<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 06:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 06:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าหาทำ คปภ. เตือนคนตั้งใจเสี่ยงติดโควิด หวังเคลมประกันระวังไม่ได้เงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟชบุ๊ครายหนึ่งโพสตว่า มีการเอาตัวเองไปติดโควิดแล้วเบิกเคลมประกันภัยโควิดกับบริษัทประกันภัย กลายเป็นเรื่องฮือฮาในโซเชียล&amp;nbsp; ซึ่งกรณีดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ออกมาเตือนว่าการกระทำดังกล่าวนั้น เข้าข่ายฉ้อฉล หรือทุจริต และอาจจะไม่ได้รับเงินประกันนั้น

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. เคยออกข่าวเตือนประชาชนมิให้หลงเชื่อกรณีมีการชักจูงให้ผู้เอาประกันภัยโควิด-19 บางรายเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อจะได้เคลมเงินประกัน เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต และเป็นเหตุให้ไม่ได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เนื่องจากอาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งอาจถูกดำเนินคดีกรณีเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยอีกด้วยนั้น

ปัจจุบันมีการส่งข่าวกระจายตามช่องทางออนไลน์กลุ่มต่าง ๆ ว่ามีการปรากฏพฤติการณ์ดังกล่าวอีกในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม ซึ่งหากเป็นจริง และแม้จะปรากฏว่ามีผู้ที่มีพฤติการณ์เช่นนี้เป็นจำนวนน้อยก็ตาม ก็ย่อมเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน และกระทบต่อการใช้สิทธิโดยชอบของประชาชนผู้เอาประกันภัยโควิด-19 ที่สุจริต

โดยในขณะนี้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีประกันโควิด-19 ของสำนักงาน คปภ. ยังไม่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. จะติดตามอย่างใกล้ชิดและได้แนะนำให้บริษัทประกันภัยให้มีกระบวนการกลั่นกรองในการจ่ายเคลมให้รอบคอบ ถ้าตรวจพบกรณีการเคลมผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงาน คปภ. เพื่อจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้บริษัทประกันภัยระมัดระวังการรับทำประกันภัยโควิด-19 ในแบบเจอจ่ายจบ รวมทั้งอาจมีการกำหนดจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ต่อราย โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรับประกันภัยด้วย โดยจะได้เชิญทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมหารือโดยเร็วต่อไป

&amp;ldquo;กรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ถูกพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหวังเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ และกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่สุจริตเท่านั้น หากผู้ที่ทำประกันภัยไว้หลายฉบับและจงใจเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อ เพื่อหวังเงินเอาประกัน อาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยได้ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; นายสุทธิพล กล่าว

ด้านนายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่ากรมธรรม์ประกันภัยโรค COVID-19 เป็นหลักประกันให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงที่อาจโชคร้ายได้รับเชื้อ COVID-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ กรมธรรม์ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองผู้สุจริตเท่านั้น สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยไว้หลายฉบับและจงใจทำให้ตนเองได้รับเชื้อเพื่อหวังเงินประกัน ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และจะไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107857</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยติดเชื้อโควิด, คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ยอดการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba3ce61dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ขานรับมติ ครม. ที่เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311.41 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต 2564 วงเงิน 311.41 ล้านบาท โดยมีพื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยรวม 2.92 ล้านไร่ และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกพื้นที่ โดยมติครม.ดังกล่าวได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามรูปแบบ และหลักเกณฑ์การรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2564 รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2564 ได้ทันที รวมถึงดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ตนในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 21/2564 เรื่อง กำหนดแบบและข้อความกรมธรรม์ของประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มเกษตรกรและอัตราเบี้ยประกันภัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 แบบกรมธรรม์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการฯ ปีการผลิต 2564 ได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 (Tier 1) อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ ธ.ก.ส. มีอัตราเบี้ยประกันภัย 160 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และจาก ธ.ก.