<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.โกร่ง&#039;วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยอยู่ในขั้นมหาวิกฤตการณ์ ต้องเรียกร้องให้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยไว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย สถาบันสร้างไทยจัดเวทีเสวนาหัวข้อ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ2020 โดยนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรมว.คลัง วิเคราะห์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยตอนหนึ่งว่า เราอยู่ในวิกฤติการณ์การเมือง กฎหมาย และเศรษฐกิจ มีการทำลายโครงสร้างต่างๆพังทลายทั้งสิ้น เป็นวิกฤติการณ์ที่ประเทศไทยไม่เคยพบมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กระบวนการยุติธรรม ที่เคยเป็นที่พึ่งของประชาชนต้องพบกับวิกฤต จนกระทบความเชื่อมั่นและความศรัทธา จึงถือว่าเป็นมหาวิกฤติการณ์ ปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นที่ทราบดีว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักคิดเป็น 70%ของรายได้ประชาชาติ เมื่อได้ยินรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลพูดว่า การส่งออกไม่มีความสำคัญและสามารถมีมาตราการรองรับภายในได้ เป็นคำพูดที่โง่เขลา เป็นคำพูดที่ไม่รู้เรื่อง คงจะหลอกทหารได้ แต่หลอกพวกเราในกระบวนการเศรษฐกิจและการเงินและการผลิตไม่ได้ หากประเทศไทยไม่ส่งออกและไม่มีนักท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยจะเหลือรายได้แค่ 30%และเจอกับปัญหาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรพงษ์กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เน้นการส่งออกและการบริการ หากเศรษฐกิจโลกดี ประเทศไทยจะดีไปด้วย แม้เราไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคาได้ทั้งข้าว น้ำตาล ยางพาราและมันสำปะหลัง เว้นแต่ราคาสินค้าเกษตรที่เป็นเงินบาท เรายังพอกำหนดราคาได้ผ่านการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน แต่ปรากฎว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้มีความรู้เรื่องเหล่านี้เลย ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าอัตราแลกเปลี่ยนไม่มีผลต่อการส่งออก ถ้าตนเป็นนายกฯคงต้องหาทางปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่ด้วยความโง่เขลาของรัฐบาลทหารไม่ทำเพราะไม่มีความรู้เหมือนกัน เหมือนกับเอาคนตาบอดมาทำงานร่วมกัน ต่างคนต่างตาบอดและไม่รู้ด้วยกัน สถานการณ์เช่นว่านี้เริ่มมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เริ่มมาจากสหรัฐอเมริกา การชะลอตัวดังกล่าวของอเมริกาได้กระทบต่อความส่งออกของประเทศจีน จีนเป็นหัวรถจักรของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ที้ขนานนามว่าจีนเป็นโรงงานผลิตของโลก สหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นผู้บริโภค เมื่อจีนกลายเป็นผู้ผลิตทำให้ไทยได้รับประโยชน์อย่างมากจากการส่งสินค้าวัตถุดิบให้กับจีนและญี่ปุ่น ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาขึ้นสูงและอีกไม่นานคงกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่โชคร้ายที่เราเกิดการรัฐประหารก่อน ทำให้การถีบตัวทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก เพราะโลกปัจจุบันนี้เป็นโลกาภิวัฒน์ ไร้พรมแดน มีการเกาะกลุ่มกันในทางการค้าเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจเสรี ในสายตาโลกเรายังมีระบบการปกครองที่ล้าหลังแบบเผด็จการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผู้นำของเรายังทำไม่ได้ เพราะยังมียศทหารนำหน้า