<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคุณเงินทอนโผล่งานพศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อึ้ง! เจ้าคุณบุญเทียมโผล่ร่วมงานของ พศ. ทั้งที่พันเงินทอนวัดล็อต 2 เว็บดังถามทำไมมีสองมาตรฐาน จี้ &amp;ldquo;ลุงตู่-พงศ์พร-กองปราบฯ&amp;rdquo; แจงให้ชัด เผยเหตุถูกกันพยานเพราะให้ข้อมูลอื้อ แต่กำชับให้ต่อไปโลว์โปรไฟล์ ส่วน &amp;ldquo;ฐิติราช-บก.ป.&amp;rdquo; ปิดปากเงียบ&amp;nbsp;
เมื่อวันอาทิตย์ เว็บไซต์ alittlebuddha.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รูปจากเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์พุทธมณฑล พร้อมหมายเรียกพระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ) หรือบุญเทียม ญานินโท เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ &amp;nbsp; เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ในคดีเงินทอนวัดล็อต 2 ในหัวข้อ &amp;ldquo;ชะแว้ป! สงสัย ใครหนอเคยเห็นหน้า คลับคล้ายคลับคลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพเจ้าคุณบุญเทียมที่ไปร่วมงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.ค. ในพิธีปิดงานปฏิบัติธรรมพระสงฆ์ในงานสัปดาห์ส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561 โดยมี ดร.สิทธิกร อ้วนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑลเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ อาคารปฏิบัติธรรม โพธิญาณมหาวิชชาลัย พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เนื้อหายังได้ลงไทม์ไลน์ของคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าคุณบุญเทียมไว้ว่า 13 ก.ค. กองปราบปรามออกหมายเรียกเจ้าคุณบุญเทียมไปรับทราบข้อหาในคดีเงินทอนวัด แต่แปลก นอกจากเจ้าคุณบุญเทียมจะไม่ไปปรากฏตัวแล้ว ทางกองปราบฯ เองก็อ้อมแอ้มไม่ยอมระบุว่ามีการออกหมายเรียกจริงหรือไม่ และถ้าไม่มาตามหมายเรียกจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนวัดพิชัยญาติฯ ก็บอกนักข่าวว่า เจ้าคุณบุญเทียมไม่อยู่วัดนานหลายเดือนแล้ว และไม่มีใครพบตัว และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าเจ้าคุณบุญเทียมหนีไปสึกที่เมืองนอกเหมือนพระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ สุภาโว) หรือเจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญแล้ว แต่ในวันที่ 27 ก.ค. มีงานปฏิบัติธรรม เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ที่พุทธมณฑล ผลปรากฏว่า เจ้าคุณบุญเทียมได้ไปร่วมงานในฐานะเลขานุการของงานด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ระบุต่อว่า การแจ้งความในคดีเงินทอนวัดนั้น ดำเนินการโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเจ้าทุกข์ ส่วนเจ้าคุณบุญเทียมนั้นตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว แต่การที่ทั้งเจ้าทุกข์ทั้งผู้ต้องหาทำงานร่วมกันอยู่เป็นปกตินั้น มันก็ประหลาด ทั้งเลือกปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เผลอๆ ในบัญชีกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ชุดใหม่ อาจมีชื่อเจ้าคุณบุญเทียมได้รับแต่งตั้งด้วยก็ได้ เพราะขนาดมีชื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ยังร่วมงานกับสำนักพุทธฯ ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง และเมื่อทำงานให้แก่สำนักพุทธฯ ก็ถือว่ามีผลงาน ย่อมจะสามารถได้รับการปูนบำเหน็จเป็นธรรมดา แต่ถามว่ายุติธรรมสำหรับพระรูปอื่นๆ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวและได้รับโทษ ทั้งถูกจับกุมคุมขัง สั่งปลดออกจากตำแหน่ง และสละสมณเพศไปอย่างมากมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะลิตเติ้ลฯ ยังตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมีกี่มาตรฐาน กองปราบฯ ไม่ออกหมายเรียก แต่ขอศาลอาญาออกหมายจับ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยเข้าปิดล้อมวัดตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนปฏิบัติการล็อกตัวในตอนเช้าตรู่ คัดค้านการประกันตัว จับสึกใส่กางเกงนอนคุก เป็นอันเสร็จพิธีภายในวันเดียว เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ต้องคดีเงินทอนวัดเช่นกัน กองปราบฯ ออกหมายเรียก แต่ไม่การันตีว่าออกจริงหรือไม่ เพราะเจ้าคุณบุญเทียมไม่เห็นไปปรากฏตัวที่กองปราบฯ แต่ก็ไม่เห็นทางกองปราบฯ จะทำอย่างไรต่อไป ผ่านมาได้หลายวันแล้ว ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ของเจ้าคุณบุญเทียม กลับนิมนต์ไปร่วมงานปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล ทำงานร่วมกันได้หน้าตาเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้คนจึงสงสัยว่าทำไมกฎหมายไทยใช้ไม่เหมือนกัน ถามไปยัง 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ 2.พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ซึ่งเป็นผู้นิมนต์เจ้าคุณบุญเทียม ผู้ต้องหาไปร่วมงาน และ 3.กองปราบปราม ในฐานะผู้ออกหมายเรียก ออกหรือไม่ออก เรียกหรือไม่เรียก เรียกแล้วไม่มาจะทำอย่างไร ต้องตอบให้แก่สังคมไทยได้ทราบ อย่าโมเมเฉไฉ ไม่งั้นมีปัญหาแน่&amp;rdquo; เว็บไซต์ทิ้งท้ายไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. บก.ป.ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้พระราชรัตนมุนีเข้าพบ พ.ต.อ.บุญเลิศ กัลยาณมิตร ผกก. (สอบสวน) บก.ป. เพื่อสอบสวนในกรณีที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าสมคบและร่วมกันฟอกเงิน และมีรายชื่อในคดีเงินทอนวัดล็อต 2 หลังจากเจ้าคุณบุญเทียมได้เคยเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบปากคำไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยข้อกล่าวหาเจ้าคุณบุญเทียมนั้นระบุว่า มีส่วนพัวพันเงินทอนวัดทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.วัดพิชยญาติการามวรวิหาร กทม. 2.วัดดาวดึงษาราม กทม. 3.วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร กทม. และ 4.วัดห้วยทรายขาว จ.พะเยา จำนวน 38.5 ล้านบาท จากงบ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งอีกว่า กรณีของเจ้าคุณเทียมที่ไม่ได้มีการจับกุมเหมือนพระชั้นพรหมก่อนหน้านี้นั้น เนื่องจากได้ถูกกันเป็นพยานในคดีนี้ เพราะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในหลายส่วน แต่หลังเกิดข่าวการออกไปงานดังกล่าว ล่าสุด พศ.ได้กำชับว่าให้มีการระมัดระวังเรื่องความเหมาะสม เพราะพระราชรัตนมุนีถือเป็นหนึ่งในพระชั้นผู้ใหญ่ที่เคยถูกออกหมายเรียกในคดีเงินทอนวัด อาจถูกคำถามและข้อครหาต่อสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.หลายครั้ง เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว ก็ไม่มีการรับสายแต่ประการใด ในขณะที่ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ซึ่งดูแลเรื่องคดีเงินทอนวัด ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ถ้าไม่เห็นหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14760</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินทอนวัด, ดร.สิทธิกร อ้วนศิริ, พระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ สุภาโว), พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ), หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b67150d715d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
