<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนไร้สิ้นซึ่งศรัทธา &#039;ดร.อาทิตย์&#039; ชี้รัฐบาลแพ้สงครามอย่างราบคาบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27&amp;nbsp;ก.ค.64 - &amp;nbsp;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;รัฐบาลแพ้สงครามแล้วทั้งสงครามจริงและสงครามข่าวสารอย่างราบคาบ ประชาชนไร้สิ้นซึ่งศรัทธาความเชื่อมั่นและความหวัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดร.อาทิตย์ได้ตอบใต้คอมเมนต์ว่า &amp;quot;รัฐบาลควรลาออกและให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีทางออกอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111299</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4109484335d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เสียดายโอกาสทอง &#039;แม้ว-ตู่&#039; ที่จะเป็นผู้นำสร้างประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองเป็นประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้ เสียดายโอกาสทองทั้งคุณทักษิณ และ พลเอกประยุทธ ที่จะเป็นผู้นำสร้างประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองเป็นประชาธิปไตยประชาชนมีความสุขอย่างแท้จริง ปราศจากทุจริตคอรัปชั่น ให้เป็นที่เลื่องลือระบือไกล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106648</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ทักษิณ ชินวัตร, พลเอกประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b83f07a0b43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนเหมือนถูกเท! ดร.อาทิตย์ ชำแหละยับรัฐบาลล้มเหลวจัดหา-จัดการวัคซีนโควิด 19 อย่างสิ้นเชิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความเกี่ยวกับวัคซีนโควิด19 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#รัฐบาลล้มเหลวในการจัดหาและจัดการวัคซีนโควิด19อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลล้มเหลวทั้งในการควบคุมป้องกันไม่ให้ภัยโควิด 19 เข้ามาระบาดในประเทศไทย และ ยังล้มเหลวในการจัดหาและจัดการวัคซีน 19 มาฉีดให้แก่ประชาชนอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการควบคุมป้องกันไม่ให้โควิด 19 เข้ามาระบาดในประเทศ รัฐบาลและข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐบกพร่อง หย่อนยาน ปล่อยปละละเลย โกงกินทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด และชะล่าใจ จนทำให้ภัยโควิด 19 เข้ามาระบาดทั่วประเทศถึง 3-4 รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการจัดหาจัดการวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนก็ล้มเหลวเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีหน้าที่ต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนหรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 70% ของประชากรทั้งหมดฟรี โดยรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2564 ในเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ เนื่องจากโรคระบาดโควิด 19 ได้เข้ามาตั้งแต่มกราคม 2563 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประชากรประเทศไทยมีประมาณ 65 ล้านคน และชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศอีก 5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมเป็น 70 ล้านคน รัฐบาลต้องขวนขวายเตรียมการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพเชื่อถือได้มาฉีดให้แก่ประชาชนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด ตั้งแต่ต้นปี 2564 เดือนมกราคมและให้เสร็จสิ้นไม่เกินเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลเริ่มฉีดให้แบบกระปิดกระปอยในเดือนเมษายน และมีข่าวตลอดมาว่าจะเริ่มมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศล็อตแรกออกมาได้ในวันที่ 7 มิถุนายน ประมาณ 6 ล้านโดส และเดือนต่อๆไปอีกเดือนละประมาณ 10 ล้านโด้ส จนถึงธันวาคม จะได้ทั้งหมด 60 ล้านโด้ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจำนวนวัคซีนทั้งหมดดังกล่าวที่รัฐบาลเตรียมการจัดหาไว้ก็ยังไม่เพียงพอ และล่าช้ากว่าความต้องการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง รัฐบาลควรต้องคำนึงว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยใดใดที่โรงงานผลิตในไทยซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรต้องมีแผนสำรองฉุกเฉินไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำหนดการ 7 มิถุนายน ชัดเจนเป็นที่รับทราบและเตรียมการกันทั่วไปว่า