องสุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งในสถานการณ์โควิด 19 วันนี้ จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขได้มาก ในการช่วยแนะนำ ให้ความรู้ เป็นแบบอย่างที่ดี ในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด 19 การเฝ้าระวังในโรงเรียน และชุมชน &amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายภายในปี 2564 ให้เกิด ยุว อสม. 224,170 คน ทั่วประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ว่า ยุว อสม. คือ นักเรียนที่มีจิตอาสา เป็นอาสาสมัครในการดูแลสุขภาพเพื่อนนักเรียนด้วยกัน รวมทั้งชุมชนที่อาศัยอยู่ มาจาก 2 เส้นทางคือ &amp;nbsp;1. ได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียน ตามเกณฑ์ที่กำหนด 2.สนใจและสมัครผ่านระบบออนไลน์ โดยหัวใจในการขับเคลื่อนให้เกิดเครือข่ายยุว อสม. คือ หน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน ที่จะช่วยกันปลุกกระแสของการสร้าง ยุวอสม. หรือ Gen Health ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ให้เป็นประโยชน์ โดยยุว อสม. 1 คน เชิญเพื่อนอีก 10 คน และอีก 10 คน จะเชิญเพื่อนในสถานศึกษาร่วมเป็นเครือข่าย ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้เกิดเครือข่ายเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการบอกต่อ การส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพ ผนวกกับหลักสูตรหรือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ ยุว อสม.มีศักยภาพและเข้มแข็ง เป็นจิตอาสาที่ดูแลสุขภาพในระดับชุมชน สังคมได้ และสามารถผลักดันประเด็นสำคัญเชิงนโยบายซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชาติ และเป็นประโยชน์กับประชาชนได้ทุกกลุ่มวัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87577</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, ยุว อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe061be08680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ประกาศ&quot;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&quot;ทำแพลตฟอร์มสืบค้นข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 9 ธ.ค.63- ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดกิจกรรม &amp;ldquo;DMS Cancer Prevention Day เนื่องในวันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; พร้อมทั้งสื่อสารนโยบาย &amp;ldquo;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดย ดร.สาธิตกล่าวว่า วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็น &amp;ldquo;วันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; ซึ่งโรคมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย มีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เฉลี่ย 122,757 รายต่อปี เสียชีวิตเฉลี่ย &amp;nbsp;80,665 ราย เฉลี่ยวันละ 221 ราย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศนโยบาย &amp;ldquo;มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม&amp;rdquo; เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถเข้ารับบริการได้ทันทีเมื่อแจ้งเปลี่ยนหน่วยบริการ มีโปรแกรม Thai Cancer-based plus เป็นเครื่องมือในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยมะเร็ง และพัฒนาแพลทฟอร์ม The ONE สำหรับโรงพยาบาลสืบค้นข้อมูลและประเมินศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ และจองคิวการรักษาผ่านแพลทฟอร์มนี้ได้ทันที ผู้ป่วยมะเร็งจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ได้รับความสะดวก ไม่แออัด และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยมะเร็งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ เร่งรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ปฏิบัติตามหลัก 5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง สังเกต 7 สัญญาณอันตรายของโรคมะเร็ง และเชิญชวนให้ไปการตรวจสุขภาพประจำปี รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะมีโอกาสการรักษาให้หายขาดสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;DMS Cancer Prevention Day เนื่องในวันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ&amp;rdquo; 10 ธันวาคม นี้ เพื่อตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง และรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันและการคัดกรองโรคมะเร็งให้กับบุคลากรด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นบุคลากรที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ นำไปถ่ายทอดความรู้และเป็นต้นแบบในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับหลัก &amp;ldquo;5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง&amp;rdquo; 5 ทำ ได้แก่ 1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด 3.กินผักผลไม้ 4.กินอาหารหลากหลาย 5.ตรวจร่างกายเป็นประจำ ส่วน 5 ไม่ ได้แก่ 1.ไม่สูบบุหรี่หรือสูดดม ควันบุหรี่ 2.ไม่มั่วเซ็กซ์ 3.