<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 01:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับพยาบาลเก๊ ลุงยันเรียนแค่ม.3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาการพยาบาลส่งฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวแสบแต่งพยาบาลหลอกแต่งงานกับตำรวจจริง ก่อนที่จะมีคนขุดคุ้ยเบื้องหลังคือสาวเชียร์เบียร์ เผยมีโทษถึงจำคุก ด้านลุงยันหลานจบแค่ ม.3 พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เล็ก วอนยอมรับความจริงและขอโทษสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ สภาการพยาบาล&amp;quot; โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อรพรรณ โตสิงห์ ประชาสัมพันธ์สภาการพยาบาล ได้แจ้งถึงกรณีสตรีผู้หนึ่งปลอมตัวเป็นพยาบาล นำชุดเครื่องแบบพยาบาลมาสวมใส่ ระบุกับนายตำรวจท่านหนึ่งว่าตนเองเป็นพยาบาล ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง เมื่อมีพยาบาลที่บังเอิญเห็นภาพในเฟซบุ๊ก และสงสัย จึงสืบค้น เมื่อมีหลักฐานว่าเธอไม่ใช่พยาบาล ก็ตักเตือนเธอ แต่เธอยังคงยืนยันว่าเธอเป็นพยาบาล สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนนทบุรี และพูดจาท้าทาย ใช้คำไม่สุภาพตอบโต้ทางสื่อออนไลน์ เธอระบุว่า เธอจะนำใบประกอบวิชาชีพมาแสดงให้ดูและฟ้องกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาการพยาบาล องค์กรวิชาชีพตามกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ในการคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการพยาบาลจากผู้ประกอบวิชาชีพอย่างมีคุณภาพ ผดุงเกียรติสมาชิกพยาบาล จำนวน 220,000 คนทั่วประเทศ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสภาการพยาบาลไปดำเนินการแจ้งความที่ สภ.นนทบุรีแล้ว ตามมาตรา 27 พ.ร.บ.วิชาชีพฯ (รอผู้กำกับ สภ.นนทบุรี จ่ายสำนวนให้กับพนักงานสอบสวนว่าจะเป็นท่านใดรับผิดชอบสำนวน) โทษสูงสุด ปรับสองหมื่นบาท หรือจำคุกสองเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเธอผู้นี้นำใบประกอบวิชาชีพปลอมมาแสดงตามคำพูดที่เธอท้าทาย เธอก็จะเจอข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กแฟนเพจครูพยาบาล ได้โพสต์ตีแผ่เรื่องราวของสาวเชียร์เบียร์รายหนึ่งซึ่งสร้างเรื่องว่าตนเองเป็นพยาบาลไปหลอกคบตำรวจหนุ่มจนกระทั่งทั้งคู่แต่งงานกัน โดยเจ้าตัวโพสต์คลิปในแอปพลิเคชันชื่อดัง อ้างว่าจบจากวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่ง และทำงานที่โรงพยาบาลของรัฐใน จ.นนทบุรี ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางเพจระบุว่า &amp;ldquo;พยาบาลปลอม Vs ตำรวจจริง เรื่องนี้น่าจับตามองตรงที่การแอบอ้างเป็นพยาบาล โดยเจ้าตัวโพสต์คลิปใน Tiktok และอ้างว่าจบจากวิทยาลัย...จ.นนทบุรี (อ่านชื่อสถาบันผิดได้อย่างไรนี่?) และทำงานที่โรงพยาบาล....จ.นนทบุรี (ใครอยู่แถวนั้นช่วยยืนยันหน่อยนะคะ) เรื่องนี้มีผู้ที่ถูกหลอกจึงมีการออกมาเปิดเผย โดยเพื่อนสมาชิกขอให้ช่วยกันตรวจสอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์คลิปตอบโต้ยืนยันว่า ตนเองชื่อ &amp;ldquo;การ์ตูน&amp;rdquo; อายุ 24 ปี เป็นชาวโคราช จบพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดนนทบุรี และทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี จริง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและออกมาชี้แจงกับสังคมว่าไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสว่า ขอเตือนว่าเครื่องแบบพยาบาลมีกำหนดไว้ในราชกิจจานุเบกษา ไม่สามารถนำไปแต่งเองได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ตรวจสอบไปยังสถาบันการศึกษาที่มีการแอบอ้าง ก็ไม่พบว่าจบการศึกษาจากสถาบันดังกล่าว ขณะเดียวกันตรวจสอบกับระบบของสภาการพยาบาล ก็ไม่ปรากฏชื่อว่าจบการศึกษา และขึ้นทะเบียนเป็นพยาบาลจริง โดยสถาบันการศึกษาที่ถูกแอบอ้างก็เตรียมจะแจ้งความด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านหนองตะไก้ หมู่ 11 ต.มะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายประหยัด อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นลุงของ &amp;ldquo;น้องการ์ตูน&amp;rdquo; อายุ 24 ปี ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพยาบาลลวงโลก เปิดเผยว่า หลานสาวเดิมชื่อเล่นว่าเบียร์ ก่อนจะมาเปลี่ยนชื่อเป็นการ์ตูน ได้ออกจากบ้านเพื่อไปหางานทำนานหลายปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าทำงานที่ใด รู้แต่ว่ารับจ้างเป็นสาวเชียร์เบียร์ตามต่างจังหวัด ส่วนการศึกษาก็จบแค่ ม.3 แล้วไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรียนจบพยาบาลแต่อย่างใด และไม่เคยใส่ชุดพยาบาลมาให้เห็น ซึ่งนานๆ จะเจอกันที เพียงแต่ทราบข่าวว่ามีการไปแต่งงานกับทหารคนหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจังหวัดใด เพราะไม่ได้เชิญไปร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประหยัดกล่าวว่า ที่มีข่าวหลานสาวไปแต่งงานเพื่อหลอกเอาเงิน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารนั้น ตนก็ไม่เคยทราบมาก่อน เพราะหลานคนนี้จะชอบเก็บตัวและไม่ค่อยพูดจากับญาติพี่น้องแต่อย่างใด ส่วนแม่ของน้องการ์ตูนได้เลิกรากับสามีชาวไทย ตั้งแต่น้องการ์ตูนยังเด็ก จากนั้นไปทำงานที่พัทยา จังหวัดชลบุรี แล้วได้สามีใหม่เป็นชาวต่างชาติ จึงอยากให้หลานออกมายอมรับความจริงและขอโทษกับสังคม เพราะทุกคนพร้อมที่จะให้อภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อรพรรณ โตสิงห์, ผศ.อังคณา สริยาภรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d04002735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