ส. อีก 64 บาท/ไร่ และอัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าเกษตรกรทั่วไป มีอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับเขตพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาท/ไร่ ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาท/ไร่ และความเสี่ยงสูง 550 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และส่วนที่ 2 (Tier 2) อัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเอาประกันภัยเพิ่มเติมจาก Tier 1 โดยแบ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็น 3 อัตรา ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ คือ 90 บาท/ไร่ 100 บาท/ไร่ และ 110 บาท/ไร่ ตามลำดับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของวงเงินความคุ้มครองคงเดิม คือ วงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 1 อยู่ที่ 1,500 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย ได้แก่ 1) ภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2) ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3) ภัยลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง 5) ภัยลูกเห็บ 6) ภัยไฟไหม้ 7) ภัยช้างป่า สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 750 บาท/ไร่ และวงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 2 อยู่ที่ 240 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย และสำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่&amp;nbsp; 120 บาท/ไร่ โดยกำหนดวันเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ จนถึงไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงไม่เกินวันที่ 15 มกราคม 2565 ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการผลิต 2564 จำนวน 16 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย บมจ.ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย บมจ.ไทยศรีประกันภัย บมจ.นวกิจประกันภัย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย บมจ.มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ บมจ.เมืองไทยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย บมจ. แอกซ่าประกันภัย และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการฯ ปีการผลิต 2564 สำนักงาน คปภ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการฯ ไปก่อนหน้านี้ โดยจัดทำโครงการ &amp;ldquo;อบรมความรู้ประกันภัย Training for the Trainers&amp;rdquo; ซึ่งทุก ๆ ปีจะเป็นการลงพื้นที่ตามภาคต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยกับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่วนงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีความรุนแรง ส่งผลให้ในหลายจังหวัดของประเทศไทยกำหนดมาตรการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำนักงาน คปภ. จึงได้ปรับวิธีการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยจัดทำความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ในรูปแบบกราฟฟิกเคลื่อนไหว (motion graphic) การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร (influencer) ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ การจัดทำสื่อความรู้ในรูปแบบคลิปเสียง การจัดทำข้อมูลความรู้เพื่อเผยแพร่ผ่าน Application &amp;ldquo;กูรูประกันข้าว&amp;rdquo; โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน QR code รวมถึงการผลิตสื่อความรู้ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ สื่อความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงเกษตรกรให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนเกษตรกรทุกท่านทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดผลกระทบความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช หรือภัยจากโรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้การจัดทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีทั้งแบบกรมธรรม์ที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยและแบบที่เกษตรกรสามารถซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองเอง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102853</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d48b863faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการ คปภ. สั่งสอบสวนตัวแทนประกันชีวิต ที่ส่งข้อความไม่เหมาะสมให้กับประชาชนแล้ว เผยจะบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. 2563 ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสนอขายประกันภัยในแต่ละช่องทางไว้ อาทิเช่น พบเจอตัวลูกค้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เป็นผู้เสนอขายประกันภัย จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ และหากฝ่าฝืนก็ได้กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และได้ซื้อประกันภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทประกันภัยได้นำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กำหนดความคุ้มครองแตกต่างกัน และการเสนอขายประกันภัยในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่ผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรือทางระบบออนไลน์ จากกรณีที่ปรากฏตามข่าวมีตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ได้เสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ โดยได้โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าและลูกค้าได้ปฏิเสธการซื้อประกันภัยแล้ว แต่ตัวแทนประกันชีวิตรายนี้ได้ส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมให้ลูกค้า สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว จึงได้สั่งการบริษัทประกันชีวิตดังกล่าวให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มีการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณของคนกลางประกันภัยหรือไม่ และสั่งการให้สายกฎหมายและคดี สำนักงาน คปภ. เรียกตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มาสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการบังคับตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป รวมถึงได้แจ้งเตือนไปยังบริษัทประกันภัย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ให้กำชับสมาชิกถือปฏิบัติตามที่ประกาศกำหนดโดยเคร่งครัดแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตามข่าวที่ปรากฏน่าจะเข้าข่ายการรบกวน หรือก่อความรำคาญให้กับลูกค้า ซึ่งทางสำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ หากพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้คนกลางประกันภัย กระทำการ งดเว้นกระทำการ ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัยได้ จนกว่าจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง และอาจโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือกำหนดมาตรการอื่นที่หนักขึ้น ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเสนอขายประกันภัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์ประกันภัย, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ตัวแทนประกันชีวิต, บริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc33313d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ผุดนวัตกรรมบอร์ดเกม สื่อเรียนรู้ด้านการประกันภัยสำหรับเยาวชน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย   พร้อมชวนผู้ที่สนใจ ร่วมประกวดออกแบบบอร์ดเกม ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการ &amp;ldquo;ประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัย&amp;rdquo; OIC Board Game Innovation ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัย (Insurance Literacy)&amp;rdquo; ณ&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสถาบันวิทยาการระดับสูง นอกจากนี้ มีการเสวนา &amp;ldquo;เรียนรู้ประกันภัย ทำไมต้องบอร์ดเกม&amp;rdquo; โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ นำโดย อาจารย์พีรัช ษรานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบอร์ดเกม และเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ร่วมเสวนา เพื่อเปิดมุมมองของเยาวชนคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการประกันภัย กับรูปแบบกระบวนการสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบบอร์ดเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวถึงโครงการประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัย ในตอนหนึ่งว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ใช่การประกวดบอร์ดเกมที่มุ่งเน้นเพียงความสนุกสนาน หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยประเภทต่าง ๆ เท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านการประกันภัยในรูปแบบใหม่ เป็นการวางรากฐาน การสร้าง Insurance Literacy ซึ่งก็คือ ความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาสื่อด้านการประกันภัยที่สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการประกันภัย กับรูปแบบกระบวนการ สร้างการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่มีความสนุกและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ร่วม เพื่อให้เยาวชนได้ร่วมกันตัดสินใจ แก้ไขปัญหาในแต่ละสถานการณ์ของความเสี่ยงด้วยการประกันภัย เพื่อเป็นการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัลผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้ จะได้รับทั้งโล่รางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรางวัลชนะเลิศ จำนวน 100,000 บาท พร้อมนำผลงานไปผลิตจริง รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 30,000บาทและรางวัลชมเชยอีก 7 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และส่งผลงานรอบคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th หรือ Facebook สำนักงาน คปภ.facebook.com/PROIC 2012 และ Facebook Deschooling Game facebook.com/deschooling.game/ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 - 5 พฤษภาคม 2564 โดยจะประกาศผลทีมที่เข้ารอบ 20 ทีม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ซึ่งทั้ง 20 ทีมที่เข้ารอบจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป เพื่อพัฒนาผลงานต้นแบบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยและด้านการออกแบบบอร์ดเกมชั้นนำ โดยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 จะประกาศผล 10 ทีมสุดท้าย เพื่อนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายจริง และนำเสนอต่อคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมประกาศผลและมอบรางวัล ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผม ขอเชิญชวน เยาวชนคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป (ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์) สมัครส่งผลงานเข้าประกวดได้ ทั้งในนามบุคคลหรือเป็นทีม ๆ ละไม่เกิน 3 คนต่อผลงาน 1 ชิ้น ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องนำเสนอแนวคิดและกลไกของ &amp;ldquo;บอร์ดเกม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อใช้สื่อสารเนื้อหาที่สอดคล้องกับความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยที่น่าสนใจ เพื่อให้คณะกรรมการทำการคัดเลือก โดยเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการ เน้นความถูกต้อง และครบถ้วนของเนื้อหาด้านการประกันภัย ความเหมาะสมต่อระยะเวลาการเล่น กลไกการเล่นที่น่าสนใจ การสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-515-3995-9 ต่อ 5615 หรือ 088-829-2555 หรือที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98529</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c42e6aca6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ไขทุกข้อข้องใจประกันภัยไซเบอร์ ตอน ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไขทุกข้อข้องใจประกันภัยไซเบอร์ ตอน ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล คือ? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยความเสี่ยงภัยที่บุคคลทั่วไป อาจเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายขึ้นจากการถูกโจรกรรมหรือ กรรโชกทรัพย์หรือคุกคามหรือละเมิดด้านความปลอดภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล หรือด้านความปลอดภัยของข้อมูล เกี่ยวกับบุคคลทั่วไปซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการใช้อินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลต่างกับประกันภัยไซเบอร์เชิงพาณิชย์ อย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์เชิงพาณิยช์ เป็นประกันภัยความเสี่ยงที่ธุรกิจ หรือองค์กร หรือบริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ อาจเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายขึ้นจากการถูกโจรกรรมหรือกรรโชกทรัพย์หรือคุกคามหรือละเมิดด้านความ ปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบโครงข่ายของธุรกิจ หรือองค์กร หรือบริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งต่างกับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นประกันภัยความเสี่ยงของข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลทั่วไปจากการใช้ อินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ข้อดีของประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล มีอะไรบ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล สามารถช่วยประชาชนลดความสูญเสียหรือความเสียหาย และควบคุมค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดภัยทางไซเบอร์ได้ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยไม่แพง ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ข้อแนะนำการเลือกซื้อประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล มีอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : การใช้ชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคลทำให้มีความเสี่ยงภัยแตกต่างกันไป ให้พิจารณาเลือกซื้อความ คุ้มครองตามความเสี่ยงภัยของตนเอง และการประกันภัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ซื้อขายสินค้าออนไลน์และทำ ธุรกรรมต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล ของแต่ละบริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลของแต่ละบริษัทอาจเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครอง ขณะนี้ มีหลายความคุ้มครองที่บริษัทได้ยื่นขอไว้ โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฯ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การถูกโจรกรรมเงินทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การถูกกรรโชกทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การถูกกลั่นแกล้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) การถูกคุกคามทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) การถูกหลอกลวงให้ซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การลักข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบและ เกิดความเสียหายแก่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การกรรโชกทรัพย์ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การข่มขู่ให้ผู้อื่นให้ทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบและเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของอุปกรณ์นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การกลั่นแกล้ง ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมแปลงไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลที่เป็นเท็จ รวมทั้งข้อมูล ลามกต่าง ๆของผู้อื่น ซึ่งคนทั่วไปสามารถเข้าไปดูข้อมูลนั้นได้ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียหาย และให้รวมถึงการบูลลี่ผู้อื่นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การกระทำหรือการดำเนินการใด ๆ โดยมิชอบ โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมไม่พึง ประสงค์โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบ คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลโดยทั่วไป มีข้อยกเว้น อะไรบ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : โดยทั่วไป ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีดังต่อไปนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนทำประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การทุจริต การฉ้อโกง การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้กระทำการแทนผู้เอาประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การกระทำ หรือการละเลยของผู้เอาประกันภัยในฐานะพนักงาน ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้กระทำการแทนผู้เอาประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การพนัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ค่าปรับทางแพ่ง ค่าปรับทางอาญา ค่าปรับโดยสัญญา หรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : เบี้ยประกันภัยสำหรับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล อยู่ที่ประมาณ เท่าไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : เบี้ยประกันภัยจะขึ้นกับความคุ้มครองและวงเงินคุ้มครอง (แผนประกันภัย) ที่เลือกซื้อ โดยปัจจุบัน เบี้ยประกันภัยจะอยู่ตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพันกว่าบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : เงื่อนไขการรับประกันภัย มีอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : โดยทั่วไปเงื่อนไขการรับประกันภัยขึ้นกับเงื่อนไขที่กำหนดของแต่ละบริษัท อาทิเช่น อายุ สัญชาติ ข้อตกลง ความคุ้มครองและวงเงินความคุ้มครอง (แผนประกันภัย) เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : หากต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล จะต้องดำเนินการ อย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : สามารถยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ที่บริษัทฯ ที่ซื้อไว้ ซึ่งมีหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ฯ โดยทั่วไปกำหนดหลักฐานหรือเอกสารที่ต้องยื่นประกอบตามแต่ละข้อตกลงคุ้มครองที่เลือกซื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : มีบริษัทประกันภัยใดบ้าง? ที่ได้รับความเห็นชอบประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลไปแล้ว และจัดแผน ความคุ้มครองขายให้ประชาชนอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : บมจ. กรุงเทพประกันภัย และบมจ.