ไม่ดื่มสุรา 4.ไม่ตากแดดจ้า 5.ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ รวมทั้งหมั่นสังเกตความผิดปกติของตนเองจาก 7 สัญญาณอันตรายโรคมะเร็ง ได้แก่ 1.ระบบขับถ่าย ที่เปลี่ยนแปร 2.แผล ที่ไม่รู้จักหาย 3.ร่างกาย มีก้อนตุ่ม 4.กลุ้มใจเรื่องการกลืนกินอาหาร 5.ทวารทั้งหลาย มีเลือดไหล 6.ไฝ หูด ที่เปลี่ยนไป และ7.ไอ และเสียงแหบ จนเรื้อรัง หากมีอาการเหล่านี้เกิน 3 สัปดาห์ควรรีบไปพบแพทย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86428</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, มะเร็งรักษาได้ทุกที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0b6d3b5851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ผนึกเนคเทค สสส.หยุดอ้วนฟันผุเด็กไทย สแกนFood Choiceก่อนกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้-ลูกอีเดน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สธ.ผนึกเนคเทค สสส. เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สกัดโรคอ้วนในเด็กไทยที่ติดอันดับเร็วที่สุดในโลก บ่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บก่อนเวลาอันควร ดร.สาธิต ปิตุเตชะรมช.สธ. ประธานแถลงข่าวพัฒนาแอป FoodChoice สแกนก่อนกิน นวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพ เช็กโภชนาการ ช่วยให้ตัดสินใจเลือก &amp;lsquo;ขนม-เครื่องดื่ม&amp;rsquo; มีประโยชน์ พิชิตเป้าเด็กไทยไม่อ้วน ไร้ฟันผุ ผจก.สสส.แจง 10 ปี กราฟเด็กไทยอ้วนทั่วหน้า ไม่พบเด็กขาดสารอาหาร สักขีพยานสำคัญงานแถลงข่าว นพ.ปรากรม วุฒิพงศ์ อดีตอธิบดีกรมอนามัย บุคคลตัวอย่างปี 2538 ผู้ผลักดันการบริโภคเกลือไอโอดีนในทุกหมู่บ้านทั่วไทย อ.สนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้-ลูกชายอีเดน นักเรียนชายหญิงชั้นประถมปีที่ 5 จำนวน 20 คน จาก รร.อนุบาลนนทบุรีเข้าร่วมกิจกรรม FoodChoice&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กนักเรียน รร.อนุบาลนนทบุรี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์โรคอ้วนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กไทยติดอันดับเพิ่มจำนวนเด็กอ้วนเร็วที่สุดในโลก เพราะการบริโภคอาหารกินจุบกินจิบ เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขนมหวาน น้ำอัดลม มีอาหารสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โรค NCDs โรคอ้วน โรคเบาหวาน ดังนั้นประชาชนจำเป็นต้องมีความรู้ที่ถูกต้องอย่างเพียงพอเกี่ยวกับรายละเอียดของชนิดและปริมาณสารอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เพื่อใช้ในการตัดสินใจเรื่องการรับประทานหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพในเบื้องต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความรู้ทางด้านโภชนาการที่แสดงอยู่บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในรูปแบบของฉลากโภชนาการ แต่ปัจจุบันนับว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากประสบปัญหาการดูฉลากโภชนาการผลิตภัณฑ์ เนื่องจากตัวอักษรเล็ก มีรายละเอียดมาก เมื่อต้องการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ใดๆ จำเป็นต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจ ดังนั้น &amp;ldquo;FoodChoice&amp;rdquo; แอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคเปรียบเทียบและเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.สาธิต ปิตุเตชะ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (คนที่ 1) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ร่วมแถลงข่าวผลการพัฒนาเครื่องมือให้ความรู้ด้านโภชนาการ (FoodChoice) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมีสักขีพยานสำคัญในงาน นพ.ปรากรม วุฒิพงศ์ อดีตอธิบดีกรมอนามัย บุคคลตัวอย่างปี 2538 ผู้ผลักดันการบริโภคเกลือไอโอดีนในทุกหมู่บ้านทั่วไทย, อ.สนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ก.สาธารณสุข กรมอนามัย ศูนย์ NECTEC รร.ในสังกัด สพฐ. สสส.นำเทคโนโลยีมาใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 5,000 รายการ ประชาชนจำเป็นจะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับรายละเอียดของชนิดและปริมาณสารอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีผู้บริโภคจํานวนมากที่ประสบปัญหาการดูฉลากโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ เนื่องจากตัวอักษรเล็กและมีรายละเอียดมาก เมื่อต้องการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ใดๆ จำเป็นต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนาน &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คิดค้นเครื่องมือเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งเหมาะสำหรับพ่อแม่ที่จะเลือกผลิตภัณฑ์อาหารให้กับเด็ก ให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนตามมา เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทยติดอันดับการเพิ่มจํานวนเด็กอ้วนเร็วที่สุดในโลก โดยในปี 2561 พบเด็กอายุ 6-14 ปี เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.1 