ประชาชนจะได้ฉีดวัคซีน Astra Zeneca แต่เมื่อใกล้ถึงเวลา รัฐบาลกลับพูดจาไม่รู้เรื่องพลิกลิ้นไปพลิกลิ้นมาว่า ไม่ใช่ &amp;quot;7 มิถุนายน&amp;quot; แต่เป็น &amp;quot;ในเดือนมิถุนายน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่ฉงนสงสัยกันทั่วไปว่า เหตุใดและทำไมรัฐบาลจึงไม่จัดหา หรือไม่สามารถจัดหาวัคซีนหลากหลายยี่ห้อมาไว้ให้เพียงพอและรวดเร็วกว่านี้ และทำไมไทยจึงเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไม่ได้รับการจัดสรรช่วยเหลือวัคซีนจาก Covax&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมีข่าวว่าประเทศอื่นได้สั่งวัคซีนไว้เหลือใช้เกินความต้องการมากมายและต้องการโละทิ้ง เช่น ฮ่องกง มี &amp;nbsp;Pfizer แคนาดา และสหรัฐอเมริกา มี Astra Zeneca หากเราขวนขวายจริง ก็สามารถให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อขอซื้อจากทั่วโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สามารถจัดซื้อวัคซีน Sinopharm เพิ่มเติมเข้ามาได้ เพื่อให้องค์กรทั้งรัฐเและเอกชนนำไปฉีดแก่ประชาชนและบุคลากรในสังกัดในราคาทุนได้ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่จ่ายเงินให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำไปซื้อวัคซีนดังกล่าวมาฉีดให้ประชาชนฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การระบาดและการเสียชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน ระเบียบวิธีการบริหารจัดการฉีดวัคซีนของรัฐก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ยิ่งเพิ่มความสับสนวุ่นวายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก บวกกับความกลัววัคซีนเข้าไปด้วย ประชาชนจึงมีความเครียดกังวลกันทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมีความรู้สึกเหมือน &amp;quot;ถูกเท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลควรต้องมีแผนงาน การบริหารจัดการที่ชัดเจน โปร่งใส ไม่ฉ้อฉล ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น เหมือนกับหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, วัคซีนโควิด19, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4109484335d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.อาทิตย์ วอนอย่าทิ้งบ้านทิ้งเมือง ไม่มีที่ไหนสุขกว่าบ้านเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 64 -&amp;nbsp;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กท่ามกลางกระแสความคิด &amp;quot;ย้ายประเทศกันเถอะ&amp;quot; ของคนรุ่นใหม่ ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านเรา บ้านของเรา ไม่มีที่ไหนจะสุขกว่าบ้านเรา อย่าทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปไหน ใครไม่ดีต้องเอาออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ย้ายประเทศกันเถอะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609ba5709162e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทหารมีไว้ทำไม!&#039;ดร.อาทิตย์&#039;เปรียบทหารอาชีพกับทหารยึดประเทศมาปกครองบ้านเมืองและบริหารไม่เป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;
10 ม.ค.64 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เราควรเลิกถามเลิกพูดกันได้แล้วว่า &amp;quot;ทหารมีไว้ทำไม?&amp;quot;
เวลามีวิบัติภัยทุกครั้งในทุกพื้นที่ เราได้ทหารคอยช่วยเหลือประชาชน เวลามีภัยอันตรายจากภายนอก เราก็มีทหารไว้ปกป้องคุ้มครอง
ในยามปกติ เราก็มีทหารไว้คอยช่วยพัฒนาบ้านเมืองได้
แต่สิ่งที่เราคนไทยทั้งหลายรังเกียจ และไม่ชอบ คือไม่ชอบที่ &amp;quot;นายทหารชั้นหัวหน้าทั้งหลาย&amp;quot; เข้ามาแสวงหาอำนาจปกครองบ้านเมืองโดยไม่ชอบธรรม เข้ามาแสวงผลประโยชน์ทำมาหากิน และบริหารประเทศก็ไม่เก่งไม่สามารถ เพราะไม่ได้ฝึกได้เรียนมาด้านนี้
ดั้งนั้น เวลาเราวิพากษ์วิจารณ์ทหาร เราอย่าด่ากราดเหมารวมทั้งหมด ถ้าทหารอาชีพทำหน้าที่อยู่ในกองทัพกรมกองก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าทหารออกมาเล่นการเมืองมายึดประเทศปกครองบ้านเมืองและตัวเองทำไม่เป็น ก็ทำให้ประเทศชาติเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ทหารยึดอำนาจ, มีทหารไว้ทำไม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4109484335d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039;เตือน! โพสต์จาบจ้วง ส่ง-แชร์คุกแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; เตือนอย่าใช้โซเชียลโพสต์ละเมิดสิทธิ์หรือจาบจ้วง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สั่ง จนท.