ทิพยประกันภัย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2564) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : หากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ไหน? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A: สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ เว็บไซต์ คปภ www.oic.or.th หรือติดต่อได้ที่สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย หรือสำนักงาน คปภ.ภาค/จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปที่ chatbot &amp;ldquo;คปภ. รอบรู้&amp;rdquo; (LINE@OICConnect)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96456</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัยไซเบอร์, ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d406663c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการ คปภ. ปลุกพลังชาว คปภ. ตั้งทีมมอนิเตอร์ เพิ่มการมีส่วนร่วม ยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กร พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564) ได้กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือและเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2564 โดยใช้แนวทางและเครื่องมือตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) กำหนด โดยสำนักงาน คปภ. ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้เข้าร่วมการประเมินและให้ความร่วมมือมาโดยตลอด เพื่อดำเนินการให้องค์กรและบุคลากรขององค์กรมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนประพฤติปฏิบัติในเรื่องคุณธรรมและมีความโปร่งใสในการทำงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการประเมิน ITA ประจำปี 2564 ให้เกิดประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักงาน คปภ. จึงได้จัด In-House Training ในหัวข้อ &amp;ldquo;การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ.&amp;rdquo; โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์นีรนาท นักดนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในด้านการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรภาครัฐ มาเป็นวิทยากรอบรมให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและพนักงานของสำนักงาน คปภ. โดยท่านวิทยากร ได้ให้ข้อแนะนำในเรื่องหลักการ แนวทางการดำเนินงาน พร้อมยก case study ต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานของสำนักงาน คปภ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประเมิน ITA ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนแรก ประเมินจากบุคลากรภายในองค์กร ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจในแนวทางการประเมิน ITA และสามารถตอบคำถามได้ชัดเจน ส่วนที่สอง ประเมินจากบุคคลภายนอกซึ่งมีความเกี่ยวข้อง&amp;nbsp; กับภารกิจขององค์กร โดยองค์กรจะต้องสามารถทำให้เกิดความเข้าใจถึงกลไกการทำงานขององค์กรและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพียงพอ และส่วนที่สาม ประเมินจากการเปิดเผยข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ขององค์กรที่ต้องแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรด้วยการจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ตรงตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และมีช่องทางในการติดต่อและปฏิสัมพันธ์กับประชาชน โดยข้อมูลที่ต้องเปิดเผยบนหน้าเว็บไซต์นั้นมีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับทุกสายงานขององค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งในด้านของช่องทางการติดต่อผู้บริหาร การใช้จ่ายงบประมาณ การจัดการข้อร้องเรียน การป้องกันการทุจริต นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล และความโปร่งใสในกระบวนการให้บริการแก่ประชาชน สำหรับการเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการประเมินในปี 2564 สำนักงาน คปภ. ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการเตรียมความพร้อมการเข้ารับประเมิน ITA ซึ่งประกอบด้วย เลขาธิการ เป็นประธาน รองเลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการทุกคนเป็นกรรมการ เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการ&amp;nbsp; และติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมการเข้ารับประเมิน ITA เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติงานประจำวันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัด Training และการเตรียมการเข้ารับการประเมิน ITA ของสำนักงาน คปภ. ไม่ได้มุ่งหวังเพียงจะให้ได้รับผลการประเมินที่ได้คะแนนดีขึ้น แต่ความตั้งใจที่แท้จริงในการเตรียมการครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำนักงาน คปภ. สามารถยกระดับด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อที่จะเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ในการเข้าถึงการบริการด้านประกันภัย ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรมและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจ และได้รับความร่วมมือร่วมใจจากบุคลากรทุกคนในองค์กร&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. ย้ำในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92248</URL_LINK>
