<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ยกร่างนโยบายการรับนักเรียน เรียบร้อยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ก.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2563 ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ยกร่างนโยบายการรับนักเรียนดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยอยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยว เพื่อเสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา จากนั้นจะนำเข้าพิจารณาใน กพฐ. และประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ปี 2563 ต่อไป ซึ่งตนคิดว่าการประกาศนโยบายในเรื่องนี้ไม่ล่าช้า เพราะตามกรอบระยะเวลาปกติ สพฐ.จะต้องประกาศการรับนักเรียนในเดือนธันวาคมของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างนโยบายการรับนักเรียนปี 2563 เบื้องต้น สพฐ.มีเป้าหมายให้เด็กทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีโอกาสรับการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับศักยภาพ ความถนัด ความสนใจด้วยกระบวนการรับนักเรียนที่สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และเสมอภาค ตามหลักธรรมาภิบาล โดย สพฐ.มีบทบาทในการจัดทำประกาศนโยบาย กรอบการดำเนินการ กำหนดปฏิทินการรับนักเรียนของหน่วยงานในสังกัด ประมวลผลแผนการรับนักเรียน ส่วนคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จะมีบทบาทพิจารณาให้ความเห็นชอบแนวปฏิบัติการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ให้สอดคล้องกับประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติของ สพฐ.และบริบทของจังหวัด &amp;nbsp; พร้อมกับพิจารณาให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ผอ.สพท.ทุกเขต เป็นกรรมการ ขณะที่บทบาทของ สพท.จะมีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำแนวปฎิบัติการรับนักเรียน ของ สพท.ทั้งการรวบรวม ประมวลผลแผนการรับนักเรียน เขตพื้นที่บริหาร สัดส่วนการรับนักเรียน วิธีการคัดเลือกนักเรียน ของโรงเรียนในสังกัด สพท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44828</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, เกณฑ์รับนักเรียนปี63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53e091a269e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. สั่งดูแล น้ำหนักกระเป๋านักเรียนเฉลี่ยต้องไม่เกิน 15% ของน้ำหนักตัวเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่นักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระดูกสันหลังคดงอ ซึ่งแม่ของเด็กเชื่อว่าเกิดจากสะพายกระเป๋านักเรียน ว่า โดยปกติสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งมาตรการและแนวปฏิบัติเรื่องความปลอดภัยให้โรงเรียนได้นำไปปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น ตนจึงได้ทำหนังสือแจ้งกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ และผู้อำนวยการโรงเรียนให้ถือปฏิบัติเรื่องนี้อย่างจริงจัง กระเป๋า หรือเป้ใส่ของที่นักเรียนต้องถือมาโรงเรียนจะต้องมีน้ำหนักเฉลี่ยไปเกินร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัวเด็กแต่ละคน พร้อมทั้งให้ครู และผู้ปกครองนักเรียนใส่ใจเรื่องการจัดตารางเรียน หากโรงเรียนไหนสามารถทำล็อคเกอร์ หรือบ็อกสำหรับเก็บของให้เด็กได้ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่คงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เสนอให้มีการใช้หนังสือเรียนอิเล็คทรอนิกส์ หรืออีบุ๊กแทนหนังสือเรียนนั้น นายสุเทพกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ขณะนี้ สพฐ.ก็อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องที่อยู่ห่างไกล คงไม่สามารถดำเนินการได้ในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42311</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, น้ำหนักกระเป๋านักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c726d4a19a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ยกร่างเกณฑ์รับนร.ปี63 รวมถึงการรับเด็กระดับอนุบาลด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1ก.