ติดตามเอาผิดผู้โพสต์คนแรกและผู้แชร์ส่งต่อข้อความด้วย &amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยยังไม่รู้ฝ่ายใดปฏิเสธหรือไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ เนื่องจากยังไม่ได้เชิญใคร &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ชี้แค่ซื้อเวลา ไร้ประโยชน์ เพราะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; คือปัญหา ฝ่ายค้านจ่อหารือกัน 2 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากที่ได้ติดตามการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนและกลุ่มต่างๆ ในช่วงนี้ พบว่ายังคงมีการโพสต์ภาพและเนื้อหาที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก จึงขอแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดียโปรดระมัดระวังเรื่องการโพสต์ภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งในลักษณะจาบจ้วงหรือละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มใดก็ตามถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด เมื่อพบผู้ที่กระทำความผิดก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนที่กระทำผิดอย่างจริงจัง ทั้งผู้ที่โพสต์คนแรก รวมถึงผู้ที่แชร์ ส่งต่อข้อความที่ผิดกฎหมายด้วยตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแจ้งเตือนมาอีกครั้งด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี ขอให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ใช้สิทธิและเสรีภาพในขอบเขตของกฎหมาย และต้องเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการพิจารณาตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ขณะนี้ยังต้องรอรับทราบรายละเอียดจากสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้มอบหมายให้ไปพิจารณารายละเอียดและโครงสร้างของคณะกรรมการ โดยวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.นี้จะมีการประชุมของสภาสถาบันพระปกเกล้า และจะร่วมพิจารณารายละเอียด รวมถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์จากสถาบันพระปกเกล้า จึงไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าจะมีฝ่ายใดปฏิเสธหรือไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ เนื่องจากยังไม่ได้มีการเรียนเชิญฝ่ายหรือเทียบเชิญฝ่ายใดเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า &amp;nbsp;สันติภาพทุกอย่างมาจากการเจรจา และบทบาทเรื่องนี้ถ้าสภาได้เป็นผู้เริ่มต้นเพื่อมาหาทางออก เป็นเรื่องที่ดีไม่มีอะไรขาดทุน และไม่มีอะไรเสีย ไม่ประสบความสำเร็จก็เท่าทุน แต่ถ้าเกิดประสบความสำเร็จสักเรื่องหรือสองเรื่อง มันก็ลดความขัดแย้งลงมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองนายกฯ กล่าวต่อว่า เราเคยมีคณะกรรมการในลักษณะนี้มา 3-4 ชุดแล้วในอดีต แต่ว่าไม่ค่อยมีการนำผลของข้อสรุปมาใช้หรือมาปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จ ตนว่าวันนี้วิกฤติของบ้านเมืองเรามีวิกฤติเศรษฐกิจและยังมีวิกฤติความเห็นที่ต่างกัน ฉะนั้นการมีความคิดเห็นดีๆ ช่วยออกมาให้ข้อคิดเห็นจากประสบการณ์ของแต่ละคน ใจกว้างพอที่จะรับฟัง ใจกว้างพอที่ช่วยกันรับฟังข้อคิดเห็นและเสียสละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าจะทำให้สังคมค่อยๆ ปรับตัวไปสู่ความเรียบร้อย ความขัดแย้งก็ลดลงไป ฉะนั้นถ้าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายและเป็นเรื่องที่ดี แต่ขอว่ามีไทม์ไลน์ให้ชัดเจน ดึงตัวละครที่เกี่ยวข้องมาให้มากที่สุด อย่ามีทิฐิกัน และมาคิดหาทางออกถอยกันคนละก้าว ให้ได้ข้อสรุปแนวทางและมีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน และเชื่อว่าจะช่วยลดความขัดแย้งได้ อย่างน้อยก็สบายใจว่านี่คือหลักการในระบอบประชาธิปไตย โดยสภาเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา&amp;quot;
เลื่อนลอย ไร้ประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์กล่าวว่า ต้องมาช่วยกันพูดมาช่วยกันคุย มีเวทีอย่างนี้เป็นการหาทางออกในการคลายวิกฤติให้ประเทศได้ หรืออย่างรัฐธรรมนูญที่จะลงมติกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ามีความชัดเจนว่าจะได้ข้อสรุปอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไร และการแก้ไขจะอยู่บนพื้นฐานของความชอบธรรม ซึ่งตนเชื่อว่าการที่สภาให้ความเห็นชอบเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็มาคลายวิกฤติลดความขัดแย้งในสังคมได้ ฉะนั้นอะไรที่เราสามารถสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องที่ดี