                <HASHTAG>(เลขาธิการ คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601f68135ffde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. เปิดมิติใหม่..! สืบพยานในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) เล็งขยายผลเป็นโมเดลต้นแบบนำไปใช้กับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้จัดให้มีการสืบพยานในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ( Video Conference)ระหว่าง อนุญาโตตุลาการ ซึ่งอยู่ที่ห้องประชุมของสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง กับ ผู้เสนอข้อพิพาท ซึ่งเบิกความอยู่ที่สำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร ในประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่เอาประกันภัย ในโอกาสนี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.)&amp;nbsp; นายโชติช่วง ทัพวงศ์ และนายพิศาล พิริยะสถิต กรรมการผู้ทรงวุฒิ ในคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การสืบพยาน ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า การสืบพยานและการพิจารณาข้อพิพาทในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(Video Conference)ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกและเป็นมิติใหม่ของการพิจารณาข้อพิพาทในกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ซึ่งระเบียบปฏิบัติของอนุญาโตตุลาการได้เปิดช่องให้สามารถดำเนินการสืบพยานและพิจารณาข้อพิพาทด้วยวิธีการใด ๆ ก็ได้ เพื่อให้บรรลุผลแห่งข้อพิพาทด้านประกันภัย ดังนั้นสำนักงาน คปภ. จึงได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพิจารณาข้อพิพาทในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่คู่กรณี และเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยพยานผู้เสนอข้อพิพาทมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสกลนคร ได้เบิกความ ณ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร ในขณะที่อนุญาโตตุลาการ และผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้คัดค้าน อยู่ที่สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คู่กรณีมีความพึงพอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าเดินทาง เพื่อเข้ามาสืบพยานยังสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส สุขสวัสดิ์ อนุญาโตตุลาการ ผู้พิจารณาข้อพิพาทด้านประกันภัยในครั้งนี้ กล่าวว่า การสืบพยาน ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพในลักษณะนี้ถือเป็นรูปแบบใหม่ของกระบวนการอนุญาโตตุลาการในการพิจารณาข้อพิพาทด้านประกันภัย ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากคู่กรณีเป็นสำคัญ โดยการสืบพยานผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพครั้งนี้ เป็นความประสงค์ของผู้เสนอข้อพิพาทที่ยื่นคำร้องเพื่อขอดำเนินการสืบพยานผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) ณ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร เนื่องจากผู้เสนอข้อพิพาทมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อนุญาโตตุลาการ ได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้ว จึงส่งสำเนาคำร้องให้ฝ่ายผู้คัดค้านทราบ และผู้คัดค้านแถลงไม่คัดค้าน โดยในส่วนของผู้คัดค้านขอมาดำเนินการ ณ ที่สำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ดังนั้น อนุญาโตตุลาการ อาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักงาน คปภ. ว่าด้วยอนุญาตโตตุลาการ พ.ศ. 2551 ข้อ 28 และประกาศ เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและพิจารณาข้อร้องเรียนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการ และการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ จึงอนุญาตให้ดำเนินการสืบพยานผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพตามคำร้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอนุญาโตตุลาการท่านนี้กล่าวด้วยว่า การสืบพยานผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ไม่ได้ทำให้คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และเห็นว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น จำเป็นจะต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคู่กรณี โดยเฉพาะการสืบพยานที่พยานมีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดการที่จะต้องเดินทางเข้ามาเบิกความในกรุงเทพฯ อาจไม่สะดวกและมีค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ทั้งอาจเสียเวลา ในการเดินทาง ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคู่กรณีเป็นอย่างมาก และเท่าที่ทราบมาในขณะนี้กระบวนพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมก็ได้มีการใช้เทคโนโลยีในการพิจารณาคดีเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้คู่กรณีในกระบวนการอนุญาโตตุลาการใช้ช่องทางการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว เนื่องจากสำนักงาน คปภ. มีระบบรองรับไว้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้คัดค้านได้แสดงความเห็นว่า ตอนแรกรู้สึกเป็นกังวล เพราะเป็นครั้งแรก ที่มีการสืบพยานในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ทำให้ไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่ปรากฏว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากกระบวนการปกติที่เคยปฏิบัติมา ถึงแม้ว่าคู่กรณีจะอยู่คนละที่กัน&amp;nbsp; ก็สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนการพิจารณาอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และคู่กรณีมีความเชื่อมั่นในรูปแบบดังกล่าว ดังนั้นในโอกาสต่อไป อยากขอใช้บริการการประชุมทางไกลผ่านจอภาพนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากความสำเร็จของการสืบพยานในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ผ่านการประชุมทางไกลผ่านจอภาพครั้งนี้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคู่กรณีที่มีข้อพิพาทด้านประกันภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในกระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้กับประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลใช้กับกระบวนการไกล่เกลี่ยของสำนักงาน คปภ. ด้วย เนื่องจากสำนักงานฯ มีนโยบายเรื่องการไกล่เกลี่ยออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอยู่แล้ว&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91394</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013c6bca5c8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