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างการดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ทั้งระบบ และจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุม กพฐ. เร็วๆ นี้ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะรวมถึงเรื่องการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลด้วย โดย สพฐ. ยืนยันว่า หลักเกณฑ์การรับนักเรียนในชั้นอนุบาล จะรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 และ 3 อายุ 4-5 ปี โดยยึดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ข้อที่ 2 ที่ระบุว่า ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด เตรียมการเพื่อจัดให้เด็กเล็กก่อนวัยเรียนได้รับการดูแล และพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ อปท.และเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย แต่หากในบางพื้นที่ที่ไม่มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ เอกชนจัด สพฐ.ก็จำเป็นที่จะต้องจัดการศึกษาในระดับอนุบาลระดับ 1 อายุ 3 ปี โดยการดำเนินการจะต้องให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้จัดทำแผนในการรับเด็กตามความเหมาะสมของบริบทแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักการจัดการศึกษาของ สพฐ. ยึดหลักความเสมอภาค ความเท่าเทียม และไม่ได้เป็นการจัดเพื่อแย่งรับเด็กแต่อย่างใด เช่น ในบางพื้นที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน จาก อปท. สพฐ.ก็จะเข้าไปดำเนินการ หรือยาวพื้นที่มีเอกชนจัดการศึกษาอยู่แล้ แต่ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายสูง ในส่วนนี้ สพฐ.ก็จะเข้ามาร่วมจัดการศึกษา ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปกครองด้วยว่าจะส่งบุตรหลาน เข้าในโรงเรียนใด อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างหลักเกณฑ์การรับนักเรียน หากได้ข้อสรุปแล้ว ผมจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39897</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, เกณฑ์รับนักเรียนปี63, เกณฑ์รับเด็กอนุบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11f44e4e940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกณฑ์ใหม่ รับนักเรียนปี63 ส่อแววกระจายอำนาจให้จังหวัดจัดการ คาดคลอดเดือนก.ย.นี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตามที่คณะทำงานรับนักเรียน ได้รับฟังความคิดเห็นเรื่องการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 และมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น ผู้แทน กพฐ. สมาคมอนุบาลแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมดังกล่าวได้รับข้อเสนอและแนวทางหลักการ เพื่อเตรียมพร้อมในการยกร่างหลักเกณฑ์การรับนักเรียนปี 63 ในเบื้องต้น คือ การรับนักเรียนจะใช้หลักกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้พื้นที่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน ยึดพื้นทีเป็นฐาน ยึดหลักความเสมอภาค โอกาสทางการศึกษา และคุณภาพของนักเรียน กระบวยการรับนักเรียนต้องโปร่งใสเป็นธรรม ให้เป็นการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่น ชุมชน และผู้ปกครอง ให้คำนึงถึงบริบทในพื้นที่ ให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่จัดทำแผน ระบบติดตามตรวจสอบ แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือดูแลรับผิดชอบผู้เรียนให้ครบทุกคน และส่วนกลางจะทำหน้าที่กำหนดนโยบายกว้างๆ และกำหนดปฏิทินการรับนักเรียนเท่านั้น ซึ่งตนคาดว่าจะประกาศหลักเกณฑ์และแนวทางการรับนักเรียนได้ภายในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะรวบรวมข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นดังกล่าว และข้อเสนอจากที่ประชุม กพฐ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประมวลผลเป็นแนวทางการกำหนดนโยบายการรับนักเรียนปีการศึกษา 2563 เพื่อเสนอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณาต่อไป ขณะเดียวกันผมจะเสนอให้ รมว.ศธ. พิจารณาเรื่องการให้มีผอ.เขตพื้นที่ฯ เข้าไปเป็น กรรมการ กศจ.โดยตำแหน่งด้วย เพราะจะได้รับทราบสภาพปัจจุบันของการศึกษาด้านต่างๆ โดยเฉพาะการรับนักเรียน เพื่อจะได้ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาบาง กศจ.ให้ผอ.เขตพื้นที่ฯ รอรายงานอยู่ด้านห้องประชุมเท่านั้น ดังนั้นจะต้องให้ผอ.เขตพื้นที่ฯ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการในกศจ.ด้วย จะได้ร่วมกันคิดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นงานบุคคล วิชาการ จะได้ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำในการบริหารงานจึงจำเป็นต้องเพิ่มกลไกด้านบริหารเข้าไปสนับสนุนด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2563 ในส่วนของการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องและการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจะให้ กศจ.เป็นผู้กำหนดเองใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อเรากระจายอำนาจไปแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และ กศจ.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนจะกำหนดสัดส่วนนักเรียนต่อห้องเท่าไหร่นั้น สพฐ.ขอไปวิเคราะห์และวิจัยตัวเลขให้ชัดเจนก่อน เพราะเราจะขอดูข้อมูลจากหลายทางและการจัดการศึกษาของต่างประเทศด้วย เช่น ธนาคารโลกก็กำหนดว่าสัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อห้องของประเทศไทยควรอยู่ที่จำนวนนักเรียน 25 คนต่อครู 1 คน เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล ซึ่ง สพฐ.จะดูสัดส่วนว่า จำนวนนักเรียนต่อห้องควรจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ถึงจะเกิดคุณภาพการศึกษาที่ดีที่สุด ทั้งนี้สำหรับมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น ตนคิดว่าข้อไหนที่เป็นประโยชน์และยังต้องดำเนินการอยู่ก็จะกำหนดให้พื้นที่นำไปปฏิบัติด้วย &amp;nbsp;ขณะเดียวกันการดำเนินการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่ต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการ แต่ก็ยังพบปัญหาบางพื้นที่ก็ไม่มี อปท.และเอกชนเป็นผู้จัด ซึ่งที่ประชุมก็มีการหารือด้วยเช่นกันแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39427</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจรับนักเรียนให้จังหวัด, ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, นโยบายรับนักเรียนปี63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de2b7eb6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ทำเครื่องมือให้เด็กวัดแววความถนัดอาชีพผ่านเว็บ obeccareer.com</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19มิ.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นทุกคนให้ค้นพบตัวเองว่ามีความถนัดในสาขาวิชาชีพด้านใดบ้าง &amp;nbsp;ซึ่ง สพฐ.ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน จัดทำเครื่องมือวัดแววความถนัดอาชีพรวบรวมเครื่องมือวัดแววความถนัดด้านอาชีพที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำไว้ในเว็บบนไซต์ www.obeccareer.com เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียน และนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนที่สร้างเสริมประสบการณ์อาชีพทั้งในและนอกโรงเรียน รวมทั้งการจัดกิจกรรมแนะแนวด้านอาชีพเหมาะสมกับช่วงวัยต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครื่องมือวัดแววความถนัดด้านอาชีพจะเริ่มตั้งแต่นักเรียนชั้นปฐมวัยได้เรียนรู้ รู้จักอาชีพ มีจินตนาการด้านอาชีพผ่านประสบการณ์นิทานเพลง เกม ระดับประถมศึกษา ปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จักอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น และระดับมัธยมศึกษา มุ่งมั่นเรื่องอาชีพในอนาคต สามารถวิเคราะห์อาชีพเชื่อมโยงตนเองกับอาชีพ นำไปสู่การค้นพบตัวเอง ได้ค้นพบตัวเอง และตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาต่อ ไม่ว่าจะเป็นสายสามัญ สายอาชีพ หรือออกมาประกอบอาชีพตามความสนใจและศักยภาพต่อไป อย่างไรก็ตามการดำเนินการส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพตัวเองว่าถนัดในด้านไหนผ่านเครื่องมือวัดแววความถนัดอาชีพนั้นทั้งเขตพื้นที่และโรงเรียนจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลภายใน 2 เดือนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสำรวจและค้นหาความสนใจและความถนัดด้านอาชีพนับเป็นความสำคัญในการเชื่อมโยงสู่การพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ การใช้เครื่องมือวัดแววความถนัดด้านอาชีพ นับได้ว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้นักเรียนได้สำรวจ รู้จักวิเคราะห์ และค้นพบศักยภาพภายในระดับเบื้องต้นของตนเอง&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38941</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.obeccareer.com, ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, วัดแววอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf62f280b9ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;สบช่องโหนพานไหว้ครู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;IO ข่าวไหว้ครูสุดท้ายไปไม่รอด ครู-นักเรียนแฉ ไม่มีทหารสนธิกำลังตำรวจบุกโรงเรียนแต่อย่างใด ผอ.ยันมีแค่ตำรวจ 2 นายมาดูความเรียบร้อยในงานพี่น้องรหัส &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ปั่นหนักเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา ใช้อำนาจอะไรไปข่มขู่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เชื่อมีคนอยู่เบื้องหลัง เด็กไม่ได้คิดเอง เจออดีตเด็ก ปชป.ห้าวด่าระยำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ ศรีสุขพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย &amp;nbsp;เปิดเผยกรณีกระแสข่าวมีทหารยกกำลังเข้าไปในโรงเรียนเพื่อข่มขู่ให้ลบภาพพานไหว้ครูที่เสียดสีการเมืองว่า ช่วงเช้าวันที่ 13 มิ.ย. เป็นพิธีไหว้ครู ส่วนช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมพี่น้องรหัส มีการนำนักเรียนกว่า 2,900 คนมาจัดกิจกรรมร่วมกัน ในช่วงบ่ายได้มีตำรวจเข้ามาช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอะไร เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับทางโรงเรียนได้ทำเอ็มโอยูกับ สภ.โพนพิสัยอยู่แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลให้จำนวน 2 นาย ตนก็นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน ปรากฏว่ามีผู้สื่อข่าวโทร.มาหาบอกว่าพานที่อยู่ในเฟซบุ๊กเป็นเรื่องแล้ว ตนก็ได้ถามกลับไปว่าพานมันเป็นอะไร เขาก็บอกว่าพานของเด็กมันมีปัญหา ตนก็ให้ส่งเฟซบุ๊กกลับมาให้ตนดู เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเล่าว่า จากนั้นผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวได้ถามต่อว่า ผอ.มีตำรวจและทหารเข้ามาในโรงเรียนไหม ตนก็ได้ตอบกลับไปว่า ทหารจะเข้ามาทำไม ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทหารจะต้องเข้ามา เพราะตนเข้าใจว่าเป็นการไหว้ครูเท่านั้น แต่ตนตอบว่ามีตำรวจเข้ามา แต่เข้ามาดูแลความสงบความปลอดภัยเท่านั้น แต่กลับมีเฟซบุ๊กออกมาว่ามีตำรวจทหารเข้ามาสั่งให้ลบรูปออกจากเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นประเด็นกระจายออกไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยืนยันว่าไม่ได้มีทหารเข้ามาในโรงเรียนแต่อย่างไร ที่ตำรวจเข้ามาก็เพื่อดูแลความสงบเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึง ผกก.โพนพิสัย ก็ได้มาอำนวยความสะดวกที่ถนนบริเวณหน้าโรงเรียนเป็นประจำแต่เช้าทุกวันอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์บอกว่า หลังจากทราบเรื่องก็ได้ให้เอาพานมาดู ก็เป็นพานตามรูปที่มีการลงในโซเชียลฯ ก็ได้สอบความถามคิดเห็นของเด็กในการทำพานแบบนี้ ว่ามีจุดประสงค์อะไร ซึ่งเจตนาของเด็กนั้นเป็นความคิดที่ริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตใจชอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อนุสาวรีย์แสดงให้เห็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราสร้างมา จึงมีพวงมาลัยและธูปเทียนมากราบไหว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพานรูปตาชั่งนั้น แสดงให้เห็นว่ามีแต่คนโจมตี 250 ส.ว. เขาอยากจะแสดงให้เห็นว่า ส.ว.เป็นตัวแทนของคนหลายล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นตัวกำหนด รูปที่ถ่ายออกมาตาชั่งมองดูเอียง เพราะเป็นการถ่ายด้านข้าง ประกอบกับการติดกาวไม่ดีจึงทำให้เอียง ซึ่งพานที่ทำขึ้นเป็นการสร้างสรรค์ของเด็กนักเรียน วันนี้ก็มีแถลงการณ์ของสภานักเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กด้วย
เด็กๆ ยืนยันไม่มีใครขู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวรัชฎาภรณ์ คำเหลือง, นายชรินธร นาคเสน, นางสาวณัชชา ชัยเวทย์ และนายจิฏฏิภัค พลหงส์ เด็กนักเรียนชั้น ม.6/2 บอกว่า พานที่นักเรียนในชั้นร่วมกันทำขึ้น จะสื่อให้เห็นถึงว่านักเรียนชั้น ม.6/2 ทุกคนยังรักประชาธิปไตย ซึ่งทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีแล้ว จึงอยากจะสื่อให้ทุกคนเห็นและรักประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และต้องการสื่อให้เห็นว่า อนุสาวรีย์ที่เกิดขึ้นมันผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้างจนถึงปัจจุบัน จึงสื่อออกมาในรูปแบบของพานไหว้ครู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพานที่เป็นรูปตาชั่งนั้น ต้องการสื่อให้เห็นว่า ส.