สวนทางกลับรัฐบาลพม่าที่เป็นพลเรือนแล้ว ตรงนี้เป็นปัจจัยถ่วงไม่ให้ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เดิมเราคิดว่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 แต่เมื่อเกิดการรัฐประหารทำให้ทุกอย่างล้าหลังไปหมด การที่ผู้นำของเราไม่สามารถเดินทางไปเจรจาแบบทวิภาคีกับประเทศต่างๆได้เป็นเหตุให้ภาวะเศรษฐกิจของเราถดถอยลง การส่งออกประสบปัญหา รวมทั้งรัฐบาลไม่เข้าใจอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ &amp;nbsp;จนเงินบาทกลายเป็นสกุลที่แข็งที่สุดในโลก ซึ่งเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวงที่ไม่ได้ดูแลผู้ส่งออก การขยายตัวของการส่งออกจึงถดถอยลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นล้าหลังที่สุดและกำลังติดลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรมว.คลัง กล่าวอีกว่า เราเคยหวังพึ่งการท่องเที่ยวว่าจะอุ้มเศรษฐกิจของเราเพื่อชดเชยกับการส่งออก แต่ปรากฎว่าเราได้ทำหลายอย่างที่เป็นลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ภูเก็ตแล้วไปพูดกระทบจิตใจคนจีนหรือมีโรคระบาดก็ทำบางประการกระทบจิตใจคนจีน โดยไม่เข้าใจว่าการท่องเที่ยวนั้นคนจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของไทย มีหลายคนถามว่าเมื่อไหรเศรษฐกิจไทยจะฟื้น แต่ก่อนจะหาคำตอบนี้ต้องไปหาว่าเศรษฐกิจโลกเมื่อไหรจะฟื้น ตลาดหุ้นในสหรัฐดิ่งตัวลง ของเราเองก็ดิ่งลงเช่นกันเพราะมาเจอกับสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งอาจจะดิ่งลงไปอีก เพราะยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้เราจะทำอะไรกับเศรษฐกิจโลกไม่ได้ แต่ความเข้าใจเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากรัฐบาลไม่เข้าใจเรื่องนี้และมีทัศนคติแปลก เช่นนี้จะวางยาแก้ไขปัญหาได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การเป็นผู้นำประเทศที่ดีต้องหาคนดีมีฝีมือมาใช้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจในทุกเรื่อง แต่ท่านมีที่ปรึกษาหลายคนและมีความเห็นต่างๆออกมามากมาย พล.อ.เปรม ไม่ได้เข้าใจทุกเรื่อง แต่จะดูว่าความเห็นของใครที่ไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลัง ความเห็นของคนนั้นจะเป็นประโยชน์และเชื่อถือได้มากที่สุด ไม่รู้เหมือนว่าเวลานี้รัฐบาลมีคนที่พอจะเชื่อถือได้อยู่หรือไม่&amp;rdquo;นายวีรพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรพงษ์กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจะทำให้การส่งออกขยายตัวช้าลง และเงินบาทอ่อนครั้งนี้เป็นเพราะการคาดการณ์ผิดเกี่ยวกับการแพร่ของโคโรน่าไวรัสที่ไม่อยู่ในโมเดลที่อยู่ดีๆนักท่องเที่ยวหายไปหมดเลย การส่งออกตกลงจากที่เคยขยายตัวบ้างและการพยายามจะอาศัยการท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยนั้นทุกอย่างผิดพลาดหมด ดังนั้น ต้นปีนี้จะเป็นการเผาจริง และปลายปีจะเก็บกระดูกไปลอยอังคาร ขอให้เตรียมการไว้ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้พูดเพราะไม่ได้ชอบรัฐบาล แต่ผมพูดจากตัวเลขและข้อมูลที่เกิดขึ้น ถามว่าจะเป็นอย่างนี้อีกนานหรือไม่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่าจะอยู่อีกประมาณ 10 ปี แต่เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาตอนเศรษฐกิจเริ่มลงแล้วมา 5 ปี จึงคิดว่าน่าจะเหลืออีก 5 ปีเราถึงจะฟื้น ซึ่งการจะฟื้นได้จะต้องมีสัญญาณมาจากเศรษฐกิจโลกก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเรื่องความเหลื่อมล้ำนั้นแม้จะมีการพูดกันมากก็จริงแต่แก้ไขอะไรไม่ได้เพราะเราต้องแข่งขันกับต่างประเทศและมาตรการลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้และทรัพย์สินเป็นมาตรการลบที่ลงโทษผู้ลงทุน