และเพิ่มเป็นร้อยละ 11.7 ในปี 2562 นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน สำนักทันตสาธารณสุข ปี 2563 พบเด็กอายุ 12 ปี ดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 52 และกินขนมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 28.9 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พรรณพิมล วิปุลากร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต) กล่าวว่า แอปพลิเคชัน FoodChoice เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบนฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ เปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการจำแนกสีของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกบริโภคและกำหนดปริมาณการกินให้เหมาะสม ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) สีเขียว หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด 2) สีเหลือง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 3) สีแดง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเกิน 2 เท่าของเกณฑ์ที่กำหนด และ 4) สีฟ้า หมายถึง ปริมาณโปรตีน แคลเซียม วิตามินบีสอง ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีแต่มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์มาก ซึ่งหากผู้ใช้งานสแกนบาร์โค้ดบนผลิตภัณฑ์แล้วไม่พบข้อมูล ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและแชร์รูปภาพของผลิตภัณฑ์ ด้านหน้าผลิตภัณฑ์ ข้อมูลโภชนาการ ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ และเลข อย. 13 หลัก เพื่อเพิ่มเติมข้อมูลในแอปพลิเคชันให้ทันสมัยและครบถ้วนอยู่ตลอดเวลา&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ขณะนี้กราฟเด็กไทยอ้วนขึ้นกันทั่วหน้า ไม่มีปัญหาเด็กขาดอาหารระดับ 2 ระดับ 3 อย่างเมื่อ 10 ปีก่อนแล้ว โจทย์ของเราเด็กอ้วนต่อเนื่องมา 10 ปีแล้ว พ่อแม่ชอบพูดว่าเด็กอ้วนน่ารัก เพราะกลัวลูกไม่ยอมกิน ด้วยความเป็นห่วงลูก โดยภาพรวมแล้วเด็กในเมืองอ้วนกว่าเด็กนอกเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนั่งหน้าจอ การเคลื่อนไหวร่ายกายลดลง การโฆษณาอาหาร ขนมกรุบกรอบด้วยกลยุทธ์การตลาด มีของเล่น ของแถมเพื่อดึงดูด ดังนั้นต้องเสริมความรู้ให้รู้เท่าทันแบบย่อยง่าย เหมือนกับการนำเสนอการแก้ไขปัญหาการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.สนับสนุนสุขภาพเด็ก ได้ริเริ่มจุดประกายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้เข้าถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปในยุคดิจิทัล สามารถรับรู้ เข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรค เพราะที่ผ่านมาอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เกิดโรค NCDs ดังนั้นต้องปลูกฝังพฤติกรรมในการกินของเด็กให้คำนึงถึงสุขภาพ เพิ่มความเข้าใจในเรื่องสลากกำกับสินค้า โดยในช่วงปี 2559 ได้นำเครื่องมือให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ หรือแอปพลิเคชัน FoodChoice ไปทดสอบการใช้งานในพื้นที่โรงเรียนนำร่องใน 4 ภูมิภาค ภายใต้โครงการโรงเรียนอ่อนหวาน 9 โรง ส่งผลให้เด็กนักเรียนเกิดความรู้และมีความเข้าใจเรื่องโภชนาการมากขึ้นถึงร้อยละ 98 พร้อมทั้งได้นำข้อมูลจากการทดสอบมาใช้พัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชัน FoodChoice ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในปี 2562 สสส.และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ขยายผลผลักดันให้แอปพลิเคชัน FoodChoice เข้าไปเป็นหนึ่งในนโยบายเสริมสร้างการเรียนรู้ของเครือข่ายโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องโภชนาการของโรงเรียน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กวัยเรียนให้มีความรอบรู้และมีทักษะทางสุขภาพอีกด้วย&amp;rdquo; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค-สวทช. กล่าวว่า ด้วยเป้าหมายสำคัญของเนคเทค-สวทช. ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง เพื่อสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ เรามีการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก หนึ่งในนั้นคือการสร้าง Big Data Analytics Platform ที่เชื่อมโยงข้อมูลอาหารและโภชนาการ ทั้งในและนอกรั้วโรงเรียนกับสุขภาวะของนักเรียน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเห็นข้อมูลสนับสนุนของตนเองได้ชัดเจน แอปพลิเคชัน FoodChoice จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทราบสถานการณ์และแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่วางขายในท้องตลาด และพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์เชิงลึกนี้วางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้อย่างตรงเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กนักเรียนโหลดแอป FoodChoice)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นตอนการโหลดแอป FoodChoice ด้วยการเปิดกูเกิล