ว. 250 คน เป็นตัวแทนของประชาชนหลายล้านเสียง ซึ่งแล้วแต่คนจะมองว่ามันสื่อไปในทางไหน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เด็กนักเรียนได้เล่าให้ฟังว่า เป็นการจัดกิจกรรมพี่น้องรับน้องสายรหัส ม.ต้นของโรงเรียน ในขณะที่พวกตนและเพื่อนๆ อยู่บนห้องเพื่อรอไหว้ครู &amp;nbsp;พวกตนได้ยินและได้เห็นเพื่อนหลายๆ ห้องแจ้งเข้ามาให้ทราบว่ามีตำรวจเข้ามา พวกตนจึงได้ไปดูพานไหว้ครูที่ห้องโสตฯ ที่พวกตนเก็บพานไว้ ก็ไม่เห็นพานแล้ว จึงสงสัยว่าพานหายไปไหนแล้วเท่านั้น แต่ไม่ได้มีใครมาขู่หรือบังคับให้ลบรูปภาพอะไรทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอชื่นชมนักเรียนที่มีความสนใจการเมือง เรื่องการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวของพวกเรา &amp;nbsp;ตนดีใจที่เห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มีความสนใจการเมือง และยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืออยู่เบื้องหลัง โดยที่ผ่านมาการรณรงค์ด้านความคิดเผยแพร่แนวอุดมการณ์ นโยบายพรรค ลงพื้นที่เพื่อเข้าใจปัญหาของประชาชนให้ละเอียดที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันหมดเวลาแล้วที่จะใช้อำนาจข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก่อนหน้านี้มีประชาชนที่รักความยุติธรรมถูกคุกคามมากี่ครั้งแล้ว ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ อย่างเรื่องอุทยานราชภักดิ์ กินแซนด์วิช 1984 สิ่งเหล่านี้ควรต้องหมดไปได้แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ที่ผ่านมาการใช้อำนาจของผู้นำกองทัพที่ให้ทหารไปข่มขู่ประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล ตอนนี้มีฝ่ายค้านแล้ว พรรคอนาคตใหม่จะใช้สิทธิของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งกระทู้ในเรื่องนี้ว่าใครเป็นการสั่งการ ที่เข้าข่มขู่คุกคามและใช้อำนาจหน้าที่อะไรไปข่มขู่คุกคาม ลบโพสต์และการแสดงความคิดเห็นเรื่องเหล่านี้ อำนาจอื่นๆ ที่ไม่มีฝ่ายค้าน และตรวจสอบไม่ได้ หมดเวลาแล้ว นี่กำลังเข้าสู่การต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยในเฟสใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาธรเคยให้สัมภาษณ์แทบลอยด์ &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 27 พ.ค.61 ระบุว่า พิธีไหว้ครูเป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมาก เอาพิธีกรรมที่เจ้ายศเจ้าอย่างออกไปทั้งหมดจากระบบการศึกษา
ฝรั่งเชื่อข่าวปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ &amp;quot;Thailand : Authorities Punish Mockery of Junta&amp;quot; โดย แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรต์วอตช์ อ้างว่า รัฐบาลทหารและตำรวจสนธิกำลังกันบุกเข้าจู่โจมโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย บังคับให้นักเรียนลบภาพเกี่ยวกับกิจกรรมวันไหว้ครูที่แสดงออกเชิงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร และความพยายามสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จากบัญชีสื่อออนไลน์ของพวกเขาทั้งหมด ทั้งที่ประเทศไทยให้การรับรองกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ซึ่งสาระสำคัญคือรัฐบาลต้องรับรองสิทธิในการแสดงออกของพลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ควรสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดยุติการข่มขู่คุกคามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์โดยสงบ และมิตรประเทศของไทยก็ไม่ควรปล่อยให้การเลือกตั้งเมื่อเร็วๆ นี้มาเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย&amp;quot; ผอ.ภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เขาทำแบบนั้นแล้วจะให้ทำอย่างไรได้ ทั้งนี้เชื่อว่ามีคนทำและมีคนคิดให้ ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือให้ลบภาพพานออกจากสื่อโซเชียลทั้งหมด ตนไม่ทราบ และยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียด เพียงแต่ภาพข่าวจากสื่อมวลชน แต่เชื่อว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง เพราะเด็กจะไปคิดแบบนี้ได้อย่างไร ส่วนจะเป็นครูหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนัตถ์ ธนะกิจอำนวย อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขตมีนบุรี โต้ พล.อ.