ซึ่งทำให้ฐานะการแข่งขันกับต่างประเทศลดลง ทั่วโลกจึงไปดูเรื่องความเหลื่อมล้ำในคุณภาพชีวิตมากกว่าทรัพย์สินและรายได้ ถ้าจะพูดความเหลื่อมล้ำให้ถูกต้อง คือ การลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องคุณภาพชีวิต คนมีรายได้สูงแสดงว่าเขาเก่ง คนที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า คือ คนเก่ง แล้วจะไปลงโทษเขาทำไม ทั่วโลกจึงหันมาเก็บภาษีด้านการบริโภคมากขึ้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการชิม ช้อป ใช้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเป็นปาหี่หลอกคนในเมืองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ต้องรีบเรียกร้องให้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยไว เพราะการปกครองเผด็จการทหารเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ การขอเรียกร้องให้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยไว ต้องเปลี่ยนมาเป็นประชาธิปไตย เพราะนักการเมืองในระบบประชาธิปไตยจะอยู่ไม่ได้ถ้าเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ แต่รัฐบาลทหารอยู่ได้สบายใจ เพราะเขาใช้ปืน สมมติเวลานี้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งจะนั่งก้นไม่ติดแล้ว อยู่เฉยๆไม่ได้ ต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเลวร้ายไปกว่านี้&amp;quot; นายวีรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยมีนายวิโรจน์ อาลี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ร่วมแลกเปลี่ยน โดยนายวิโรรจน์ได้ถามตอนหนึ่งว่า หากได้เป็นนายกฯหรือรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ จะดำเนินการแก้ไขเศรษฐกิจอย่างไร นายวีรพงษ์ กล่าวว่า 1.จัดการกับคนที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นอาชญากรรมที่รุนแรงที่สุด การพัฒนาเศรษฐกิจให้ไปข้างหน้าต้องเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตย และ 2.ไม่รับตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร, มหาวิกฤติการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e230b83b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู้เย็นน้อย&#039;ปัดทาบ&#039;ดร.โกร่ง&#039;แคนดิเดตนายกฯไทยรักษาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคจะเสนอชื่อนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือดร.โกร่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นแคนดิเดตนายกฯในส่วนของพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่มีการคิดต่อหรือทาบทาม นายวีรพงษ์ ตามที่มีกระแสข่าว นายวีรพงษ์ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่คอยให้ข้อคิดเตือนสติสังคมในเรื่องต่างๆ วันนี้พรรคกำลังพิจารณาถึงผู้สมัครส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งและส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค โดยจะมีความชัดเจนประมาณวันที่ 23-24 ม.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจำนวนผู้สมัครของพรรคจะส่งประมาณกี่เขต นายมิตติ ตอบว่า เราจะพยายามส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร, ปัดทาบทาม, มิตติ ติยะไพรัช, เสนอชื่อนายกฯ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46c2f30fb14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หรือจะต้องเปลี่ยนม้ากลางลำธาร???