อย่าช้าและต้องชัดเจน เพื่อให้เหมือนว่าเราทำกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นแต่ว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่มีความตั้งใจที่จะทำให้ปัญหาของประเทศจบลงด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 พฤศจิกายน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ของรัฐบาล โดยเบื้องต้นฝ่ายค้านรู้สึกคล้ายๆ กันว่าเป็นเพียงการซื้อเวลายืดอายุรัฐบาลออกไปเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการสมานฉันท์ปรองดองเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้ง ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ และไม่มีผลในทางปฏิบัติ เลื่อนลอย ไร้ประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการเข้าสู่การปรองดอง แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นตัวปัญหา และไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลยว่าต้องการถอยออกจากอำนาจ หรือทำอะไรให้เห็นว่าท่านต้องการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เช่นเหตุการณ์ที่ไปจับกุมแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมอีกภายหลังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมาจับแล้วปล่อยแบบนี้ไม่ได้ &amp;nbsp;หรือกรณีของผู้ชุมนุมที่ยังติดคุกจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงก่อนหน้านี้ ท่านต้องพิสูจน์ความจริงใจโดยการปล่อยหรือไม่เอาผิดทั้งหมด หรือทำให้อัยการไม่สั่งฟ้อง ซึ่งแตกต่างจากคดีของกลุ่ม กปปส.ที่ทั้งยึดสนามบิน ปิดทำเนียบฯ แต่คดียังไปไม่ถึงไหน จึงไม่แปลกที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะตั้งคำถามและไม่ไว้วางใจท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องพูดออกมาให้ชัดเจน กำหนดวันออกมาว่าจะแก้เสร็จเมื่อใด ไม่ใช่พูดแต่ว่ากำลังดำเนินการ ซึ่งก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีทิศทางที่จะยุติปัญหาได้ ทั้งนี้หาก พล.อ.ประยุทธ์พูดออกมาให้ชัดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อใด พร้อมจัดการเลือกตั้ง และท่านประกาศลาออก แบบนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความจริงใจมากกว่า ทั้งนี้ที่นายชวน หลีกภัย &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความปรารถนาดีที่อยากเห็นทุกฝ่ายเข้ามาร่วมแก้ปัญหา แต่ท้ายที่สุดถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจแก้ ซึ่งวิกฤติทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำเป็นเพียงการสร้างเงื่อนไข ปากบอกว่าอยากปรองดอง แต่สิ่งที่ทำเป็นการโถมไฟยั่วยุ สุดท้ายก็ใช้อำนาจเข้าจัดการปัญหา แบบนี้ก็ไม่จบ กลับสร้างความคับแค้นในใจของผู้ชุมนุมมากขึ้น ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องมีหลักประกัน อยู่ที่ว่าท่านจะเสียสละหรือจะถอยอย่างไร&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับประกันจะไม่มีการปฏิวัติว่า นายกรัฐมนตรีอ้างว่าตัวเองอยู่ในระบอบประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจด้วยประการทั้งปวง โดยไม่มีเหตุผลอื่นประกอบ อย่าใช้ความรู้สึกเคยชินมาพูด เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแล้วต้องมีหลักมีเกณฑ์ ต้องสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเมือง เพราะไม่มีนักลงทุนคนไหนจะกล้าเข้ามาเสี่ยงกับประเทศที่ไม่มีความมั่นคงทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้นายกฯ ระวังการออกความเห็นเรื่องนี้ ท่านอย่าพูดคลุมเครือแบบมีการชี้นำ เพราะการแก้ปัญหาด้วยการยึดอำนาจไม่ใช่ทางออกของประเทศ ที่ผ่านมาที่มีการยึดอำนาจทุกครั้งก็เป็นบทเรียนว่าประเทศถอยหลังทุกครั้ง ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมือง&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
ปฏิรูปไม่ใช่ต่อสู้เอาแพ้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;การปฏิรูปประเทศเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงคงอยู่อย่างราบรื่นและมั่นคง การปฏิรูปไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาแพ้ชนะ แต่ต้องเป็นความร่วมกันจรรโลง สรรสร้างอย่างเป็นธรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER &amp;nbsp;POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องความต้องการแท้ หลังม็อบ 3 นิ้ว กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,293 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25-30 &amp;nbsp;ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความต้องการของม็อบเยาวชน พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.6 ระบุมีความหลากหลายของความต้องการในกลุ่มม็อบ มากกว่าแค่ชู 3 นิ้ว และร้อยละ 16.4 ระบุความต้องการไม่ได้หลากหลายในกลุ่มม็อบ และเมื่อแบ่งออกเป็นกลุ่มช่วงอายุ พบว่ากลุ่มเยาวชนที่อายุไม่เกิน 24 ปี มีสัดส่วนมากกว่าทุกกลุ่มอายุ หรือร้อยละ 88.1 ระบุว่ามีความหลากหลายของความต้องการในกลุ่มม็อบ มากกว่าแค่ชู 3 &amp;nbsp;นิ้ว ในขณะที่ร้อยละ 11.9 ระบุว่าความต้องการไม่ได้หลากหลายในกลุ่มม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.6 ระบุความต้องการแท้ หลังม็อบ 3 นิ้ว คือต้องการสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายและสังคม เปิดรับและคุ้มครองความหลากหลายของเพศสถานะ (LGBTQ) ต้องการความเสมอภาคการศึกษา ต้องการอิสระทางความคิดของเด็กและเยาวชน ต้องการมีความหวัง มีชีวิตที่ดี มีงานทำ มีรายได้ดี มีอนาคตที่ดี ต้องการเสรีภาพแต่งกายของนักเรียนนักศึกษา ทรงผม และอื่นๆ เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 9.4 ระบุต้องการแค่ตามแกนนำม็อบ 3 นิ้ว 3 ประการ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความต้องการระหว่างปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปสถาบัน พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.1 ต้องการปฏิรูปการศึกษามากกว่าปฏิรูปสถาบัน ในขณะที่ร้อยละ 5.9 ต้องการปฏิรูปสถาบันมากกว่าปฏิรูปการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ต้องการปฏิรูปการศึกษามากกว่าปฏิรูปสถาบัน สะท้อนให้เห็นว่าม็อบคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยแตกต่างจากม็อบคนรุ่นใหม่ฮ่องกง ในส่วนของความต้องการของม็อบประเทศไทยที่มารวมตัวกันมีความหลากหลาย แต่เมื่อมารวมตัวกันเป็นม็อบทำให้ต้องแสดงพลังให้เห็นไปในทิศทางเดียวกัน กลายเป็นม็อบ 3 นิ้ว จึงเข้าทางเป้าหมายของขบวนการที่อยู่เบื้องหลังม็อบ โดยความต้องการแท้หลังม็อบ 3 นิ้วคือ ความหลากหลายของกลุ่มต่างๆ ที่มารวมตัวกันเป็นแผงม็อบ ดังนั้นถ้ากลุ่มความต้องการต่างๆ ได้รับการตอบสนอง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้ม็อบอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เช่นกลุ่มความหลากหลายของเพศสถานะ (LGBTQ) กลุ่มที่ต้องการความเสมอภาคทางการศึกษา กลุ่มที่ต้องการอิสระ กลุ่มที่ต้องการชีวิตที่ดี มีงานทำ มีรายได้ดี มีอนาคตที่ดี &amp;nbsp;เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ถ้ารัฐบาลและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทำงาน ตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของแต่ละกลุ่มได้จริง และควบคู่ไปกับการเสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อมั่น ความพอใจ ก็จะทำให้เกิดการสนับสนุนของกลุ่มม็อบ เปลี่ยนวิถีมาสนับสนุนรัฐบาลได้ไม่ยากนัก จึงมีความจำเป็นต้องเร่งตอบโจทย์ให้ตรงเป้าความต้องการของกลุ่มม็อบกลุ่มย่อยๆ ภายในกลุ่มม็อบกลุ่มใหญ่ ที่ตอนนี้กำลังแยกตัวกันออกไปช่วงเวลาสั้นๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะรีบดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนที่จะสายเกินไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ดร.นพดล กรรณิกา, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d6452c63ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อาทิตย์&#039; เผยพระราชวังหลายแห่ง อยู่ในช่วงบูรณะให้สง่างามเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิดหน้าชูตาของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ทรงกำลังปฏิรูปปฏิสังขรณ์เขตพระราชฐานพระราชวังดุสิตทั้งหมด พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งวิมาณเมฆ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน รวมไปถึง บริเวณเขาดิน สนามม้านางเลิ้ง และเกาะรัตนโกสินทร์ทั้งหมดให้สะอาดสง่างดงามตระการตาเหมือนกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Saint Petersburg) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิดหน้าชูตาของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, พระที่นั่งวิมานเมฆ, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระที่นั่งอัมพรสถาน, พระราชวังดุสิต, สนามม้านางเลิ้ง, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, เกาะรัตนโกสินทร์, เขตพระราชฐาน, เขาดิน, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7485d1e60f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