สแกนบาร์โค้ดซองอาหารสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ ก็จะแสดงค่าน้ำตาล โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตให้ปรากฏ ประเมินแคลอรีที่จะได้รับ เพื่อจะได้เลือกบริโภคอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน สอดคล้องกับการทำงานของ สสส. เด็กไทยไม่กินหวาน หน่วยงาน NECTEC ดูแลสุขภาพคนไทย เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี บูรณาการร่วมกับหลายกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอนามัย ในการดูแลโภชนาการในเด็ก ขณะนี้ได้ทำ The School Lunch ในโรงเรียน 5 หมื่นแห่งทั่วทั้งประเทศ จัดสำรับอาหารเพื่อให้ได้โภชนาการเหมาะสมสำหรับสุขภาพเด็ก เพื่อเด็กจะได้นม อาหารที่ส่งผลต่อความสูงในเด็ก โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. รร.ตำรวจตระเวนชายแดน รร.กศน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เด็กๆ ยืนดูถุงขนมกรุบกรอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้มีสำรับอาหารมากกว่า 5,000 เมนู มีระบบ AI ปรับสูตร เช่น ต้มจืด ผัดผัก ผัดกะเพรา เพื่อให้เหมาะสมกับ School Lunch อย่างง่ายๆ อีกทั้งการจัดเมนูอาหารให้สอดคล้องกับท้องถิ่นในกรณีที่ขาดแคลนพืชผัก ผลไม้บางอย่าง ด้วยการประยุกต์นำผัก ผลไม้ในท้องถิ่นมาดัดแปลงปรุงเป็นอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.สนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะ กก.การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เด็กแรกเกิด กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายเท้า กระทรวงสาธารณสุขดูแลทุกกรม กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต ฯลฯ เมื่อ 20 ปีก่อนแรกเริ่มรับราชการ เด็กประสบปัญหาขาดสารอาหาร แต่ปัจจุบันอาหาร Junk food อาหารขยะ ภาวะโภชนาการเกิน เด็กจำนวน 7 ล้านคนในสังกัด รร.สพฐ.มีโทรศัพท์มือถือใช้ 100% จะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ขยายผลรวดเร็วกว้างขวางในการใช้แอป FoodChoice และนำไปปฏิบัติในการใช้โภชนาการอย่างถูกต้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง ในงานนี้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแม่ซินดี้และอีเดนบุตรชายในการใช้ FoodChoice สแกนก่อนกินเพื่อสุขภาพ และภายในงานเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายจากโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ชั้นประถมปีที่ 5 จำนวน 20 คน เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวแอป FoodChoice เพื่อนำไปเผยแพร่ในครั้งนี้ด้วย และยังมีนิทรรศการให้เห็นถึงความสำคัญในการใช้แอป FoodChoice. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พฤติกรรมการกินของวัยรุ่นและเยาวชนผ่านแอป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกินเป็นปัจจัยกำหนดสุขภาพที่สำคัญ วัยรุ่นและเยาวชนไทยส่วนใหญ่รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ/วัน การเลือกซื้ออาหารสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนไทยเป็นไปตามความชอบ (ร้อยละ 27.7) ความอยากรับประทาน (ร้อยละ 18.8) และรสชาติ (ร้อยละ 18.8) เป็นหลัก มีเพียงร้อยละ 8.1 ที่คำนึงถึงคุณค่าอาหาร การรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดจากประเทศตะวันตกมีรสชาติถูกปาก แต่ให้พลังงานและไขมันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2560 ร้อยละ 47.8 ของวัยรุ่นและเยาวชนทั่วประเทศรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ในขณะที่พฤติกรรมการกินผัก ผลไม้ในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 10-14 ปีที่ไม่ถึง 1 ใน 4 ที่บริโภคผัก ผลไม้สดเป็นประจำทุกวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเชื่อมต่อระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค แอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหารปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มให้เลือกใช้ และหากพิจารณาจากอัตราการเติบโตของตลาดแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้รับความนิยม และส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของวัยรุ่นและเยาวชนไทยต่อไปในอนาคต คาดการณ์การตลาดปี 2562 สูงถึง 3.3-3.5 หมื่นล้านบาท เวลายอดนิยมในการสั่งอาหาร ช่วงเย็นวันศุกร์และเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสั่งซื้ออาหารผ่านแอปเริ่มเป็นที่แพร่หลาย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เพราะสะดวกสบายให้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านที่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน รถติด ไม่มีที่จอด แดดร้อน หรือรอคิวนาน เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากหนังสือสุขภาพคนไทย 2563 : สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (สปส.) ม.มหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ.สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f803e71386ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