</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเอ่ยปาก เชิญชวน บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย ให้ไปพูดคุยเรื่องนโยบายในเดือนมิถุนายนของท่านนายกฯ&amp;nbsp; บิ๊กตู่ นั้น คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...แทบไม่ได้ก่อให้เกิดบรรยากาศน่าพูด น่าคุย กันซักเท่าไหร่ คือไม่ใช่แค่คล้ายๆ จะไปควัก ไปล้วง อะไรต่อมิอะไรเท่านั้น แต่ออกไปทางคล้ายๆ การ ออกคำสั่ง ประเภทว่า มึงต้องมา อะไรทำนองนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าหาก มึงไม่มา หรือ ถ้ามาไม่ครบ หรือไม่มีการพูดอะไรกันเลย...มันก็กำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้นั่นแหละ อันนี้ถ้าว่ากันตามคำพูดของ บิ๊กตู่ เอง ที่กระเดียดไปทาง จิ๊กโก๋ปากซอย อย่างเห็นได้โดยชัดเจน เพียงแต่จิ๊กโก๋รายนี้ไม่ใช่แค่อดีตทหารธรรมดาๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเข้ามาสู่แวดวงการเมืองหรือไม่ อย่างไร และโดยวิธีไหน แต่เป็นผู้ควบคุมทางออก-ทางเข้าซอยประชาธิปไตย หรือซอยของการเลือกตั้งทั้งซอย คำเชิญชวน ที่ว่า มันเลยออกไปทางคล้ายๆ กับ คำสั่ง มากกว่า และคงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพูดคุย หารือ กี่มากน้อย เนื่องจากมันไม่ได้ชวนให้เกิดบรรยากาศ เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ เอาเลยแม้แต่น้อย กลับออกไปทาง เสียบรรยากาศ ตั้งแต่แรก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คือถ้าอยากจะรู้ว่าพรรคการเมือง นักการเมือง คิดอะไร ทำอะไร อันที่จริง...แทบไม่ต้องเสียเวลาชวนมาพูด มาคุย ให้เสียค่าแอร์ ค่ากาแฟ เอาเลยก็ยังได้ แค่ตัดสินใจ ปลดล็อก อย่างเป็นทางการ เดี๋ยวเดียว...อะไรต่อมิอะไรย่อมทะลักออกมาแบบจ๋อยๆๆ ชนิดน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง สามารถหยิบเอามากลั่น มากรอง สรุปเป็นจุดยืน ทัศนะ วิธีการ ต่างๆ ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ และถ้าหากมีอะไรที่ไม่ค่อยชอบมา พากล ที่อาจไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ คสช. (ซึ่งยังไม่รู้ว่ารจนากลั่นกรองไปถึงไหนแล้ว) ถึงจังหวะนั้น...ค่อยเรียกมากินโจ๊ก กินกาแฟ ปรับทัศนคติ ไปเป็นรายๆ ก็ย่อมได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเรียกให้มาพูด มาคุย แบบ มึงต้องมา เช่นนี้...จึงแทบไม่รู้ว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว มุ่งจะให้เกิดผล หรือมุ่งจะให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ เช่นใดกันแน่!!! และเมื่อมองไม่เห็นผล หรือเห็นจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน มันเลยกระเดียดออกไปทางคล้ายๆ การอวดโชว์อำนาจ หรือการแสดงอำนาจ ซะมากกว่า ซึ่งอันนี้นี่แหละ...ที่กลับจะก่อให้เกิด อุปสรรค ต่อการร่วมมือ ร่วมใจ ในการบริหารชาติบ้านเมืองภายหลังการเลือกตั้ง หรือแม้แต่การ ถ่ายโอนอำนาจ ไม่ว่าจะโดยวิธี จัดสรรปันส่วนผสม หรือกรรมวิธีใดๆ ก็แล้วแต่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คือในระบบจัดสรรปันส่วนผสมเมื่อครั้งอดีต อย่างที่ถูกเรียกๆ ว่า ระบบประชาธิปไตยครึ่งใบ นั้น ผู้ที่อยู่ในฐานะ ตัวกลาง หรือ คนกลาง อย่าง ป๋าเปรม นั้น ต้องยอมรับว่า...