ประวิตร ว่าท่านรับได้มั้ยครับ ส่วนตัวถ้าถามผม ผมคงบอกได้เพียง ความคิดท่าน &amp;ldquo;ระยำ&amp;rdquo; มากครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำรัฐบาลแบบนี้หรือที่เราจะได้มาคอยดูแลพัฒนาการศึกษา ผู้นำที่คิดว่านักเรียนคิดเองไม่ได้ แล้วเราจะมีโรงเรียนไว้ทำอะไรไว้ ควบคุมความคิดให้อยู่ในกรอบให้ถูกใจ คนระยำแบบนี้ เอาเถอะวันนี้เป็นวันของท่าน แต่วันนึงฟ้าจะเปลี่ยนสี คอยดูก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เยาวชนเหล่านี้คือผู้ที่กำลังจะเติบโตและต้องอยู่ในประเทศนี้ต่อไปอีกนาน ทำไมถึงใช้การสร้างความหวาดกลัวจำกัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความคิดเห็นของเยาวชน ขอฝากถึงเจ้าหน้าที่และฝ่ายอนุรักษ์อำนาจนิยมว่า ประชาธิปไตยคือการที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครมีสิทธิเหนือกว่าใครที่จะไปบังคับ ข่มขู่ให้ใครต้องคิดเห็นเช่นตนเอง รวมทั้งฝากพิจารณาด้วยว่า การละเมิดสิทธิเสรีภาพระดับมหาวิทยาลัย 5 ปีที่ผ่านมาได้ ผลิตคนรุ่นใหม่ไม่เอาเผด็จการกว่า 6 ล้านคน เวลานี้พัฒนามาละเมิดสิทธิเสรีภาพระดับมัธยม มาทำนายกันว่าจะผลิตเยาวชนต้านเผด็จการอีกจำนวนเท่าใด
เลขาฯ กพฐ.ยันเด็กไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ได้กำชับไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา (สพฐ.) ทั่วประเทศ ว่าขอให้รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิม ทำพานไหว้ครูที่มีดอกเข็ม ดอกมะเขือ หรือที่เกี่ยวข้อง และโดยขอให้กิจกรรมเหล่านี้อยู่ในความดูแลของผู้บริหารและครู ในขณะที่นักเรียนมีความคิดอย่างหลากหลาย แต่จะต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะสมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่เด็กคิดมา ไม่ผิด แต่ครูจะต้องให้คำปรึกษาว่าสิ่งใดเหมาะสมตามสภาวะของเด็กในแต่ละชั้นปี เช่น การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ก็มีล้อการเมืองในอีกระดับหนึ่ง แต่นักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฯ ก็จะต้องมีความคิดที่มีความเหมาะสม และต้องอธิบายเหตุและผลได้ แต่ให้อยู่ในกรอบ ขณะเดียวกันก็ไม่จำกัดความคิดของเด็ก ส่วนเด็กมัธยมมีสิทธิที่เลือกตั้งได้แล้ว เด็กสามารถที่จะแสดงออกได้ แต่ครูจะเตรียมให้ความรู้เด็กให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในการเป็นพลเมืองที่ดี สอดคล้องกับพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในเรื่องการมีเจตคติที่ดีต่อบ้านเมือง มีคุณธรรม การมีงานทำ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ โดยให้นักเรียนมีการทดลองระบบประชาธิปไตย เช่น มีสภานักเรียน เพื่อให้เด็กแสดงออกทางความคิด ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพคนอื่น หรือข้อจำกัดของหน้าที่และบทบาทในความเป็นพลเมืองที่ดี หรือการแสดงออกต่างๆ ก็จะทำให้เสียหาย&amp;quot; เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; โพสต์ภาพพานดอกไม้ไหว้ครูที่เสนอไอเดียเชิงล้อการเมือง พร้อมข้อความแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า &amp;ldquo;ต้องรีบปรับตัว สถานการณ์ประเทศพัฒนาไปเร็วมาก แม้แต่เด็กนักเรียนลูกหลานของพวกเรา พวกเขาก็เข้าไปแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากบอกพ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องเอาใจใส่พูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิดกับลูกหลานด้วยครับ เพราะวัยนักเรียนง่ายแก่การชี้นำ มองโลกบวกมาก พวกเขาจะเอาประชาธิปไตยเล่าเรื่อง ไปล้างสมองได้ง่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลก็ไม่ควรละเลยครับ ต้องเฟ้นคนดี มีฝีมือเข้าไปทำงาน เพราะศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงมาก ขนาดจีนมหาอำนาจรายใหม่ของโลกยังมีต่างชาติเข้าไปยุแหย่ นับประสาอะไรกับไทยเรา นี่แค่ยังไม่มีอะไร พวกเขายังเชิญฝรั่งเข้ามาวุ่นวายไปหมด ถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องเอาอุดมการณ์เพื่อชาติและประชาชนมาชี้นำการต่อสู้แล้ว พวกเราถึงจะสู้ได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38594</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิฏฏิภัค พลหงส์, ชรินธร นาคเสน, ณัชชา ชัยเวทย์, ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์, ธนัตถ์ ธนะกิจอำนวย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รัชฎาภรณ์ คำเหลือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, ไหว้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03ad5a06f08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