ท่านแทบไม่ได้อวดโชว์อำนาจ หรือแสดงอำนาจ ในการควบคุม ดูแล บรรดาพรรคการเมืองที่ประกอบตัวเข้ามาเป็นรัฐบาลมากมายซักเท่าไหร่ แม้ว่าบรรดาพรรคการเมือง นักการเมือง เหล่านั้นจะเต็มไปด้วยบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด กระซู่ และสมเสร็จ อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แต่อาศัยสิ่งที่เรียกว่า พระคุณ มากซะยิ่งกว่า พระเดช ชนิดสามารถทำให้นักการเมืองประเภทเขี้ยวลากดิน เกล็ดแตกลายงา ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของฉายา ไข่มุกดำ อย่าง วีระ มุสิกพงศ์ เจ้าของฉายา หอกสามสี อย่างคุณน้า ไตรรงค์ สุวรรณคีรี นักคิด นักวิชาการ อย่าง ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร ไปจนถึงเจ้าของฉายา ปลาไหลใส่สเกต อย่างอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา ฯลฯ สามารถร่วมมือ ร่วมใจ อยู่ภายใน ข้อง เดียวกัน และเดินตาม ยุทธศาสตร์ ของ ป๋าเปรม มาได้ไม่รู้กี่สมัยต่อกี่สมัย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การหาทางทำให้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม สามารถเดินหน้า หรือสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปได้อย่างราบรื่นจริงๆ มันจึงต้องอาศัย ศาสตร์ และ ศิลป์ อยู่พอสมควร จะอาศัยแค่การวี้ดๆ แว้ดๆ การกดดัน ต่อรอง หรือการปิดซอย-เปิดซอยแบบ จิ๊กโก๋ปากซอย นั้น...น่าจะลำบาก!!! เพราะขึ้นชื่อว่า นักการเมือง แล้ว...แต่ละรายๆ ล้วนแล้วแต่มีพิษสงไปด้วยกันทั้งสิ้น จะไปอาศัยอำนาจล้วนๆ สั่งซ้ายหัน-ขวาหันแบบทหาร คงไม่น่าจะถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก มีแต่ต้องอาศัยความดี ความงาม ความซื่อสัตย์ อดทน อดกลั้น หรืออาศัย พระคุณ นั่นแหละเป็นหลัก ไม่งั้น...โอกาสถูก แพร่พิษ ตายคาชามข้าวเอาง่ายๆ ก็มีตัวอย่างให้เห็นกันมาเยอะแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การแสดงออกถึงอำนาจ...แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; อย่างเรื่อง การกำหนดวันเลือกตั้ง ก็ตาม จึงทำให้อดเกิด คำถาม ขึ้นมาไม่ได้ว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว...สไตล์อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ นั้น เหมาะสำหรับการดำรงสถานะเป็น ตัวกลาง หรือ คนกลาง ในช่วงสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งมาก-น้อยขนาดไหน แม้จะมีคะแนนนิยมพุ่งโด่เด่ไปถึง 30 เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเรื่องของ คนวงนอก หรือของประชาชนที่เป็นผู้สังเกตการณ์แต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการควบคุม บริหารชาติบ้านเมือง ที่ต้องอาศัย คนวงใน ไปในแทบทุกเรื่อง ทุกๆ กรณี...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...แม้การขึ้นมาดำรงตำแหน่ง นายกฯ คนกลาง หลังการเลือกตั้งของ บิ๊กตู่ จะ เป็นไปได้ในทางทฤษฎี อยู่ไม่น้อย แต่สำหรับใน ทางปฏิบัติ แล้ว ออกจะเป็นอะไรที่น่าห่วง น่ากังวล อยู่พอสมควร และถ้าหากความน่าห่วง น่ากังวลที่ว่านี้ มันเกิดแสดงให้เห็นอย่าง ค่อนข้างชัดเจน ก่อนหน้าการเลือกตั้งจะมาถึง อันนี้นี่แหละ...ที่อาจส่งผลให้สมการการเมืองและคณิตศาสตร์ทางการเมืองทั้งหลาย ต้องนำมาคิดคำนวณกันใหม่ ชนิดต้องอาศัยคณิตศาสตร์ระดับ แคลคูลัส ไปโน่นเลย ถึงจะสามารถ ตอบโจทย์ กันได้แบบจริงๆ จังๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Frank Dickson... By the time a person gets to greener pastures, he can&amp;rsquo;t climb the fence.- พอพบทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม ก็ปรากฏว่าเขาผู้นั้นไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะข้ามรั้วเข้าไปในทุ่งหญ้านั้นๆ ได้เสียแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5548</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., จิ๊กโก๋ปากซอย, ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร, ท่านขุนน้อย, บิ๊กตู่, พรรคการเมือง, ยุทธศาสตร์ 20 ปี, วีระ มุสิกพงศ์, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
